
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสปัจจุบันอายุ 77 ปี และสามีอายุ 81 ปี รู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นนักเรียนอนุบาลของคุณครูไม่ใหญ่ และเป็นแฟนพันธุ์แท้ของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยามาเกือบ 1 ปีแล้ว โดยจะเปิด DMC ดูทั้งวันทั้งคืน ไม่เคยขาด และติดตามชมรายการที่คุณครูไม่ใหญ่ ออกอากาศตลอดอย่างมีความสุข ผู้ส่งเคสรู้จักวัดพระธรรมกายครั้งแรกในปี 2513 จากญาติที่เล่าว่าแม่ชีจันทร์ที่เคยอยู่โรงงานทำวิชากับหลวงพ่อวัดปากน้ำมาสร้างวัดอยู่ที่ปทุมธานี จึงเดินทางมาดูว่าใช่ตัวจริงหรือไม่ เพราะมีคนบอกว่าเป็นตัวปลอมก็มี เมื่อแรกที่เห็นก็จำได้ทันทีว่าเป็นป้าจันทร์ หรือคุณยายจันทร์ ขนนกยูง ตัวจริง เพราะจำแววตาท่าทาง การเดินของท่านได้แม่นยำ ตั้งแต่สมัยที่ครอบครัวไปทำบุญที่วัดปากน้ำในสมัยหลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ ตอนนั้นได้เห็นคุณยายเดินออกจากโรงงานทำวิชาไปที่โรงฉันเป็นประจำ ท่านจะเดินไวมาก เคยถามป้าท้วมที่ดูแลเรื่องอาหารว่าทำไมท่านเดินไว ป้าท้วมตอบว่าท่านต้องรีบไปนั่งทำวิชากับหลวงพ่อ หลังจากนั้น ผู้ส่งเคสได้มาทำบุญในที่ที่คุณยายกำลังสร้างวัดอีกครั้งในปี 2513 และถวายปัจจัยกับมือคุณยาย จากนั้นก็ไม่ได้มาอีกเลย เพราะต้องเลี้ยงลูก จนปี 2547 ได้ติดจานดาวธรรม จึงได้กลับมาสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างต่อเนื่อง เมื่อมาถึงวัดพระธรรมกายในปัจจุบันก็เห็นความ เป็นระบบระเบียบ ความสะอาดของสถานที่ โดยเฉพาะห้องน้ำที่สะอาดมาก ทำให้คิดถึงสมัยที่ไปทำบุญวัดปากน้ำ ที่ได้เห็นจริยวัตรของหลวงปู่ที่ท่านรักความสะอาดมาก การสร้างบารมีกับหลวงปู่วัดปากน้ำเริ่มต้นในปี 2493 ตอนนั้นอายุประมาณ 10 กว่าขวบ คุณลุงได้เล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่และได้พาไปกราบ โดยหลวงปู่ได้ให้แม่ชีจันทร์ดูให้ว่าคุณยายที่เสียไปหลายสิบปีแล้วอยู่ที่ไหน ครั้งนั้นเองที่ได้รู้จักคุณยายจันทร์ ขนนกยูง ประมาณปี 2495 ครอบครัวได้ทำบุญสร้างโรงเรียนพระปริยัติและถวายปัจจัยกับหลวงปู่ ท่านเมตตามอบพระของขวัญ รุ่น 1 กรอบเงินให้คนละองค์ ปี 2497 คุณแม่ก็ได้ไปทำบุญสร้างโรงเรียนพระปริยัติเพิ่มเติม หลวงปู่ก็ได้มอบพระของขวัญให้อีกครั้ง ผู้ส่งเคสมีพี่น้องทั้งหมด 11 คน เป็นคนที่ 11 คุณแม่เป็นคนขยัน ใจบุญ ชอบทำบุญ ช่วยเหลือคน และใส่บาตรพระทุกวัน คุณแม่พามาทำบุญเลี้ยงพระ เจริญภาวนากับหลวงพ่อ หลวงปู่วัดปากน้ำอยู่เสมอ เคยสวนทางกับคุณยายจันทร์ ท่านทักและถามว่าใครสอนให้นั่งพนมมือ เมื่อตอบว่าคุณแม่สอน ท่านก็ชมว่าสอนดี คุณแม่ป่วยด้วยโรคไตและเสียชีวิตในปี 2519 สามีของผู้ส่งเคสได้ทำบุญด้วยกันมาตลอดตั้งแต่สมัยวัดปากน้ำ
เนื้อเรื่อง
ผู้ส่งเคสได้เล่าเรื่องราวความประทับใจและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่วัดปากน้ำและคุณยายจันทร์ โดยระบุว่า ตนเองและสามีเป็นนักเรียนอนุบาลของคุณครูไม่ใหญ่และเป็นแฟนพันธุ์แท้ของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ที่เปิด DMC ดูตลอดและติดตามชมรายการของคุณครูไม่ใหญ่ การได้รู้จักวัดพระธรรมกายครั้งแรกในปี 2513 เกิดจากญาติเล่าถึงแม่ชีจันทร์ที่มาจากโรงงานทำวิชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำมาสร้างวัดที่ปทุมธานี ด้วยความสงสัยว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ เพราะมีคนบอกว่าเป็นตัวปลอม ผู้ส่งเคสจึงเดินทางมา และเมื่อเห็นคุณยายจันทร์ก็จำได้ทันทีว่าเป็นตัวจริง จากแววตา ท่าทางการเดิน ที่เคยเห็นบ่อยครั้งตอนไปทำบุญที่วัดปากน้ำในสมัยหลวงปู่มีชีวิตอยู่ คุณยายเดินไวมาก เพื่อจะรีบไปนั่งทำวิชากับหลวงพ่อ คุณครูไม่ใหญ่เองก็เล่าถึงการได้พบคุณยายครั้งแรกเช่นกัน โดยตั้งใจไปเรียนธรรมะที่วัดปากน้ำและพยายามตามหา คุณแม่ อาจารย์ลูกจันทร์ ตามที่อ่านเจอในหนังสือ แต่ไม่มีใครรู้จักชื่อนี้ มีแต่ ครูจันทร์ จนกระทั่งได้พบสหธรรมิกที่วัดปากน้ำซึ่งเป็นเพื่อนนักศึกษาธรรมะด้วยกัน ท่านพาไปพบคุณยาย คุณครูไม่ใหญ่พบคุณยายที่หน้าหอล่างของหลวงปู่ เมื่อได้พบก็จำได้ทันทีว่าตรงตามภาพ แววตาของท่านเป็นจุดเด่น แม้จะผอมแต่ดูนวล และมีความรู้สึกเคารพรักอย่างลึกซึ้ง คุณครูไม่ใหญ่รู้สึกว่าท่านน่าจะตอบคำถามได้ จึงถามเรื่องนรกสวรรค์ ซึ่งท่านก็ตอบเรียบๆ ว่า มี ยายไปมาแล้ว และหากอยากไป ท่านก็จะสอนให้และไปด้วยกัน คุณครูไม่ใหญ่จึงเริ่มเรียกท่านว่า คุณยาย และคนอื่นๆ ก็เรียกตาม คุณครูไม่ใหญ่ยังเล่าถึงความประทับใจในตัวคุณยายที่เดินไวมาก และเสียงหัวเราะที่ดังตั้งแต่หน้าประตูบ้านธรรมปสิทธิ์ คุณครูไม่ใหญ่เคยบวชใหม่ๆ และได้ยินคุณยายพูดเรื่องการเข้าถึงนิพพานด้วยกายมนุษย์ หลังจากนั้น ผู้ส่งเคสได้มาทำบุญที่ที่คุณยายสร้างวัดอีกครั้งในปี 2513 ตอนนั้นนั่งอยู่บนกองฟาง มีพระอยู่องค์เดียว และคุณยายนั่งเป็นกำลังใจให้เขาขุดดินก้อนแรกในวันมาฆบูชา 20 กุมภาพันธ์ 2513 ตอนนั้นคุณยายตั้งใจจะสร้างวัดเล็กๆ มีพระ 18-21 องค์ หลังจากไม่ได้มานาน ผู้ส่งเคสกลับมาสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างต่อเนื่องในปี 2547 เมื่อได้ติดจานดาวธรรม การมาวัดพระธรรมกายในปัจจุบันทำให้เห็นความเป็นระบบระเบียบและความสะอาดที่ดีมาก โดยเฉพาะห้องน้ำ ซึ่งทำให้คิดถึงหลวงปู่วัดปากน้ำที่ท่านก็รักความสะอาดมากเช่นกัน และคุณยายซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ก็สามารถสร้างวัดให้เป็นระเบียบและสะอาดเช่นนี้ได้
ผู้ส่งเคสเริ่มสร้างบารมีกับหลวงปู่วัดปากน้ำตั้งแต่ปี 2493 ขณะอายุประมาณ 10 กว่าขวบ ชื่อเสียงของหลวงปู่โด่งดังมาก คุณลุงได้เล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์และพาไปกราบ ครั้งนั้นหลวงปู่ให้แม่ชีจันทร์ดูเรื่องคุณยายที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ซึ่งแม่ชีจันทร์ตอบว่าไปเกิดแล้ว ไม่ต้องห่วง เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนศรัทธาในวิชชาธรรมกายมาก ปี 2495 ครอบครัวได้ทำบุญสร้างโรงเรียนพระปริยัติ ถวายปัจจัยและได้รับพระของขวัญรุ่น 1 จากหลวงปู่ ท่านบอกว่าพระของใครก็ของคนนั้น ต้องออกเงินทำบุญเองถึงจะได้ และพระองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์ ไปได้มาได้ ท่านหันมาทางสามีของผู้ส่งเคสและบอกให้เก็บพระไว้ให้ดี เพราะพระละลายน้ำได้ ซึ่งต่อมาพระของสามีก็ละลายน้ำจริงๆ ปี 2497 คุณแม่ทำบุญเพิ่ม หลวงปู่ก็มอบพระของขวัญอีกครั้ง โดยบอกว่าทำจากข้าว ก้นบาตร กับดอกมะลิ ไปมาได้สบายๆ มีอะไรก็สัมมาอรหัง ท่านหันมาทางผู้ส่งเคสและพูดว่า เรานั่นมันขี้โรค แล้วเป่าศีรษะให้ สมัยนั้นคนไปทำบุญ นั่งสมาธิที่วัดปากน้ำกันมาก บรรยากาศจะเงียบมากได้ยินแม้เสียงลมหายใจ คุณครูไม่ใหญ่เน้นย้ำให้เก็บพระของขวัญของหลวงปู่วัดปากน้ำไว้ให้ดี อย่าให้ละลายน้ำ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เวลาทำของขวัญก็จะพยายามหาของที่ไม่ละลายน้ำ คุณครูไม่ใหญ่มีความตั้งใจจะสร้างพระด้วยรัตนชาติ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และมอบเป็นของขวัญให้ผู้มีบุญ
คุณครูไม่ใหญ่เล่าเรื่องของลุงเป่ง ศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่วัดปากน้ำ ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าโรงงานทำวิชาได้ โดยต้องแงะกลอนประตูไม้แล้วเดินเบาๆ ลุงเป่งเล่าว่าตอนแรกไม่เข้าใจสิ่งที่ทำวิชาพูดกัน เพราะมีแต่คำว่า ละเอียดหรือยัง หนักเข้าไปอีก สว่างมั้ย ลุงเป่งรู้สึกเหมือนคนบ้าเพราะไม่เข้าใจภาษาที่ใช้ ลุงเป่งชอบเรื่องไสยเวทและเคยนำแผ่นเงินมาให้หลวงปู่ทำตะกรุดให้ หลวงปู่รับไว้แต่ก็เลื่อนไปถึง 3 ปี จนปีที่ 3 หลวงปู่เห็นลุงเป่งหงุดหงิดก็ยกตำราให้ไปทำเอง ต่อมาลุงเป่งทำวิชาได้หายไปนาน จนคุณแม่ (นายแม่) มาฟ้องหลวงปู่ว่ากลัวลุงเป่งหนีไปติดผู้หญิง แต่หลวงปู่บอกว่าไปทำวิชาอยู่และทำเป็นแล้ว ต่อมาลุงเป่งกลับมา ยิ้มแย้ม บอกว่าไปได้ดวงมาจริงๆ หลวงปู่ให้ลุงเป่งเอาตะกรุดวางไว้บนผ้าขาวขณะที่ท่านกำลังฉันและรับแขกอยู่ ท่านบอกว่าเสกเรียบร้อยแล้ว ลุงเป่งไม่เข้าใจเพราะเห็นท่านแค่ฉันและรับแขก ไม่ได้ทำอะไรพิเศษ หลวงปู่บอกว่าลุงเป่งมิจฉาทิฏฐิ มองไม่เห็น ตะกรุดของลุงเป่งนั้นศักดิ์สิทธิ์ เคยไปทดลองกับคนทรงเจ้า คนอื่นเห็นแต่คนทรงเจ้าบอกไม่เห็น ลุงเป่งยังทำผงอิทธิเจและทำแหวนโดยใส่ผงไว้ข้างใน หลวงปู่บอกว่าผงต้องมีแสงเรือง ลุงเป่งถามว่าศักดิ์สิทธิ์ที่ผงหรือที่ไหน หลวงพ่อบอกว่าศักดิ์สิทธิ์ที่ เขา แต่ไม่บอกว่าเขาไหน แหวนนี้ใช้แล้วศักดิ์สิทธิ์ แต่ครั้งหนึ่งทำหายที่ต่างจังหวัด ลุงเป่งไปกราบหลวงปู่ที่ตอนนั้นป่วยหนัก ใกล้จะมรณภาพแล้ว ขอให้ท่านช่วยตามหาแหวน หลวงปู่ตอบว่า เออ เปล่ง เดี๋ยวจะไปตามให้ ลุงเป่งคิดว่าท่านนอนอยู่จะไปตามได้อย่างไร แต่อีกไม่กี่วันต่อมา มีคนจากต่างจังหวัดนำแหวนมาส่งให้ถึงบ้าน
ผู้ส่งเคสเล่าถึงตอนที่ตัวเองป่วยเป็นโรคไวรัสเข้าลิ้นหัวใจ นอนโรงพยาบาล 24 วัน คุณหมอกระซิบว่าอาการ 50 50 ถึงสองครั้ง ในใจก็นึกถึงพระผงของขวัญและรูปหล่อหลวงปู่ที่นำติดตัวไปด้วย ขอบารมีหลวงปู่ให้ได้ยาดีมารักษา เช้าวันต่อมา คุณหมอบอกว่าเจอยาดีที่สุดจากต่างประเทศ และเมื่อฉีดไปอาการปวดก็หายไปอย่างอัศจรรย์ จาก 50 50 เป็น 100 รอดตาย คุณพ่อของผู้ส่งเคสเป็นพ่อค้าโรงสีข้าวที่อยุธยา ชอบสงเคราะห์คนยากจน แจกข้าวสารตอนน้ำท่วม คุณตาเห็นคุณพ่อเป็นคนขยันจึงให้แต่งงานกับคุณป้า คุณพ่อบวชก่อน 2 พรรษา และมีลูกกับคุณป้า 5 คน คุณป้าเสียชีวิตไม่นานหลังจากคลอดลูกคนที่ 5 คุณแม่ถูกคุณตาบังคับให้แต่งงานกับคุณพ่อเพื่อดูแลหลาน คุณพ่ออายุมากกว่าคุณแม่ 10 กว่าปี คุณแม่ไม่ชอบคุณพ่อเลย ลุงยังคิดพาหนีแต่คุณแม่กลัวคุณตาเสียใจ เพราะจำใจแต่งงานจึงมีลูกด้วยกันเพียง 8 คน คุณพ่อแข็งแรงมาตลอด จนอายุ 70 กว่าปีก็เริ่มป่วยเล็กน้อย และเสียชีวิตด้วยโรคชราอายุ 80 ปี คุณแม่มีพี่น้อง 11 คน เป็นคนที่ 11 คุณแม่ขยัน ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคน ใส่บาตรทุกวัน พาผู้ส่งเคสไปทำบุญวัดปากน้ำเสมอ หลวงปู่จะถามถึงคุณแม่เสมอ
สามีผู้ส่งเคสทำบุญมาตลอดตั้งแต่สมัยวัดปากน้ำ อายุมากก็ป่วยเบาหวาน ตาเห็น 20% ช่วง 1 ปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ได้ติดจานดาวธรรม สามีแม้ตาไม่ค่อยเห็นก็คอยฟังเสียงคุณครูไม่ใหญ่ทุกคืน คุณครูไม่ใหญ่บอกบุญอะไรก็ยินดีทำเต็มที่ จดจำบุญที่ทำกับวัดพระธรรมกายได้แม่นยำ ทั้งกฐินปี 47, เสาแก้ว, สร้างพระธรรมกายภายใน, หล่อรูปหล่อหลวงปู่, ปลูกต้นสวนพุทโธ, กฐินซื้อที่ดินปี 48 และปลื้มใจมากที่ได้ถวายปัจจัยสร้างเสาแก้วมหารัตนวิหารกับคุณครูไม่ใหญ่ด้วยตัวเอง เดือนกันยายน ปี 2548 สามีเริ่มป่วยเป็นฝีในตับ เข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ช่วงป่วยก็ยังจำบุญที่ทำได้ และนึกถึงบุญ ท่องสัมมาอรหัง สามีจากไปอย่างสงบวันที่ 3 ตุลาคม 2548 ผู้ส่งเคสมีลูกชาย 2 คน คนโตเรียนเก่งมาก เคยสอบได้ที่หนึ่งของประเทศ หลังจากแต่งงาน 13 ปี อยากมีลูกชายอีกคนจึงอธิษฐานจิตขอ ฝันว่ามีคนแต่งตัวเหมือนลิเกจูงเด็กมาให้ ไม่นานก็ตั้งท้องลูกชายคนที่ 2 ลูกชายคนนี้ชอบทำบุญ นั่งสมาธิ ตั้งแต่เด็กอายุ 7-8 ขวบ ชอบเล่นเป็นพระ สวดนะโมตัสสะ ปัจจุบันทำงานด้านสื่อสารกับแคนาดา และตั้งใจดูแลคุณแม่ ไม่ อยากแต่งงาน ตอนคุณพ่อป่วยก็ดูแลอย่างดี พูดคุย ให้กำลังใจ เรียก พ่อจ๋า ทุกคำ เป็นคนพาไปหาหมอ อุ้มคุณพ่อเองแม้เดินไม่ได้ ดูแลจนวาระสุดท้าย คุณครูไม่ใหญ่บอกว่าลูกแก้วกตัญญูวิมานจะสวยมาก หลังสามีเสีย 4 วัน ผู้ส่งเคสและลูกชายทำบุญกฐินซื้อที่ดิน หล่อรูปหล่อหลวงปู่ อุทิศให้สามี และตั้งใจจะหล่อองค์พระประธานอาคารภาวนา 60 ปี ให้สามีอีก มีบุตรบุญธรรมเป็นผู้หญิง เลี้ยงมาตั้งแต่ 11 ขวบจน 47 ปี ดูแลอย่างดี
จากเรื่องราวและประสบการณ์เหล่านี้ ผู้ส่งเคสได้มีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่หลายข้อ
คำถาม
- คุณพ่อคุณแม่ของผู้ส่งเคสตอนนี้อยู่ภพภูมิใด ได้รับบุญที่อุทิศให้ไหม มีความเป็นอยู่เป็นอย่างไร
- สามีของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอย่างไรจึงป่วยเป็นเบาหวานและเป็นฝีในตับ
- วิบากกรรมใดทำให้สามีดวงตา มองเห็นเพียง 20% ก่อนละโลก
- สามีมีคตินิมิตอย่างไรขณะละโลก และตอนนี้อยู่ภพภูมิใด
- บุญกฐินซื้อที่ดินและหล่อรูปหล่อหลวงปู่ที่ทำอุทิศให้สามีได้รับหรือไม่ และบุญหล่อองค์พระประธานอาคารภาวนา 60 ปี ที่จะอุทิศให้สามีจะได้ รับหรือไม่
- สามีฝากข้อความอะไรถึงผู้ส่งเคสและลูกชายบ้าง
- พระประธานทองคำที่จะหล่อในอาคารภาวนา 60 ปี จะมีส่วนสนับสนุนการทำวิชชาของ ทหารในอาคารอย่างไร และหากไม่มีพระประธานจะเป็น อย่างไร
- การหล่อพระองค์นี้จะ ได้อานิสงส์ในการเข้าถึงองค์พระเร็วขึ้น หรือแตกฉานในวิชชาธรรมกาย มากเป็นพิเศษหรือไม่
- หลวงปู่เวลาให้พรอุบาสกท่านจะทุบศีรษะ ส่วนอุบาสิกาจะเป่าศีรษะ ท่านทำเช่นนั้นเพราะเหตุใด
- สมัยหลวงปู่ทำวิชชา พวกลูกศิษย์ที่ทำวิชชาจะมีรัตนะ 7 ไว้ใช้ทำวิชชา ซึ่งบางคนมีครบ บางคนได้บางอย่าง เป็นเพราะอะไร
- การได้รัตนะ 7 แตกต่างกันเพราะสร้างเหตุต่างกันมาอย่างไร และต้องสร้างเหตุ อย่างไรถึงจะได้รัตนะ 7 ครบ
- รัตนะ 7 ช่วยในการทำวิชชาอย่างไร
- ลูกชายคนโตเคยสร้างบุญมา อย่างไรจึงเรียนเก่ง ประสบความสำเร็จใน หน้าที่การงานมาก
- ลูกชายคนโตเคยสร้างบารมี มากับหมู่คณะหรือไม่ ทำไมตอนนี้จึงยังไม่สนใจสร้างบารมี
- ลูกชายคน ที่ 2 เคยสร้างบารมีมากับหมู่คณะ หรือไม่
- ลูกชายคน ที่ 2 ก่อนเกิดเข้ามาจาก ที่ใด
- ความฝันที่เห็นคนชุดลิเกจูงเด็กมาเกี่ยวข้องกับลูกชายคนที่ 2 หรือไม่
- ตอนเด็กทำไมลูกชายคนที่ 2 จึงชอบเล่นเป็นพระบ่อยๆ เขาอยากจะบวช มีบุญได้บวชไหม
- ด้วยบุญใดที่ทำให้ลูกและสามีมีลูกชายที่กตัญญู คอยดูแลอย่างดีมาก
- การที่ลูกชายมีความกตัญญูเช่นนี้ จะมีอานิสงส์อย่างไรกับลูกชาย
- บุตรบุญธรรมที่ดูแลอย่างดี เคยทำบุญร่วมกันมา อย่างไร
- ผู้ส่งเคสมีญาติพี่น้องฐานะดีหลายครอบครัว ชวนทำบุญแตไม่สนใจ อยากให้ญาติมาสร้างบารมีร่วมกัน ควรทำ อย่างไรดี
- ครั้งที่ป่วยไวรัสเข้าลิ้นหัวใจ เข้าโรงพยาบาล ขอบารมีหลวงปู่แล้วได้ยาดี หายป่วย เพราะเหตุใด
- ผู้ส่งเคสมีวิบากกรรม อย่างไรจึงเป็นโรคไวรัสเข้าลิ้นหัวใจ และไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่สาว แก้ไขได้อย่างไร
- ลูกและสามีเคยสร้างบารมี มากับหมู่คณะอย่างไ ร
- แม้เพิ่งมาสร้างบารมี 1 ปี แต่ชวนทำบุญอะไรก็ปลื้มใจ ทำเต็มกำลัง บุญนี้จะส่งผล อย่างไร
- ลูกจะมีโอกาส ได้กลับดุสิตบุรี หรือไม่
- ลูกและสามีได้ประกอบเหตุ อย่างไรมาจึงได้มาสร้างบารมีร่วมกับหลวงปู่วัดปากน้ำ คุณยาย อาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจารย์ จันทร์ขนนกยูง และหลวงพ่อ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่
คุณพ่อและคุณแม่ของผู้ส่งเคส ละโลกแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ ท่านมีอะไรฝากมาบอกหรือไม่
ทำไมผู้ส่งเคสจึงเกิดก่อนกำหนด 3 เดือน และกรรมอะไรทำให้รอด?
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:
ครอบครัวและพี่น้องของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไรถึงได้มาเกิดในครอบครัวที่ยากจนร่วมกัน?
เหตุใดเหรียญหลวงปู่จึงบันดาลข้าวปลาอาหารให้ผู้ส่งเคสได้สมปรารถนาตลอดช่วงเดินธุดงค์ไปถ้ำสำนักตุ๊เจ้าเสือดาว และการปฏิบัติธรรมด้วยวิธีเจริญสติปัฏฐาน 4 ที่ถ้ำนั้นจะได้พบพระธรรมกายหรือไม่ ท่านมีความคิดอย่างไรจึงมาบำเพ็ญเพียรที่นี่






