รักลูกให้ถูกทาง

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.288 รักลูกให้ถูกทาง

ออกอากาศ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2547

รักลูกให้ถูกทาง

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสได้เล่าถึงชีวิตของท่านตั้งแต่เยาว์วัย ท่านเกิดมาในครอบครัวที่มีพี่น้อง ๕ คน แต่คุณพ่อก็เสียชีวิตไปเมื่อท่านยังเด็กมาก ทำให้คุณแม่ไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด จึงต้องยกบุตรให้ผู้อื่นไปอุปการะ ท่านเติบโตมาภายใต้ความรักของคุณชวด คุณปู่ และคุณย่า แต่เมื่อท่านอายุได้ ๑๐ ขวบ การได้กลับไปพบคุณแม่ที่อุบลราชธานีทำให้ท่านดีใจมาก ทว่าเพียงไม่กี่วันคุณแม่ก็กลับไป เมื่อคุณปู่ถามว่าหากแม่มารับจะไปอยู่ด้วยไหม ท่านตอบว่า "ไป" คำตอบนี้ทำให้คุณปู่เสียใจมากและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่านรู้สึกบาปในใจมาตลอด เมื่อสิ้นปู่ ท่านเหมือนหมดที่พึ่งจึงตามหาแม่ที่อุบลราชธานี แต่เมื่ออยู่กับแม่ที่มีครอบครัวใหม่แล้ว ท่านรู้สึกเป็นส่วนเกิน สุดท้ายท่านก็ได้แต่งงาน ชีวิตกับสามีไม่ได้มีฐานะดีนักและต้องแยกบ้านออกมาอยู่ต่างหาก ต่อมาเตี่ยสามีก็ได้มาอยู่ด้วย จนกระทั่งเตี่ยสามีเสียชีวิตลงหลังจากการทะเลาะและท่านพูดด้วยความรำคาญว่า "ตามใจ" เมื่อท่านขู่ว่าจะกินยาตาย ผู้ส่งเคสรู้จักพระธรรมกายในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ และได้ชวนคนรอบข้างมาวัด จนกระทั่งน้องชายสามีซึ่งท่านเห็นว่าอมทุกข์ ถูกยิงเสียชีวิตในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้ส่งเคสมีข้อสงสัยในเรื่องกฎแห่งกรรมและภพภูมิหลังความตาย จึงได้กราบเรียนถามคุณครูไม่ใหญ่เพื่อขอคำตอบ

เนื้อเรื่อง

(ความยาว 2477 อักษร) ผู้ส่งเคสได้เริ่มต้นเรื่องราวชีวิตของตนเองให้คุณครูไม่ใหญ่ได้รับฟัง ท่านเกิดมาพร้อมพี่น้องอีก ๔ คน แต่ชีวิตในวัยเด็กต้องเผชิญกับการพลัดพราก คุณพ่อของท่านเสียชีวิตไปตั้งแต่ท่านอายุได้เพียงไม่กี่เดือน คุณแม่ซึ่งต้องรับภาระหนักในการดูแลบุตรจำนวนมากไม่สามารถแบกรับภาระได้ไหว จึงจำเป็นต้องยกบุตรบางส่วนให้ผู้อื่นไปอุปการะเลี้ยงดู ผู้ส่งเคสได้รับการดูแลด้วยความรักจากคุณชวด คุณปู่ และคุณย่า ท่านทั้งสามมอบความรักและดูแลท่านอย่างดีเยี่ยม ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุขตามอัตภาพ จนกระทั่งเมื่อท่านอายุได้ ๑๐ ขวบ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อพี่เขยได้เดินทางมารับท่านไปพบกับคุณแม่ที่มาจากจังหวัดอุบลราชธานี การได้พบหน้าคุณแม่และพี่ๆ หลังจากที่ต้องแยกจากกันไปนาน ทำให้ท่านรู้สึกดีใจและปลื้มปิติเป็นอย่างมาก แต่ความสุขนี้อยู่ได้เพียงชั่วครู่ เพราะหลังจากได้พบกันไม่กี่วัน คุณแม่ก็ต้องเดินทางกลับอุบลราชธานี พี่เขยจึงได้มาส่งท่านกลับไปอยู่บ้านคุณปู่ดังเดิม

เมื่อพี่เขยเดินทางกลับไปแล้ว คุณปู่ซึ่งรักท่านมาก ได้เอ่ยถามท่านด้วยความห่วงใยว่า "ถ้าแม่มารับไปอยู่ด้วยน่ะ จะไปมั้ย" ผู้ส่งเคสซึ่งยังเด็กและคิดถึงแม่อยู่แล้ว ตอบไปตามความรู้สึกอย่างซื่อๆ ว่า "ไป" คำตอบนี้สร้างความเสียใจอย่างใหญ่หลวงให้กับคุณปู่ ท่านถึงกับไม่ยอมกินข้าว ไม่กินอะไรเลย ในเวลาต่อมา คุณปู่ก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลงในที่สุด เหตุการณ์นี้ได้ทิ้งรอยแผลลึกไว้ในใจของผู้ส่งเคสตลอดมา ท่านรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของคุณปู่ เพราะคุณปู่เสียใจที่ท่านอยากไปอยู่กับแม่ ท่านคิดว่าการเสียชีวิตของคุณปู่มาจากความรักที่มีต่อท่านนั่นเอง

เมื่อคุณปู่ซึ่งเป็นหลักให้ท่านมาตลอดได้จากไป ผู้ส่งเคสรู้สึกเหมือนขาดแพที่พึ่ง ท่านจึงตัดสินใจออกเดินทางไปตามหาคุณแม่ที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่เมื่อได้ไปอยู่กับคุณแม่ ท่านพบว่าคุณแม่มีครอบครัวใหม่ มีสามีและลูกชายแล้ว ผู้ส่งเคสรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินในครอบครัวใหม่นี้ ในที่สุดคุณแม่จึงแนะนำให้ท่านแต่งงาน

ผู้ส่งเคสได้แต่งงานและย้ายมาอยู่กับสามีซึ่งมีพี่น้องหลายคนและไม่ได้มีฐานะร่ำรวยนัก ท่านและสามีจึงตัดสินใจแยกครอบครัวออกมาอยู่ต่างหาก ไม่นานหลังจากที่ท่านคลอดลูกสาวคนแรกได้ประมาณหนึ่งเดือน เตี่ยของสามีต้องเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะ หลังจากนั้น สามีของท่านก็ได้รับเตี่ยให้มาอยู่ด้วย เพื่อช่วยดูแลเนื่องจากท่านอายุมากแล้ว อีกสามปีต่อมา ผู้ส่งเคสก็ได้ให้กำเนิดลูกชายอีกคน เตี่ยสามีรักลูกชายของผู้ส่งเคสมาก

วันหนึ่ง เตี่ยสามีได้มีปากเสียงทะเลาะกับสามีของผู้ส่งเคส ด้วยความโกรธ ท่านจึงย้ายไปอยู่กับญาติ แต่ผ่านไปไม่นาน ท่านก็ขอเดินทางกลับมาอยู่กับครอบครัวผู้ส่งเคสอีกครั้ง ในเวลานั้น ฐานะของผู้ส่งเคสยังไม่ดีนัก ท่านจึงบอกเตี่ยสามีว่าขอปรึกษาลูกๆ คนอื่นของท่านก่อน แต่เตี่ยสามีไม่ยอม ยืนกรานว่าจะต้องย้ายเข้ามาในวันนั้น หากไม่ย้ายก็จะกินยาตาย ผู้ส่งเคสคิดว่าเตี่ยสามีคงแค่พูดขู่เล่น ท่านจึงตอบไปอย่างไม่ใส่ใจนักว่า "ตามใจ"

ต่อมาไม่นาน ผู้ส่งเคสได้รับข่าวว่าเตี่ยสามีได้เสียชีวิตลงแล้ว ท่านรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์นี้ เพราะเตี่ยสามีรักและผูกพันกับครอบครัวของท่านมาก นี่เป็นความสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งในชีวิตผู้ส่งเคส หลังจากที่คุณปู่ได้จากไปก่อนหน้านี้

ผู้ส่งเคสได้มารู้จักและเข้าวัดพระธรรมกายในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ เมื่อตนเองและคนในครอบครัวเริ่มเข้าใจและรักวัดแล้ว ท่านก็ได้ชักชวนเพื่อนและญาติให้มาวัดสร้างบารมี มีหลายคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็มีอีกหลายคนที่ติดตามและมาวัดอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในนั้นคือน้องชายของสามี ในวันอาทิตย์ต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ น้องชายสามีได้พาครอบครัวมาวัด ผู้ส่งเคสมองเขาแล้วรู้สึกว่าเขากำลังมีเรื่องทุกข์ใจ ดูน่าสงสาร ท่านจึงถามเขาด้วยคำถามสำคัญว่า "ถ้าแกตายแล้ว จะไปไหน รู้ไหม" น้องชายสามีดูตกใจและไม่ตอบ ผู้ส่งเคสจึงแนะนำให้เขาว่า "ถ้าตายแล้ว ให้ไปที่ธรรมกายเจดีย์นะ ใจดี ไปเวียนประทักษิณ ๓ รอบ" และให้ระลึกถึงบุญที่เคยสร้างไว้ น้องชายรับทราบ ก่อนกลับบ้าน เขาได้เห็นอัลบั้มรูปเก่าๆ สมัยที่เขาเคยมาทำบุญที่วัด แล้วก็ดูเบิกบานใจขึ้น

ผู้ส่งเคสได้พยายามชวนน้องชายสามีมางานบุญมาฆบูชา แต่เขาก็มาไม่ได้ เขาจึงนัดว่าจะมางานวันอาทิตย์ต้นเดือนมีนาคมแทน ตามปกติแล้ว สามีของผู้ส่งเคสจะขับรถจากอุบลราชธานีมารับท่านและลูกชายที่โคราชในเย็นวันเสาร์ต้นเดือน เพื่อเดินทางไปวัดในวันอาทิตย์ แต่ในเย็นวันเสาร์ที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ก่อนเวลาเดินทาง น้องสะใภ้ได้มาแจ้งสามีของผู้ส่งเคสว่าไปไม่ได้ เพราะลูกๆ ไม่สบาย สามีจึงต้องเดินทางมาคนเดียว แต่เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดสุรินทร์ในเวลาประมาณตีสอง น้องสะใภ้ได้โทรมาแจ้งข่าวร้ายว่าน้องชายถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ผู้ส่งเคสระบุว่าคือน้องชายคนเดียวกับที่ท่านได้ถามคำถามเรื่องความตายไป สามีผู้ส่งเคสรู้สึกสับสนมากเพราะไม่เคยมีวี่แววว่าน้องชายมีศัตรู เมื่อมาถึงโคราช สามีอยากรีบกลับอุบลฯ เพื่อไปดูเหตุการณ์และจัดงานศพ แต่ผู้ส่งเคสได้บอกสามีว่าสิ่งที่ช่วยน้องชายได้ในตอนนี้มีเพียงบุญเท่านั้น จึงได้เดินทางไปวัดเพื่อบูชาข้าวพระและทำบุญองค์พระ ๓ แสนบาท อุทิศไปให้ ผู้ส่งเคสเชื่อว่าการกระทำนี้ถูกต้องตามหลักวิชชา เมื่อกลับไปถึงอุบลราชธานี ญาติได้เล่าถึงเหตุการณ์ว่าน้องชายกลับจากขายของดึก และถูกคนร้ายขับรถตามมายิงในที่เปลี่ยวโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ส่งเคสได้อธิษฐานบอกน้องชายให้ไปที่เจดีย์ นึกถึงบุญให้ได้ หลังจากการจากไปของน้องชายสามี ผู้ส่งเคสไม่ได้ร้องไห้เลย เพราะท่านเชื่อในคำสอนของหลวงพ่อ

จากเรื่องราวชีวิตและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ส่งเคสจึงมีคำถามดังต่อไปนี้

คำถาม

  1. ๑. กรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องเกิดมากำพร้าพ่อ ทำไมคุณแม่ถึงเหมือนไม่รัก แต่คุณชวด คุณปู่ และคุณย่ากลับรักมากและผู้ส่งเคสก็ผูกพันกับท่านมาก การที่คุณปู่เสียชีวิตเพราะเสียใจในเรื่องผู้ส่งเคส ท่านจะบาปมากหรือไม่
  2. ๒. การที่เตี่ยสามีเสียชีวิต ท่านจะติดกรรมไปด้วยหรือไม่ เพราะท่านบอกว่าตามใจเมื่อเตี่ยสามีขู่จะฆ่าตัวตายและไม่ห้าม
  3. ๓. เตี่ยสามีขณะนี้อยู่ในภพภูมิใด มีอะไรจะบอกผู้ส่งเคสหรือไม่
  4. ๔. คุณพ่อ คุณแม่ คุณชวด คุณปู่ คุณย่า และเตี่ยสามี ทั้ง ๖ ท่าน ได้รับบุญจากการทำบุญองค์พระที่อุทิศไปให้หรือไม่
  5. ๕. น้องชายสามีทำกรรมใดไว้จึงต้องมาเสียชีวิตอนาถเช่นนี้ ตัวเขาจะรู้หรือไม่ว่าใครทำร้ายและสาเหตุมาจากอะไร ขณะนี้เขาอยู่ในภพภูมิใด หลังเสียชีวิตเขาได้ไปเวียนประทักษิณที่ธรรมกายเจดีย์หรือไม่ และการที่เขามาเข้าฝันผู้ส่งเคส เขาอยากจะบอกอะไร (ผู้ส่งเคสระบุภายหลังว่าการเข้าฝันอาจเป็นเพียงความคิดคำนึง )
  6. ๖. ลูกชายผู้ส่งเคสเคยบวชรุ่น ๕๖ ปี ฉลองเจดีย์ครั้งที่ ๑ จะมีโอกาสได้บวชตลอดชีวิตหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

แรงศรัทธา

โยมพ่อตายแล้วอยู่ภพภูมิใด ตอนที่ท่านตายใหม่ๆ รู้สึกตัวว่าตายแล้วหรือไม่ มีอะไรฝากบอกลูกๆ บ้างหรือไม่

ครอบครัวขัดสนเพราะการพนัน

ทำไมแม่ต้องเกิดในครอบครัวแตกแยก มีชีวิตลำบาก และถูกขังในวัยเด็กทั้งที่ไม่ได้ทำผิด?

แม่หัวเราะตาย ส่วนลูกชายถูกตัดลิ้น

คุณแม่เสียชีวิตด้วยการหัวเราะเพราะกรรมใด ขณะที่เสียชีวิตใจหมองหรือใส

ลำบากมาก วิบากวจีกรรม

บรรพบุรุษทั้ง 5 คน (ก๋ง ย่า เตี่ย แม่ น้า) มีใครมาเกิดเป็นลูกหลานของ ผู้ส่งเคส หรือไม่?

อยู่บ้านเล้าไก่

คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่

คันได้แต่ห้ามปวด

ทำไมคุณแม่จึงเกิดมาเป็นลูกคนโต ต้องลำบากเลี้ยงน้อง 10 คน ทำงานหนัก ไม่มีโอกาสเรียนสูง

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา