บุญก็ทำบาปก็สร้าง เหล้าก็กิน วัดเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.581 บุญก็ทำบาปก็สร้าง เหล้าก็กิน วัดเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง

ออกอากาศ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2548

บุญก็ทำบาปก็สร้าง เหล้าก็กิน วัดเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสท่านนี้มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าวัดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 กับชมรมพุทธที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และได้นำบุญชวนคุณพ่อ คุณแม่ และน้องๆ เข้าวัดพระธรรมกาย. คุณพ่อของผู้ส่งเคสกล่าวว่า ชีวิตที่ผ่านมา 55 ปี เพิ่งจะพบครูบาอาจารย์ที่เป็นทิศเบื้องบน ทำให้ชีวิตของท่านสมบูรณ์แล้ว. ผู้ส่งเคสและน้องๆ มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่เคยลำบาก.

เนื้อเรื่อง

คุณพ่อของผู้ส่งเคสเคยมีอาชีพเป็นช่างซ่อมวิทยุ เปิดร้านขายเครื่องไฟฟ้าและซ่อมวิทยุอยู่ในอำเภออะไรก็สามารถซ่อมได้ทั้งสิ้น. ท่านได้รู้จักกับคุณแม่จากการแนะนำของเพื่อนคุณพ่อ ซึ่งรู้จักกับคุณตา โดยรู้จักกันเพียงเดือนเศษ คุณตาก็ยกคุณแม่ให้คุณพ่อเลย. เหตุผลที่คุณตายกให้เพราะคุณพ่อเป็นคนจีน คนจีนจะรักครอบครัวและไม่ทอดทิ้งลูกเมีย แม้ว่าช่วงนั้นคุณพ่อยังไม่มีฐานะอะไรน่าเชื่อถือเลย แต่คุณตาก็ยกที่ดินให้และยังให้การสนับสนุนเงินทองเป็นอย่างดี. ต่อมาคุณพ่อก็หันมาทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจนมีฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ. คุณพ่อเชื่อมั่นในบุญในหลวงพ่อมาก ถึงขนาดช่วงประมูลงานก็ตรึกเอาหลวงพ่อนั่งสมาธิอยู่ในกลางกาย แล้วก็ได้งาน ได้อัศจรรย์จริงๆ.

แต่ในปี พ.ศ. 2544 คุณพ่อประมูลงานได้ประมาณ 700 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็นถึง 143 ล้านบาท. ตลอดช่วงปี พ.ศ. 2544 ถึงปี พ.ศ. 2548 สินค้าขึ้นราคาตลอดมา. แม้งานจะแล้วเสร็จ คุณพ่อก็ขาดทุนมีหนี้สินเป็นร้อยล้านบาท. คุณพ่อรับผิดชอบงานที่รับมา แม้จะรู้ว่าจะขาดทุนก็ตาม เพราะท่านต้องการรักษาชื่อเสียงของท่านมาก. ถึงจะขาดทุนและมีหนี้สินมาก แต่ผู้ส่งเคสเห็นคุณพ่อเหมือนไม่ทุกข์ร้อนวิตกอะไรเลย. คุณพ่อบอกว่าใช้หลักวิชชาที่ คุณครูไม่ใหญ่ สอนว่า มีบุญก็ทำไป มีหนี้ก็ใช้ไป อย่าเปิดผังวิตกให้เข้าตัว แค่นี้ก็สบายไปหลายอย่าง. ท่านยังบอกว่า เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา แต่เรื่องพระศาสนาต้องเอาอุเบกขามาวาง หลวงพ่อให้ไปงานไหนก็ไปทุกงาน. คุณพ่อและคุณแม่ร่วมทำบุญกับ คุณครูไม่ใหญ่ ตั้งแต่ตุลาคม พ.ศ. 2546 ถึงปัจจุบัน นับได้ประมาณ 7 ล้านบาทแล้ว. คุณครูไม่ใหญ่ เห็นคุณพ่อมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา ไม่เหมือนคนมีหนี้หลักร้อยล้าน และท่านพูดว่าบุญไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง.

คุณตาของผู้ส่งเคสเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นคนใจดี ชอบทำบุญ เป็นคนกว้างขวาง และเป็นที่ยำเกรงของคนทั่วไป โดยเฉพาะพวกนักเลงหัวไม้ที่ชอบลักขโมยวัวควายชาวบ้าน. ถ้าใครเดือดร้อนเรื่องวัวควายหาย ก็มักจะมาขอให้คุณตาช่วยตามหาให้ และคุณตาก็จะตามกลับมาให้ได้เกือบทุกครั้ง. จนมีคนพูดว่าคุณตาเลี้ยงโจร. คุณตาชอบสูบบุหรี่มาก จะใช้ใบตองแห้งมวนแบบคนสมัยก่อน สูบมาตั้งแต่หนุ่มจนอายุ 83 ปี จึงป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพอง ไอมาก หายใจไม่ทัน. ครั้งแรกไปโรงพยาบาล หมอเอกซเรย์เห็นปอดหายไปหมดทั้งสองข้าง. กลับมาบ้านก็ไอหนักหอบถี่ขึ้น. นำส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่อาการหนักกว่าเดิม. หมอบอกไม่ทางรักษาแล้ว ให้กลับไปพักที่บ้าน. หมอสั่งว่าการขยับตัวต้องช้าๆ นิ่มนวล เพราะกระเทือนนิดเดียวจะไอหอบจนหายใจไม่ทัน อาจขาดใจตายได้. คุณแม่นำคุณตากลับบ้าน แวะบ้านญาติระหว่างทาง. ช่วยกันพยุงคุณตาลงจากรถ ก้าวเดินเพียง 2-3 ก้าวก็ไอหอบแรง แม่นำคุณตาลงนอนพื้น พักเดียวก็หมดลมหายใจ. หมอมาดู บอกคุณตาสิ้นใจแล้ว แนะนำให้ฉีดยาศพตอนนั้นเลยเพราะไม่มีเวลามาอีก ศพยังอุ่นๆ อยู่. 3 วันต่อมา หลานเขยของคุณแม่ฝันว่าคุณตามาบอกว่ายังไม่ตาย ให้หมอมาฉีดยาให้ทำไม.

คุณลุงคนโต (พี่ชายคนโตของคุณแม่) เป็นคนดี ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ขยัน ตั้งใจเรียน จบมาเข้ารับราชการเป็นครู เลื่อนขั้นเป็น ผอ. โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วันหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากที่พัก จะไปติดต่อทำหนังสือเดินทางเพื่อไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกา. ถูกรถบรรทุก 10 ล้อเฉี่ยวชนล้มลงถนน. คนเห็นเหตุการณ์บอกตอนแรกโดนชนยังพอมีสติ พยายามจะลุกขึ้น. แต่คนขับ 10 ล้อเห็นยังไม่ตายดี จึงถอยรถมาเหยียบจนตายสนิท แล้วหนีไป. คุณลุงอายุเพียง 32 ปี.

คุณลุงคนที่ 4 เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ เป็นคนดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี รับผิดชอบงานดี เป็นที่รักของครอบครัวและเพื่อนพ้อง. เสียที่ติดเหล้าเบียร์ ดื่มสังสรรค์ประจำ. เย็นวันหนึ่งไปร่วมแข่งกีฬาอำเภอ หลังแข่งไปดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ร้านอาหาร ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน. เวลาประมาณ 19.00 น. มีคนนำลุงส่งโรงพยาบาล บอกขี่มอเตอร์ไซค์ล้ม. แต่มีคนสันนิษฐานอาจถูกทำร้าย เพราะท้ายทอยมีแผลเหมือนถูกตีด้วยของแข็ง กะโหลกยุบ. ลุงอยู่ได้ 3 วันก็เสียชีวิต อายุ 39 ปี.

คุณลุงคนที่ 5 เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ เป็นคนนิสัยดี ทำงานดี มีผลงานดีเด่นด้านพัฒนาโรงเรียน. ย้ายไปไหนก็ได้รับรางวัลที่ 1 ครูดีเด่นด้านพัฒนาโรงเรียนนั้นๆ. ภายหลังต้องร่วมพบปะสังสรรค์กับคณะครูเพื่อนฝูงมากขึ้น ก็ดื่มเหล้าตาม. จนติดเป็นนิสัย กลายเป็นคนติดเหล้า. เดิมไม่เคยดื่ม ตั้งแต่เข้าสังคมก็ถูกชวนดื่มตาม อยากลองอยากรู้จนติด. นิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม เวลาเมาขาดสติ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้. มักมีเรื่องชกต่อยทำร้ายร่างกายกับครูในโรงเรียนและคนในชุมชนประจำ แม้ผู้บังคับบัญชาในสายงานก็ไม่เว้น. หมอบอกสาเหตุที่ควบคุมตัวเองไม่ได้มาจากการดื่มสุรา ฤทธิ์สุราทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่เกรงกลัวใคร ขาดสติ. วันหนึ่งลุงขับรถไปทำงาน มีชายคนหนึ่งบ้านติดกันและเป็นคู่อริอยู่ก่อน. ชายคนนั้นขับมอเตอร์ไซค์เร็วปาดหน้ารถกระบะที่ลุงขับ. ลุงไม่พอใจมาก. เย็นกลับมาบ้าน เห็นชายคนนั้นล้างรถอยู่หลังบ้าน. ความโกรธที่ค้างในใจพุ่งขึ้นมา. ลุงกลับเข้าบ้านไปคว้าปืนลูกซองสั้นออกมายิงชายคนนั้นทันที. กระสุนเข้าเต็มหน้าอกซ้าย ไม่ลึก ไม่ถึงตาย. แต่เขาเอาเรื่อง ลุงจึงโดนข้อหาพยายามฆ่า ถูกปลดออกจากราชการ. ศาลสั่งจำคุก 12 ปี ได้รับลดหย่อนเหลือ 5 ปี. พ้นโทษออกมากลางปี 46. ช่วงติดคุกถูกปลดทำให้ครอบครัวขาดรายได้ มีหนี้สินมาก. ออกจากคุกญาติห้ามดื่มเหล้าอีก ลุงรับปากแต่ยังแอบดื่ม. ท้ายสุดลุงบอกครอบครัวจะหาเงินช่วยใช้หนี้. ไปทำงานเป็นครูช่วยสอนที่สมุทรสาคร เพื่อนหญิงแนะนำให้ไป. ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย ดื่มเหล้าทุกวัน. เมาแล้วท้าตีท้าต่อยไปทั่ว. วันหนึ่งไปกินเหล้าร้านอาหาร ด้วยนิสัยเมาไม่กลัวใคร จึงไปชวนทะเลาะกับเด็กวัยรุ่นโต๊ะข้างๆ ซึ่งเป็นนักเลงท้องถิ่น. เลยถูกใช้ไม้ตีจนหัวเละจำแทบไม่ได้. ถูกนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตต่อมา รวมอายุ 55 ปี.

น้าเขยของผู้ส่งเคสเป็นคนจีน ทำบุญตามประเพณีบ้าง กตัญญูรักน้องๆ. ข้อเสียคือชอบดื่มเบียร์มาก เดิมวันละหลายขวด. ดื่มเป็นอาชีพ ไม่ทำงานทำการ ไม่ยุ่งไม่สังสรรค์กับใคร มีเบียร์เป็นเพื่อน. แต่ก็รักภรรยาดี. ตอนหลังภรรยาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง. น้าเขยเสียใจมาก ดื่มหนักอยู่แล้วก็ดื่มเพิ่มยกกำลังสอง. จนร่างกายรับไม่ไหว เนื้อตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับแอลกอฮอล์ ระบายออกทางผิวหนัง มีจุดช้ำๆ ทั่วตัว. เกิดอาการประสาทหลอน เห็นคนจะมาฆ่าทำร้ายตัวเองตลอดเวลา. ร้องโวยวายบอกน้องชายให้พาไปหลบ มีคนจะมาฆ่า. อาการทรุดหนัก น้องชายพาไปโรงพยาบาล พอถึงโรงพยาบาลก็ช็อก เสียชีวิตทันที ปี 41.

อาผู้หญิงป่วยเป็นมะเร็งตับกดทับลำไส้เสียชีวิต. คุณปู่เสียชีวิตด้วยโรคชรา คุณย่าเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน.

ผู้ส่งเคสมีคำถามเกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้และการดำเนินชีวิตของครอบครัว.

คำถาม

  1. 1. คุณตาตายแล้วไปอยู่ภพไหน? คุณพ่อคุณแม่สร้างองค์พระ 300,000 องค์ และองค์พระประจำตัวภายในให้ท่านได้รับหรือไม่? ตอนตายใหม่ๆ คุณตามาเข้าฝันหลานเขยว่ายังไม่ตาย จริงหรือไม่? จริงๆ แล้วคุณตาตายหรือยัง? คุณแม่ติดคาใจว่าคุณตาเลี้ยงโจรและมีส่วนได้ส่วนเสียกับโจรด้วยหรือเปล่า? หากจริง จะทำบุญอย่างไรจึงจะช่วยให้ท่านพ้นกรรมได้?
  2. 2. กรรมใดทำให้ลุงคนโตโดนรถ 10 ล้อชนแล้วถอยมาเหยียบจนตาย?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เจ๊กโค้ก ไม่ใช่เจ๊กอั๊ก

วิบากกรรมใดทำให้พ่อแขนพิการ วิ่งหนีตำรวจไปเล่นไพ่? โรคปวดท้องรุนแรง ลักษณะมีก้อนกลมหมุน เกิดจากสาเหตุใด? ช่วงที่พ่อละเมอพูดว่า "เดี๋ยวคอยก่อน เดี๋ยวจะไปด้วย" พ่อเห็นอะไร? ทำไมชายแปลกหน้าจึงสั่งพ่อว่าเวลาอาบน้ำอย่าเอาน้ำราดหัวและห้ามฉี่? การตายของพ่อเกี่ยวข้องกับชายแปลกหน้าคนนั้นหรือไม่ ทำไมจึงเสียชีวิตง่ายๆ? พ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ให้ไปหรือไม่?

คล้ายจะเหมือนกัน

วิบากกรรมใดทำให้บ้านของครอบครัวผู้ส่งเคสถูกไฟไหม้ จนทำให้คนในครอบครัวต้องแยกจากกันคะ

บุญบวชพระลูกชาย ปิดอบาย แม้มีอาจิณกรรม

คุณพ่อของ ผู้ส่งเคส เสียชีวิตแล้วไปไหน และบุญที่ลูกอุทิศไปให้ท่านได้รับหรือไม่ ควรทำอย่างไรกับลูกหนี้รายล่าสุดที่คุณพ่อให้กู้ก่อนเสียชีวิต ควรฟ้องร้องหรือปล่อยไปตามกฎแห่งกรรมดี

รักวันเติมวัน

คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรที่ต้องป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน 19 ปี มีแผลแตกประจำ ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ การที่ผู้ส่งเคสทำบุญหล่อพระ 300,000 องค์ ใส่ชื่อท่านก่อนเสีย 3 วัน และอธิษฐานให้จากหนักเป็นเบา หาย ถ้าหมดอายุขัยให้ไปสุคติ เป็นเพราะคำอธิษฐานหรือไม่ที่ทำให้ท่านไม่ทรมานสังขาร ทั้งที่ไม่ได้เจตนาให้ท่านเสียชีวิตเร็ว คุณแม่บอกว่าคุณพ่อมาหาบ่อยช่วง 7 วันหลังเสีย เพราะรับรู้ได้ คุณพ่อมาหาจริงหรือไม่ ถ้ามาจริง ท่านเห็นรูปที่แม่ติดไว้ ดูจานดาวธรรม นึกถึงบุญได้หรือไม่

สูบบุหรี่จนนิ้วกุด

ผู้ส่งเคสมีเรื่องกราบเรียนถาม คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้

หรือกรรมบังตาเห็นว่าเป็นมอเตอร์ไซด์

โยมตาตายแล้วไปไหน จะช่วยท่านได้อย่างไร บุญที่ผู้ส่งเคสบวชและบุญอื่นๆ ที่อุทิศให้ไปถึงท่านหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา