เชียร์มวยบาปด้วยหรือ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.435 เชียร์มวยบาปด้วยหรือ

ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548

ชกชิงแช้ม เชียร์มวยมีผลอย่างไร เกิดในสังคมที่ชอบใช้ความรุนแรงในการตัดสิน เกิดในดินแดนสงคราม

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ที่ติดตามรายการปรโลกนิวส์อย่างสม่ำเสมอ หลังจากได้ฟังมินิซีรีย์เรื่องมวย ภาพชีวิตของคุณพ่อและตัวผู้ส่งเคสเองก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยความรักและความปรารถนาดีต่อคุณพ่ออย่างสุดหัวใจ ผู้ส่งเคสจึงไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ จึงได้ส่งเรื่องราวชีวิตของคุณพ่อและเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตนเองและครอบครัว มาเพื่อขอความเมตตาจากคุณครูไม่ใหญ่ ช่วยคลายความสงสัยและแนะนำแนวทาง

เนื้อเรื่อง

คุณพ่อของผู้ส่งเคสเป็นลูกกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก ชีวิตรันทดมาก คุณย่าเสียชีวิตเมื่อคุณพ่ออายุได้ 5 เดือน ต่อมาเมื่อคุณพ่ออายุได้ 2 ปี คุณปู่ก็เสียชีวิตไปอีกคน คุณย่าและคุณปู่เสียชีวิตห่างกันเพียง 2 ปี เหตุการณ์นี้ทำให้คุณป้า ซึ่งมีอายุเพียง 12 ปี ต้องออกจากโรงเรียนมาแต่งงาน เพื่อหาเงินและหาคนมาช่วยเลี้ยงดูน้องๆ โดยเฉพาะคุณพ่อซึ่งเป็นน้องคนสุดท้อง คุณพ่อจึงมีชีวิตที่ลำบาก ต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็ก

ท่านต้องหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน โดยไปเป็นนักมวยสมัครเล่น ขึ้นชกตามเวทีมวยต่างๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ท่านสามารถส่งตัวเองเรียนจนกระทั่งจบเป็นครู ต่อมา ท่านได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง

คุณพ่อภาคภูมิใจในศิลปะมวยไทยมาก ความภูมิใจนี้ได้ถูกถ่ายทอดมาสู่ลูกๆ ทั้ง 3 คน ซึ่งยังเล็กอยู่ โดยเฉพาะตัวผู้ส่งเคสเอง ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของท่าน เนื่องจากคุณพ่อเป็นผู้บริหารโรงเรียน หลังเลิกเรียนทุกวัน ท่านก็จะใช้โรงเรียนเป็นสนามฝึกซ้อมมวย ให้เด็กนักเรียนผู้ชายมาซ้อมมวยกันเป็นประจำ ทุกครั้ง คุณพ่อจะให้น้องชายและตัวผู้ส่งเคสมาซ้อมมวยด้วย ผู้ส่งเคสจึงเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มที่เล่นหมัดมวย และมีคู่ซ้อมเป็นเด็กผู้ชาย มวยที่ผู้ส่งเคสถนัดมากคือมวยไทย โดยเฉพาะหมัดขวาตรงและตีเข่า คุณพ่อจะแขวนกระสอบทรายไว้ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน และพวกผู้ส่งเคสก็จะไปซ้อมเตะต่อย

บ่อยครั้งที่พวกผู้ส่งเคสทะเลาะกัน ก็ไม่ต้องซ้อมมวย แต่ต่อยกันเอง ลุยกันเองด้วยความเมามัน หาทางออกด้วยการต่อยมวย เพราะความคุ้นเคย เมื่อคุ้นแล้วก็ไม่ใช้ปัญญา ใช้กำลังแทน

และแล้ว วันที่ผู้ส่งเคสได้ขึ้นชกบนเวทีแข่งขันมวยจริงๆ ก็มาถึง คุณพ่อและคุณครูจากโรงเรียนอีกตำบลหนึ่งร่วมกันจัดแข่งขันการชกมวยสากลสมัครเล่นขึ้น นักเรียนจากทั้งสองโรงเรียนมาพบกัน ปกติแล้วก่อนขึ้นชก จะมีวันหนึ่งที่นักมวยทั้งสองฝ่ายจะมาเจอกันและชั่งน้ำหนักเพื่อเทียบน้ำหนักตัว แต่ผู้ส่งเคสและน้องชายไม่เคยเห็นคู่ชกเลย จนกระทั่งถึงวันชกจริง

ผู้ส่งเคสได้รับฉายาว่า "ดาวน้อย ส.สมเด็จ" เป็นคู่มวยหญิงคู่เดียวของงาน ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากเป็นพิเศษ ผู้ส่งเคสรู้สึกตื่นเต้น หวาดเสียวมาก เมื่อถึงคิวคู่ของผู้ส่งเคสขึ้นชก เสียงคนเชียร์รอบสนามก็ดังอื้ออึง แต่พอเห็นคู่ชกครั้งแรก ผู้ส่งเคสก็ตกตะลึง เพราะฝ่ายตรงข้ามรูปร่างราวกับนางยักษ์ ส่วนตัวผู้ส่งเคสเหมือนนางเอก ผู้ส่งเคสอายุ 8 ขวบ ร่างกายผอม คู่ชกอายุ 10 ปี รูปร่างอ้วนใหญ่ บึกบึน น่าเกรงขามมาก

เมื่อเสียงระฆังยกแรกขึ้น ผู้ส่งเคสเริ่มหูอื้อตาลาย ตาแม้จะสั่นแต่ก็สู้ จึงโชว์ลีลาท่าทางที่เคยฝึกซ้อมมาเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ ผู้ส่งเคสจำสิ่งที่พ่อเคยสอนไว้ได้ มีสองมือสองหมัด เอาหมัดแย็บซ้ายนำ ตามด้วยหมัดขวาตรงซึ่งถนัด หมัดขวาตรงโดนคู่ต่อสู้เต็มๆ รู้สึกเจ็บที่มือ แต่ที่เหลือนอกนั้น ผู้ส่งเคสเป็นฝ่ายถูกชกเรียบ เมื่อสู้ด้วยหมัดไม่ได้ ผู้ส่งเคสจึงกอดคอตีเข่า ปรากฏว่ากรรมการเตือน เพราะถือว่าผิดกติกามวยสากล ผู้ส่งเคสไม่เชื่อเพราะหน้ามืด จึงแทงเข่าอีก 2 ดอก ผู้ส่งเคสถูกเตือนถึง 2 ครั้ง ก่อนจะถูกจับแพ้ฟาวล์ แต่ระฆังช่วยไว้เสียก่อน ครบ 3 ยก ผลปรากฏว่าผู้ส่งเคสเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปอย่างขาดลอย แม้จะแพ้ แต่ผู้ส่งเคสก็ร่าเริง เพราะได้เงินไปซื้อขนมกิน

หลังจากการชกครั้งนั้น คุณพ่อก็ยังสอนแม่ไม้มวยไทยให้ลูกๆ และน้องๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งผู้ส่งเคสเริ่มโตเป็นเด็กสาว คุณพ่อจึงให้ผู้ส่งเคสเลิกซ้อมมวยกับเด็กผู้ชายโดยเด็ดขาด เมื่อคุณพ่อย้ายโรงเรียนไปประจำอีกที่หนึ่ง ค่ายมวยเด็กก็ล้มเลิกไปเช่นกัน

แม้ครอบครัวของผู้ส่งเคสจะชกมวย แต่ในอีกอารมณ์หนึ่งที่เหมือนกันทั้งครอบครัวคือ ชอบไปวัด ไม่ชอบการทำร้ายคน ชอบเป็นศิลปิน ชอบร้องเพลง คุณพ่อจะดีดกีตาร์และเล่นอิเล็กโทน ส่วนคุณแม่ซึ่งมีอาชีพครูเหมือนกัน ก็เคยชนะเลิศการประกวดร้องเพลงในวันครู ผู้ส่งเคสและน้องจึงดำเนินรอยตามท่าน ผู้ส่งเคสเข้าร่วมประกวดร้องเพลงตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึงมหาวิทยาลัย เมื่อมีการประกวดร้องเพลงที่โรงเรียนครั้งใด ก็ต้องมีผู้ส่งเคสด้วยเกือบทุกครั้งและได้รางวัลที่ 1

ผู้ส่งเคสเป็นทั้งนักมวยและนักร้อง จนมีคนมาทาบทามให้ไปออกเทปเป็นนักร้องอาชีพ แต่เป้าหมายชีวิตของผู้ส่งเคสยิ่งใหญ่กว่านั้น เมื่อจบการศึกษาแล้ว ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจเข้าวัดโดยไม่รีรอ

คุณยายทวดและคุณตาทวดมีอายุยืนมาก อายุ 100 กว่าปี จนชาวบ้านกล่าวหาว่าท่านเป็นปอบ ปอบผีฟ้า ผู้คนยังกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ วันที่คุณยายทวดจะเสีย คุณแม่เห็นอาการท่านไม่ดี จึงให้หมอชาวบ้านมาฉีดยาบำรุงหัวใจ ปรากฏว่าท่านแพ้ยา เย็นวันนั้นท่านก็สิ้นใจตาย เมื่อคุณยายทวดจากไป คุณตาทวดคงจะเหงามาก ต่อมาไม่นาน ท่านก็สิ้นใจตายไปอีกคน

หลานสาวของคุณป้า มีอายุเพียง 7 ขวบ วันหนึ่งเข้าไปเล่น เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ป่วย มีอาการไข้ขึ้นสูง ในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงก็สิ้นใจตาย หมอวินิจฉัยว่ามีเชื้อขึ้นสมอง จึงเป็นไข้เฉียบพลันและตายในเวลาอันสั้น

คำถาม

  1. คุณพ่อมีวิบากกรรมใดจึงเป็นกำพร้าตั้งแต่เด็ก ทำไมจึงมาประกอบอาชีพนักมวยสมัครเล่นและส่งเสียตัวเองเรียนจนได้ดี คุณพ่อชกมวยแล้วยังชอบเล่นไก่ชนมาก จนได้เป็นประธานชมรมไก่ชนประจำอำเภอ ลูกควรแนะนำคุณพ่ออย่างไรบ้าง
  2. ตอนเด็กผู้ส่งเคสและน้องชายถูกจับไปชกมวย คิดว่าเป็นศิลปะป้องกันตัว ผู้ส่งเคสและน้องทำกรรมอะไรร่วมกันมา วิบากกรรมนี้จะติดไปในภพเบื้องหน้าไหม
  3. ผู้หญิงที่เป็นนักมวย ทำกรรมอะไรไว้จึงต้องมามีอาชีพนี้
  4. การเชียร์มวยชิงแชมป์โลก โดยไม่มีการพนัน ถือเป็นเพียงเกมกีฬา ผู้ที่เชียร์มวยจะได้รับวิบากกรรมอย่างไรบ้าง
  5. แม้ครอบครัวผู้ส่งเคสจะชกมวย แต่ทุกคนก็ชอบร้องเพลง โดยเฉพาะผู้ส่งเคสมีความสามารถด้านการใช้เสียง ทั้งอ่านกลอนทำนองเสนาะ ร้องเพลง เป็นพิธีกร โดยไม่ได้เรียนด้านนี้มาเลย ในอดีตเคยสร้างบุญอะไรมา
  6. คุณพ่อ คุณแม่ น้องๆ และผู้ส่งเคส เคยสร้างบุญกับหมู่คณะในรูปแบบใด ทำไมชาตินี้ผู้ส่งเคสจึงมีโอกาสเข้ามาช่วยงานในวัด
  7. คุณยายทวดเป็นปอบจริงหรือ บาปกรรมใดทำให้โดนกล่าวหาว่าเป็นปอบ
  8. การที่คุณแม่ให้หมอฉีดยาคุณยายทวด จนเป็นเหตุให้ท่านเสียชีวิต คุณแม่จะมีวิบากกรรมอะไรบ้าง เรื่องนี้ติดอยู่ในใจคุณแม่มานาน หมอดูเคยทักว่ามีวิญญาณคนแก่เดินตามหลังคุณแม่ วิญญาณนั้นมีจริงหรือไม่ ใช่คุณยายทวดหรือเปล่า
  9. คุณยายทวดและคุณตาทวดเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ท่านฝากอะไรถึงลูกหลานบ้าง
  10. หลานสาวคุณป้าตายแล้วไปอยู่ที่ไหน วิบากกรรมอะไรจึงเป็นไข้แล้วตายเฉียบพลัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

สาวฟันกระต่าย

ผู้ส่งเคสได้สอบถาม คุณครูไม่ใหญ่ ถึงสาเหตุและเรื่องราวในอดีตชาติ ดังนี้:

บุญบันดาล หรือฟ้าลิขิต ให้ผมเป็นจิตแพทย์

คุณพ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่ ท่านทำกรรมใดจึงไม่ปฏิบัติตัวตอนป่วยให้ถูกต้อง จนทำให้ต้องเสียดวงตาไป 1 ข้าง

เพราะสุราและกาเม จึงวนเวียนกับการฆ่าตัวตาย

วิบากกรรมอะไรทำให้คุณแม่เกิดมาเป็นกำพร้า พ่อแม่พี่น้องไม่ได้อยู่ด้วยกัน กระจัดกระจายไปอยู่กับญาติ ต้องลำบากแต่เล็ก พอสบายขึ้นมาก็ต้องมาป่วยเป็นเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ และอีกหลายโรค?

รักลูกให้ถูกทาง

๑. กรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องเกิดมากำพร้าพ่อ ทำไมคุณแม่ถึงเหมือนไม่รัก แต่คุณชวด คุณปู่ และคุณย่ากลับรักมากและผู้ส่งเคสก็ผูกพันกับท่านมาก การที่คุณปู่เสียชีวิตเพราะเสียใจในเรื่องผู้ส่งเคส ท่านจะบาปมากหรือไม่

อยู่บ้านเล้าไก่

คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา