
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.929 ศิลาอาถรรพ์
ออกอากาศ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
ศิลาอาถรรพ์
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคส เล่าว่า ถิ่นแดนดินที่ให้กำเนิดท่านคือ ขอนแก่น ถิ่นแดนมหัศจรรย์แห่งนี้มีเรื่องราวที่เหลื่อมล้ำนำความโศกสลดมาให้ท่านโดยไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ คำถามยังเป็นคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ท่านเคยมาบวชที่วัดพระธรรมกายเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2530 และเคยเจอคุณยายอาจารย์ ท่านทักว่า "เป็นผู้ชายนี้ดีนะ เพราะมีวาสนาได้บวช" คำพูดนั้นส่งแรงขับให้ท่านอยากหลุดพ้นจากความเป็นทาสของกิเลส ไม่คิดที่จะลาสิกขา ครั้นจบการอบรม ตอนนั้นทางวัดยังไม่มีโครงการให้บวชต่อ ท่านจึงขอลาไปเดินธุดงค์
เนื้อเรื่อง
ผู้ส่งเคสเริ่มเดินธุดงค์ จดหมายแรกที่มุ่งไปคือ ถ้ำสำนักตุ๊เจ้าเสือดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อไปพบนักปฏิบัติธรรมผู้เรืองนาม การเดินธุดงค์นั้น นอกวัดก็มีเพียงพื้นที่ของคนที่ตายแล้วคือ สุสานป่าช้าเท่านั้นที่ต้อนรับท่านอย่างดี มีต้นไม้เป็นหลังคา มีผืนหญ้าเป็นเตียงนอน ท่านพกเหรียญหลวงปู่ไปด้วยจึงมั่นใจ ได้ปฏิบัติตามคำสอนท่าน มีอยู่ปีหนึ่ง เดือนพฤษภาคม ท่านลองไปเฝ้าป่าช้า เขาอนุญาตให้นอนในป่าช้า จนเข้าไปนอนในนั้นก็เจอหลวงตาอยู่องค์หนึ่งมาจากกาญจนบุรี หลวงตาเล่าเรื่องอิฐก้อนโตในป่าช้าที่ชาวบ้านเอาไปก่อบ้านแล้วต้องเอามาคืนเพราะหายใจไม่ออก ท่านถามหลวงตาว่าไม่กลัวหรือ หลวงตาตอบว่าไม่กลัว ท่านสนใจว่าหลวงตามีอะไรดี หลวงตาบอกว่าบูชาข้าวพระ หลวงตาไปบิณฑบาตมาแล้วเอามาแบ่งให้พวกวิญญาณ พูดผีปีศาจทั้งหลาย บอกว่าอย่ามาหลอกนะ ถ้าหลอกอด ไม่แบ่งให้กิน ได้ผลคือไม่เคยเจอเลย หลวงตานึกว่ามีคาถาอะไรดี ที่แท้คือการแบ่งปัน
ผู้ส่งเคสอธิษฐานกับเหรียญหลวงปู่ว่าอย่าให้เจออะไร ขอให้ได้ข้าวได้น้ำฉัน ให้มีคนมาใส่บาตรเถอะ เพราะมาใหม่ไม่รู้จักใคร ในที่สุดก็ได้ดังใจปรารถนา เดิน 15 วันก็ถึงถ้ำสำนักตุ๊เจ้าเสือดาว เมื่อก้าวเข้าไปก็ได้พบนักปฏิบัติธรรม แต่งตัวคล้ายหลวงจีน ผมยาว ผิวเหลือง หน้าตาผ่องใส มีหนวดมีเครา ท่านถามว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง ท่านบอกว่าแค่เฉยๆ ไม่ทำอะไร นั่งหลับตา อยู่เฉยๆ ท่านบอกว่าวันๆ ทำแค่นี้ เดิน ยืน นั่ง นอน ฉันมีเรื่องที่จะทำก็เท่านี้แหละ ฝึกปฏิบัติด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 คือ กาย เวทนา จิต ธรรม ในทุกอิริยาบถ ฝึกความไม่ยึดมั่นถือมั่น เดินก็ไม่ผูกพัน ยืนก็นั่งก็ไม่ผูกพัน ไม่ผูกพันกับคน สัตว์ สิ่งของ ปล่อยวางหมด ท่านเป็นสมภาร มีผู้ไปปฏิบัติธรรมเยอะ ท่านเคยบอกว่าท่านเป็นนักเรียนนอก จบวิศวะ กลับมาก็ไปที่เหมือง อยู่ๆ ก็นึกอยากนั่งทำสมาธิเฉยๆ ไม่เคยเรียนที่ไหน ไปนั่งใต้ก้อนหินใต้ต้นไม้ ตอนนั่งตัวลอยขึ้นไป ศีรษะโขกกับกิ่งไม้ หล่นลงมา ท่านเลยเอ้อมีจริงนี่ เลยบวชไม่สึกเลย
จากนั้นผู้ส่งเคสก็ธุดงค์ไปตามจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แล้วกลับมาปฏิบัติธรรมในถ้ำใหญ่ที่วัดเขาบรรพต จังหวัดเลย ท่านใช้หลัก 1 น้อย 1 มาก 3 ไม่ คือ ฉันน้อย ปฏิบัติมาก ไม่พูด ไม่นอน ไม่ออกจากถ้ำ ปฏิบัติธรรม 1 เดือนเต็ม ก็นั่งเห็นพระในท้อง นึกเปลี่ยนสีได้ ย่อขยายได้ตามใจปรารถนา ปฏิบัติไปมากๆ ผู้ส่งเคสกับพระเพื่อนถึงหันมาเริ่มมาใช้ไอทีกัน คือ อิทธิฤทธิ์ทำแสงสว่างคล้ายไอหมอก หรือพยับแดด พุ่งออกจากตัวของกันและกันด้วยตาเนื้อ เหมือนถูกห่อหุ้มเอิบอาบด้วยแสงสว่าง ยิ่งจรดใจที่ศูนย์กลางนิ่งแสงก็จะสว่างมาก บางครั้งก็แข่งกันว่าแสงของใครจะสว่างกว่ากัน เวลาจะหน้าจะทักกันว่าท่านนี่ผ่องใสแล้วนี่ คำว่าผ่องใสไม่ใช่ใบหน้า แต่ดูประกายแสงที่พุ่งออกมา
มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งอยู่ลพบุรี ผู้ส่งเคสได้ยินกิตติศัพท์ว่าท่านเคยเป็นสามเณรอยู่วัดปากน้ำ แล้วออกเดินธุดงค์ แม่บอกอย่าไปเลยลูก ท่านบอกชีวิตเราเป็นนักบวช ต้องสละชีวิต ต้องไป ออกธุดงค์ไปนั่งริมน้ำ ลืมตาขึ้นมารู้สึกว่าต้องลืม น้ำตาไหลออกมา รู้เงี้ยอยู่วัดก็ดี ได้ยินเสียงเรียกนิมนต์ให้เข้าไปนั่งกุฏิ ท่านก็เข้าไป เห็นดวงตาท่านมองไม่เห็น กุฏิก็เอียงๆ ถามว่านอนเป็นสุขดีหรือ ท่านบอกสบายแล้ว ออกธุดงค์ลำบากกว่านี้ มีกุฏิเอียงๆ มีหลังคา มีอะไรพอเพียง ท่านบอกว่าเป็นวิบากกรรม ท่านเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง คุยเรื่องการปฏิบัติธรรม ไปนั่งริมสระน้ำในป่า ลืมตามาน้ำตาไหล ทำไมร้องไห้ หลวงพ่อบอกกำลังจะเล่า เฉียดแก้มเลย อะไรเฉียดแก้ม งู งูขึ้นมาจากสระ ตัวใหญ่มาก ท้องติดพื้นแต่หลังเฉียดแก้ม มิน่าเล่า น้ำตาถึงไหล คิดถึงโยมแม่ รู้เงี้ยอยู่วัดก็ดี ที่เล่าเรื่องนี้เพื่อโยงให้ถึงว่า ครั้งหนึ่งไปนั่งอยู่ในถ้ำกับพระอาจารย์รูปหนึ่งวัดปากน้ำด้วยกันทั้งคู่ เป็นศิษย์หลวงปู่ด้วยกัน ไปนั่งแข่งกันเพื่อฝึกความเพียร ท่านนั่งนานกว่าอีกองค์หนึ่ง อีกองค์หนึ่งอายุพรรษามากกว่า ลืมตาขึ้นมาก็เห็นทันทีเลย เห็นแสงออกจากตัวท่าน จากหน้าผากไปจรดที่พระพุทธรูปในถ้ำ
ผู้ส่งเคสอยู่ปฏิบัติธรรมที่ถ้ำนั้นได้ 3 เดือนจึงกลับจากเดินธุดงค์สู่บ้านเกิดที่ขอนแก่น ในวันที่ 18 มิถุนายน 2530 ท่านปักกลดอยู่กลางป่าช้าท้ายหมู่บ้าน เพราะที่นี่มีเสน่ห์ เนื้อที่เกือบ 100 ไร่ รายล้อมไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ รอบๆ เป็นทุ่งนา บรรยากาศเงียบสงบร่มเย็นลงตัว ตกหลุมรักบรรยากาศที่นี่ เพราะตรงนี้คนไม่ค่อยมา ส่วนที่มามักจะไม่ใช่คน มันวิเวก สงบ ท่านหมั่นเจริญมรณานุสติ ฝึกนอนในโรงศพ บางคืนนอนในบ้านหลังสุดท้ายนี้ ฝันว่ามีเงาดำๆ มายกท่านขึ้นจากโรงแล้วโยนไปโยนมา รู้สึกดีเหมือนกัน เบาสบายเหมือนนอนอยู่ในเปล ท่านปักกลดอยู่หลายวัน ญาติโยมสร้างกระท่อมเล็กๆ ให้ ท่านเกิดความคิดขึ้นมาในป่าช้า คือ ทำป่าช้าร้างให้เป็นวัดรุ่ง
ห่างจากวัดท่านไปไม่ไกลนักมีวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อวัดตาผ้าขาว เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงเทพเจ้าของพราหมณ์ ชาวบ้านเล่าขานประวัติศาสตร์เก่าแก่ว่า วัดนี้เคยมีไหประหลาดใบหนึ่ง เวลาฝนตกน้ำนอง ไหใบนี้จะกลิ้งไปเล่นน้ำที่ห้วยกุดเกิ้ง ซึ่งอยู่ไกลถึง 3 กิโลเมตร พออาบน้ำเล่นน้ำเสร็จแล้วไหก็กลิ้งกลับวัดเอง ปัจจุบันไหนี้เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์โคราช พื้นที่ข้างวัดก็แปลก ขุดทำสระลงไปเล็กน้อย น้ำไหลออกมาตลอดเวลา เป็นแหล่งน้ำดื่มกินได้ตลอดปี ทั้งที่ขุดไม่ลึก ชาวบ้านเรียกแอ่งทรัพย์น้ำ นอกจากนี้ยังมีหินศิลาแลงเรียงซ้อนกันจำนวนมาก เมื่อท่านไปเยือนวัดตาผ้าขาว สายตาพลันสะดุดเข้ากับหินสีดำก้อนหนึ่ง รูปร่างคล้ายศีรษะ ท่านอยากได้ จึงเอ่ยปากขอลอยๆ ว่าเองเออเองว่ามานี่ไม่ได้ขโมย ไม่ได้ขมาย ขอหินสีดำนี้ จะเอาไว้ตรงนั้น ให้เอา โอเค แล้วนำหินกลับมาวัด ใส่ไว้ในพระพุทธรูป ไม่ได้เป็นของส่วนตัว เป็นของกลางที่ประดิษฐานอยู่กลางศาลาไม้
หลังจากนั้นเกิดปรากฏการณ์ที่ผิดธรรมชาติหลายอย่าง เช่น อากาศร้อนแห้งแล้งมาก ฟ้ายังผ่ารอบวัดทั้ง 4 ทิศ อยู่หลายครั้ง อีกทั้งเวลานั่งสมาธิจะเห็นนิมิตเป็นยักษ์ร่างใหญ่ สูงเท่าลำตาล ตัวแดง ผมหยิก ถือกระบองใหญ่บ่อยๆ ล่าสุดเห็นนิมิตว่านั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ยักษ์ปรากฏกายขึ้น เงื้อกระบองสุดแขนซัดซ้ำลงมากลางหลังท่านอย่างไม่มีปรานี ท่านปลิวลอยหนียักษ์ขึ้นฟ้า ยักษ์ก็เหาะตามขึ้นมา ในนิมิตหัวเราะเย้ยหยันที่ยักษ์ไม่ทันได้
จากนั้น 7 วัน เหตุการณ์สยองขวัญที่ลืมไม่ลงก็เกิดขึ้น ณ ศาลาไม้หลังคาหญ้า ที่สาธุชนราว 30 ชีวิตรวมโยมแม่ของท่านมาปฏิบัติธรรม ฟ้าแลบฟ้าร้อง น่ากลัว พายุฝนซัดกระหน่ำราวบ้าคลั่งจนศาลาโยก ผู้คนอึงอลวกเวก สาธุชนทั้งหมดวิ่งหนีออกจากศาลา มุ่งหน้าไปยังหอฉันซึ่งเป็นเสาปูนหลังคาโครงไม้ แต่ยังสร้างไม่เสร็จ ผู้ส่งเคสกับพระเพื่อนตะโกนห้ามสุดเสียงว่าอย่าไป หอฉันยังสร้างไม่เสร็จ แต่ไม่มีใครฟังเพราะคิดว่าน่าจะแข็งแรงกว่า ท่านจึงวิ่งตามไปบอกให้ทุกคนกลับมา ตอนนั้นเองพายุใหญ่พัดกระหน่ำ หอฉันทั้งหลังพังโครมลงมาทับคนกว่า 30 ชีวิต ส่วนท่านหลบออกมาได้หวุดหวิด ชั่วพริบตาเดียวกัน ณ ศาลาไม้ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา ลมแรงพัดปะทะพระพุทธรูปจนเอนไป 45 องศาพิงกับโครงไม้ไผ่ แผ่นหินศิลาแลงอาถรรพ์ในพระพุทธรูปได้หลุดร่วงออกมาพร้อมศาลาไม้พังครืน แต่หลังคาหญ้าไม่เสียหาย ที่มีพระพุทธรูปและศิลากลับเกิดเหตุทั้งที่แข็งแรงกว่า หลังพายุสงบ ท่านกับพระเพื่อนรีบช่วยคนเจ็บ ส่วนใหญ่เจ็บเล็กน้อย จนพบภาพสุดอนาถ คือโยมแม่ถูกเสาหอฉันล้มทับกลางหลัง รีบนำโยมแม่ไปนอนในรถลากน้ำช่วยกันลากไปโรงพยาบาล ถนนดินปนทรายเมื่อเจอฝนก็เฉอะแฉะ ลำบากมาก ระยะทาง 2 กม. เหมือนร้อยเป็นพัน กม. ตลอดทางเทศน์โปรดโยมแม่ ให้นึกถึงบุญ เป็นวิบากกรรม ความตายธรรมดา โยมแม่มีสติรับรู้ ใบหน้าผ่องใสมีรอยยิ้มไม่แสดงอาการเจ็บปวด โยมแม่มีเลือดตกใน เสียงใจดัง แต่ค่อยๆ เบาลง หวังปาฏิหาริย์แต่ท่านรักษาตัวอยู่ได้ 3 วันก็อำลาโลกไปอย่างสงบ
นับเป็นการสูญเสียผู้เป็นที่รัก ภาพเสาหอฉันที่ล้มทับกลางหลังโยมแม่ ทั้งทิศทางและตำแหน่งเหมือนกับภาพกระบองยักษ์ที่หวดเข้ากลางหลังท่านในนิมิตไม่ผิดแม้แต่องศาเดียว ท่านจึงเซ็นสัญญาสงบศึกยักษ์ โดยการรีบนำหินนั้นไปคืนที่เดิม คิดว่าต่อจากนี้จะไม่เป็นดังเช่นวันก่อน ไม่เอาแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่เกิดเหตุร้ายใดๆ อีก
ยังมีเรื่องราวการค้นพบของพระเพื่อนอีกรูปหนึ่งที่เป็นเจ้าอาวาสวัดใกล้เคียงในหมู่บ้าน บวชมา 15 พรรษา คืนวันที่ 18 สิงหาคม 2549 ท่านเห็นคนมาบอกว่าพี่ต้นตะเคียนอยากขึ้นจากลำห้วยกุดเกิ้งที่อยู่ท้ายวัด ที่ไหประหลาดเคยกลิ้งมาเล่นน้ำ น้ำในห้วยส่งกลิ่นไหม้เหม็นขี้หมู 6 วันต่อมาท่านใช้รถแม็คโครขุดค้นในลำห้วย พบต้นตะเคียน 3 ต้นเหมือนในฝัน ขนาดใหญ่ไล่เลี่ยกัน ต้นใหญ่สุดฐานกว้าง 4.9 ม. ยาว 5.65 ม. ที่แปลกคือเมื่อถ่ายภาพออกมาจะเห็นเป็นรูปคน ต้นเล็กเป็นหญิงสาวอายุ 19 ปี ต้นใหญ่สุดเป็นชายสูงอายุ ชาวบ้านเรียกปู่ ย่า และลูก ภาพที่รากมีรูปร่างคล้ายหน้าคน ถ่ายมาก็เห็นผู้สูงอายุและเด็ก อีกภาพใบหน้าคล้ายผีกำลังสูบบุหรี่ ต่อมาทั้ง 3 ก็ให้โชคลาภด้วย ชาวบ้านที่นับถือเคยนำแป้งฝุ่นไปรูปทาตามลำต้นหาตัวเลข ปรากฏว่าถูกหวยเป็นหมื่น แต่ผิดเป็นแสน ส่วนคนที่ไม่เชื่อแล้วลบหลู่ก็มีเหตุเพศภัย เช่น เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดคะนองปากว่า เอาไปเผาถ่าน หลังพูดก็ขี่มอเตอร์ไซค์เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ปากเจ่อ
โยมพ่อผู้ส่งเคสเคยบวชอยู่ 5 พรรษา ปลายชีวิตท่านล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งทางเดินน้ำดีจนเสียชีวิต ผู้ส่งเคสชอบปลีกวิเวก เดินธุดงค์ อยู่ป่าช้า นั่งถ้ำ นอนในโรงศพ สร้างวัดที่ป่าช้า ทำไมยังไม่ได้สร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะ แต่จาริกไปที่ไหนกลับเจอหมู่คณะวัดพระธรรมกายบ่อยๆ พุทธันดรที่แล้วชอบปลีกวิเวกแบบชาตินี้หรือไม่ ผลการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างไร มีผังการบวชหนาแน่นหรือไม่ เหตุเริ่มต้นที่ทำให้บางคนชอบสร้างบารมีคนเดียว หรือบางคนชอบสร้างบารมีเป็นหมู่คณะคืออะไร
คำถาม
- เหตุใดเหรียญหลวงปู่จึงบันดาลข้าวปลาอาหารให้ผู้ส่งเคสได้สมปรารถนาตลอดช่วงเดินธุดงค์ไปถ้ำสำนักตุ๊เจ้าเสือดาว และการปฏิบัติธรรมด้วยวิธีเจริญสติปัฏฐาน 4 ที่ถ้ำนั้นจะได้พบพระธรรมกายหรือไม่ ท่านมีความคิดอย่างไรจึงมาบำเพ็ญเพียรที่นี่
- เหตุใดเมื่อผู้ส่งเคสจรดใจที่กลางกายจึงเกิดแสงสว่างพุ่งออกมาจากตัวได้ เหตุใดคนทั่วไปที่ปฏิบัติเช่นนี้จึงไม่มีแสงพุ่งออกมาบ้าง
- เวลาผู้ส่งเคสนอนในโรงศพ เงาดำที่มายกตัวโยนไปมาคืออะไร
- เรื่องที่ชาวบ้านเล่าว่าเห็นไหกลิ้งมาเล่นน้ำในห้วย และแอ่งทรัพย์น้ำที่มีน้ำไหลตลอดเวลา มีจริงหรือไม่ ถ้าจริง เกิดขึ้นได้อย่างไร
- สถานที่ที่ผู้ส่งเคสไปเอาหินศิลาสีดำมา มียักษ์ดูแลโบราณวัตถุอยู่จริงหรือไม่ ถ้ามีจริง เขาตามมาทวงหินศิลาคืนใช่หรือไม่ การที่ผู้ส่งเคสไม่นำของรักของหวงยักษ์มาถือว่าผิดศีลข้อ 2 หรือไม่
- โบราณวัตถุเหล่านั้นเกิดขึ้นในสมัยใด และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร
- ยักษ์เป็นผู้ทำให้เสาล้มทับร่างโยมแม่ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ยักษ์จะต้องได้รับผลกรรมหรือไม่ อย่างไร เสาที่ล้มทับโยมแม่เกี่ยวข้องอะไรกับนิมิตกระบองยักษ์ที่ตีกลางหลังผู้ส่งเคส
- กรรมใดทำให้โยมแม่ต้องมาตายในสภาพเช่นนี้ ถ้าผู้ส่งเคสไม่ไปหยิบหินศิลามา จะช่วยโยมแม่รอดตายหรือไม่
- โยมแม่ก่อนเสียชีวิต มีคตินิมิตเป็นอย่างไร ตายแล้วไปอยู่ภพภูมิใด
- ต้นไม้ 3 ต้นในลำห้วยกุดเกิ้งเป็นต้นตะเคียนใช่หรือไม่ มีสิ่งเร้นลับอะไรที่อยู่ในต้นไม้ ทำไมจึงไปเข้าฝันพระเพื่อน และใครไปเข้าฝัน ภาพที่ถ่ายมาเป็นปู่ ย่า ลูกจริงหรือไม่ ทำไมตัวเลขออกมาจากต้นไม้ได้ และพอไปลบหลู่ก็เกิดเพศภัย
- กรรมใดทำให้โยมพ่อเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทางเดินน้ำดี ท่านมีคตินิมิตเป็นอย่างไร ตายแล้วไปไหน
- เหตุใดผู้ส่งเคสชอบปลีกวิเวก ชอบเดินธุดงค์ ชอบอยู่ตามป่าช้า นั่งในถ้ำ นอนในโรงศพ สร้างวัดที่ป่าช้า
- ทำไมผู้ส่งเคสยังไม่ได้สร้างบารมีร่วมกับหมู่คณะ แต่จาริกไปที่ไหนกลับเจอหมู่คณะวัดพระธรรมกายบ่อยๆ
- พุทธันดรที่แล้ว ผู้ส่งเคสชอบปลีกวิเวกแบบชาตินี้หรือไม่
- ผลการปฏิบัติธรรมของผู้ส่งเคสเป็นอย่างไร มีผังการบวชหนาแน่นหรือไม่
- เหตุเริ่มต้นที่ทำให้บางคนชอบสร้างบารมีคนเดียว หรือบางคนชอบสร้างบารมีเป็นหมู่คณะคืออะไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรที่ต้องป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน 19 ปี มีแผลแตกประจำ ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ การที่ผู้ส่งเคสทำบุญหล่อพระ 300,000 องค์ ใส่ชื่อท่านก่อนเสีย 3 วัน และอธิษฐานให้จากหนักเป็นเบา หาย ถ้าหมดอายุขัยให้ไปสุคติ เป็นเพราะคำอธิษฐานหรือไม่ที่ทำให้ท่านไม่ทรมานสังขาร ทั้งที่ไม่ได้เจตนาให้ท่านเสียชีวิตเร็ว คุณแม่บอกว่าคุณพ่อมาหาบ่อยช่วง 7 วันหลังเสีย เพราะรับรู้ได้ คุณพ่อมาหาจริงหรือไม่ ถ้ามาจริง ท่านเห็นรูปที่แม่ติดไว้ ดูจานดาวธรรม นึกถึงบุญได้หรือไม่
1. แม่มีวิบากกรรมใดจึงเป็นเนื้ออกในสมอง? การนั่งสมาธิเห็นตัวเองคือกายละเอียดหรือไม่? การนั่งสมาธิก่อนผ่าตัดช่วยคลายกังวลไหม? ช่วงไม่รู้สึกตัว 7 วัน แม่รู้สึกอย่างไร มีสติไหม? คตินิมิตก่อนตายเป็นอย่างไร? ขณะนี้แม่อยู่ภพภูมิใด? ลูกทำบุญไปให้ได้รับหรือไม่? ท่านฝากข้อความอะไรถึงลูกๆ บ้าง?
บุพกรรมใดทำให้ชีวิตวัยเด็กของคุณพ่อลำบาก? บุญใดทำให้ท่านเรียนเก่ง สอบชิงทุนได้ตลอด? ทำไมท่านจึงไม่บอกใครว่าป่วยหนัก? กรรมใดทำให้ท่านเป็นมะเร็งตับ? ท่านตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ อย่างไร?
บุพกรรมใดคุณพ่อจึงล้มป่วยด้วยโรคลมในตัวตีขึ้น เสมหะติดคอ เสียชีวิตอย่างไม่ทันตั้งตัว คุณพ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญอุทิศไปให้หรือไม่?
คุณปู่ หรือ คุณย่า ของผู้ส่งเคส ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่? กรรมใดทำให้คุณย่าเป็นมะเร็งในถุงน้ำดีและติดเชื้อในกระแสเลือด? กรรมเจ้าชู้ของคุณปู่จะส่งผลอย่างไร และบุญที่บวชช่วงบั้นปลายชีวิตจะส่งผลอย่างไร?
น้องสาวถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ มีสาเหตุจากกรรมใด? เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด? ได้วนเวียนที่บ้านตามที่คนงานและน้องชายฝันหรือไม่? คำบอกเล่าในฝันว่าสาเหตุมาจากเคลมประกันชีวิตนั้นจริงหรือไม่? ปัจจุบันน้องสาวอยู่ในภพภูมิใด มีคตินิมิตการตายอย่างไร? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่? บุญที่เคยสร้างองค์พระในปี 2537 จะส่งผลอย่างไรในปรโลกเมื่อเปลี่ยนความเชื่อแล้ว? มีข้อความจะฝากบอกญาติพี่น้องที่เมืองไทยไหม? เหตุใดต้องแยกตัวจากครอบครัวและเปลี่ยนไปนับถือความเชื่ออื่น? การเป็นคริสเตียนที่เคร่งมานาน 7 ปี จะมีผลอย่างไรในปรโลกและภพชาติต่อๆ ไป?






