น้องผูกเวรพ่อผูกกรรมลูกถูกกระทำ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.456 น้องผูกเวรพ่อผูกกรรมลูกถูกกระทำ

ออกอากาศ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548

พ่อมีอะไรกับลูก (เคสหดหู่)

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเล่าถึงชีวิตที่อัดอั้นตันใจมาตลอด เป็นเรื่องเศร้า สลดหดหู่ และหนักหนาที่สุดในชีวิต จนทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากสภาพจิตทนรับความทุกข์ไม่ไหว. แม้ชีวิตจะยากลำบาก แต่เธอก็โชคดีที่ได้พบกับสามีคนปัจจุบันซึ่งรักและจริงใจ ไม่รังเกียจในอดีตของเธอ ทำให้ชีวิตด้านอื่นดีขึ้น. ต่อมา เธอได้มารู้จักกับหมู่คณะและฝึกนั่งสมาธิ ทำสัมมาอะระหัง ทำให้ใจเย็นลง และพฤติกรรมของลูกชายคนแรกก็ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์. การเห็นลูกชายอยากบวชให้ถือเป็นแสงสว่างแรกในชีวิตของเธอ. ปัจจุบันเธอตั้งใจมุ่งมั่นสร้างบารมีกับคุณครูไม่ใหญ่และหมู่คณะไปตลอดชีวิต. เธอมีใบหน้าสดใสขึ้นในปัจจุบัน.

เนื้อเรื่อง

ผู้ส่งเคสเริ่มเล่าเรื่องราวชีวิตอันแสนเศร้าตั้งแต่อายุยังน้อย. เมื่ออายุ 9 ปี เธอถูกพ่อผู้บังเกิดเกล้าข่มขืนเป็นครั้งแรก โดยพ่อได้วางมีดไว้ใกล้ๆ เพื่อข่มขู่ไม่ให้เธอโวยวาย. หลังจากนั้น พ่อก็หาโอกาสล่วงเกินเธอเรื่อยมา และบังคับไม่ให้บอกใครโดยขู่ว่าจะฆ่า. ชีวิตในวัยเด็กของเธอเหมือนตกนรกบนดิน บางครั้งพ่อก็แอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ ขณะที่เธอคุยกับเพื่อน พร้อมส่งสายตาขู่เพื่อไม่ให้บอกใคร. เธออยู่ในภาวะจำยอม บอกใครไม่ได้เพราะความกลัวและความสับสน. เหตุการณ์นี้เป็นเช่นนี้จนกระทั่งเธออายุ 15 ปี.

เมื่ออายุ 15 ปี เธอพบว่าตัวเองตั้งท้อง. มีเพียงเธอกับพ่อของเด็กเท่านั้นที่ทราบเรื่องนี้ เพราะท้องไม่โตมาก. เธอต้องออกจากโรงเรียน. ในช่วงเวลานั้น มีชายหนุ่มใกล้บ้านมาบอกรักและขอแต่งงานกับเธอ. เธอปกปิดเรื่องที่ตั้งท้องหลายเดือนแล้วไว้. ในที่สุด ชายหนุ่มคนนี้มาขอเธอที่บ้านและพาไปอยู่ด้วย. แต่อยู่ไม่ถึงเดือนเธอก็คลอดลูก. ทำให้สามีหนุ่มคนนี้แม้จะรักเธอมาก แต่ก็อับอายและสับสน ทำให้เขาไม่สามารถรับเธอไปอยู่ด้วยได้อีกต่อไป ทั้งคู่จึงแยกทางกัน. ตอนนั้นเธออายุ 16 ปี และต้องแบกรับความทุกข์อันหนักหนาสาหัส.

สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดอย่างยิ่งคือลูกชายที่เกิดมามีหน้าตาเหมือนกับพ่อของเขาอย่างมาก ซึ่งเขาก็คือคุณตาของเด็กด้วย. หน้าตาเหมือนพิมพ์เดียวกัน ทำให้เธอนึกถึงคนที่เธอเกลียดที่สุด. สภาวะนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกฆ่าทั้งเป็น. ในที่สุด เธอต้องหนีออกมาทั้งๆ ที่รักลูกมาก. พ่อของเด็ก หรือคุณตาของเด็ก มารับเด็กไปเลี้ยงเองตอนเด็กอายุประมาณ 1-2 เดือน.

พ่อพยายามสอนให้ลูกคนนี้เกลียดผู้ส่งเคส และสอนสิ่งเลวร้ายพูดจาหยาบคาย. เมื่อผู้ส่งเคสอายุ 20 ปี ได้พบกับสามีคนปัจจุบัน ซึ่งทราบประวัติของเธอทุกอย่างแต่ไม่รังเกียจ เธอเล่าว่าสามีรักเธอมาก. ทั้งคู่แต่งงานและย้ายไปอยู่ที่อื่น และไปรับลูกชายคนแรกมาอยู่ด้วยตอนเด็กอายุประมาณ 5 ขวบ.

เมื่อเด็กเจอผู้ส่งเคส เขากลับพูดจาหยาบคายว่า "มึงไม่ใช่แม่กู เอากูมาที่นี่ทำไม". ตอนที่สามีปัจจุบันจะเข้าไปอุ้มด้วยความรัก (อย่าลืมว่าเด็กอายุ 5 ขวบ) เด็กกลับชกหน้าสามีและพูดว่า "มึงไม่ใช่พ่อของกู". สามีและผู้ส่งเคสร้องไห้ด้วยความเจ็บช้ำทั้งคู่ เพราะทั้งคู่รักเด็กมาก. บางครั้งเด็กก็เคยถามว่าใครคือพ่อของเขา แต่เธอไม่ตอบ. ผู้ส่งเคสเครียดจัดและคิดจะฆ่าตัวตายมาตลอดตั้งแต่มีลูกคนนี้ เสียใจที่ลูกตัวเองกลับถูกสอนให้เกลียดแม่. สามีจึงพาเธอเข้าโรงพยาบาลประสาท.

จิตแพทย์บอกเธอว่าไม่ใช่ความผิดของเด็ก เด็กเกิดมาไม่รู้เรื่อง และให้ทำใจให้ดี แต่ผู้ส่งเคสไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร. แม้อยู่โรงพยาบาล 7 วัน เธอก็ยังเครียดเหมือนเดิม. ชีวิตของเธอยังมีเรื่องน่าเศร้าอีกมากมาย ยากที่จะบรรยาย. แต่โชคดีที่สามีปัจจุบันรักและจริงใจกับเธออย่างแท้จริง. ปัจจุบันเธอมีลูกกับสามีคนปัจจุบัน ทำให้ชีวิตด้านอื่นดีขึ้นเรื่อยๆ. ยกเว้นเรื่องลูกคนแรกที่ยังเกรี้ยวกราดและทำความผิด. จนกระทั่งเธอได้รู้จักกับหมู่คณะและทำสัมมาอะระหัง เมื่อเครียดก็จะทำทันที. ตอนนี้ใจเย็นลงไปมาก. และแปลกที่ลูกชายคนแรกก็มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น. เมื่อเธอพาเขามาวัด ลูกชายชอบนั่งสมาธิมาก เห็นดวงใสๆ. เขากลายเป็นเด็กพูดจาไพเราะ. และที่สำคัญบอกว่าอยากจะบวชให้ผู้ส่งเคส. นี่คือแสงสว่างแรกในชีวิตของเธอ. เธอจะขอสร้างบารมีไปกับคุณครูไม่ใหญ่และหมู่คณะตลอดชีวิต.

คำถาม

  1. บุพกรรมใดทำให้เกิดสิ่งเลวร้ายกับตัวผู้ส่งเคสมาถึง 9 ขวบ และตัวผู้ส่งเคส ลูกชายคนแรก และพ่อ ทำกรรมอะไรร่วมกันมาถึงต้องมาทำร้ายกันขนาดนี้ และเกี่ยวข้องมาอย่างไร.
  2. บุพกรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสไม่ได้อยู่กับลูกชายคนแรกตอนช่วงแรก และพอมาเจอทำไมเขารังเกียจพูดจาหยาบคาย.
  3. ลูกชายพูดจริงหรือไม่ที่บอกว่ารักผู้ส่งเคสและสามีปัจจุบัน.
  4. ชาติหน้าผู้ส่งเคสจะต้องเจอสิ่งเหล่านี้อีกหรือไม่ มีวิธีป้องกันแก้ไขอย่างไร.
  5. บุพกรรมใดทำให้มาเจอสามีคนปัจจุบันซึ่งไม่รังเกียจและช่วยเหลือ.
  6. ตัวผู้ส่งเคส สามี และลูกที่เกิดด้วยกัน เกี่ยวข้องมาอย่างไร.
  7. ทำไมลูกคนแรกกับลูกที่เกิดกับสามีปัจจุบันถึงไม่ถูกกัน และควรดูแลอย่างไรไม่ให้โตขึ้นแล้วรังเกียจกัน.
  8. ผู้ส่งเคสควรบอกความจริงของครอบครัวกับลูกๆ หรือไม่.
  9. แม่เสียชีวิตอย่างไร ตายแล้วไปไหน.
  10. ผู้ส่งเคสมีส่วนสร้างกรรมกับแม่หรือไม่ ทำไมแม่ต้องเจอสามีอย่างนี้.
  11. ผู้ส่งเคสกับน้องชายฝาแฝดทำกรรมอะไรร่วมกันมา ทำไมเขาไม่ค่อยรักผู้ส่งเคสทั้งๆ ที่ผู้ส่งเคสรักเขามาก.
  12. คุณยายที่ผู้ส่งเคสผูกพันมาก ตายแล้วไปไหน.
  13. ผู้ส่งเคสเคยสร้างบุญมากับหมู่คณะหรือไม่ ทำไมต้องเจอเหตุการณ์เลวร้ายขนาดนี้ก่อนจะมาพบหมู่คณะ.
  14. ผู้ส่งเคสจะได้ไปดุสิตบุรีวงบุญพิเศษหรือไม่.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เบญจเพส

เกี่ยวกับผู้ส่งเคสและญาติ: อะไรทำให้ผู้ส่งเคสและญาติมาอยู่ในสภาพแวดล้อมดงจระเข้?

บุญสุดท้ายถวายกฐินจักรพรรดิ

พ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกและแม่สร้างพระประจำตัวและบุญอื่นๆ ให้หรือไม่

โอ้ชินซะแล้ว โอ้ชินแล้วคะ

บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องมาเจอสามีและคุณแม่สามีที่คอยทำร้ายร่างกาย ตบตี ด่าทอ เหยียดหยาม และผู้ส่งเคสควรทำอย่างไรจึงจะไม่เจอสภาพเช่นนี้อีกคะ

โรคผิวหนัง

คุณพ่อคุณแม่เคยทำวิบากกรรมอะไรร่วมกันมา จึงทำให้คุณแม่ไม่เคยมีความสุข มีแต่ความเดือดเนื้อร้อนใจ และคุณพ่อมีเม็ดขึ้นตามตัว แกะจนเป็นแผล ผิวหนังบอบบาง โดนกระทบก็เลือดออกทันที

จองเวรข้ามชาติ

กรรมอะไรทำให้เธอต้องมาฆ่าตัวตายในชาตินี้?

หัวใจล้มเหลวด้วยคารมเสียดแทงใจ

คุณพ่อของผู้ส่งเคสละโลกแล้วเป็นอย่างไร อยู่ที่ใดในปรโลก และด้วยวิบากกรรมใดจึงอายุสั้น เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ รวมอายุ 59 ปี

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา