แม่สามี ดูแลดีๆ เป็นบุญของเรา

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.265 แม่สามี ดูแลดีๆ เป็นบุญของเรา

ออกอากาศ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2547

แม่สามี ดูแลดีๆ เป็นบุญของเรา

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นหญิงสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตหลายด้าน เธอมีนิสัยส่วนตัวที่ คุณครูไม่ใหญ่ แนะนำให้ปรับแก้ คือ โมโหง่ายแต่หายเร็ว ซึ่งควรเป็นโมโหยากหายเร็ว และคิดมาก ซึ่งจริงๆ แล้ว คุณครูไม่ใหญ่ บอกว่าเป็นการคิดน้อย วนอยู่แค่ 3 ประโยค ชีวิตของเธอต้องแบกรับภาระหนักจากการดูแลแม่สามีที่ป่วยเป็นอัมพาต ไปพร้อมๆ กับการดูแลลูกชายเล็กๆ สองคนและงานนอกบ้าน รวมถึงงานบ้านทั้งหมด ความเหนื่อยล้าและท้อแท้ทำให้บางครั้งเธอถึงกับคิดสั้น อยากฆ่าตัวตายเพื่อหนีความลำบาก แต่ด้วยความรักและเสียงร้องขอจากลูกชายทั้งสอง ทำให้เธอตัดสินใจไม่ทำเช่นนั้น ประสบการณ์ชีวิตที่ยากลำบากนี้ทำให้เธอเริ่มใคร่ครวญถึงเรื่องเวรกรรม โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับแม่สามี นอกจากนี้ เธอยังมีปัญหาสุขภาพ ต้องเข้ารับการผ่าตัดเนื้ออกที่มดลูกถึงสองครั้งเมื่ออายุ 18 ปีและในปี 2546 เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวและไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกนี้

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ส่งเคสต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกับสามีที่มีนิสัยส่วนตัวเป็นคนใจเย็น ขยันทำงาน ซึ่งถือเป็นความดีในระดับชาวโลก เขาไม่ชอบทำบุญหรือไม่เข้าวัด แต่ก็ไม่เคยห้ามภรรยาทำบุญ สามีเป็นคนจริงจังกับชีวิต อย่างไรก็ตาม เขาก็มีข้อเสีย คือชอบดื่มเหล้าก่อนทานอาหารเย็นทุกวัน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อสุขภาพ แต่ดื่มถึง 2 แก้ว และยังเป็นคนสูบบุหรี่จัด โดยอ้างว่าเพื่อคลายเครียด ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ ให้ข้อคิดว่าการสูบบุหรี่ไม่ได้ทำให้เกิดปัญญาดังที่บางคนอ้าง

วันหนึ่ง ผู้ส่งเคส สามี และลูกชายทั้งสองคนได้เดินทางไปเที่ยวทะเลในช่วงวันหยุด คืนก่อนเดินทาง สามีได้พักผ่อนและเข้านอนเลยเพราะทำงานหนัก ขณะอยู่ที่ทะเล สามีบอกกับผู้ส่งเคสว่าจะออกไปหาหอยนางรมทาน แล้วเขาก็ว่ายน้ำออกไปในทะเลลึก หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มีคนพบร่างของชายคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ ชายคนนั้นคือสามีของผู้ส่งเคสเอง เมื่อผู้ส่งเคสทราบข่าว เธอก็ตกใจมาก สมองมึนงง สับสน คิดอะไรไม่ออก แต่ได้อธิษฐานจิตขอให้เขาไปสู่ภพภูมิที่ดีและไม่ต้องห่วงลูกทั้งสองคน แพทย์ได้ตรวจสอบสาเหตุการจมน้ำเสียชีวิตของสามี แต่ไม่พบสาเหตุใดๆ ที่ชัดเจน สามีของผู้ส่งเคสเสียชีวิตในเดือนสิงหาคม ปี 2545 ด้วยวัย 53 ปี

ต่อมา แม่สามีของผู้ส่งเคสป่วยเป็นอัมพาตเนื่องจากหกล้ม ผู้ส่งเคสได้เข้าไปดูแลท่านเป็นอย่างดี ปฏิบัติพยาบาลทุกอย่าง ทั้งเช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ ป้อนข้าว อาบน้ำ ในช่วงเวลานั้น ผู้ส่งเคสรู้สึกเหนื่อยและท้อใจเป็นบางครั้ง เพราะเธอต้องแบกรับภาระทุกอย่าง ทั้งทำงานบริษัท ดูแลลูกชายเล็กๆ สองคน ทำงานบ้านทั้งหมด และยังต้องดูแลแม่สามีอีกด้วย บางวันแทบจะไม่มีเวลาทานข้าวเลย คุณครูไม่ใหญ่ ได้ให้ข้อคิดสำหรับผู้ที่กำลังจะแต่งงาน ให้คิดให้ดีว่าพร้อมแล้วหรือยังกับภาระหน้าที่เช่นนี้

มีอยู่ช่วงหนึ่ง ผู้ส่งเคสได้ทะเลาะกับสามีเกี่ยวกับเรื่องการดูแลแม่สามีและงานบ้าน ด้วยความกดดันและความเหนื่อยล้า ทำให้ผู้ส่งเคสมีความคิดอยากจะฆ่าตัวตาย เธอคิดจะผูกคอเพื่อปลดชีวิตตัวเองหนีความลำบาก แต่แล้วเธอก็ทำไม่ลง เพราะลูกชายทั้งสองคนร้องไห้ และขอชีวิตแม่ว่า "แม่จ๋า แม่อย่าคิดฆ่าตัวตายเลย สงสารหนูเถอะ" ด้วยเหตุที่ทะเลาะกับสามีครั้งนี้ ทำให้ผู้ส่งเคสกลับมาคิดว่า หรือเราเคยมีเวรกรรมกับแม่สามีมาก่อนหนอ ส่วนสามีนั้น เขาไม่เคยปฏิบัติหรือดูแลแม่ของเขาเลย คุณครูไม่ใหญ่ อธิบายว่าเขาเป็นฝ่ายทำงานนอกบ้าน ซึ่งเป็นหน้าที่ของเขา ขณะที่งานในบ้านและดูแลลูกเป็นหน้าที่ของแม่บ้าน สามีขยันและรับผิดชอบเฉพาะงานนอกบ้าน ซึ่งคุณครูไม่ใหญ่ ระบุว่า พ่อบ้านชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

แม่สามีของผู้ส่งเคสได้เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม ปี 2547 ด้วยอายุ 89 ปี คุณครูไม่ใหญ่ ได้ให้ข้อคิดแซวว่า ขณะที่ทะเลาะกันก็ยังอายุเกือบ 90 ยิ่งทะเลาะยิ่งแข็งแรง สำหรับตัวผู้ส่งเคสเอง นอกจากเรื่องภาระหน้าที่แล้ว เธอยังมีปัญหาเรื่องนิสัย โมโหง่ายแต่หายเร็ว (ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ แก้ให้ว่าเป็นโมโหยากหายเร็ว) และคิดมาก (ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ แก้ให้ว่าเป็นคิดน้อย วนแค่ 3 ประโยค) เธอยังเคยผ่าตัดเนื้ออกในปีกมดลูกมาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ 18 ปี และครั้งที่สองในปี 2546 เหตุการณ์เจ็บป่วยนี้ทำให้เธอรู้สึกกลัวและไม่อยากอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป ด้วยเรื่องราวและความยากลำบากทั้งหมดที่ประสบ ทำให้ผู้ส่งเคสมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบจาก คุณครูไม่ใหญ่ เพื่อความเข้าใจและแนวทางชีวิตต่อไป

คำถาม

  1. สามีของผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรมาจึงเสียชีวิตจากการจมน้ำตาย และก่อนเสียชีวิตเขารู้สึกอย่างไรบ้าง?
  2. ตอนนี้สามีของผู้ส่งเคสอยู่ที่ไหน ภพภูมิใด และบุญที่ผู้ส่งเคสทำไปให้สามีได้รับหรือไม่?
  3. สามีของผู้ส่งเคสมีอายุสั้นเพราะเหตุใด?
  4. แม่สามีเคยเกี่ยวพันหรือมีเวรกรรมกับผู้ส่งเคสมาก่อนหรือไม่ และทำไมผู้ส่งเคสต้องมาคอยดูแลปฏิบัติท่านเช่นนี้?
  5. ตอนนี้แม่สามีอยู่ภพภูมิใด และได้รับบุญที่ผู้ส่งเคสอุทิศไปให้หรือไม่?
  6. ผู้ส่งเคสเคยทำกรรมอะไรมาจึงต้องมาผ่าตัดเนื้ออกที่มดลูกถึง 2 ครั้ง?
  7. ผู้ส่งเคสจะต้องทำบุญอะไรถึงจะตัดวิบากกรรมนี้ได้?
  8. ผู้ส่งเคสได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้ลูกชายทั้ง 2 คนได้บวชตลอดชีวิต จะเป็นไปได้หรือไม่?
  9. ลูกชายคนโตนั่งสมาธิมีประสบการณ์หลากหลาย จะดีหรือไม่ดีอย่างไร และ คุณครูไม่ใหญ่ มีคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมให้ลูกชายในการนั่งสมาธิอย่างไรบ้าง?
  10. ผู้ส่งเคสและลูกชายทั้งสองเคยสร้างบุญสร้างบารมีกับ คุณครูไม่ใหญ่ และหมู่คณะมาก่อนหรือไม่?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

นี่สำคัญนะ พ่อแม่ต้องสอนลูกให้รู้จักพุทธศาสนา ไม่ใช่เพื่อใครเลย

เตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ และมีข้อความฝากถึงลูกสาวไหม

โอนิ-ยักษ์ญี่ปุ่น

ลูกสาวทำกรรมอะไรมาถึงป่วนหนักต้องเข้าโรงพยาบาลนาน และเหตุใดหมอจึงหาสาเหตุไม่พบ?

สามล้อคนเกือบรวย

คุณพ่อคุณแม่ของ ผู้ส่งเคส เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวและบุญทุกบุญที่ลูกและครอบครัวได้อุทิศส่วนบุญให้หรือไม่ มีอะไรจะฝากบอกสามี (คุณพ่อของ ผู้ส่งเคส) และตัว ผู้ส่งเคส หรือไม่

ถ้าฉันรวยจะสวยให้ดู

พี่สาวคนรองเสียชีวิตเพราะกรรมใด ไปอยู่ที่ภพภูมิใด มีข้อความฝากถึงครอบครัวหรือไม่ อดีตเคยปฏิบัติธรรมใดจึงรักการไม่กินเนื้อสัตว์ และได้รับบุญจากการไม่กินเนื้อสัตว์หรือไม่

อย่าเพิ่งตาย ถ้ายังไม่ได้สร้างพระ

กรรมใดทำให้คุณแม่ตกแผ่นไม้กระดานจนหน้าท้องกระแทก กลายเป็นฝี มีหนองไหลจากทวาร และทำให้ขาเส้นยึด เดินไม่ได้ 3 ปี? บุญใดทำให้คุณแม่กลับมาเดินได้อีกครั้ง?

หรือกรรมบังตาเห็นว่าเป็นมอเตอร์ไซด์

โยมตาตายแล้วไปไหน จะช่วยท่านได้อย่างไร บุญที่ผู้ส่งเคสบวชและบุญอื่นๆ ที่อุทิศให้ไปถึงท่านหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา