
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ และย้ายไปอยู่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดสระแก้ว เพื่อหาที่ดินทำกิน โดยโยมพ่อได้ถางป่าทำไร่ ส่วนโยมแม่ขายขนมครกและขนมไข่หงส์ทอด รายได้ของครอบครัวเพียงแค่ประทังชีวิตไปวันๆ ต้องกินข้าวกับเผือก มัน น้ำปลา และขนมครกกับไข่ต้มเป็นเวลาหลายปี บ้านเป็นเพียงกระท่อมมุงหญ้า มีเปลือกไม้ปูเป็นที่นอน ในฤดูหนาว ผู้ส่งเคสและพี่น้องต้องนอนกอดกันเพราะมีผ้าห่มเพียงผืนเดียว ต้องผลัดกันห่ม และบางคืนต้องลุกขึ้นมาก่อไฟผิงตัว บ้านอยู่ห่างจากชายแดนกัมพูชาเพียง 30 กม. จึงได้ยินเสียงระเบิดและปืนยิงกันอยู่เสมอด้วยความหวาดผวา โยมพ่อส่งเสียให้เรียนถึง ป.4 แต่ไม่มีเงินส่งต่อ ผู้ส่งเคสจึงไปเป็นลูกศิษย์วัดอยู่กับลูกชายของป้า ทำให้ได้ใกล้ชิดพระและได้โอกาสเรียนหนังสือต่อใกล้ๆ วัด
เนื้อเรื่อง
หลังจากเรียนจบ ป.6 โยมพ่อได้พาผู้ส่งเคสไปหาคนทรงเจ้าเพื่อดูว่าจะมีวาสนาเป็นเจ้าคนนายคนหรือไม่ จะได้เรียนต่อหรือออกมาช่วยงาน คนทรงเจ้าทำพิธีแล้วบอกว่าดูดวงไม่ได้ เพราะเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาขวางไว้ โยมพ่อตัดสินใจส่งให้เรียนต่อเอง เพราะเห็นว่ามีแววดี ผู้ส่งเคสได้เข้าเรียนที่โรงเรียนนักเรียนนายเรือ ฝึกหนักทั้งบนบกและในน้ำ บางครั้งถึงกับอาเจียน เพื่อนบางคนเสียชีวิต แต่ผู้ส่งเคสอดทนเพราะคิดว่าถ้าเรียนจบได้เข้ารับราชการแล้ว จะได้ส่งเงินให้โยมพ่อโยมแม่ใช้ ท่านจะได้ไม่ลำบากและมีหน้ามีตา เพื่อนๆ หลายพันคนทยอยลาออกไป เหลือผู้ที่ผ่านการฝึกไม่กี่ร้อยคน แต่ผู้ส่งเคสก็ทนความทุกข์ทรมานจนเรียนจบและได้เข้ารับราชการ
ต่อมาผู้ส่งเคสตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อมาบวชในปี พ.ศ. 2539 ด้วยความตั้งใจจะบวชสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อตลอดไป หลังจากบวชแล้วก็ได้ทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ ชักชวนสาธุชนทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ชวนคนสร้างพระธรรมกายประจำตัวกว่า 120 องค์ และสร้างบุญทุกงานบุญ ทำให้รู้ซึ้งถึงการทำหน้าที่กัลยาณมิตรว่าต้องอาศัยความเพียรและความอดทนอย่างมาก
ครั้งหนึ่งได้เดินทางไปบอกบุญองค์พระแกนกลางที่อำเภอปักธงชัย คนขับรถซึ่งเป็นนายตำรวจได้พาไปบอกบุญพ่อบุญธรรมของเขา เมื่อไปถึงบ้าน พ่อบุญธรรมมีกลุ่มคนจำนวนมากนั่งรออยู่ รวมถึงกลุ่มคนที่นั่งล้อมวงเล่า ผู้ส่งเคสถามกลุ่มคนที่นั่งรอว่ามาทำอะไร เขาตอบว่ามาถอนของ ผู้ส่งเคสเริ่มรู้สึกหวั่นๆ แต่ใจสู้ คิดว่าเราเป็นศิษย์มีครู จะสู้ตายโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน พ่อบุญธรรมนิมนต์ให้เข้าไปนั่งที่เก้าอี้ใต้ถุนบ้าน ซึ่งมีเพื่อนๆ และคนรู้จักของนายตำรวจมารออยู่ พ่อบุญธรรมนำน้ำส้มแช่เย็นมาถวาย ทั้งที่อากาศอบอ้าว แต่ผู้ส่งเคสกลับรู้สึกว่าฉันไม่ได้ องค์ในบอกว่าฉันไม่ได้ จึงได้วางขวดน้ำส้มลงแล้วเริ่มทำหน้าที่กัลยาณมิตรทันที บอกเล่าอานิสงส์ของการสร้างบุญและชวนทำบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัว
ในระหว่างที่กำลังทำหน้าที่อยู่ หน้าตาของพ่อบุญธรรมเปลี่ยนจากผ่องใสเป็นหมองคล้ำดำลงไปเรื่อยๆ ที่น่าแปลกคือ ท้องฟ้าที่แต่เดิมแจ่มใสไม่มีเมฆ กลับกลายเป็นเมฆสีดำเต็มไปหมด มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น และมีลมบ้าหมุนวนตัวเข้ามาหยุดอยู่ตรงบริเวณใต้ถุนบ้านกว่าครึ่งชั่วโมง บ้านหลังอื่นไม่เป็น ผู้ส่งเคสคิดในใจว่าคงมีการประลองฤทธิ์กัน แต่นึกถึงหลวงปู่กับคุณยายแล้วยังคงทำหน้าที่บอกบุญต่อไปเรื่อยๆ ไม่สนว่าฟ้าจะคำราม ลมจะม้วนเข้ามา หรือหน้าตาของพ่อบุญธรรมจะหมองคล้ำ มีโยมรุ่นพี่ของนายตำรวจคนหนึ่ง ตอนแรกสนใจจะทำบุญ แต่ฟังไปเรื่อยๆ กลับเปลี่ยนใจไม่ทำ ผู้ส่งเคสพยายามยกอานิสงส์ต่างๆ มาอธิบาย พ่อบุญธรรมเลิกฟังและออกไปนั่งที่วงเล่า หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ส่งเคสก็ชวนรุ่นพี่ของนายตำรวจสำเร็จ ได้ตัดสินใจทำพระแกนกลาง 1 องค์ ใช้เวลาทำหน้าที่ถึง 4 ชั่วโมงเต็ม
เมื่อบอกบุญสำเร็จแล้ว ผู้ส่งเคสและน้องๆ เตรียมเดินทางกลับวัด ซึ่งใกล้ค่ำแล้ว แต่พ่อบุญธรรมเดินตามมาจับที่รถบอกว่ารถสตาร์ทไม่ติดหรอก เมื่อลองสตาร์ทก็ไม่ติดจริง ผู้ส่งเคสใจหายเพราะรถใหม่แต่ทำใจดีสู้เสือ ตัดสินใจว่าจะไม่ลงจากรถ และนึกถึงบารมีธรรมของหลวงปู่ คุณยาย สักพักมีเด็กหนุ่มกับเพื่อน 2 คนมาช่วยดูรถ จับโน่นจับนี่นิดหน่อย รถก็สตาร์ทติด ก่อนออกรถได้ยินพ่อบุญธรรมถามเด็กหนุ่มว่ามาทำไม เด็กหนุ่มตอบว่าไม่รู้เหมือนกันอยู่ดีๆ ก็อยากมา ตำรวจคนขับรถจึงบอกความจริงว่าพ่อบุญธรรมเป็นหมอทำคุณไสยที่เก่งมาก เป็นที่รู้จักของชาวบ้าน เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ผู้ส่งเคสไม่เคยลืม
โยมยายมีชีวิตลำบากตั้งแต่เด็ก แต่งงานมีลูก 2 คน (โยมแม่และโยมป้า) ต่อมาโยมตาเสียชีวิต โยมยายแต่งงานใหม่มีลูกอีก 3 คน สามีใหม่ติดเหล้ามาก ไม่เคยช่วยทำมาหากิน ขายที่นา ขายควายเอาเงินไปกินเหล้า โยมยายโดนสามีด่า ทุบตี และเอาปืนไล่ยิงบ่อยๆ จนทนไม่ไหวต้องพาลูกหนี เมื่อลูกโตมีครอบครัว โยมย่าน้าสาวต่างบิดารับโยมยายไปอยู่ด้วย แต่สามีของน้าสาวก็ดื่มเหล้าเมาอาละวาด ด่าทอทั้งน้าสาวและโยมยาย ไม่ยอมให้โยมยายกินข้าวและไล่ออกจากบ้าน โยมยายวัยกว่า 80 ปี ต้องเดินออกจากบ้านลูกสาวด้วยความเจ็บปวด ไปอาศัยอยู่กับลูกคนอื่นๆ
น้องชายผู้ส่งเคสเคยป่วยเป็นไข้มาลาเรีย สลบ 7 วัน 7 คืน หมอคิดว่าไม่รอด แต่วันที่ 8 มีคนบริจาคเลือดช่วยชีวิตไว้ได้ หลังฟื้นมีอาการมึนงง จำอะไรไม่ค่อยได้ เวลาคิดจะปวดหัว จึงต้องออกจากโรงเรียนกลางคันมาช่วยงานที่บ้าน ครั้งหนึ่งฝันเห็นชายหญิงตัวสูงใหญ่ให้ไปขุดทองใกล้บ้าน แต่น้องชายไม่ได้สนใจ เล่าความฝันให้โยมแม่ฟัง โยมแม่สะดุดใจเพราะเคยเห็นแสงสว่างจากที่ดินตรงนั้นเกือบครึ่งชั่วโมง โยมแม่ไปหาคนทรง คนทรงบอกว่ามีทองฝังอยู่ บอกตำแหน่งและลักษณะหินร่วนๆ น้องชายจึงขุดได้ 2 เมตร พบหินร่วนๆ แต่ไม่เจอทองจึงเลิก ต่อมาโยมแม่ฝันว่าทองย้ายไปที่อื่น และมีพ่อเฒ่าที่ชอบนั่งสมาธิมาบอกว่ามีทอง แต่เจ้าของบอกให้บวชให้ก่อน 7 วันจึงจะให้ เพื่อให้น้องอยู่ในบุญ ใจสบาย แล้วจะได้ทอง แต่น้องชายไม่ได้บวชจึงไม่ได้ทอง
ปลายปี 2546 ผู้ส่งเคสทราบว่าปี 2547 จะมีกฐินจักรพรรดิ และการภาวนาจะทำให้ปิดอบายได้ อยากให้โยมแม่เป็นประธานกฐิน จึงปรึกษาพี่น้อง 4 คน ทุกคนเห็นดี แม้ครอบครัวยังมีหนี้ พี่สาวซึ่งศรัทธาหลวงปู่มาก อธิษฐานกับหลวงปู่ นั่งสมาธิทุกวัน ขอให้ได้เงิน 100,000 บาทมาทำบุญ นมวัวที่เลี้ยงไว้ให้ผลผลิตมากกว่าปกติ จากเดิมเดือนละไม่เกิน 20,000 บาท กลับได้เดือนละ 40,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน สะสมเงินได้ 120,000 บาท ผู้ส่งเคสทราบข่าวจึงไปบอกโยมแม่นำเงินมาทำกฐิน โยมแม่ตกลง พี่สาวถอนเงินออกมาทั้งหมด พาโยมพ่อโยมแม่มาวัดในวันนั้น ถวายปัจจัยกับหลวงพ่อที่บ้านคุณยาย โยมพ่อโยมแม่ปิติใจมาก ผู้ส่งเคสถามโยมแม่ว่าเสียดายไหม โยมแม่บอกว่าไม่เสียดายเลย แม้ไม่เคยมีเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อน นอกจากทำบุญกฐิน 100,000 บาท ยังเหลือเงิน 20,000 บาทไปใช้หนี้หมดในปีนั้น เหตุการณ์นี้ยังความปิติให้ครอบครัวมาถึงปัจจุบัน คุณครูไม่ใหญ่บอกว่าการนึกถึงมหาปูชนียาจารย์และอธิษฐานเป็นเรื่องเล็กหากอธิษฐานเป็น วิชาธรรมกายยากมากที่หลวงปู่ค้นพบ แค่เงินแสนบาทจะยากอะไร ขอให้บารมีหลวงปู่เป็นที่พึ่ง การอธิษฐานต้องทำบ่อยๆ ไม่ใช่ทีเดียวได้
คำถาม
- วิบากกรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสเกิดในครอบครัวยากจน ห่างไกลความเจริญ อยู่ในบรรยากาศสงคราม แต่ได้รับการศึกษาจนรับราชการได้สำเร็จ เป็นความจริงหรือไม่
- ตอนโยมพ่อถามคนทรง แล้วคนทรงบอกว่าดูดวงไม่ได้เพราะเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาขวางไว้ พระพุทธรูปองค์นั้นคืออะไร
- ช่วงที่ผู้ส่งเคสไปบ้านพ่อบุญธรรมนายตำรวจ เขาทำคุณไสยใช่หรือไม่ และเพราะเหตุใดผู้ส่งเคสจึงไม่เป็นอะไร
- โยมยายทำวิบากกรรมใดมาจึงต้องลำบากตั้งแต่เด็ก อยู่กับสามีขี้เมา ลูกเขยขี้เมาที่ทุบตี ด่าทอ และโดนไล่ออกจากบ้าน
- โยมน้องชายทำอะไรมาถึงได้ป่วยหนักสลบ 7 วัน 7 คืน แต่รอดมาได้ มีอาการมึนงง จำอะไรไม่ค่อยได้เป็นเพราะวิบากกรรมใด
- ความฝันที่น้องชายฝันว่ามีคนสูงใหญ่ให้ไปขุดทองเป็นความจริงหรือไม่ ถ้าจริงคนนั้นคือใคร ครอบครัวมีบุญที่จะขุดทองได้หรือไม่
- โยมพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง กระเพาะอาหารอักเสบ หัวใจเต้นผิดปกติ ฤทธิ์สีดวงทวาร และผ่าตัดไส้ติ่ง เพราะกรรมใด ทำอย่างไรจึงจะหมดวิบากกรรม
- โยมแม่เป็นโรคเหน็บชา กระดูกทับเส้นประสาท และไซนัส เพราะกรรมอะไร ทำอย่างไรจึงจะแก้ได้
- บุญที่โยมแม่ตัดใจถวายเงิน 100,000 บาท ทำบุญกฐินจักรพรรดิด้วยใจปีติเบิกบาน จะส่งผลอย่างไร
- ผู้ส่งเคส โยมพ่อ โยมแม่ พี่สาว เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างไร ผู้ส่งเคสมีผลการปฏิบัติธรรมอย่างไรบ้าง และในพุทธันดรที่แล้วได้ลงมาสร้างบารมีรอบที่ 2 หรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณยายเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญสร้างองค์พระประจำตัวที่อุทิศให้หรือไม่ มีอะไรอยากบอกหรือไม่
คุณพ่อเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดเพราะบุพกรรมใด ปรโลกอยู่ที่ภพภูมิไหน และจะต้องทำอย่างไรให้ท่านมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปคะ
คุณตา (ฝ่ายมารดา) เก็บเงินสกุลจีนจำนวนมากไว้ แต่ถูกยกเลิกกลายเป็นเศษกระดาษ เป็นเพราะวิบากกรรมอะไร
คุณพ่อซึ่งนับถืออิสลามเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญที่สร้างองค์พระหรือไม่
บุพกรรมใดทำให้น้าสาวมีพังผืดกั้นในมดลูก จนลูกนอนตัวขวาง ได้รับอาหารน้อย ในขณะที่แม่น้ำหนักมากผิดปกติ เป็นกรรมร่วม หรือกรรมส่วนตัว?
น้องชายคนที่ ๖ มีกรรมใดจึงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด และน้องชายคนที่ ๗ มีกรรมใดจึงประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต มีสาเหตุจากการเป็นลูกที่ขอจากศาลเจ้าพ่อตากสินหรือไม่ครับ ตอนนี้ทั้งสองอยู่ภพภูมิใด






