
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.315 น้ำป่าคร่าชีวิต และวิบากจากความดื้อถือตัว
ออกอากาศ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2547
น้ำป่าคร่าชีวิต และวิบากจากความดื้อถือตัว
ประวัติผู้ส่ง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากผู้ส่งเคส ซึ่งปัจจุบันเป็นพระภิกษุ เล่าถึงครอบครัวของท่านที่มี 5 คน คือ โยมยาย โยมแม่ โยมพี่ชายคนละพ่อ โยมพี่สาว และตัวท่านเอง โยมแม่ของท่านผ่านการแต่งงานมาสองครั้ง สามีคนแรกคือพ่อของพี่ชายคนโต เสียชีวิตจากการถูกเพื่อนร่วมธุรกิจหักหลังและสันนิษฐานว่าถูกลวงไปฆ่า ต่อมาโยมแม่แต่งงานครั้งที่สองกับพ่อของผู้ส่งเคส มีลูกด้วยกันสองคนคือโยมพี่สาวและตัวท่าน โยมพ่อของท่านเสียชีวิตตั้งแต่ท่านอายุได้ 4 เดือน โยมแม่เล่าว่าโยมพ่อทำธุรกิจค้าพลอยที่จันทบุรี วันหนึ่งไปเก็บเงินจากการแทงหวยกับเพื่อนแล้วหายตัวไปพร้อมรถยนต์ พลอย และเงินสด โยมแม่สันนิษฐานว่าถูกเพื่อนหักหลังและฆ่าชิงทรัพย์ โยมแม่เคยไปถามพระรูปหนึ่ง ซึ่งท่านบอกว่าพ่อถูกนำไปขังไว้ที่โรงเก็บน้ำในจันทบุรี แม่ไปตามหาแต่ไม่พบ ครั้งที่สองถามอีก ท่านบอกว่าพ่อถูกฆ่ายัดกระสอบไปทิ้งทะเล เป็นที่น่าสังเกตว่าพ่อของพี่ชายคนโตและพ่อของผู้ส่งเคสเสียชีวิตด้วยสาเหตุคล้ายกัน หลังจากหมดหวังตามหาศพโยมพ่อแล้ว โยมแม่จึงย้ายกลับบ้านเกิดที่จังหวัดตาก ผู้ส่งเคสก่อนบวชศึกษาอยู่ชั้น ม.6 ได้เข้าอบรมธรรมทายาทรุ่น 28 ปี 2543 บวชเป็นสามเณรและอยู่ต่อมา 4 ปี ระหว่างบวช โยมแม่มาเยี่ยม 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายคือวันที่ 27 มีนาคม 2547 เพื่อถวายบาตรและผ้าไตรในโอกาสที่ท่านจะอุปสมบท ขณะที่ผู้ส่งเคสสวดให้พร โยมแม่น้ำตาคลอด้วยความปีติ และนั่นคือวันสุดท้ายที่ได้พบกัน
เนื้อเรื่อง
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม 2547 ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น พี่ชายมาแจ้งข่าวว่ามีน้ำป่าไหลหลากท่วมใหญ่ที่อำเภอแม่ระมาศ จังหวัดตาก น้ำได้พัดทั้งบ้านซึ่งมีโยมแม่ โยมยาย โยมป้า ลูกชายของโยมป้าที่พิการ และบ้านเรือนชาวบ้านหลายหลังไปกับสายน้ำ บ้านของโยมแม่ได้รับความเสียหายมากที่สุดเพราะอยู่ตรงทางน้ำพอดี คุณครูไม่ใหญ่เห็นภาพแล้วก็แปลกใจ เพราะบ้านหลังใหญ่เหลือแต่ตอ หายไปในพริบตา เพิ่งปลูกใหม่ด้วย
หลังเกิดเหตุทันที โยมพี่ชายและโยมพี่สาวได้กลับบ้านเพื่อไปตามหาศพโยมแม่ หนึ่งวันหลังเกิดเหตุ จึงพบศพโยมแม่จมอยู่ในซากบ้านที่ลอยไปติดอยู่ใต้สะพานท้ายหมู่บ้าน ศพของลูกชายป้าลอยไปไกลเกือบ 3 กิโลเมตร ส่วนศพของโยมยายและโยมป้าอยู่ใกล้กัน มีแมลงวันตอม พบศพโยมยายและโยมป้าหลังเกิดเหตุ 2 วัน สภาพศพของโยมแม่เสียหายมากที่สุดจนแทบจำไม่ได้ ขณะที่น้ำมา โยมแม่ยังอยู่ในบ้าน น้ำป่ามรณะได้พัดบ้านพร้อมโยมแม่ไปอัดเข้ากับสะพาน กระดูกหักทั่วร่าง ศีรษะแทบไม่เป็นรูปเดิม โยมแม่นอนตายตาไม่หลับ ก่อนเผา ผู้ส่งเคสได้เปิดโลงศพดูสภาพทุกศพ และใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพตามประเพณี ตาของโยมแม่จึงหลับสนิทลง มีเพียงศพโยมป้าที่ตัวขึ้นอืด ทรงกลิ่น ลิ้นยังคาปากอยู่
โยมแม่เป็นคนอดทน ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยคดโกงใคร และสอนลูกให้เป็นคนอดทน ซื่อสัตย์มาตลอด ผู้ส่งเคสเคยสอนโยมแม่ โยมยาย และญาติๆ นั่งสมาธิ ภาวนาสัมมาอะระหัง โยมแม่ก็นั่งสมาธิก่อนนอนเสมอ เมื่อผู้ส่งเคสบอกชวนทำบุญ เช่น กฐิน ผ้าป่า โยมแม่ก็ทำตามกำลังทุกบุญ และชวนญาติมาร่วมบุญด้วย
โยมแม่เสียชีวิตอายุ 59 ปี โยมยายเสียชีวิตอายุเกือบ 90 ปี แต่ยังแข็งแรง ไปไหนมาไหนได้เอง โยมยายมีวิชาอาคม รักษาพยาบาล เคยรักษาแขนหักของผู้ส่งเคสโดยใช้น้ำมันปลุกเสกทาและเป่ามนต์จนหาย โยมยายก็ทำบุญตามกำลัง แต่ยังทำปาณาติบาต เช่น ตกปลา ทำอาหารบ้าง เมื่อบ้านปลายไม่มีแรงหาปลา จึงไม่มีโอกาสทำบาป โยมป้าเสียชีวิตอายุ 67 ปี เคยทำไร่ทำนา ภายหลังค้าขายเล็กน้อย ลูกชายของโยมป้าเสียชีวิตอายุ 45 ปี เขาเกิดมาขาพิการ เดินไม่ได้ ต้องคลาน อายุสิบกว่าปีเดินได้บ้างแต่ไม่ถนัด พออายุสามสิบกว่าก็กลับมาเดินไม่ได้อีก ได้แต่นอนจนก้นเป็นแผล หมอดูบอกว่าลูกชายป้าถูกไสยเวทจากพระญาติรูปหนึ่ง ทำให้มีอาการตัวเกร็ง แขนขาไม่มีแรง บางครั้งรู้สึกเหมือนมีใครมาบีบขาจนขาพันกันกลางคืน มักร้องขอความช่วยเหลือ รู้สึกเหมือนมีอะไรมาทำร้ายบ้าง หายใจไม่ออกบ้าง เหมือนมีอะไรมาทับบ้าง ลูกชายโยมป้าร้องอยู่หลายปี จนเสียชีวิตด้วยน้ำป่าในที่สุด เสียชีวิตหมดทั้งบ้าน ตายพร้อมกัน
คำถาม
- โยมพ่อของผู้ส่งเคส และพ่อของพี่ชายคนโต เสียชีวิตอย่างไร ปัจจุบันอยู่ภพภูมิไหน และรับบุญได้หรือไม่
- ทำไมโยมแม่ โยมยาย โยมป้า และลูกชายของโยมป้า จึงเสียชีวิตเพราะน้ำป่าไหลหลาก ท่านมีบุพกรรมใดจึงต้องมาเสียชีวิตพร้อมกัน ขณะนี้ทั้ง 4 ท่านอยู่ภพภูมิใด และเหตุใดคนในหมู่บ้านจึงประสบเหตุนี้
- แม่และหมู่ญาติที่เสียชีวิต ได้ทำตามคำแนะนำของผู้ส่งเคสที่บอกให้นึกถึงบุญและทำสัมมาอะระหังได้หรือไม่
- ลูกชายของโยมป้า ตั้งแต่เกิดเดินไม่ได้ พออายุสิบกว่ากลับมาเดินได้ แต่พออายุ 30 กลับเดินไม่ได้อีก เป็นเพราะอะไร ตายแล้ววิญญาณสามารถเดินได้หรือไม่
- อะไรที่ทำให้ลูกชายของโยมป้าร้องกลางคืนเป็นเวลาหลายปี
- คืนที่สองของงานสวดอภิธรรม พี่ชายได้ถ่ายภาพงานศพ เห็นดวงแก้วลอยอยู่เหนือโลงศพ 2 ดวง ดวงแก้วในภาพคือดวงวิญญาณของโยมแม่และญาติใช่หรือไม่
- บุญบวชของผู้ส่งเคสมีส่วนช่วยครอบครัวและหมู่ญาติอย่างไร
- พี่ชายและผู้ส่งเคสได้สร้างบารมีมากับหมู่คณะทุกภพทุกชาติหรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
ทำไมป้าถึงรักผู้ส่งเคสมาก ชีวิตเหมือนมาเพื่อเลี้ยงดูผู้ส่งเคสโดยเฉพาะ? ผู้ส่งเคส คุณแม่ และป้า มีบุพกรรมต่อกันอย่างไรจึงต้องมาดูแลป้าตอนช่วยตัวเองไม่ได้? บุพกรรมอะไรที่ทำให้ป้ามีชีวิตโดดเดี่ยว แม้ก่อนเสียชีวิตก็ไม่มีคนคุ้นเคยหรือที่รักอยู่ด้วย? ขณะนี้ป้าอยู่ไหน เป็นอย่างไร บุญที่ทำไปมีผลกับป้าอย่างไร?
เตี่ยและแม่เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ และมีข้อความฝากถึงลูกสาวไหม
เป็นเพราะวิบากกรรมใด ลูกสาวและเลขาถึงได้ถูกบังคับเอาตัวไป ชาย 3 คนนั้นมีวิบากกรรมร่วมกันมาอย่างไร จุดเริ่มต้นของวิบากกรรมนี้เกิดเมื่อไหร่ ทำอย่างไรถึงจะตัดวงจรวิบากกรรมนี้ได้ ลูกสาวและเลขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถ้าเสียชีวิตแล้วชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร ทำไมถึงฝันเห็นบ่อยๆ และบุญต่างๆ ที่ทำให้อย่างสร้างพระธรรมกายประจำตัว ช่วยลูกสาวอย่างไรบ้าง มีข้อความฝากมาไหม และเคยเกิดเป็นแม่ลูกกันมาก่อนหรือไม่.
บุพกรรมใดคุณปู่จึงป่วยด้วยโรคหอบและความดันสูง? ท่านตายแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอย่างไร? กรรมจากการสูบบุหรี่ของท่านส่งผลหลังละโลกหรือไม่?
คุณปู่ หรือ คุณย่า ของผู้ส่งเคส ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่? กรรมใดทำให้คุณย่าเป็นมะเร็งในถุงน้ำดีและติดเชื้อในกระแสเลือด? กรรมเจ้าชู้ของคุณปู่จะส่งผลอย่างไร และบุญที่บวชช่วงบั้นปลายชีวิตจะส่งผลอย่างไร?






