
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.311 หลวงปู่สัมฤทธิ์
ออกอากาศ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2547
หลวงปู่สัมฤทธิ์
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคส เล่าถึงชีวิตของคุณปู่และคุณย่าที่เป็นที่รักยิ่ง โดยเริ่มจากภาพของคุณปู่ผู้มีรูปร่างใหญ่ ผิวเข้ม และดูดุ แต่ไม่เคยใช้ถ้อยคำหยาบคาย เพียงใบหน้าเรียบเฉยก็ทำให้หลานๆ ตัวสั่นด้วยความเกรงกลัว ในวัยเด็ก เมื่อไปเยี่ยมคุณย่าแล้วพบคุณปู่อยู่บ้าน ก็รู้สึกไม่เป็นสุขนัก หลานๆ ไม่กล้าเข้าหา และคุณปู่ก็ไม่เข้าหาใครเช่นกัน ชีวิตของคุณปู่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ชอบอยู่สันโดษ ไม่ดิ้นรนเรื่องทรัพย์สิน ใครขออะไรก็ยกให้ง่ายๆ แม้แต่ที่ดิน คุณปู่ไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยอย่างกุ้งหอยปูปลา โดยท่านบอกว่าเห็นว่าเป็นบาป ผู้ส่งเคสมองว่าผู้ที่เข้าใจจะรู้ว่าคุณปู่ "ขี้เกียจทำบาป" มากกว่าขี้เกียจทั่วไป ช่วงเวลาที่ร่าเริงของคุณปู่คือการได้นั่งสนทนาธรรมกับเพื่อนบ้าน ท่านจะนั่งที่ระเบียงบ้านวันละหลายชั่วโมง ใบหน้าจะแจ่มใสและยิ้มแย้มตลอดเวลา เรื่องราวเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ส่งเคสได้เรียนรู้เรื่องราวชีวิตและการเดินทางธรรมะของคุณปู่ รวมถึงชีวิตของคุณย่าที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยและคำถามเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตและหลังความตายของทั้งสองท่าน รวมถึงเรื่องราวของคุณแม่และตนเอง นำมาสู่การสอบถามเพื่อหาคำตอบและแนวทางในการสร้างบารมีต่อไป
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวนี้เริ่มขึ้นจากชีวิตของคุณปู่และคุณย่าของคุณผู้ส่งเคส คุณปู่เป็นคนร่างใหญ่ แข็งแรง ผิวเข้ม และดูดุมาก แม้ไม่เคยใช้คำพูดหยาบคาย แต่ใบหน้าที่เรียบเฉยของท่านก็ทำให้เด็กๆ หวาดกลัว เมื่อใดที่เด็กๆ ไปเยี่ยมคุณย่าแล้วเจอคุณปู่ ก็จะรู้สึกไม่เป็นสุข คุณปู่ใช้ชีวิตสันโดษ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ไม่ดิ้นรนหาทรัพย์ ชอบให้ทาน ใครขออะไรก็ยกให้ง่ายๆ แม้แต่ที่ดินที่มีราคา ท่านไม่สนใจการฆ่าสัตว์ โดยท่านเห็นว่าเป็นการทำบาป บางคนอาจมองว่าท่านขี้เกียจ แต่สำหรับผู้ที่เข้าใจจะรู้ว่าท่านขี้เกียจทำบาป ช่วงเวลาแห่งความสุขของคุณปู่คือการได้นั่งสนทนาธรรมกับเพื่อนบ้าน ใบหน้าท่านจะแจ่มใสมีรอยยิ้ม
เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์และเป็นข่าวใหญ่ในละแวกนั้นคือ เมื่อคุณปู่อายุ 75 ปี ท่านตัดสินใจออกบวช ท่านเริ่มต้นชีวิตสมณะเหมือนภิกษุหนุ่ม ทั้งที่อายุมากแล้ว ท่านปฏิบัติสมณกิจอย่างสมภาคภูมิทุกประการ หลังบวช ท่านออกแสวงหาครูบาอาจารย์ ประมาณปี 2526 ท่านเดินทางจากอีสานใต้ไปอีสานเหนือ อยู่ที่จังหวัดสกลนคร 4 ปี เพื่อฝึกสมาธิอย่างจริงจัง ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในถ้ำและป่าเขา มีฉันบ้างไม่ฉันบ้าง แต่ท่านไม่ใส่ใจเพราะมุ่งปฏิบัติธรรม ท่านไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก แม้ฝนตกแดดออก มดกัด ขณะนั่งสมาธิ ท่านก็นั่งต่อเนื่องได้ถึง 12 ชั่วโมง ท่านไม่ได้ปฏิบัติตนเหมือนภิกษุชราวัย 80 ปี ไม่ทะนุถนอมสังขาร แต่ใช้สังขารเพื่อสร้างบารมี เมื่ออยู่ในเพศสมณะ หลวงปู่ก็มีเมตตา มีญาติโยมมาดูแล แต่ท่านก็ไม่ติดญาติโยม ปฏิสันฐานเฉพาะที่จำเป็น
เมื่ออายุ 94 ปี หลวงปู่เริ่มป่วย แขนไม่มีแรงพอที่จะฉันเองได้ แต่ท่านยังสามารถนั่งสมาธิกายตั้งตรงได้หลายชั่วโมง ญาติโยมเล่าว่าบางครั้งท่านนั่งสมาธิเป็นวันๆ ไม่ยอมออกมาฉัน เพราะท่านบอกว่าถ้าไม่นั่ง ร่างกายจะเจ็บปวด เหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หลวงปู่มรณภาพเมื่ออายุ 95 ปี อยู่ในเพศสมณะได้ 20 พรรษา ท่านบวชตอนอายุ 75 และมรณภาพตอน 95 ปี
ในทางตรงข้าม คุณย่าลูกเป็นคนอ่อนโยน รักลูกหลานมาก ท่านไม่ค่อยอนุโมทนากับการบวชของคุณปู่เพราะเห็นว่าอายุมากแล้ว และทั้งสองไม่เคยพรากจากกันไปไหน คุณย่าร้องไห้และตัดพ้อเล็กน้อยว่าคุณปู่ทิ้งท่าน ไม่ดูแลยามแก่ชรา คุณย่าตักบาตรทุกวัน วันพระไปถือศีล 8 ที่วัด แต่เมื่อกลับจากวัดถึงบ้าน ก็ยังคงคุยแต่เรื่องครอบครัว ลูกหลาน กิจการ งาน เรื่องความรวยความจน และมหรสพ แตกต่างจากคุณปู่ที่คุยแต่เรื่องธรรมะกับเพื่อนๆ
คุณย่าอายุยืนถึง 91 ปี ก็เริ่มป่วย เป็นความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจเต้นแรง เหนื่อยหอบ ผุดลุกผุดนั่ง ไม่เป็นสุข บางครั้งเห็นคนตัวดำๆ หน้าตาน่าเกลียดมาหาเต็มไปหมด บางครั้งก็เพ้อร้องเสียงเหมือนม้า เมื่อได้สติและถูกถาม คุณย่าบอกว่าคิดถึงพ่อ สมัยสาวๆ พ่อท่านเลี้ยงม้าไว้หลายตัวและสอนให้ขี่ม้า แสดงถึงความผูกพันกับอดีต คุณย่ามีความผูกพันกับบ้าน ช่อง ลูกหลานมาก แม้เจ็บหนักก็ไม่อยากตาย เมื่อบอกให้ท่องสัมมาอรหัง ท่านบอกว่ายาวไป เหนื่อย บอกให้ท่องพุทโธ ท่านบอกว่าท่องมา 10 ปีแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น ลูกหลานเข้าใจว่าท่านเจ็บหนักและไม่คุ้นเคยกับหลักวิชชาเหล่านี้ เมื่อความตายมาถึง คุณย่าทำใจไม่ได้ คุณย่าเสียชีวิตด้วยเส้นเลือดในสมองแตก อายุได้ 92 ปี ก่อนหลวงปู่มรณภาพเพียง 3 เดือน
คุณแม่ของคุณผู้ส่งเคสได้ติดดาวธรรมตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 ทำให้ท่านอยากไปนั่งสมาธิที่พนา และเข้าใจเรื่องบุญมากขึ้น ไม่ฆ่าสัตว์ทำอาหาร ตักบาตรทุกวัน วันใดที่ดาวธรรมมีปัญหา คุณแม่จะกระวนกระวายใจรอช่างซ่อม เหมือนมีอะไรขาดหายไปจากชีวิต แต่ก่อนมีดาวธรรม คุณแม่ดูละครเพื่อรอเวลาให้หลับ ดูเพราะไม่รู้จะดูอะไร แต่ตอนนี้คุณแม่บอกว่าเวลาที่สำคัญที่สุดคือ 19.30-22.00 น. (ช่วงเวลาดาวธรรม)
ผู้ส่งเคสเองได้เข้ามาวัดได้โดยสะดวกและมีความสุขในการสร้างบารมีอย่างยิ่ง และปรารถนาที่จะบวชและไม่สึกในชาติหน้า
เรื่องราวชีวิตที่แตกต่างกันของคุณปู่และคุณย่า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ ทำให้ผู้ส่งเคสมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบเพื่อความเข้าใจในเส้นทางชีวิตและธรรมะ
คำถาม
- ทำไมหลวงปู่จึงออกบวชทั้งที่อายุมากแล้ว
- หลวงปู่นั่งสมาธิได้รับความสุขอย่างไร จึงสามารถนั่งได้นาน
- หลวงปู่มรณภาพแล้วไปไหน ก่อนสิ้นท่านหลับตากวักมือเรียกให้เข้าไป ท่านเห็นอะไรคะ ทำอย่างไรหลวงปู่จึงจะได้ไปอยู่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษคะ
- เมื่อหลวงปู่ป่วย มีคนออกความเห็นให้หลวงปู่สึกเพื่อให้ลูกหลานดูแลใกล้ชิด แต่หลวงปู่ไม่ยอม การที่คนคิดสึกพระเพราะอยากดูแลตามฆราวาสวิสัย บาปมากไหมคะ
- คุณย่าสิ้นใจแล้วไปไหน พอจะนึกถึงบุญที่ทำบ่อยๆ คือตักบาตร ไหว้พระ ไปวัด ได้บ้างไหมคะ
- คุณแม่ฆ่าสัตว์ทำอาหารมามาก กลัวอายุสั้น ทำอย่างไรคุณแม่จะอายุยืนและแข็งแรงคะ
- ลูกทำบุญอะไรมา จึงได้เข้าวัดโดยสะดวกโยธินและสร้างบารมีอย่างมีความสุขเหลือเกินเจ้าคะ ชาติหน้าลูกขอสมัครเป็นพระบวชแล้วไม่สึกค่ะ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อและคุณแม่ของผู้ส่งเคส ละโลกแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ ท่านมีอะไรฝากมาบอกหรือไม่
ผู้หญิงรูปร่างท้วมใส่ชุดขาวที่มาเข้าฝันคุณแม่ว่า "มึงเลี้ยงลูกตูไม่ดี ตูจะมาเอาลูกตูคืน" มีจริงหรือไม่ และเด็กทั้งสองเสียชีวิตอย่างไร ใครเสียชีวิตก่อนหลัง?
คุณตาบวช 10 พรรษา มรณภาพแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่.
ผู้ส่งเคสมีคำถามหลายข้อเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในครอบครัว คุณครูไม่ใหญ่ได้สรุป คำถามรวมเป็น 12 ข้อใหญ่ ดังนี้
คุณพ่อฝันว่าพระพุทธรูปมาขอไม่ให้ฆ่าสัตว์ เป็นเพราะพระพุทธรูปทำให้นิมิตในฝันหรือไม่
คุณตาเป็นคนดีแต่ทำไมถึงชนไก่และกัดปลา? บุพกรรมใดทำให้ป่วยเป็นมะเร็งลำคอ? ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร? ตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่? มีอะไรอยากฝากบอกใครบ้าง?






