
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.225 ชอบเก็บของขลัง เทพผู้แลมาตามทวง
ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547
เทวดามาตามของศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสได้เล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองตั้งแต่ยังเด็ก อายุราว 10 กว่าขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เริ่มสนใจและแสวงหาของขลัง ของศักดิ์สิทธิ์ เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะนำพาโชคดีและปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ ความสนใจนี้ลึกซึ้งถึงขั้นศึกษาเล่าเรียนวิชาคงกระพันด้วยตนเองกับพี่ชาย ซึ่งปัจจุบันพี่ชายท่านนี้เป็นคนทรงแล้ว ตั้งแต่อายุ 15-16 ปี ผู้ส่งเคสเคยสักน้ำมันและฝังตะกรุดที่ต้นแขนทั้งสองข้าง ความเชื่อและการแสวงหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน และกลายเป็นนักสะสมของขลังตัวยง
เนื้อเรื่อง
ความสนใจในวัตถุมงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของผู้ส่งเคสเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เยาว์วัย ด้วยความเชื่อที่ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ชีวิตพบเจอแต่ความโชคดีและแคล้วคลาดปลอดภัย นอกจากการสักน้ำมันและฝังตะกรุดตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว ผู้ส่งเคสยังได้ใช้เวลาสะสมของขลังเหล่านี้ไว้เป็นจำนวนมาก ที่บ้านของผู้ส่งเคสมีห้องพระถึงสองห้อง ห้องหนึ่งอยู่ชั้นบนและอีกห้องอยู่ชั้นล่าง ห้องพระชั้นบนมีขนาดใหญ่มากพอที่จะจุคนได้ถึง 20-30 คน ส่วนห้องพระชั้นล่างนั้นมีพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่จากเขมรถึง 2 องค์ ขนาดเกือบ 3 เมตร ผู้ส่งเคสได้บูชาพระพุทธรูปเหล่านี้ด้วยดอกไม้ทุกวันพระ และให้ลูกน้องมาช่วยกันสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นทุกวัน แสดงให้เห็นถึงความเคารพอย่างสูงของทุกคนในบ้านต่อพระพุทธรูปโบราณเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังมีพระเขี้ยวแก้วที่ได้มาจากเจดีย์เก่าที่อำเภอศรีครภูมิ จังหวัดศรีสะเกษ แต่สิ่งที่ผู้ส่งเคสชอบเป็นพิเศษคือปู่ฤาษี ซึ่งสะสมมานานกว่า 10 ปี มีรูปปั้นฤาษีมากกว่า 10 องค์ โดยมีขนาดเท่าคนจริงถึง 3 องค์ และองค์เล็กๆ อีกมากมาย ยังไม่รวมพ่อปู่ชีวกโกมารภัจจ์ขนาด 1.5 เท่าของคน และที่ขาดไม่ได้สำหรับนักสะสมยุคใหม่ก็คือ กุมารทอง 2 ตน และรักยม 1 คู่ กุมารทองนั้นสั่งซื้อทางไปรษณีย์จากวัดในจังหวัดสุรินทร์ ส่วนรักยมทำจากไม้ใส่ไว้ในขวดน้ำมัน
นอกจากวัตถุมงคลเหล่านี้ ในบ้านของผู้ส่งเคสยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น เจ้าแม่ไทรทอง ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์ที่ผู้ส่งเคสฝันว่าเจ้าแม่ไทรทองมาบอกว่ากำลังจะถูกคนมาตัดต้นไทรใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการและจะไม่มีที่อยู่ แม้จะไปช่วยไม่ทัน แต่ผู้ส่งเคสก็ได้นำลำต้นไทรนั้นมาแกะสลักเป็นรูปหญิงสาวขนาดเท่าครึ่งเท่า แล้วอัญเชิญเจ้าแม่มาอยู่ด้วย ยังมีเพชรพญานาค มวยผมคนโบราณ ขันธ์ 5 กริ่งหิน และของอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องบรรยายหลายหน้า ความเชื่อเรื่องของขลังนี้มีมากถึงขนาดที่ผู้ส่งเคสเคยห้อยปลัดขิกเพื่อป้องกันกระสุนและอันตราย
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ส่งเคสได้เข้าวัด ความเชื่อบางอย่างก็เริ่มคลายลง มีเรื่องน่าแปลกใจเกิดขึ้นกับปลัดขิกที่ผูกไว้อย่างแน่นหนา แต่กลับหลุดหายไปเองโดยไม่ทราบสาเหตุ
เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผู้ส่งเคสเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2545 แม้จะมีของศักดิ์สิทธิ์เต็มบ้าน แต่กลับมีคนพาไปทำพิธีดูดพลังจากพระพุทธรูปมาใส่ให้ตัวเองที่จังหวัดอุทัยธานี หลังจากทำพิธีนี้ พลังกลับหมดไป แทนที่จะได้รับพลัง ผู้ส่งเคสกลับรู้สึกตัวร้อนเป็นไฟ เหมือนเอาพริกมาตำแล้วทาทั้งตัว ปวดแสบปวดร้อนไปหมด ทรมานอย่างมากเป็นเวลานานถึง 8 เดือน ได้ไปหาหมอตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ 4-5 แห่ง แต่กินยาอะไรก็ไม่หาย เมื่อไปหาพี่ชายที่เป็นคนทรง ก็ได้รับการบอกว่า "โดนของ" และได้ทำพิธีรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ให้ แต่ก็ยังไม่หายขาด อาการทรมานนี้ทำให้เกือบเหมือนคนบ้า สมองบีบรัด มีความคิดผิดๆ แวบเข้ามาว่าถ้าพึ่งพระจะตกนรก แต่ผู้ส่งเคสก็พยายามนึกถึงองค์พระ หลวงปู่ และคุณยายตลอด
ด้วยความทุกข์ทรมาน ผู้ส่งเคสได้เดินทางไปกราบขอพึ่งบารมีคุณยายที่บ้านคุณยาย ตัวสั่นมากในตอนนั้น ได้พักอยู่ที่บ้านคุณยายทั้งคืน แล้วไปกราบเจดีย์ สองวันต่อมาก็ได้ฝันว่าคุณยายมาหา บอกว่าไม่ต้องกลัว ยายจะอยู่ด้วย ความรู้สึกอบอุ่นใจเกิดขึ้น เพราะการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้นั้นน่ากลัวมาก วันหนึ่งใกล้รุ่ง ในภาวะหลับๆ ตื่นๆ ผู้ส่งเคสได้เห็นเงาตะคุ่มๆ 3 เงาที่ปลายเตียง สักครู่ก็มีแสงสีขาวออกมาจากดวงแก้วที่วางไว้บนหัวนอน เห็นคุณยายมา ยืนข้างๆ สว่างไสว และตวาดใส่เงาเหล่านั้นว่า "อย่ามายุ่งกับลูกหลานยาย ไปให้พ้น" เงาดำเหล่านั้นก็แวบหายไป พร้อมกับเสียงพูดว่า "บ้านนี้มีแต่ยายจันทร์ หนีดีกว่า"
หลังจากเหตุการณ์นี้ อาการของผู้ส่งเคสก็ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่หายขาด จึงพยายามมาวัดให้ได้ทุกวันอาทิตย์พร้อมครอบครัว นั่งสมาธิมากขึ้น และอธิษฐานขอให้บารมีธรรมของหลวงพ่อและคุณยายปกป้องคุ้มครอง ด้วยการกระทำเหล่านี้ อาการป่วยจึงหายไปได้ในที่สุด
จากที่เคยคิดว่าทำบุญนิดๆ หน่อยๆ ก็พอ แค่กันเหนียว เชื่อเผื่อไว้ และใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับการแสวงหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่พอเกิดเหตุการณ์ป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุครั้งนั้น ทำให้ผู้ส่งเคสได้คิดว่าทำไมของขลังของศักดิ์สิทธิ์ที่บูชาอยู่เต็มบ้านถึงช่วยไม่ได้เลย จึงได้รู้สึกว่าตนเองมาผิดทางแล้ว ยิ่งเมื่อได้ฟังเรื่องกุมารทองและเคสสตัดดี้ที่คุณครูไม่ใหญ่เล่า ยิ่งอยากกลับตัวกลับใจ ไม่ยึดติดกับสิ่งเหล่านี้อีกแล้ว จากที่เคยกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าเลิกนับถือเพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายกับครอบครัว แต่ตอนนี้ผู้ส่งเคสขอยึดถือพระรัตนตรัยเท่านั้น และตั้งใจจะทุ่มเททุกบุญที่หลวงพ่อบอก พร้อมทั้งตั้งใจจะติดตามคุณครูไม่ใหญ่ไปดุสิตบุรี
ผู้ส่งเคสได้ตั้งใจว่าจะทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านและทำพิธีปล่อยของศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดที่มีในวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม แต่กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทำให้ต้องเลื่อนออกไปก่อน เหตุการณ์นั้นคือ น้องชายภรรยาเสียชีวิตกะทันหันด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ก่อนวันที่จะทำบุญเพียง 1 วัน ทำให้ผู้ส่งเคสต้องไปร่วมงานศพแทน ผู้ส่งเคสจึงขอให้คุณครูไม่ใหญ่เป็นกำลังใจให้ทำพิธีปล่อยของได้สำเร็จ
(ความยาวเนื้อเรื่อง: ประมาณ 2800 อักขระ)
คำถาม
- ของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่อยู่ในบ้านผู้ส่งเคส มีอะไรสิงอยู่หรือไม่? ของที่มีขนาดใหญ่ เช่น ปู่ฤาษี เจ้าแม่ไทรทอง รวมถึงพระพุทธรูป 2 องค์นั้น ควรจะทำการคืนอย่างไรดี?
- อาการปวดแสบปวดร้อน ทุกข์ทรมานปางตายที่เคยเจอนั้นคืออะไร? เป็นวิบากกรรมหรือโดนคุณไสย?
- หากเราพุทธศาสนิกชนไปพบเจอเศียรพระโบราณ หรือปูชนียวัตถุที่ควรค่าแก่การเคารพ ควรจะทำอย่างไรดี? เกรงว่าหากชาวต่างประเทศได้ไปจะกระทำการไม่เคารพ เช่น นำเศียรพระไปไว้ในตู้ปลา แต่งสวน
- ทำไมผู้ส่งเคสจึงผูกพันกับคุณยายมาก? เคยฝันถึงคุณยายหลายครั้ง และเห็นคุณยายตอนป่วยว่าท่านมาช่วย เป็นความจริงหรือจิตคิดไปเอง?
- น้องชายของภรรยาทำกรรมอะไรมาจึงเสียชีวิตตั้งแต่อยุ่ม? ตอนนี้ไปอยู่ ที่ไหน? ควรทำอย่างไรจึงจะช่วยให้เขาไปดี?
- คนที่เคยทำผิดพลาดมาก่อนอย่างผู้ส่งเคส จะมีสิทธิ์ตามติดหลวงพ่อไปดุสิตบุรีได้ไหม?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
เตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ และมีข้อความฝากถึงลูกสาวไหม
คนร่างใหญ่ที่ชะโงกหน้าเข้ามาในมุ้งขณะนอนในป่าช้าเป็นใคร มาทำไม แม่ชีที่เห็นนั่งบนโขดหินกลางน้ำโขงเห็นจริงหรือไม่ ถ้าจริงท่านคือใคร มานั่งทำไม เตียงผู้ส่งเคสและเพื่อนลอยจริงหรือไม่ ผู้หญิงชุดไทยที่เดินบ่อยๆ มีจริงหรือไม่ อย่างไร อดีตมนุษย์/ภูตผีปีศาจทั้งที่มีบุญมากและน้อย มีกิจวัตรประจำวันอย่างไร
เหตุใดคุณแม่จึงเป็นวัณโรค เสียชีวิตเร็ว ไปที่ไหน ได้รับบุญหรือไม่ และมีข้อความถึงลูกบ้างหรือไม่
คุณพ่อตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่สร้างองค์พระให้และบุญอื่นๆ ที่อุทิศให้หรือไม่? มีอะไรจะฝากบอกบ้างหรือไม่?
เป็นเพราะวิบากกรรมใด ลูกสาวและเลขาถึงได้ถูกบังคับเอาตัวไป ชาย 3 คนนั้นมีวิบากกรรมร่วมกันมาอย่างไร จุดเริ่มต้นของวิบากกรรมนี้เกิดเมื่อไหร่ ทำอย่างไรถึงจะตัดวงจรวิบากกรรมนี้ได้ ลูกสาวและเลขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถ้าเสียชีวิตแล้วชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร ทำไมถึงฝันเห็นบ่อยๆ และบุญต่างๆ ที่ทำให้อย่างสร้างพระธรรมกายประจำตัว ช่วยลูกสาวอย่างไรบ้าง มีข้อความฝากมาไหม และเคยเกิดเป็นแม่ลูกกันมาก่อนหรือไม่.
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึง คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ค่ะ:






