
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคส เป็นแพทย์ศัลยกรรมอยู่ที่เชียงใหม่ ปัจจุบันน้ำท่วมเชียงใหม่บ้าง ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่าอาจเกิดจากการถางป่าบนดอย ผู้ส่งเคส ฟังรายการอนุบาลฝันในฝันมาประมาณ 1 ปีครึ่ง ชอบเคสสตัดดี้มาก เพราะทำให้รู้สาเหตุของโรคต่างๆ และนำไปใช้อธิบายคนไข้ได้ดี ในวัยเด็ก ผู้ส่งเคส มักตามคุณแม่ไปไหว้เจ้า เข้าทรงบ่อยๆ เคยเป็นผื่นคันรักษาไม่หาย คุณแม่ก็พาไปหาเจ้าพ่อเข้าทรง ฝนท่อนไม้ผสมเหล้าขาวทาแล้วหาย พี่ๆ ของ ผู้ส่งเคส ก็เคยไปขอพรให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จจากเจ้าพ่อคนนี้ เจ้าพ่อเคยทำนายว่าพี่ชายคนโตบุญไม่พอเป็นแพทย์ แต่ถ้าเป็นหมอฟันจะรุ่ง ซึ่งพี่ชายก็สอบได้ทันตแพทย์จริง เจ้าพ่อยังทำนายว่า ผู้ส่งเคส ซึ่งตอนนั้นเรียน ม.5 ว่าปีนั้นจะสอบอะไรก็ไม่ผ่าน ซึ่งก็เป็นจริง ผู้ส่งเคส ไม่ยอมแพ้ พยายามอีกครั้งตอน ม.6 โดยไม่พึ่งใคร สุดท้ายก็สอบติด เคยมีประสบการณ์ประหลาดก่อนสอบ คือรู้สึกขยับตัวไม่ได้ มีเสียงน่ากลัวเรียกชื่อให้ไปอยู่ด้วย บอกว่าหมดบุญแล้ว ซึ่งเกิดขึ้น 3 วันติดกัน ผู้ส่งเคส ไม่ยอมไป บอกว่ายังทำสิ่งที่ต้องการไม่สำเร็จ และพยายามดิ้นจนหลุดออกมาได้ ต่อมาขณะเรียนแพทย์ปี 3 ผู้ส่งเคส เกือบจมน้ำที่เขื่อนแม่แตง ขณะจมน้ำก็เหมือนคุยกับอะไรบางอย่างว่าทำไมมารับตัวเร็ว ยังทำไม่สำเร็จ แล้วก็มีลำไม้ไผ่ลอยมาให้เกาะจึงรอดมาได้
เนื้อเรื่อง
ผู้ส่งเคส เป็นแพทย์ศัลยกรรมอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ ชื่นชมว่าเป็นเหมือนพระโพธิสัตว์ เพราะได้ช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ทรมาน ชะลอความตายให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสสร้างบารมี และควรเป็นเหมือนเทวทูตที่คอยบอกหลักวิชชาการทำใจให้คนไข้ ผู้ส่งเคส ได้นำความรู้จากเคสสตัดดี้ไปประยุกต์ใช้อธิบายคนไข้ร่วมกับหลักการแพทย์ ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ บอกว่าถูกต้อง เพราะทำให้คนไข้เข้าใจความเป็นจริงของชีวิต ความทุกข์จะลดลง ร่างกายเป็นรังแห่งโรค ทุกคนต้องเจ็บต้องตาย และเราเคยตายมานับไม่ถ้วน ร่างกายเป็นของที่ยืมมาใช้ ไม่ใช่ของเรา จึงต้องผุต้องพัง หน้าที่ของผู้ป่วยคือรักษาใจให้ใส ด้วยการศึกษาธรรมะ ไม่กังวลกับโรค คิดว่าร่างกายต้องการพักผ่อน ทำใจให้หย่อน คลี่คลาย ระลึกถึงพระรัตนตรัย บุญที่ทำ ทำใจให้ใส
ผู้ส่งเคส ได้เล่าเคสของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายหนึ่ง เธอผ่าตัดเต้านมไป 1 ข้าง และ 5 ปีต่อมาพบว่ามะเร็งแพร่ไปที่ปอดทั้งสองข้าง หมอที่รักษาได้นัดให้มาพบ ผู้ส่งเคส แต่เธอใช้เวลาอีก 9 เดือนถึงมาหา ด้วยอาการน้ำท่วมปอด เพราะความกลัว ผู้ส่งเคส พิจารณาตามหลักวิชชาแพทย์และกฎแห่งกรรม เห็นว่าซ่อมได้ จึงให้ยาเคมีบำบัด 6 เดือน อาการดีขึ้นแต่ก็ยังอ่อนเพลีย ซีด ต้องให้เลือดและทานยาบำรุงเลือดตลอด ผู้ส่งเคส ได้บอกเธอตรงๆ ตามหลักวิชชาว่า "หมอรักษาให้ไม่หายขาดหรอกนะ เวลาที่เหลืออยู่ก็มีน้อย" และได้แนะนำให้เธอทำบุญมากๆ รักษาศีลให้ดี โดยเฉพาะศีล 8 และนั่งสมาธิทุกวัน ผู้ส่งเคส เน้นย้ำให้ทำอย่างจริงจังและอธิษฐานจิตเสมอ คนไข้รับฟังและรับปากว่าจะทำตามคำแนะนำทุกอย่าง คุณครูไม่ใหญ่ ชื่นชมว่านี่คือคุณหมอโพธิสัตว์ เป็นยอดกัลยาณมิตร รักผู้ป่วยจริง
ต่อมาคนไข้กลับมานอนโรงพยาบาลในสภาพที่แย่มากทั้งกายและใจ ใบหน้าดูเศร้าหมอง ผู้ส่งเคส สอบถามเกี่ยวกับการนั่งสมาธิ เธอตอบว่าทำ แต่ทำโดยการสวดมนต์ ผู้ส่งเคส เข้าใจว่าไม่ได้อธิบายคำว่าสมาธิอย่างละเอียดก่อน จึงอธิบายเพิ่มว่าการสวดมนต์เป็นการรวมใจระดับเบื้องต้นเท่านั้น เปรียบเหมือนเดินบนน้ำตื้นๆ แค่ชื่นใจ แต่การทำสมาธิที่แท้จริงมีระดับที่ลึกกว่า ผู้ส่งเคส ถามว่าอยากทำจริงจังไหม จะสอนให้ เธอตอบตกลง คืนนั้น ผู้ส่งเคส ได้นำซีดีเสียง คุณครูไม่ใหญ่ ที่ตัดต่อไว้ส่วนตัวไปเปิดให้เธอฟังและนั่งสมาธิพร้อมกัน 1 ชั่วโมง เธอสามารถนั่งนิ่งได้ดีและชอบมาก อยากนั่งต่อ ผู้ส่งเคส ให้วิทยุและซีดีแก่เธอนำกลับไปฟังต่อที่บ้าน เพราะ ผู้ส่งเคส ต้องไปดูแลคนไข้คนอื่นต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ส่งเคส เข้าไปเยี่ยมพบว่าใบหน้าเธออิ่มเอิบเหมือนคนละคนกับเมื่อวาน จึงให้ซีดีแผ่นนั้นแก่เธอนำไปนั่งต่อที่บ้าน ต่อมาเธอมานอนโรงพยาบาลอีกหลายครั้ง ครั้งหนึ่ง ผู้ส่งเคส ถามว่านั่งสมาธิเป็นอย่างไรบ้าง เห็นอะไรไหม เธอตอบว่าเห็นองค์พระ แต่องค์พระยังอยู่นอกตัว ผู้ส่งเคส คิดในใจว่าเธอเก่ง เพราะได้เห็นองค์พระนอกตัวตอนหลับตา ซึ่ง ผู้ส่งเคส เองเห็นแต่ตอนลืมตา ผู้ส่งเคส แปลกใจที่เธอมีประสบการณ์ภายในเร็ว คิดว่าเป็นเพียงนิมิต ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่าถูกต้อง เรียกว่ากุศลนิมิต ผู้ส่งเคส ทำหน้าที่กัลยาณมิตรต่อไป โดยบอกให้เธอนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่องทุกวัน ให้นั่งนิ่งๆ และอาราธนาองค์พระที่เห็นภายนอกให้มาอยู่กลางตัว คุณครูไม่ใหญ่ ชื่นชมอีกว่าเป็นสุดยอดคุณหมอ เป็นยอดกัลยาณมิตร
อยู่มาวันหนึ่ง เธอเล่าว่าฝันว่าคนที่ตายไปแล้วมาชวนให้ไปอยู่ด้วย ขณะจะไปมีแม่ชีมาจับมือไว้แล้วบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ผู้ส่งเคส แปลกใจมากสงสัยว่าเป็นแม่ชีองค์ไหน เพราะไม่เคยให้ดูรูปใครเลย ให้ฟังแต่เสียง คุณครูไม่ใหญ่ ผู้ส่งเคส จึงตัดสินใจหยิบหนังสืออยู่ในบุญฉบับที่มีรูป คุณยายอาจารย์ เปิดให้เธอดู เมื่อเปิดถึงหน้า คุณยายอาจารย์ เธอก็หยุดดูอย่างตั้งใจแล้วบอกว่าแม่ชีองค์นี้แหละที่มาจับมือเธอไว้ ผู้ส่งเคส รู้สึกปลื้มปิติที่คุณยายอาจารย์คอยดูแลลูกหลานทุกคน
ก่อนกฐินปี 2547 เธอมาโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยอาการชัก ผู้ส่งเคส คาดว่ามะเร็งลามไปที่สมอง จึงบอกให้เธอทำบุญใหญ่กฐินพระราชร่วมกัน เธอตอบรับทันที ผู้ส่งเคส บอกให้เธอนึกถึงบุญทุกบุญ นึกถึงองค์พระ และนึกถึงกฐินที่จะทำเผื่อ ผู้ส่งเคส บอกญาติๆ ว่าห้ามนำเรื่องไม่สบายใจมาคุยกับผู้ป่วย และให้ทบทวนบุญที่คนไข้ทำ ผู้ส่งเคส บอกญาติๆ ตรงๆ ว่าคนไข้อาจเสียชีวิตใน 1-2 วันนี้ จะให้เสียชีวิตที่บ้านหรือโรงพยาบาลก็ได้ เพราะหมอทำได้ดีที่สุดแค่นี้ ห้ามความตายไม่ได้ ผู้ป่วยคือยานพาหนะสู่ปรโลก ถ้าไม่เจ็บก็ไม่ตาย ญาติจึงนำเธอกลับบ้าน ขณะที่ ผู้ส่งเคส ลงมาวัดพระธรรมกายเพื่อทำกฐิน หลังทำกฐินเสร็จ ผู้ส่งเคส กลับเชียงใหม่ ให้เจ้าหน้าที่โทรไปเช็คว่าเธอเสียชีวิตหรือยัง ปรากฏว่าเธอยังไม่ตาย แถมลุกขึ้นมาพูดได้ ผู้ส่งเคส ประหลาดใจมาก แต่ก็ยังคิดตามหลักแพทย์ว่าคงอยู่ได้ไม่นาน
เวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือน ผู้ส่งเคส คิดถึงคนไข้รายนี้ จึงให้เจ้าหน้าที่โทรไปถามอีกครั้ง ได้คำตอบที่เหลือเชื่อว่าเธอยังไม่ตาย แถมแข็งแรงขึ้นมาก ทำงานอยู่หลังบ้านได้ ผู้ส่งเคส ยิ่งแปลกใจ จึงขอร้องให้เธอมาโรงพยาบาล ผู้ส่งเคส สงสัยว่าหลักวิชชาการทำบุญ ทาน ศีล ภาวนา ที่แนะนำไปได้ผลจริง เมื่อเธอมาถึง ผู้ส่งเคส ถามว่าทำไมไม่มาหาหมออีก เธอตอบว่ารู้สึกดีขึ้นมาก ไม่ค่อยปวด ไม่รู้จะมาทำไม ผู้ส่งเคส ขอถามรายละเอียดการปฏิบัติธรรม เธอตอบว่าตอนนี้เห็นองค์พระอยู่กลางตัวแล้ว ทั้งหลับตาและลืมตา เธอแปลกใจที่ลืมตาแล้วเห็นพระในท้องได้ และแปลกใจที่เห็นพระในกลางท้องแล้วมีความสุขมาก เวลาเอาใจจดที่องค์พระก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย แต่ถ้าหลุดออกมาจะปวดมาก แสดงว่าพระรัตนตรัยรักษาทุกข์โศกโรคภัยได้ นี่คือเครื่องยืนยันว่าพอเสียบปลั๊กไปที่องค์พระ หายปวด พอหลุดออกมาปวด คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่าผู้ส่งเคส ได้บุญมาก เป็นยอดกัลยาณมิตร ผู้ป่วยที่ดูอยู่ควรทำตามหลักวิชชานี้
เธอต้องเอาใจจดอยู่กับองค์พระตลอดเวลา เพราะไม่มีทางเลือกอื่น พระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก มีทุกข์พึ่งท่านได้ แค่เอาใจไปเสียบ ไปเป็นหนึ่งเดียวกับท่าน ถ้าไม่ระลึกบ่อยๆ ก็พึ่งไม่ได้ เธอยังเล่าอีกว่าได้ยินวันที่หมอถามญาติว่าจะให้ตายที่ไหน วันนั้นเจ็บปวดที่สุดทั้งกายและใจแทบทนไม่ไหว แต่ก็ตัดใจได้ เอาใจจดที่ศูนย์กลางกาย ที่องค์พระ ปรากฏว่าองค์พระผุดขึ้นมาเป็นสายๆ ยิ่งรู้สึกสบายขึ้น องค์แรกเป็นพระครู องค์ถัดไปเป็นท่านเจ้าคุณ ผ่านองค์ไหนก็ขอพรว่าอย่าให้เจ็บ หลัง "ตื่นขึ้นมา" (เธอใช้คำนี้แทนออกจากสมาธิ) ก็ไม่รู้สึกเจ็บอีกเลย สังขารซ่อมได้ เธอคิดว่าเป็นพรจากองค์พระ ผู้ส่งเคส บอกให้ทำหยุดทำนิ่งต่อไป ไม่ต้องกังวลเรื่องความตาย เธอตอบว่าองค์พระกลางตัวก็บอกอย่างนั้นเหมือนกัน ผู้ส่งเคส แปลกใจมากเพราะเธอยังไม่เคยเจอ คุณครูไม่ใหญ่ เธอตอบว่าองค์พระกลางตัวพูดได้ ท่านบอกว่าอย่ากังวลเรื่องความตาย ตายมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เกิดมาเพื่อสร้างบารมี ให้ตั้งใจนั่งสมาธิมากๆ แล้วจะพบสิ่งดีๆ อีกมาก เวลาพระท่านพูดไม่ได้เปิดปากพูด แค่ใจจดถึงกันก็รู้เรื่อง เธอเคยเห็นดวงแก้วใสก่อนเห็นองค์พระ และเห็นตัวเองอยู่กลางท้องก่อนองค์พระ ตัวเองในท้องนั่งสมาธิ ใส่ชุดขาวใส สว่าง อ่อนวัย หน้าตาสวยกว่ามาก คิดว่าหายจากโรคแล้ว แต่พอลืมตามาดูกระจกก็พบว่ากายหยาบแก่กว่า นี่คือความเป็นอจินไตยที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าถึงสิ่งภายใน ผู้ส่งเคส นัดเธอมาเป็นระยะ พบว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก จากที่นั่งรถเข็นก็เดินได้แข็งแรง จากซีดก็หายซีดเอง ความเข้มของเลือดกลับมาปกติ หน้าตาสดชื่น อารมณ์ดี ลูกๆ กลับมาอยู่รวมกันอย่างมีความสุข ติดจานดาวธรรมแล้ว จนถึงทุกวันนี้ยังแข็งแรงกว่าที่ควรเป็นมาก ผู้ส่งเคส พาเธอไปเอกซเรย์ปอดอีกครั้ง พบว่ามะเร็งเหมือนถูกแช่แข็งไว้ ไม่มีน้ำในช่องปอดเลย ทั้งที่มะเร็งแพร่ไปทั่วแล้ว นี่เป็นเรื่องอัศจรรย์ ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา แสดงถึงพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ ที่มีประมาณ ถ้าใจระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งจะพบความอัศจรรย์ที่ไม่คาดคิด
คำถาม
- คนไข้ที่เป็นมะเร็งเต้านมและเห็นองค์พระ ทำกรรมอะไรมาถึงเป็นโรคนี้ ต้องปฏิบัติอย่างไรต่อไป เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างไร ทำไมมาพบหมู่คณะช้า อดีตชาติเคยปฏิบัติธรรมอย่างไร ทำไมชาตินี้จึงเห็นองค์พระตอนป่วยหนัก
- การที่ ผู้ส่งเคส สอนให้คนนั่งธรรมะได้ มีอานิสงส์อย่างไร
- ทำไมร่างทรงถึงบอกเรื่องต่างๆ ได้ถูกทั้งหมด และรักษา ผู้ส่งเคส ได้หาย บอกว่าจะได้เป็นแพทย์ถูกต้อง
- การเป็นแพทย์ต้องทำบุญและอธิษฐานจิตมาหรือไม่ การเป็นแพทย์แต่ละสาขา (เช่น ศัลยแพทย์ สูติแพทย์) ต้องทำบุญต่างกันอย่างไร
- แพทย์บางสาขา เช่น สูติแพทย์ ต้องเสี่ยงทำกรรม หากทำแท้งกรณีเด็กพิการหรือไม่สมประกอบตามหลักการแพทย์ ทางกฎแห่งกรรมผิดหรือไม่
- วันที่ ผู้ส่งเคส รู้สึกตัวว่ามีใครมาพาไป บอกว่าหมดบุญ เป็นใคร มีมาจริงหรือเปล่า เขาเข้าใจคำพูดที่ว่ายังไม่ได้ทำสิ่งที่ต้องการว่าอย่างไร ผู้ส่งเคส หมดบุญจริงหรือไม่ ถ้าจริง บุญใดทำให้ได้อยู่ต่อ จะอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำอย่างไร ถ้าบวชจะช่วยยืดอายุสร้างบารมีได้หรือไม่
- พ่อ และอาม่าม้า ปวดศีรษะอยู่เรื่อยๆ ทำอะไรมา ต้องแก้ไขอย่างไร
- คุณแม่ (อาแหะ) ปวดหลังและกระดูกสันหลังเคลื่อน ปวดเข่าบ่อยๆ ทำอะไรมา ต้องแก้ไขอย่างไร
- อากู๋ ทำกรรมอะไรมาถึงตายโดยไม่รู้สาเหตุ ตอนนี้อยู่ไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่
- คนไข้ที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิตในโรงพยาบาล วิญญาณวนเวียนอยู่หรือไม่ เวลา ผู้ส่งเคส หรือเจ้าหน้าที่นอนในโรงพยาบาลได้ยินเสียงเปิดปิดประตูที่ห้อง เป็นวิญญาณหรือไม่ เวลา ผู้ส่งเคส แผ่เมตตาให้ เขารับบุญได้หรือไม่
- ผู้ส่งเคส ภรรยา และลูกสาว 2 คน เคยทำบุญกับหมู่คณะอย่างไร
- ผู้ส่งเคส จะมีโอกาสได้บวชตลอดชีวิตในบั้นปลายหรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อเสียชีวิตด้วยโรคตับแข็ง ไปอยู่ภพภูมิใด?
ผู้ส่งเคสได้สอบถาม คุณครูไม่ใหญ่ ถึงสาเหตุและเรื่องราวในอดีตชาติ ดังนี้:
คุณยายเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญสร้างองค์พระประจำตัวที่อุทิศให้หรือไม่ มีอะไรอยากบอกหรือไม่
คุณพ่อเป็นพญานาคมาเกิดจริงตามที่คุณย่าฝันหรือไม่? เพราะเหตุใดคุณพ่อจึงโรคใหลตาย? คุณแม่ฝันถึงคุณพ่อเพราะคุณพ่อตายแล้วมาหาใช่หรือไม่? ผู้หญิงในฝันที่บอกคุณแม่ว่าคุณพ่อเคยฆ่าเธอไว้ มีตัวตนจริงหรือไม่ เหตุการณ์เป็นอย่างไร? คุณพ่อตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่คุณแม่และลูกส่งไปให้แล้วมีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง? ท่านฝากบอกอะไรถึงลูกกับคุณแม่หรือไม่?
กรรมใดทำให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ให้กำเนิดมีลูกติดๆ กันและมีลูกแฝดถึง 2 คู่?
โรคต่างๆ ที่ผู้ส่งเคสเป็น ทั้งมะเร็งเต้านมที่ลามสมอง เลือดจาง และโรคแทรกซ้อนต่างๆ รวมถึงอาการเจ็บข้อเท้าเรื้อรัง เกิดจากบุพกรรมใด มีโอกาสหายขาดไหม และจะแก้ไขวิบากกรรมนี้ได้อย่างไร





