
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.626 บวชตอนแก่ก็แย่อย่างนี้
ออกอากาศ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2548
บวชตอนแก่ก็แย่อย่างนี้
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสนี้เป็นลูกพระธรรม นักรบปัจจันตชนบท ปัจจุบันอายุ 71 ปีแล้วครับ ผู้ส่งเคสรู้จักวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่เริ่มมีการซื้อที่ดินในราคาตารางวาละ 62.50 สตางค์ในปี พ.ศ. 2528 และเป็นแฟนพันธุ์แท้ของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยามาตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งยังเป็นผู้นำบุญ ผู้นำรถ และผู้นำสาธุชนชักชวนผู้คนเข้าวัดปฏิบัติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ที่บ้านของผู้ส่งเคสยังเป็นศูนย์กัลยาณมิตรและศูนย์ถ่ายทอดเสียงโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาตั้งแต่ยุคโทรศัพท์จนถึงปัจจุบัน และเป็นศูนย์ดาวธรรมของจังหวัดด้วย
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวของผู้ส่งเคสเริ่มต้นที่ครอบครัวของเธอเอง คุณพ่อของผู้ส่งเคสเมื่อยังหนุ่มชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่มวนใบตอง จนกระทั่งลูกๆ โตกันหมดแล้วตอนท่านอายุ 50 กว่าๆ ท่านจึงเลิกดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด เมื่ออายุได้ 67 ปี ท่านตัดสินใจบวชเพราะอยากอยู่เงียบๆ สงบๆ ทุกคนในครอบครัวก็ยินดีและอนุโมทนา เพราะเห็นว่าท่านตั้งใจจริง หลังจากบวชแล้ว ท่านก็ตั้งใจปฏิบัติธรรมมาตลอด แต่ด้วยสังขารที่ไม่เอื้ออำนวยตามประสาคนบวชตอนแก่ ท่านมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและเป็นลมบ่อยๆ จึงนั่งสมาธิได้น้อยลง ต่อมาท่านอาพาธด้วยโรคหน้ามืด เวียนศีรษะ จึงเข้ารับการรักษาที่ตึกสงฆ์อาพาธเป็นเวลาประมาณปีเศษ ก่อนมรณภาพ ท่านมีอาการร้อนกระสับกระส่ายอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งลูกๆ ก็ไปเฝ้าท่านพร้อมหน้าเว้นแต่คุณแม่ ท่านมรณภาพไปเพราะโรคชราและโรค (ลม) สิริอายุในเพศสมณะได้ 11 พรรษา
ส่วนคุณแม่ของผู้ส่งเคส หลังจากลูกๆ โตหมดแล้วก็เลิกค้าขาย เมื่อคุณพ่อบวช คุณแม่ก็ยินดีและบอกว่าดีแล้ว การที่พ่อบวชทำให้แม่ได้ทำบุญมากขึ้นกว่าแต่ก่อน พออายุได้ 69 ปี แม่เริ่มล้มป่วยกระเสาะกระแสะเรื่อยมา และเมื่ออายุ 77 ปี ก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ท่านเข้ารับการผ่าตัดและเสียชีวิตในอีก 6 เดือนต่อมา
ผู้ส่งเคสมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เธอเป็นคนที่ 3 พี่สาวคนโตเรียนหนังสือน้อยกว่าผู้ส่งเคสเพราะต้องช่วยแม่ค้าขาย ปัจจุบันพี่สาวอายุ 82 ปีแล้ว มีร่างกายอ้วนมาก เคลื่อนไหวลำบาก ขาและเข่าทั้งสองข้างไม่มีแรง เดินไม่ไหวต้องใช้ Walker ช่วย เธอเริ่มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาตั้งแต่ประมาณอายุ 75-76 ปี และปัจจุบันกลายเป็นภาระที่ผู้ส่งเคสต้องคอยเฝ้าดูแลมาตลอด
สามีของผู้ส่งเคสเป็นผู้มีการศึกษา จบปริญญาโทด้านงานก่อสร้าง เคยรับราชการเป็นผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ท่านชอบช่วยเหลือพระพุทธศาสนาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเขียนแบบ ออกแบบ และคุมงานก่อสร้างเสนาสนะให้วัดหลายแห่งในจังหวัด เวลาวัดไหนจะสร้างโบสถ์ หอระฆัง หรือกุฏิ ก็จะมาขอให้สามีของผู้ส่งเคสไปช่วยออกแบบ คุมงาน โดยไม่คิดค่าแรง เพราะท่านถือว่าเป็นการเอาบุญ ประมาณ 7 ปี ก่อนเกษียณ ท่านไปเรียนแพทย์แผนไทยและได้เข้ามาช่วยงานด้านนี้ โดยขับรถขึ้นไปสอนในหมู่บ้าน ชุมชน โรงพยาบาลแพทย์แผนไทย และสอนนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังเกษียณในปี 2539 โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยเชียงใหม่ขอให้ท่านไปช่วยเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษา ซึ่งท่านก็ทำอยู่หลายปี ในระหว่างนั้น ท่านก็ไปให้ความรู้แพทย์แผนไทยตามวัดต่างๆ ที่ขอมาอบรมให้ฟรี ด้วยจิตใจที่มีเมตตา แต่แล้วในวันที่ 18 เมษายน 2547 ขณะอายุ 68 ปี ท่านก็ป่วยเป็นอัมพาต แขนขาซ้ายอ่อนแรง นิ้วมือกระตุก ปากเบี้ยว ตรวจแล้วพบว่าเป็นลิ่มเลือดในสมอง ซึ่งอาการเหล่านี้ (เครียด, ความดัน) สามีไม่เคยเป็นมาก่อน หมอทำการสลายลิ่มเลือด อาการดีขึ้นก็กลับมารักษาที่บ้านด้วยกายภาพบำบัด ต่อมาท่านมีอาการปวดท้องต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ อัลตราซาวด์พบก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่ ก่อนวินิจฉัย สามีได้ทำบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว ผลออกมาว่าเป็นก้อนเนื้อธรรมดา ท่านก็ดีใจที่ไม่ใช่อันตราย แต่ก็ต้องผ่าตัดส่วนที่มีก้อนเนื้อนั้นออก หลังผ่าตัด พบอีกว่าเป็นต่อมลูกหมากโต ต้องทานยา ในวันที่ 22 สิงหาคม 2547 ท่านได้ผ่าตัดต้อกระจกที่ตาซ้าย ปัจจุบันท่านกำลังอยู่ระหว่างรักษาโรคทั้งหมดอยู่ สามีของผู้ส่งเคสก่อนป่วยจะประมาทเวลาชวนไปวัด โดยให้เหตุผลว่าติดงานสอน และจะเลือกเอางานก่อนบอกให้ผู้ส่งเคสไปคนเดียว แต่พอป่วยแล้วก็คิดได้ อยากมีโอกาสสร้างบุญให้มากยิ่งขึ้น ท่านมีศรัทธาในพระธรรมกายเต็ม 100% เคยมาวัดหลายครั้ง และไปปฏิบัติธรรมที่ภูนาวัด 1 ครั้ง สนับสนุนการมาวัดของผู้ส่งเคสมาก ไม่เคยขัดเรื่องทำบุญ เวลาผู้ส่งเคสพาสาธุชนมาวัดและจัดปฏิบัติธรรมที่บ้าน ท่านก็จะมาช่วยทุกครั้ง แต่ท่านเป็นคนเอางานจึงไม่ค่อยได้มาวัด เวลาผู้ส่งเคสมาทำบุญ ท่านก็จะฝากปัจจัยมาทำบุญตลอด อย่างน้อยก็เพื่อเติมบุญ ฝากเทพธิดามาทำบุญ ปัจจุบันท่านอายุ 69 ปี อาการทุเลาลงแต่ก็ยังเดินไม่ถนัด ทำให้หงุดหงิด
ผู้ส่งเคสมีลูก 4 คน คนโตเป็นชาย ที่เหลือเป็นหญิง เดือนมีนาคม 2529 ลูกชายคนโตซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ขออนุญาตบวชธรรมทายาท ทำให้ผู้ส่งเคสและสามีปลื้มปิติยินดีมาก ช่วงสุดท้ายก่อนลาสิกขา ท่านได้ไปเทศน์โปรดญาติพี่น้องและโรงเรียนที่ผู้ส่งเคสสอนอยู่ ช่วงบวชท่านเคร่งครัดมาก อยากบวชต่อแต่ยังเรียนไม่จบจึงลาสิกขา ต่อมาเพื่อนชวนไปทำงานเป็นผู้แทนขายยาของบริษัทหนึ่ง ทำไปจนถึงปี 253_ ก็ประสบอุบัติเหตุขณะขับรถเร็ว มีรถปิคอัพพุ่งมาชน ลูกชายบาดเจ็บแขนขาหัก รักษาตัวในโรงพยาบาลและที่บ้านรวม 8 เดือนจึงหาย ออกจากบริษัทนั้นมาทำงานในจังหวัดที่ผู้ส่งเคสอาศัยอยู่ ประมาณปี 2534 ลูกชายมีอาการปวดท้อง ตรวจพบก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่ แพทย์ให้ผ่าตัดทันที ปัจจุบันหายแล้ว แม้จะเคยบวชที่วัด แต่ลูกชายก็ห่างวัดไป อาจเป็นเพราะภารกิจ หน้าที่การงาน และครอบครัว เวลาชวนทำบุญเขาก็ทำ แต่ไม่ค่อยสนใจสร้างบุญกุศล ยังคงมีแต่ลูกสาว 3 คนที่รักบุญสม่ำเสมอ ผู้ส่งเคสพยายามชวนลูกชายทำบุญอยู่
เรื่องของครอบครัวสามี ผู้ส่งเคสเล่าว่า คุณพ่อของสามีเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ ขยันทำมาหากินแบบคนจีน ประกอบอาชีพเกษตรกร เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลอดอาหาร คุณแม่ของสามีป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกและโรคหัวใจ หลังผ่าตัดได้ 8 เดือน ท่านมีอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดกระดูก สามีพาหมอมานวดที่บ้านทุกอาทิตย์ ในวันที่เสียชีวิต หมอมานวดตามปกติ ขณะกำลังนวดบริเวณเส้นหลังข้อพับเข่าซึ่งตึงมาก ท่านมีท่าทีไม่ไหว แต่หมอยังคงนวดเส้นนั้นอยู่ จนท่านเป็นลมไปเลย ถ้าเจ็บแล้วบอกให้ปล่อย ก็ต้องปล่อย สามีพาท่านไปโรงพยาบาล แต่ท่านเสียชีวิตระหว่างทาง ผู้ส่งเคสยังไม่แน่ใจว่าท่านเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด
ผู้ส่งเคสเล่าต่อไปว่าลูกสาวคนที่ 3 ของเธอเป็นพยาบาล และมักมีอาการปวดหัวข้างเดียวและปวดท้องบ่อยๆ ส่วนตัวผู้ส่งเคสเองก็เคยจัดว่าแข็งแรง เดิมไม่มีโรคประจำตัว แต่ปัจจุบันต้องมียาป้องกันโรคหัวใจและไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ ผู้ส่งเคสต้องมาดูแลอาการป่วยของสามีและพี่สาว ซึ่งผู้ส่งเคสอยากรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะวิบากกรรมใด และจะมีวิธีให้พ้นจากสภาวะนี้ได้อย่างไร เพื่อจะได้สร้างบารมีได้อย่างเต็มที่ตลอดชีวิตตามที่ตั้งใจไว้ และอยากทราบว่าตนเองและครอบครัว ญาติพี่น้องได้สร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร และมีความผูกพันกันอย่างไร
นี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่ผู้ส่งเคสได้เล่ามา ก่อนที่จะเข้าสู่คำถามที่คุณครูไม่ใหญ่จะเมตตาตอบให้ฟัง
คำถาม
- * **คุณพ่อ:**
- * มรณภาพแล้วไปไหน ปัจจุบันท่านอยู่ภพภูมิใดคะ
- * ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่คะ
- * กรรมใดทำให้ท่านมรณภาพด้วยโรค (ลม)
- * **คุณแม่:**
- * เสียชีวิตแล้วไปไหนคะ
- * ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่คะ
- * ท่านมีบุพกรรมใดจึงเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในลำไส้คะ
- * **คุณพ่อและคุณแม่ (ทั้งสองท่าน):**
- * ได้รับบุญที่ลูกและสามีสร้างองค์พระประจำตัวและบุญอื่นๆ อุทิศไปให้หรือไม่คะ
- * **สามี:**
- * มีบุพกรรมใดจึงต้องมาป่วยด้วยโรคซ้ำซ้อนหลายโรค คือ ลิ่มเลือดในสมอง ก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมากโต ต้อกระจกที่ตาซ้าย ทั้งที่ดูแลสุขภาพดีมาตลอดคะ
- * มีวิธีให้หายดังเดิมได้ไหมคะ
- * **ลูกชายคนโต:**
- * บุพกรรมใดทำให้มีก้อนเนื้อที่ลำไส้ใหญ่จนต้องผ่าตัดลำไส้ใหญ่ และเคยประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนจนต้องผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกคะ
- * เพราะอะไรเขาถึงห่างวัดไปมากคะ
- * จะทำอย่างไรให้เขากลับมาสร้างบารมีกับหมู่คณะอีกคะ
- * เขาได้สร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไหร่คะ
- * **พี่สาวคนโต:**
- * บุพกรรมใดทำให้อ้วนมากจนเคลื่อนไหวลำบาก ขาและเข่าทั้งสองข้างไม่มีแรงคะ
- * **เตี่ย (คุณพ่อสามี):**
- * บุพกรรมใดทำให้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลอดอาหารคะ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
โยมยาย (คนจีน) เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกหลานอุทิศให้หรือไม่ มีอะไรอยากฝากบอกลูกหลานหรือไม่
บุพกรรมใดคุณปู่จึงป่วยด้วยโรคหอบและความดันสูง? ท่านตายแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอย่างไร? กรรมจากการสูบบุหรี่ของท่านส่งผลหลังละโลกหรือไม่?
คุณปู่ หรือ คุณย่า ของผู้ส่งเคส ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่? กรรมใดทำให้คุณย่าเป็นมะเร็งในถุงน้ำดีและติดเชื้อในกระแสเลือด? กรรมเจ้าชู้ของคุณปู่จะส่งผลอย่างไร และบุญที่บวชช่วงบั้นปลายชีวิตจะส่งผลอย่างไร?
คุณแม่มีบุญอะไรจึงได้รับมรดกจากคุณยาย แต่ทำวิบากกรรมใดจึงต้องขายสมบัตินั้นและใช้ทรัพย์หมดไป คุณแม่ทำวิบากกรรมอะไรมาจึงตายด้วยโรคเบาหวาน
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึง คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ครับ:
คุณพ่อ คุณแม่ ของผู้ส่งเคส เสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ใด เป็นอย่างไรบ้าง?






