ผีกระสือ ผีกระหัง

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.222 ผีกระสือ ผีกระหัง

ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547

ผีกระสือ ผีกระหัง

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นหญิงสาวจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เธอเติบโตมาในชุมชนชาวอิสลามและนับถือศาสนาอิสลามตามคุณพ่อคุณแม่ ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปเมื่อได้แต่งงานกับสามีผู้เป็นชาวพุทธ และมีลูกสาวถึง 4 คน ซึ่งลูกๆ ต่างก็นับถือศาสนาพุทธตามคุณพ่อ ลูกๆ พยายามชักชวนให้เธอเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาอยู่เสมอ จนในที่สุด ผู้ส่งเคสก็ตัดสินใจเปลี่ยนศาสนามาเป็นพุทธศาสนาได้อย่างราบรื่น ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 เธอได้รู้จักกับหมู่คณะและวัดพระธรรมกายผ่านการชักชวนของลูกสาว ปัจจุบัน ครอบครัวของผู้ส่งเคสทุกคนเดินทางมาวัดทุกวันอาทิตย์อย่างไม่เคยขาด เป็นเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว เธอได้ทุ่มเททำบุญทุกบุญของคุณครูไม่ใหญ่มาโดยตลอดอย่างเต็มกำลัง ปัจจุบันผู้ส่งเคสได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีแล้ว

เนื้อเรื่อง

ผู้ส่งเคสเล่าว่าเธอมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องผีกระสือมานานแล้วตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในหมู่บ้านของเธอ ทุกคนเคยเจอผีกระสือจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน วิธีสังเกตคนที่เป็นกระสือที่คนในหมู่บ้านจะรู้กันดีคือ บุคลิกของคนนั้นจะไม่ชอบสุงสิงกับใคร ชอบอยู่ในที่มืด แม้ในเวลากลางวันก็จะอยู่แต่ในบ้าน ทำบรรยากาศในบ้านให้ดูสลัวๆ ทึมๆ ถ้าใครมีญาติพี่น้องเป็นกระสือ เวลาทานข้าวจะชวนเท่าไหร่เขาก็จะไม่มาทานด้วย จะทานข้าวทีหลัง แอบทานคนเดียวในมุมลับๆ และที่สำคัญคือ ชอบทานของสดๆ คาวๆ

ผู้ส่งเคสเล่าต่อไปว่า ถ้าบ้านไหนมีคนใกล้จะคลอดลูกยิ่งเป็นที่สนใจของกระสือมาก เพราะกระสือชอบกินของสกปรก ชอบกินรกและเลือดของเด็ก โดยพวกมันจะแอบเข้ามาในบ้านตามร่องกระดานพื้นบ้าน เนื่องจากสมัยก่อนบ้านมักจะยกสูง มีใต้ถุนบ้านและกระดานก็ไม่ได้ติดกันสนิทเหมือนสมัยนี้ จะเป็นร่องๆ ดังนั้น วิธีป้องกันกระสือเข้าบ้านที่ชาวบ้านทำกันคือ พวกเขาจะเอาลวดหนามหรือไม้ไผ่ที่มีหนามมาวางไว้ใต้ถุนบ้าน เพราะเชื่อว่าผีกระสือจะกลัวลวดหนามเกี่ยวไส้จึงไม่มารบกวน ยิ่งถ้าใครมีบาดแผลก็ต้องระวังให้ดี กระสือจะแอบมาดูดเลือดเหมือนดูดโอเลี้ยงเลย แล้วจะทำให้คนนั้นรู้สึกอ่อนเพลียไป 2-3 วัน

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผู้ส่งเคสเอง ตอนนั้นเธอตากผ้าเปียกไว้ตอนกลางคืน เช้ามาก็พบว่ามีรอยคล้ายปากคนมาเช็ดปากทิ้งไว้ ลักษณะคราบก็เหมือนไปกินของสกปรกมา มีกลิ่นคาว ซึ่งคนโบราณมีความเชื่อว่า ถ้ามีรอยแบบนี้บนผ้าให้เอาผ้าไปฟาดกับบันได จะทำให้คนที่เป็นกระสือเจ็บปากแล้วปากเขาจะบวม เราก็จะได้รู้ว่าใครเป็นกระสือ ผู้ส่งเคสจึงทำตาม ปรากฏว่าเมื่อเดินไปสำรวจตามบ้านต่างๆ โดยเฉพาะบ้านที่ต้องสงสัยที่มีคุณยายแก่ๆ อาศัยอยู่คนเดียว ซึ่งคนแถวนั้นจะรู้กันว่ายายคนนี้เป็นกระสือ ก็พบว่าปากของคุณยายคนนั้นบวมฉึ่งจริงๆ

ผู้ส่งเคสบรรยายลักษณะของกระสือที่เห็นบ่อยๆ ในเวลากลางคืนหลัง 21:00 น. ไปแล้วว่า จะเห็นเป็นดวงไฟกลมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ มีสีออกแดงๆ เหลืองๆ เหมือนเปลวเทียน ไม่เห็นเป็นหัวคนหรือมีไส้ห้อยรุ่งริ่งอย่างที่ใครๆ พูดกันเลย ดวงไฟจะลอยขึ้นลงไปมาเหมือนกำลังหาอาหารอยู่ ตัวเธอเองเคยพยายามจะจับหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ

แต่มีคนเคยทำสำเร็จแล้ว เขาเป็นพี่ชายของเพื่อนของผู้ส่งเคสเอง เกิดที่จังหวัดพัทลุง เขาเล่าว่าหมู่บ้านของเขาก็มีกระสือหลายตัวเหมือนกัน ตอนนั้นเป็นช่วงพลบค่ำ พี่สะใภ้กำลังจะคลอดลูก พี่ชายเพื่อนก็ยังจับปลาอยู่ตรงบริเวณคลองแถวบ้าน เมื่อเขามองมาที่บ้านตัวเองก็เห็นดวงไฟดวงหนึ่งลอยขึ้นลงวนอยู่รอบบ้าน นึกว่าไฟไหม้บ้านจึงรีบกลับมาดู แล้วก็ชวนพรรคพวกเอาสุ่ม เอาลวดหนาม เอาไม้ไผ่มาช่วยกันไล่จับ และก็จับได้สำเร็จ จึงขังดวงไฟนั้นไว้ในสุ่ม พอตอนเช้า ดวงไฟก็หายไป เห็นแต่ความว่างเปล่า แต่เมื่อตกกลางคืนอีกครั้ง ก็เห็นดวงไฟยังคงอยู่ในสุ่มเหมือนเดิม เช้าวันต่อมา จึงไปเดินตามหาว่าใครเป็นผู้ต้องสงสัย ก็พบคุณยายแก่ๆ อยู่บ้านคนเดียว นอนพงาบพงาบ หายใจรวยรินคล้ายคนใกล้จะตาย ลักษณะเหมือนร่างไร้วิญญาณ พี่ชายเพื่อนยังไปยืนพูดกับคุณยายคนนั้นว่า "ต่อไปอย่ามาทำอย่างนี้อีกนะ อย่ามายุ่งกับครอบครัวเขาอีก" แล้วเขาก็ปล่อยกระสือไป เมื่อกลับไปบ้านก็ไปเปิดสุ่มออก จากนั้นก็ไม่มีกระสือมารบกวนที่บ้านอีกเลย เพราะตกลงทำพันธสัญญากันเรียบร้อย

จากเรื่องราวเหล่านี้ ผู้ส่งเคสจึงเกิดคำถามต่างๆ ขึ้นในใจ

คำถาม

  1. กระสือมีจริงหรือไม่ สิ่งที่ผู้ส่งเคสเจอและพี่ชายเพื่อนได้เจอเป็นกระสือจริงๆ หรือไม่ กระสือมีลักษณะและความเป็นอยู่อย่างไร ส่วนใหญ่จะเชื่อว่ามีหัวและไส้ลอยไปมา แต่สิ่งที่ผู้ส่งเคสและอีกหลายคนเห็นเป็นเพียงดวงไฟลอยไปมาเท่านั้น
  2. ได้ยินมาว่า คนที่เป็นกระสือต้องหาคนสืบทอดก่อนตาย โดยหาจากญาติพี่น้องและใช้แหวนเป็นสื่อ เรื่องนี้จริงหรือไม่
  3. ถ้ากระสือมีจริง กระหังมีจริงหรือไม่ ได้ยินมาว่ากระสือเป็นผู้หญิง กระหังเป็นผู้ชาย จริงหรือไม่
  4. ผู้ส่งเคสเคยสร้างบารมีมากับหมู่คณะหรือไม่ และทำกรรมอะไรจึงไม่ได้มาเกิดในครอบครัวที่นับถือพุทธศาสนา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

หนูไม่รู้

กรรมใดทำให้คุณแม่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ? ท่านตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่? มีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร? มีข้อความฝากถึงผู้ส่งเคสหรือไม่? ผู้ส่งเคสทำกรรมใดต่อคุณแม่ตอนท่านยังมีชีวิตอยู่?

คิดไม่ออก

คุณยายตายแล้วไปไหน? ก่อนตายเห็นเทวดาและราชรถมาจริงหรือไม่? บุญจากการสร้างพระธรรมกายที่คุณยายทำไว้ได้รับหรือไม่?

จ๊ะโจ้งจ้ะ โจ๊จ๊ะจิง ๆ เธอต้องรับผิดชอบ

คุณพ่อเป็นพญานาคมาเกิดจริงตามที่คุณย่าฝันหรือไม่? เพราะเหตุใดคุณพ่อจึงโรคใหลตาย? คุณแม่ฝันถึงคุณพ่อเพราะคุณพ่อตายแล้วมาหาใช่หรือไม่? ผู้หญิงในฝันที่บอกคุณแม่ว่าคุณพ่อเคยฆ่าเธอไว้ มีตัวตนจริงหรือไม่ เหตุการณ์เป็นอย่างไร? คุณพ่อตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่คุณแม่และลูกส่งไปให้แล้วมีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง? ท่านฝากบอกอะไรถึงลูกกับคุณแม่หรือไม่?

เพื่อนต่างวัย แต่เป้าหมายร่วมกัน

บุญใดที่ทำให้คุณปู่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ ได้รับยศ และมีสมบัติมาก? ท่านตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญอุทิศให้ไหม?

รักพ่อคนดีที่หนึ่งเลย

ทำไมคุณพ่อไม่โทรกลับหาเพื่อนสนิทที่โทรไปหาวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม? เสียชีวิตตั้งแต่ตอนนั้นหรือไม่?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา