
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.410 หนู4ขวบแม่ไม่รักหนูหรือ
ออกอากาศ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2547
หนู4ขวบแม่ไม่รักหนูหรือ
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านความยากลำบากมาตั้งแต่เด็ก จากเด็กหญิงตัวน้อยที่ต้องกินข้าวกับน้ำปลา ทำงานบ้านดูแลน้องๆ ตั้งแต่ 4 ขวบ และถูกทำร้าย ชีวิตพลิกผันได้ไปอยู่กับ คุณนาย ผู้ใจดีที่ส่งเสียให้เรียน แต่ก็ต้องเผชิญความรังเกียจจากเพื่อนที่โรงเรียน และมีนิสัยชอบขโมย เมื่อ คุณนาย เสียชีวิต ก็ถูกไล่ออกจากบ้าน ต้องกลับมาอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงอีกครั้ง ทำงานเป็นครูได้เงินเดือนน้อยนิดและยังถูกดูถูก จนทนไม่ไหวกลับมาอยู่กับยาย แม้ยายจะไม่สนับสนุนให้เรียนต่อ แต่สุดท้ายเมื่อแต่งงานชีวิตก็ดีขึ้น ได้เรียนต่อจนจบปริญญาโท และประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้เป็น ครูใหญ่ และเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลสมความฝัน ได้รับรางวัล สตรีตัวอย่าง และ บุคคลดีเด่น แม้จะไม่มีบุตรของตนเองแต่ก็ได้นำเด็กมาเลี้ยงดู และยังรับอุปการะน้องๆ ต่างบิดาของตนเอง ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากมายนี้ทำให้ผู้ส่งเคสเกิดคำถามในใจเกี่ยวกับวิบากกรรมและเส้นทางชีวิต
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อพ่อของผู้ส่งเคสซึ่งเป็นพระเอกลิเกแชมป์ ได้ไปสนิทสนมกับตาของผู้ส่งเคสซึ่งเป็นหมอขวัญ พ่อลิเกไปเที่ยวบ้านตาบ่อยๆ และเกิดชอบแม่ของผู้ส่งเคสที่เป็นลูกสาวของตา จนในที่สุดแม่ได้หนีตามพ่อลิเกไป การกระทำนี้ทำให้ตาโกรธมากถึงกับตัดขาดความเป็นพ่อลูก แม่เมื่อไปอยู่กับพ่อลิเกจึงได้รู้ว่าพ่อมีเมียมีลูกแล้ว ชีวิตของแม่ลำบากมากเพราะพ่อลิเกยังคงไปแสดงลิเกและเจ้าชู้เหมือนเดิม ส่วนย่าของลูกซึ่งเป็นแม่ของพ่อลิเกก็ติดการพนันและอบายมุข ด่าทอแม่ตลอดเวลา เมื่อแม่คลอดลูกได้ 2 เดือน ย่าก็ให้แม่ไปทำนา แม่ต้องเอาลูกอายุ 2 เดือนใส่เรือพายลำเล็กๆ เอาผ้าขึงกันแดด แล้วพายเรือไปทำนาไป พลางมองเรือลูกด้วยความกังวลว่าจะตกน้ำ ต่อมาเมื่อลูกอายุประมาณ 4 เดือน แม่ทนความลำบากไม่ไหวจึงพายเรือนำลูกหนีจากบ้านย่ากลับมาหาตายายของลูกในตอนกลางคืน ใช้เวลาพายเรือ 2 คนแม่ลูกจาก 20:00 น. ถึง 01:00 น. นับแต่นั้นมาลูกก็อยู่กับตายายตลอด พออายุได้ 2 ขวบ แม่ก็มีสามีใหม่และมีลูกติดกัน 3 คน ตั้งแต่แม่นำลูกมาอยู่กับยาย แม่ไม่เคยสนใจเลี้ยงดูลูกเลย ทำให้ลูกเข้าใจว่าตายายเป็นพ่อแม่ ลูกจึงเรียกตายายว่าพ่อแม่ และเรียกแม่แท้ๆ ว่า อีเจ๊ หรือพี่สาวตามน้องๆ ของแม่
ต่อมาเมื่อลูกอายุ 4 ขวบ แม่ก็มารับลูกไปอยู่ด้วย แต่ไม่ได้มารับไปเลี้ยงดู กลับรับไปให้ช่วยเลี้ยงน้องๆ ทั้ง 3 คนที่เกิดจากสามีใหม่ แม่มีอาชีพพายเรือขายขนม ส่วนพ่อเลี้ยงก็ทำมาหากิน ไม่มีใครดูแลน้องๆ จึงให้ลูกอายุ 4 ขวบเป็นคนดูแลน้อง 3 คน ลูกต้องตื่นเช้ามาช่วยแม่ล้างถั่วเขียว กวนแป้ง ขนฟืน แม่ทำขนมและกับข้าวเช้าเสร็จ ก็จะกินข้าวรวมกัน มีกับข้าวเพียงอย่างเดียว เช่น ปลาเค็ม หรือแกงส้ม แต่กับข้าวของลูกกลับเป็นแค่น้ำปลาหรือซีอิ๊วทุกมื้อ พ่อเลี้ยงกำชับห้ามกินกับข้าวของเขา เวลาลูกกินข้าวต้องนั่งก้มหน้าตลอด ถ้าเงยหน้ามาจะเจอสายตาเกรี้ยวกราดของพ่อเลี้ยง แม่มักถามลูกว่าจะเอาแกงไหม ลูกก็จะตอบว่าไม่เอา ไม่ชอบทุกครั้ง ถ้าลูกดื้อกินกับข้าว เมื่อแม่ไปขายขนมแล้วจะถูกพ่อเลี้ยงตบหัวจนหัวทิ่มหัวตำ พ่อเลี้ยงจะพูดว่า "กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้กินของกู" ลูกกลัวจนลนลาน ร้องไห้แบบไม่มีเสียง เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว ลูกต้องช่วยแม่เตรียมของลงเรือพายสำหรับไปขาย เมื่อแม่ไปแล้ว ลูกต้องขนภาชนะในครัวไปล้างที่หัวสะพานด้วยใจหดหู่ หวาดระแวง กลัวพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงเกลียดลูกมาก กลัวแม่จะรักลูกมากกว่าลูกของเขา หลังจากนั้นลูกก็ไปเปลี่ยนผ้าอ้อมน้อง ไกวเปล และดูแลน้อง พ่อเลี้ยงจะออกไปทุ่งนาทั้งวัน เมื่อน้องหลับ ลูกต้องกวาดบ้าน ถูบ้าน หาบน้ำใส่ตุ่มที่พร่องไปให้เต็ม ลูกวัย 4 ขวบ ทำงานไปก็ต้องคอยฟังเสียงน้อง ถ้าได้ยินเสียงน้องร้องดังไปถึงพ่อเลี้ยงที่ทุ่งนา ลูกต้องวิ่งขึ้นลงบ้านไปไกวเปลน้องแล้วรีบลงมาทำงานต่อ เมื่อทำงานเสร็จ ลูกจะอยู่บนบ้านเฝ้าน้อง จะยืนเกาะขอบต่างๆ มองหาพ่อเลี้ยงว่ายังอยู่ทุ่งนาหรือไม่ เมื่อเห็นยังอยู่ก็จะดีใจ เพราะไม่ต้องการให้เขากลับบ้าน อยากให้อยู่ตลอดไป ทุกวันประมาณ 1 ทุ่ม ลูกต้องรีบหุงข้าวด้วยเตาฟืน เวลานี้ลูกจะมีความสุขมากเพราะแม่ใกล้จะกลับ
กลางคืนหลังอาบน้ำ แม่กับพ่อเลี้ยงจะช่วยกันนับเงิน ลูกจะแอบนั่งข้างเสาในที่มืดเพราะบ้านมีตะเกียงดวงเดียว ลูกไม่ต้องการแสงสว่างเพราะกลัวคนอื่นจะเห็นว่าแอบร้องไห้ เมื่อนับเงินเสร็จ แม่จะชงโอวัลตินให้น้องๆ และพ่อเลี้ยงอย่างมีความสุข ลูกนั่งฟังเสียงช้อนกระทบแก้ว แม่จะหันมาถามว่าเอาไหม ลูกก็จะตอบว่าไม่เอา ไม่ชอบทุกครั้งด้วยความกลัวพ่อเลี้ยง เมื่อถึงเวลาจะนอน พ่อเลี้ยงจะบอกให้ลูกปูที่นอนให้ พวกเขาจะไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมาเข้ามุ้งนอน ลูกนั่งรอคำสั่งที่เสาจนกว่าพ่อเลี้ยงจะสั่งให้นอนได้ เมื่อเข้ามุ้ง ลูกจะร้องไห้พึมพำว่า แม่ไม่รักหนู หนูไม่ใช่ลูกแม่หรือเปล่า แม่ไม่รู้เลยว่าหนูถูกตบตีทุกวัน หนูอยากกินกับข้าวทุกอย่างที่แม่กิน ลูกคิดในใจว่าแม่ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ ลูกพูดเช่นนี้ทุกวัน ร้องไห้จนหลับไป
ทุกวันอาทิตย์แม่หยุดขายขนม จะพาลูกและน้องๆ ไปเที่ยวบ้านยาย ลูกจะดีใจมากและเมื่อถึงบ้านยายก็จะแอบหลังบ้านเพื่อหนีแม่ ไม่อยากกลับไปอีก แต่แม่ก็หาเจอทุกครั้ง ครั้งหนึ่งลูกแอบหลังบ่อน้ำ เห็นหอยโข่งตัวใหญ่ อยากรู้รสชาติเนื้อสัตว์เพราะเคยกินแต่น้ำดองสัตว์ จึงจับหอยโข่งมาตีเปลือกแตก แล้วกินดิบๆ มันลื่นๆ เพราะเมือกเต็มไปหมด ลูกเห็นหอยโข่งบิดตัวด้วยความเจ็บปวด ลูกกินได้นิดเดียวก็โยนทิ้งเพราะไม่อร่อย
ลูกอยู่กับแม่จนจบ ป.4 ก็อายุ 10 ขวบ มี คุณนาย มาซื้อที่ดินของยาย และขอให้ยายหาเด็กผู้หญิงให้ 1 คน เพื่อรับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ยายจึงยกให้ลูกไปอยู่กับ คุณนาย ลูกเสียใจ ร้องไห้ และเขียนจดหมายเล่าความอาภัพส่งมายายทุกเดือน เมื่ออยู่กับ คุณนาย ลูกเรียกว่า คุณป้าหญิง ท่านส่งเสียให้เรียนโรงเรียนเอกชนดีๆ ที่มีแต่ลูกคนรวย ลูกรู้สึกสกปรก หน้าตาเต็มไปด้วยกรากเกลื้อน ไม่มีใครเล่นด้วย ทุกคนรังเกียจ คุณนายให้เงินลูกกินขนมสัปดาห์ละ 10 บาท ใช้หมดวันจันทร์วันเดียว วันอังคารถึงศุกร์ไม่มีเงิน ต้องขโมยขนมร้านค้าที่โรงเรียนกินทุกวัน ดื่มน้ำจากก๊อกล้างมือ ถูกเพื่อนล้อเลียน เวลากลางวันไม่มีเพื่อน ลูกนั่งที่ม้าหิน สังเกตครูที่เดินไปมา และจินตนาการว่าโตขึ้นอยากเป็นเหมือนคนนั้นคนนี้ ต้องมีรถ มีกระเป๋า มีรองเท้าแบบครู ครูที่สะดุดตาที่สุดคือ คุณครูใหญ่ ลูกสังเกตว่าครูทุกคนที่เดินผ่านจะยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม ลูกจึงอยากเป็น คุณครูใหญ่ เมื่อถูกถามโตขึ้นอยากเป็นอะไร ก็ตอบว่า คุณครูใหญ่ ทุกคนขำ ลูกคิดในใจว่า คุณครูใหญ่ นี่ใหญ่จริง ๆ
ต่อมาลูกเรียนถึง ม.4 คุณป้าหญิงก็เสียชีวิต หลานของคุณป้าหญิงซึ่งรังเกียจลูกมาตลอด ก็เนรเทศลูกออกจากบ้านและตระกูลทันที ทั้งที่ยังไม่ได้เผาศพ เขาเกรงว่าลูกจะได้รับมรดก จึงรีบไล่ออกก่อนเปิดพินัยกรรม ลูกต้องกลับมาอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงอีกครั้ง แม่หางานให้เป็นครูสอนเด็กเล็กที่โรงเรียนที่แม่ขายขนม ได้เงินเดือน 750 บาท พ่อเลี้ยงขอไป 300 แม่ขอค่ากับข้าว 300 เหลือใช้ 150 บาท ยังถูกพ่อเลี้ยงกระแนะกระแหนเหมือนเดิม ลูกทนอยู่ได้ 3 ปี ก็ขอมาอยู่กับยาย แต่ถูกพ่อเลี้ยงด่าทอรุนแรง แม่ก็ซ้ำเติม พ่อเลี้ยงเก็บเสื้อผ้าปาใส่หัว บอกให้รีบออกไป ลูกกลับมาอยู่กับยาย และขอยายเรียนต่อ ยายบอกเรียนไปทำไม เป็นผู้หญิงเดี๋ยวแต่งงานความรู้ก็ไม่ได้ใช้ ยายจึงไม่ให้เรียนต่อ ต่อมาสามีมาขอแต่งงาน ชีวิตลูกดีขึ้น ได้ย้ายมาอยู่บ้านสามี ได้สอนหนังสือโรงเรียนเอกชนที่สมุทรปราการ แม้วุฒิแค่ ม.3 ก็ไปเรียน กศน. และปริญญาตรีต่อ
ช่วงที่อยู่กับสามี ลูกยังนอนร้องไห้เพราะติดภาพและอารมณ์เก่าๆ สามีไม่รู้ แต่บัดนี้อารมณ์เหล่านั้นหายไปหมดแล้ว เพราะลูกคิดว่าที่ถูกทารุณกรรมเป็นวิบากกรรมของตนเอง คิดได้เช่นนี้ตั้งแต่เด็ก ไม่เข้าใจทำไมถึงคิดได้เช่นนั้นทั้งที่ยังเด็ก ปัจจุบันผู้ส่งเคสพากเพียรจนจบปริญญาโทด้านบริหารการศึกษา เป็น คุณครูใหญ่ และเจ้าของโรงเรียนอนุบาลสมความฝัน ได้เป็น สตรีตัวอย่าง และ บุคคลดีเด่น ไม่เคยคิดว่าจะมาถึงเพียงนี้ ไม่มีบุตรของตนเอง แต่นำเด็กมาเลี้ยงดู 1 คน เด็กเรียกผู้ส่งเคสว่าแม่ เรียกสามีว่าป๊า ทั้งสองรักเด็กคนนี้มาก ผู้ปกครองเด็กได้จ้างเลี้ยงไว้ 5 ปีแล้ว ทุกวันนี้น้องๆ ลูกของพ่อเลี้ยงทั้ง 3 คน อยู่ในความอุปการะของผู้ส่งเคส ทำงานในโรงเรียน บางคนดี บางคนคิดเอาเปรียบตลอด แม่เสียชีวิตด้วยมะเร็งโพรงจมูก ผู้ส่งเคสรักษาแม่ด้วยเงินตนเอง แม่ใกล้สิ้นใจไม่เรียกหาผู้ส่งเคส แต่เรียกหาน้องๆ อยากกอดน้องๆ ผู้ส่งเคสทำบุญอุทิศให้แม่ทั้งหมด ผู้ส่งเคสชอบฝันแปลกๆ ถึงของสูง เช่น รัชกาลที่ 5, 7, 9 บ่อยครั้ง โดยเฉพาะ ร.5 ฝันเห็นเรือสุพรรณหงส์ ฝันว่ามีคนพาไปเที่ยวนรกสวรรค์ติดต่อกันเป็นเดือน คิดว่าตัวเองจะตายหรือเป็นแค่ความฝัน ชอบขึ้นพนาวัฒน์ ปฏิบัติธรรมหลายครั้ง คิดว่าอนาคตจะเลิกทำกิจการ ยกให้น้องๆ แล้วไปช่วยงานวัด บำรุงพระพุทธศาสนา อยากรู้ว่าเป็นไปได้ไหม เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะบ้างไหม ชอบเพลงจดหมายจากตะวัน ฟังครั้งแรกร้องไห้ เหมือนหลวงพ่อแต่งให้
คำถาม
- ผู้ส่งเคสมีกรรมอะไรจึงถูกพ่อเลี้ยงตบตีทารุณตลอดเวลา และกรรมอะไรที่ทำให้ต้องกินข้าวกับน้ำปลา 4-5 ปี จนชอบกินเค็มจัด ชีวิตต้องระเหเร่ร่อนตั้งแต่เด็กเพราะอะไร
- บุญอะไรที่ทำให้มี คุณนาย มารับไปเลี้ยงดูอย่างดี แต่ทำไมตอนเป็นนักเรียนจึงชอบขโมย
- ทำไมแม่ไม่รักลูกเท่ากับน้องๆ ทั้ง 3 คน และทำไมแม่มักพูดให้เสียใจน้อยใจเสมอ แม้จะเป็นเจ้าของโรงเรียนแล้วก็ตาม
- แม่เสียชีวิตด้วยมะเร็งโพรงจมูก ผู้ส่งเคสรักษาแม่ด้วยเงินตนเอง ทำไมแม่ใกล้สิ้นใจจึงไม่เรียกหาผู้ส่งเคส แต่เรียกหาน้องๆ อยากกอดน้องๆ
- ผู้ส่งเคสทำบุญทุกบุญอุทิศให้แม่ทั้งหมด แม่ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ ตอนนี้แม่อยู่ที่ไหน ฝากอะไรถึงผู้ส่งเคสบ้างหรือไม่
- ทำไมน้องๆ ลูกของพ่อเลี้ยงทั้ง 3 คน ที่อยู่ในความอุปการะของผู้ส่งเคส บางคนดี บางคนไม่ดี คิดจะเอาเปรียบตลอดเวลา
- ผู้ส่งเคสกับเด็กที่เลี้ยงไว้ และญาติของเด็ก มีวิบากกรรมอะไรร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อนหรือไม่ เพราะญาติของเด็กทุกวันนี้ก็เป็นผู้นำบุญและเกื้อกูลผู้ส่งเคส
- ทำไมผู้ส่งเคสชอบฝันเห็น รัชกาลที่ 5, 7, 9 บ่อยครั้ง เห็นเรือสุพรรณหงส์ ฝันว่ามีคนพาไปนรกสวรรค์ติดต่อกันเป็นเดือน เป็นสัญญาณว่าจะตายหรือเป็นแค่ความฝัน
- อนาคตผู้ส่งเคสคิดจะยกกิจการโรงเรียนให้น้องๆ แล้วไปช่วยงานวัด เป็นไปได้หรือไม่
- ผู้ส่งเคสเคยสร้างบารมีมากับหมู่คณะบ้างหรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
ครอบครัวมีฐานะดีจากโรงสีช่วงแรก แต่ขาดทุนต้องขาย ต่อมาเลี้ยงหมูรวยขึ้นแล้วก็ขาดทุนต้องเลิก เป็นเพราะทำบุญมาอย่างไร และการเลี้ยงหมูขายโดยไม่ได้ฆ่าเองมีวิบากกรรมมากน้อยเพียงใด?
คุณพ่อ เสียชีวิตแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่
กรรมใดที่ทำให้โยมยายต้องมารับเลี้ยงดูผู้ส่งเคสและพี่ๆ ตั้งแต่ยังเล็ก
คุณพ่อทำกรรมอะไรมาจึงได้เกิดในตระกูลสูง มีการศึกษาสูง มีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่บั้นปลายชีวิตมีเพียงเงินบำนาญ ทำไมจึงยกสมบัติให้ภรรยาคนแรกหมด
บุพกรรมใดทำให้ภรรยาไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวผู้ส่งเคส ช่วงแรกต้องอยู่ห้องเช่าเล็ก ๆ 2 ปี ถูกพี่ชายผู้ส่งเคส อิจฉาและกลั่นแกล้ง แต่ต่อมาพ่อแม่ผู้ส่งเคส ยอมรับและรักเธอมากจนมีชีวิตสุขสบาย.
ครอบครัวและพี่น้องของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไรถึงได้มาเกิดในครอบครัวที่ยากจนร่วมกัน?






