บ้านผีเฮี้ยน หรือนั่งเทียนไปเอง

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.441 บ้านผีเฮี้ยน หรือนั่งเทียนไปเอง

ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548

บ้านผีเฮี้ยน หรือนั่งเทียนไปเอง

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเล่าถึงเส้นทางการเข้าวัดพระธรรมกายตั้งแต่ปีพ.ศ. 2516 ในช่วงที่ท่านยังมีอายุราว 31 ปีและวัดยังเป็นเพียงศูนย์ปฏิบัติธรรม ท่านได้มีโอกาสกราบและถามปัญหาชีวิตกับคุณครูไม่ใหญ่เกี่ยวกับคุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย และพี่เขยที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งท่านเมตตาตอบไปบ้างแล้ว ครั้งนี้ผู้ส่งเคสมีปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นจึงใคร่ขอความเมตตาจากคุณครูไม่ใหญ่อีกครั้ง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภูตผีและยักษ์ที่ท่านพบเจอในชีวิต ผู้ส่งเคสภาคภูมิใจในชีวิตตัวเองที่ได้พบคุณครูไม่ใหญ่และหมู่คณะ ได้มีโอกาสรับใช้คุณครูไม่ใหญ่และวิชาธรรมกาย ท่านได้ตั้งใจทำบุญ รักษาศีล เจริญภาวนา และทำทานอย่างเต็มกำลัง อีกทั้งได้ดูดาวธรรมทุกคืน ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งที่คนนับพันล้านคนไม่เคยรู้ ท่านมีพี่น้องทั้งหมด 10 คน ในจำนวนนี้มีเพียง 3 คนที่เข้าวัดพระธรรมกาย หนึ่งในนั้นคือพี่ชาย (พี่เมธา) ที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนอีก 6 คนยังไม่ได้เข้าวัด

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ในย่านลาดพร้าว ซึ่งในยุคสมัยนั้นยังคงเป็นทุ่งนาอันกว้างใหญ่ไพศาล ถนนลาดพร้าวเป็นเพียงทางลาดยางสายเล็กๆ ที่มีคูคลองซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผักแพงพวยและผักแว่นขนาบสองฝั่ง คุณพ่อของผู้ส่งเคสได้มาซื้อที่ดินผืนใหญ่ริมถนนสายนี้เพื่อปลูกบ้าน บ้านของท่านตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังเดียว มองเห็นหลังคาวัดลาดพร้าวลิบๆ ทางหลังบ้าน มีต้นตาลใหญ่ขึ้นอยู่เป็นสัญลักษณ์ ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าบริเวณนั้นผีดุมาก อย่างไรก็ตาม คุณพ่อไม่ได้กลัวผี ท่านกลับกลัวโจรมากกว่า กระนั้น ครอบครัวก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาโดยตลอดอย่างสงบสุขหลายสิบปี โดยไม่เคยมีเหตุร้ายใดๆ มากล้ำกราย

เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี ถนนลาดพร้าวได้รับการขยายเป็น 6 เลน มีรถราคับคั่งจนน่าเวียนหัว บ้านเรือนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด บรรดาพี่น้องของผู้ส่งเคสที่บางส่วนมีครอบครัวแล้ว ก็แยกย้ายออกไปอยู่ บางส่วนก็ปลูกบ้านรายเรียงกันอยู่ในบริเวณที่ดินเดิม จนถึงปัจจุบันนี้ บ้านของผู้ส่งเคสก็ยังอยู่ในบริเวณเดียวกับบ้านเดิมนี่แหละค่ะ บ้านของผู้ส่งเคสมีบ้านใหญ่กับบ้านเล็กต่อกัน ผู้ส่งเคสอยู่บ้านใหญ่ ส่วนบ้านเล็กนั้นลูกชายของท่านซึ่งมีชื่อว่านนท์พักอาศัยอยู่ นนท์มักจะเล่าให้ฟังเสมอว่ามีน้องสาวมาหาบ่อยๆ เขาบอกว่าก่อนจะไปเมืองนอกก็มาหาเรื่อยๆ บางคืนก็มานั่งผมยาวสลวยอยู่ข้างเตียง มาเรียกเขาว่า "พี่นนท์ พี่นนท์" ผู้ส่งเคสฟังแล้วรู้สึกสยองขวัญ เมื่อนนท์กลับมาจากต่างประเทศ ก็คิดว่าน้องสาวคนนี้จะหายไปแล้ว แต่เธอก็ยังคงมาแสดงตัวเป็นครั้งคราวตามอารมณ์ของเธอ ทว่าผู้ส่งเคสเองกลับไม่เคยเห็นเลย อาจเป็นเพราะเธอไม่ได้นอนที่บ้านเล็ก พี่สาวของผู้ส่งเคสกับสามีก็เคยมาค้างคืนที่บ้านเล็กนี้เช่นกัน และทั้งคู่ก็ได้เห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวมายืนข้างเตียง ผู้ส่งเคสจึงสงสัยว่าเธอเป็นใคร และได้พยายามแผ่ส่วนกุศลไปให้ แต่เธอก็ไม่ยอมไป

นอกจากเรื่องผีผู้หญิงแล้ว ยังมีเรื่องเสียงแปลกๆ เกิดขึ้น เมื่อ 2-3 คืนก่อน นนท์สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียง "อึกๆ อึกๆ" อยู่ตรงหัวเตียง เหมือนมีใครพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พูดไม่ได้ เป็นเสียงผู้ชายที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน ผู้ส่งเคสจึงนึกถึงเคสของหมอท่านหนึ่งที่คุณพ่อตายแล้วไปเป็นเปรตร้องกรี๊ดๆ ข้างหู ทำให้คิดไปว่านี่อาจเป็นเรื่องราวแบบเดียวกัน จึงต้องเล่าเรื่องคุณพ่อของนนท์ ซึ่งก็คือสามีของผู้ส่งเคสเสียหน่อย

คุณพ่อของนนท์นั้นเคยเรียนสงฆ์รุ่นเดียวกับคุณครูไม่ใหญ่ และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 สมัยมีชีวิตอยู่ ท่านไม่ชอบทำบุญ ไม่ชอบไปวัด ซ้ำยังโกรธที่ลูกไปวัดอีกด้วย เพราะตัวท่านเองชอบเที่ยวเตร่ สนุกสนาน เฮฮา กินเหล้าเมากับเพื่อน แม้จะเคยบวชหน้าไฟให้กับคุณพ่อของท่านเป็นเวลา 7 วันตอนเรียนจบใหม่ๆ ก็ตาม เมื่อผู้ส่งเคสชวนท่านเข้าวัด ท่านบอกว่าถึงไม่ไป ท่านก็ดีอยู่แล้ว แต่แล้วชีวิตก็ไม่ได้ดีอย่างที่ท่านคิด ประมาณปี พ.ศ. 2520 ท่านทำธุรกิจแล้วล้มเหลว ประสบปัญหาหนี้สินอย่างหนัก ถึงขั้นเอาบ้านของคุณแม่ของท่านที่ฝั่งธนบุรี ริมคลองบางหลวงไปจำนอง แล้วก็หลุดจำนอง ทำให้คุณแม่ของท่านได้รับความลำบากอย่างมาก คุณแม่ต้องออกจากบ้านไปอาศัยอยู่กับลูกชายคนโตที่ต่างจังหวัด ตัวคุณพ่อของนนท์เองทำงานเป็นวิศวกรก่อสร้าง วันหนึ่งขณะที่คุมไซต์งานก่อสร้าง ท่านโดนกรรมกรเอาไม้หน้าสามฟาดศีรษะ รอดชีวิตมาได้ แต่ก็มีอาการทางประสาท หลังจากนั้นอีก 5-6 ปี ท่านก็เสียชีวิตด้วยอายุ 56 ปี เข้าใจว่าตายด้วยโรคปอด

คืนก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ผู้ส่งเคสฝันว่าท่านมาหา ท่านดูสดชื่นและบอกว่า "ผมเป็นอิสระแล้ว" ผู้ส่งเคสไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไร ตอนมีชีวิตอยู่ไม่เคยเจอกัน แต่ตายแล้วกลับมาเข้าฝัน ผู้ส่งเคสก็ได้แผ่ส่วนกุศลไปให้ ขอให้สิ้นเวร สิ้นกรรมกันไป ที่ชอบที่ชอบเถิด กระนั้น ก็ยังฝันว่าท่านมาหาบ่อยๆ แต่ลูกสาวของผู้ส่งเคสที่ชื่อแนนซึ่งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา บอกว่าพ่อมาหา มานั่งที่ห้องรับแขก ท่าทางดูไม่ดีเลย แนนบอกผู้ส่งเคสว่า "แม่ทำบุญให้พ่อหน่อยนะ" ผู้ส่งเคสจึงเกรงว่าตอนตาย คตินิมิตของคุณพ่อของนนท์จะไม่ดี

นอกจากเรื่องที่บ้านเล็กแล้ว ยังมีเรื่องที่บ้านคุณพ่อคุณแม่เดิม บ้านหลังที่ผู้ส่งเคสเติบโตมา และเป็นบ้านประธานอยู่ตรงกลางรายล้อมด้วยบ้านพี่น้องอีก 6 ครอบครัว ตอนเด็กๆ ผู้ส่งเคสได้ยินเสียงคนเดิน "กุกๆ กักๆ" เวลาที่นั่งท่องหนังสือดึกๆ ท่านยังเคยเห็นตัวอะไรบางอย่าง คล้ายๆ ยักษ์โลโซที่คุณครูไม่ใหญ่วาด แต่ตามันแดงเหมือนถ่านติดไฟ มันโผล่หน้ามามองอยู่ข้างหน้าต่าง ผู้ส่งเคสใช้คาถาเด็ดที่เคยปราบผีมาแล้ว คือ บทสวดอิติปิโสภควา สวดไปสักพักมันก็หายไป

ครั้นคุณพ่อคุณแม่สิ้นชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา บ้านหลังนั้นก็ไม่มีคนอยู่ พระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์ที่เคยอยู่บนโต๊ะพระก็ถูกนำไปบูชาที่บ้านลูกๆ ในช่วงเวลานี้เอง บรรดาผู้ที่สิงสถิตอยู่ทั้งหลายก็เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์ คนที่เข้าไปในบ้านเห็นเงา "วูบๆ วาบๆ" บางทีก็เห็นมาปรากฏเป็นตัวทั้งผู้หญิงผู้ชาย พี่สาวของผู้ส่งเคสที่แวะมาเยี่ยมบ้านพี่น้องที่บ้านนี้ก็ยังเห็นเลย เห็นหญิงสาวผมประบ่า นั่งอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ผู้ส่งเคสพยายามทำบุญและแผ่ส่วนกุศลไปให้พวกเขาเหล่านี้ แต่ดูเหมือนพวกเขาจะยึดมั่นถือมั่นติดอยู่กับบ้านอย่างเหนียวแน่น ไม่ยอมไปไหนง่ายๆ เลย

ผู้ส่งเคสได้เล่าความภาคภูมิใจในชีวิตตัวเองที่ได้มีโอกาสสร้างความดีตามแนวทางของหมู่คณะ และปรารถนาที่จะทราบถึงอานิสงส์ของการรับใช้คุณครูไม่ใหญ่และวิชาธรรมกายอย่างเต็มที่

ท้ายสุด ผู้ส่งเคสยังคงเป็นห่วงพี่ชายคือพี่เมธา ที่คุณครูไม่ใหญ่เคยบอกว่ากำลังโดนเจ้าหน้าที่ยมโลกกรอกน้ำทองแดงร้อนอยู่ พวกท่านพยายามทำบุญส่งไปให้ รวมถึงหล่อหลวงปู่ทองคำในชื่อของพี่ชาย จึงใคร่ถามว่าป่านนี้พี่ชายขึ้นมาจากยมโลกแล้วหรือยัง และด้วยความที่พี่น้อง 10 คน มีเพียง 3 คนที่เข้าวัด หนึ่งในนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนอีก 6 คนยังไม่เข้าวัด ผู้ส่งเคสจึงสงสัยว่าพี่น้อง 3 คนที่เข้าวัดพระธรรมกายนี้ เคยเกิดเป็นพี่เป็นน้องกันในพุทธันดรที่แล้วหรือไม่ ต่างคนต่างเกิดเป็นอะไร และทุกคนได้บวชในสำนักพระราชาองค์ที่ออกบวชหรือไม่

เรื่องราวทั้งหมดนี้คือปัญหาและข้อสงสัยที่ผู้ส่งเคสใคร่กราบเรียนถามคุณครูไม่ใหญ่

คำถาม

  1. คุณพ่อของนนท์ตายแล้วไปอยู่ไหน? ทำไมท่านจึงอายุสั้น (เสียชีวิตอายุ 56 ปี)?
  2. เสียง "อึกๆ อึกๆ" ที่นนท์ได้ยินเป็นเสียงคุณพ่อของเขาหรือไม่? ถ้าไม่ใช่ เป็นเสียงอะไร?
  3. ที่ลูกสาว (แนน) ที่อยู่ต่างประเทศเห็นคุณพ่อมาหา คุณพ่อมาจริงหรือไม่?
  4. หญิงสาวในชุดขาวที่นนท์และคนอื่นๆ เห็นที่บ้านเล็กคือใคร?
  5. เงาหรือตัวบุคคลที่เดิน "วูบๆ วาบๆ" ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่เดิมนั้นคือใคร? พวกเขาต้องการอะไร? ทำอย่างไรพวกเขาจึงจะไปผุดไปเกิดเสียที?
  6. ตัวที่คล้ายยักษ์โลโซที่ผู้ส่งเคสเห็นโผล่หน้ามาที่หน้าต่างตอนเด็กๆ เป็นผีจริงหรือไม่? (เคยเห็นครั้งเดียวแล้วไม่เห็นอีกเลย)
  7. ที่บ้านมีอะไรสิงสถิตอยู่กันบ้าง? ผู้ส่งเคสพยายามแผ่ส่วนกุศลไปให้ ไม่ทราบว่าสำเร็จบ้างหรือเปล่า?
  8. ผู้ที่รับใช้คุณครูไม่ใหญ่และวิชาธรรมกายด้วยสติปัญญา คำพูด และข้อเขียนอย่างแรงกล้าเพื่อปกป้อง รักษา และเผยแผ่วิชาธรรมกาย จะมีอานิสงส์ประการใด?
  9. พี่ชายของผู้ส่งเคส (พี่เมธา) ที่คุณครูไม่ใหญ่เคยบอกว่าโดนกรอกน้ำทองแดงร้อนอยู่ยมโลก พวกเราพยายามทำบุญส่งไปให้ ป่านนี้เขาขึ้นมาแล้วหรือยัง?
  10. พี่น้อง 3 คนที่เข้าวัดพระธรรมกาย เคยเกิดเป็นพี่เป็นน้องกันในพุทธันดรที่แล้วหรือไม่? ต่างคนต่างเกิดเป็นอะไร? ทุกคนได้บวชในสำนักพระราชาองค์ที่ออกบวชหรือไม่?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เพราะบุญจากลูกนั้นคุณพ่อ เลื่อนชั้นจากยมโลกเป็นเทพบุตรไฮโซ

คุณพ่อเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูก ๆ อุทิศไปให้หรือไม่ และมีอะไรฝากถึงครอบครัวหรือไม่

อยู่บ้านเล้าไก่

คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่

มือใหม่หัดรัก

บิดาเสียชีวิตแล้วไปไหน มีคตินิมิตเป็นอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ มีข้อความอะไรฝากถึงลูกบ้าง

หยุดมันไว้จึงได้ดี

คุณพ่อทำกรรมใดจึงป่วยเป็นโรคหืดหอบ และท่านเสียชีวิตด้วยโรคหืดหอบหรือยาขตุ้นหัวใจ? กรรมใดทำให้เสียชีวิตแบบนี้? น้อง 3 คนของพ่อตายด้วยโรคเดียวกัน โรคนี้จะตกถึงลูกหลานได้หรือไม่ แก้ไขอย่างไร?

ไม่ได้มาง้อแต่มาขอร่ำลา

คุณพ่อและคุณแม่ของผู้ส่งเคส ละโลกแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ ท่านมีอะไรฝากมาบอกหรือไม่

เจ้าที่อยากแต่งงาน

ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา