
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.267 อดีตนักวางแผนการรบ
ออกอากาศ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2547
อดีตนักวางแผนการรบ
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นหญิงสาวชาวกรุงเทพฯ. ชีวิตของเธอเริ่มต้นด้วยความยากลำบาก เมื่อบิดาเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก มารดาจึงยกเธอให้ไปอยู่กับครอบครัวของคุณป้า. มารดาของเธอได้ไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งให้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างรันทดที่บ้านป้า ถูกใช้ทำงานบ้านงานครัวอย่างหนัก รวมถึงการฆ่าสัตว์ทำอาหารซึ่งเธอไม่เต็มใจทำเลย แต่ก็ขัดขืนไม่ได้เพราะจะถูกตีถูกด่า. เมื่อเติบโตขึ้น เธอกลับไปมีความสัมพันธ์กับลูกชายของคุณป้า ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสามีของเธอ แต่ครอบครัวไม่เห็นด้วย. ชีวิตยิ่งซ้ำเติมเมื่อเธอตั้งครรภ์และถูกบังคับให้ทำแท้ง. เธอเสียใจมากและได้อธิษฐานจิตขอให้ลูกที่เสียไปกลับมาเกิดใหม่. ในเวลาต่อมา เธอได้ฝันเห็นเด็กผู้ชายผิวสองสีมาร้องไห้ ยื่นมือมาหาด้วยความน่าสงสาร. ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ได้ตั้งครรภ์และคลอดลูกชายคนเดียวออกมา.
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวชีวิตของผู้ส่งเคสเต็มไปด้วยความยากลำบากตั้งแต่เยาว์วัย. หลังจากบิดาเสียชีวิต มารดาได้ยกเธอให้ไปอยู่กับครอบครัวของคุณป้าและไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวใหม่. ที่บ้านป้า เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่รันทด ถูกใช้งานสารพัดทั้งงานบ้าน งานครัว รวมถึงการฆ่าสัตว์ทำอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการทำ แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะจะถูกลงโทษ. เมื่อโตขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลูกชายของคุณป้าได้พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นสามีของเธอ แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากคนในบ้าน. เหตุการณ์ที่สร้างความบอบช้ำทางจิตใจอย่างมากคือการที่เธอถูกบังคับให้ทำแท้งเมื่อตั้งครรภ์. ด้วยความเสียใจ เธอได้อธิษฐานจิตขอให้ลูกที่เสียไปกลับมาเกิดอีกครั้งและจะไม่พลัดพรากจากกันอีก. ไม่นานต่อมา เธอได้ฝันเห็นเด็กผู้ชายมาร้องไห้หา และหลังจากนั้นเธอก็ตั้งครรภ์และได้ลูกชายตามที่อธิษฐาน.
ชีวิตครอบครัวของเธอก็ไม่ราบรื่นนัก คุณป้ามักจะพูดกับสามีของเธอว่าลูกชายที่เกิดมาไม่ใช่ลูกของเขา ซึ่งทำให้สามีหลงเชื่อและไปมีภรรยาใหม่ มีลูกชายอีกคนซึ่งเขารักมาก ขณะที่ลูกชายที่เกิดกับเธอเขากลับไม่สนใจ. ด้วยความน้อยใจเสียใจ เธอจึงพาลูกชายมาอยู่กับมารดาให้ช่วยเลี้ยงและเธอเองก็ทำงานหาเลี้ยงลูกชาย.
แม้จะอยู่กับยาย แต่ลูกชายก็มักจะมานั่งคอยเธอด้วยท่าทีหงอยเหงา ไม่สดใส จนครูที่โรงเรียนเคยถามว่าเขามีปัญหาอะไร. เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าลูกชายจะออกจากบ้านทุกวันเวลา 19:30 น. เธอจึงลองตามไปดู. พบว่าบางครั้งเขาไปเดินรอบวัด นั่งที่บันไดกุฏิพระ จุดธูปเล่น บางครั้งก็ไปเล่นน้ำที่ท่าพระอาทิตย์ และมักจะถอดแว่นตาจนหายเป็นประจำ. เขาเป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยถามใคร เวลาจะไปไหนก็จะเดินไปเรื่อยๆ บอกว่าเดี๋ยวก็ถึง.
ต่อมา ลูกชายได้เข้าสู่เส้นทางการสร้างบารมีจากการอบรมธรรมทายาทรุ่น 23 ในปี พ.ศ. 2538 และช่วยงานชมรมพุทธมหาวิทยาลัยเกษตร. เขาเริ่มทำบุญทุกครั้งที่ขอเงินจากเธอ ซึ่งเธอก็ให้ด้วยความรัก. ลูกชายมีความสุขเบิกบานเมื่อได้พูดถึงหลวงพ่อและการสร้างบารมี.
อย่างไรก็ตาม ลูกชายมักมีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ จนไม่สามารถเรียนต่อได้ จึงลาออกจากมหาวิทยาลัยมาทำงาน แต่ก็ยังทำบ้างหยุดบ้างเพราะอาการปวดหัว. ในช่วงเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2545 มีพี่ที่วัดมาบอกบุญและสังเกตเห็นว่าลูกชายมีเลือดออกที่หู. เมื่อพาไปตรวจที่โรงพยาบาล จึงพบว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก ซึ่งลุกลามไปถึงสมองแล้ว.
ในช่วงที่ป่วย พี่ที่วัดยังคงมาเยี่ยม พูดถึงบุญให้เขานึกถึงบุญที่ทำมา. ลูกชายไม่เคยพลาดบุญทุกบุญจากวัดพระธรรมกาย เช่น กฐินปี 2546 หอฉันคุณยาย อาคาร 60 ปีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ทำบุญข้าวพระ 300,000 บาท ซึ่งเขาทำบุญมาตลอด. ในช่วงท้ายของชีวิต ลูกชายรู้ตัวว่าไม่ไหวแล้ว จึงบอกลาทุกคนและบอกเธอว่าจะไปเจอที่ดุสิตบุรี. เดิมทีเขาอยากไปดาวดึงส์เพราะสนุกดี แต่ตอนนี้หวังไปดุสิตบุรีอย่างเดียว. เขาได้มอบพระของขวัญที่ได้จากการทำบุญให้กับญาติๆ โดยบอกว่าไม่เสียดาย.
ในวันอาทิตย์ต้นเดือนที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2547 พี่และเพื่อนจากชมรมพุทธเกษตรได้มาเยี่ยม. เขามีอาการสดชื่นขึ้นมากและปลื้มกับบุญที่พี่และเพื่อนเล่าให้ฟัง เช่น บุญจุดประทีปมาฆบูชา และบุญบูชาข้าวพระ. แต่หลังจากนั้นอาการก็เริ่มทรุดลง. ลูกชายเริ่มซึม กินไม่ได้ ไม่มีแรงพูด หายใจไม่ออก เลือดออกทางจมูกและปากมากและไม่หยุด. แม้จะพยายามพูดถึงบุญที่เขาทำมาตลอดชีวิต แต่เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับรู้. หมอแนะนำให้ทำใจ เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าลูกชายจึงออกมานอกห้อง และลูกชายก็ได้เสียชีวิตในเวลา 03:30 น. ของวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2547 ด้วยอายุ 28 ปี 9 เดือน. ณ เวลานั้น ลูกชายเสียชีวิตไปได้ 10 วันแล้ว.
สำหรับสามีของผู้ส่งเคส หลังจากนั้นเริ่มมีอาการทางประสาท สติฟั่นเฟือน พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง. ครอบครัวเขาเองก็ไม่มีใครดูแล. เขาจึงแยกมาอยู่กับผู้ส่งเคส อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ พูดรู้เรื่องขึ้น แต่ถ้าห่างไปอาการก็จะกลับมาอีก. ปัจจุบันเขาไม่ได้ทำงานแล้ว ผู้ส่งเคสต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้และต้องคอยให้กินยาระงับประสาท.
คำถาม
- ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้:
- ลูกทำกรรมอะไรมาจึงต้องไปอยู่กับครอบครัวป้าตั้งแต่เด็กและถูกบังคับให้ทำแท้ง การทำแท้งจะมีผลต่อลูกอย่างไร และลูกที่แท้งไปคือคนเดียวกับลูกชายคนนี้หรือไม่
- ลูกชายทำกรรมอะไรมาจึงต้องมาเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกขณะใกล้ละโลก ลูกชายมีคตินิมิตอย่างไร ลูกพยายามพูดถึงบุญที่ทำมาเขารับรู้ได้หรือไม่ บุญข้าวพระ 300,000 บาทเขได้รับหรือไม่ และเหตุใดอาการจึงดีขึ้นมากในวันที่พี่และเพื่อนจากชมรมพุทธเกษตรมาเยี่ยม ตอนนี้ลูกชายอยู่ที่ไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร
- ลูกควรทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต เพราะรู้สึกใจหาย สับสน และคิดถึงลูกชายมาก
- สามีจะหายจากโรคทางประสาทหรือไม่ และต้องทำอย่างไร
- ลูกและลูกชายเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไรบ้าง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อทำกรรมอะไรถึงอายุสั้น เสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร อยู่ภพภูมิไหน และบุญที่อุทิศไปให้ได้รับหรือไม่
คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรที่ต้องป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน 19 ปี มีแผลแตกประจำ ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ การที่ผู้ส่งเคสทำบุญหล่อพระ 300,000 องค์ ใส่ชื่อท่านก่อนเสีย 3 วัน และอธิษฐานให้จากหนักเป็นเบา หาย ถ้าหมดอายุขัยให้ไปสุคติ เป็นเพราะคำอธิษฐานหรือไม่ที่ทำให้ท่านไม่ทรมานสังขาร ทั้งที่ไม่ได้เจตนาให้ท่านเสียชีวิตเร็ว คุณแม่บอกว่าคุณพ่อมาหาบ่อยช่วง 7 วันหลังเสีย เพราะรับรู้ได้ คุณพ่อมาหาจริงหรือไม่ ถ้ามาจริง ท่านเห็นรูปที่แม่ติดไว้ ดูจานดาวธรรม นึกถึงบุญได้หรือไม่
โยมยาย (คนจีน) เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกหลานอุทิศให้หรือไม่ มีอะไรอยากฝากบอกลูกหลานหรือไม่
วิบากกรรมใดทำให้พ่อแขนพิการ วิ่งหนีตำรวจไปเล่นไพ่? โรคปวดท้องรุนแรง ลักษณะมีก้อนกลมหมุน เกิดจากสาเหตุใด? ช่วงที่พ่อละเมอพูดว่า "เดี๋ยวคอยก่อน เดี๋ยวจะไปด้วย" พ่อเห็นอะไร? ทำไมชายแปลกหน้าจึงสั่งพ่อว่าเวลาอาบน้ำอย่าเอาน้ำราดหัวและห้ามฉี่? การตายของพ่อเกี่ยวข้องกับชายแปลกหน้าคนนั้นหรือไม่ ทำไมจึงเสียชีวิตง่ายๆ? พ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ให้ไปหรือไม่?
บุพกรรมใดที่ทำให้สามีต้องพลัดพรากจากพ่อและไม่ค่อยได้อยู่กับแม่ตั้งแต่เด็ก ต้องลี้ภัยสงคราม และมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบาก
เกี่ยวกับผู้ส่งเคสและญาติ: อะไรทำให้ผู้ส่งเคสและญาติมาอยู่ในสภาพแวดล้อมดงจระเข้?






