แต่งแล้วไม่ยอมให้แตะ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.684 แต่งแล้วไม่ยอมให้แตะ

ออกอากาศ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548

พี่ชายทำบุญด้วยทรัพย์ที่หมู่ญาติช่วยกันรวบรวมมาให้ พี่ชายจะได้บุญอย่างไรบ้าง

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเล่าว่า ในปี พ.ศ. 2529 ได้มีโอกาสมาวัดเป็นครั้งแรกและประทับใจในขบวนพระธรรมทายาท ทำให้เกิดศรัทธาในวัดพระธรรมกายตั้งแต่นั้นมา ต่อมาในปี 2540 ได้มีโอกาสบวชพระธรรมทายาทภาคเข้าพรรษา ซึ่งในช่วงนั้นมีการบอกบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวและเสาค้ำโดมมหาธรรมกายเจดีย์ ตอนละ 1 เอื้อย แม้จะเป็นพระใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์การบอกบุญ แต่ภายใน 2 วันก็สามารถชวนคนมาทำบุญได้ถึง 5 ต้น การบอกบุญครั้งนี้สร้างความปีติยินดีอย่างมากแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ หลังลาสิกขาบทแล้ว ผู้ส่งเคสก็ได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำบุญอยู่เสมอ โดยมีพระอาจารย์ที่บวชด้วยกันในรุ่นเดียวกันคอยแนะนำให้มาสร้างบุญกับทางวัดอย่างสม่ำเสมอ

เนื้อเรื่อง

ผู้ส่งเคสได้เมตตามาขอให้ คุณครูไม่ใหญ่ ฝันในเรื่องราวของครอบครัว โดยเริ่มต้นเล่าถึงบรรพบุรุษที่อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่มาตั้งรกรากประกอบอาชีพทำไร่ คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นคนสวยและเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ในละแวกนั้นมาก จนถึงขนาดครั้งหนึ่งเมื่อคุณแม่อายุประมาณ 15-16 ปี ได้มีชายกลุ่มหนึ่งยกพวกเข้าพังบ้านเพื่อจะเข้าไปหาคุณแม่ คุณตาซึ่งอยู่ด้วย ณ เวลานั้นไม่ได้มีความเกรงกลัวกลุ่มชายเหล่านั้นเลย ชายกลุ่มนั้นยังไม่ทันได้เข้าไปกราบ (หรือทำอะไรก็ตาม) ก็ถูกคุณตายิงปืนขู่ขึ้น 1 นัด แล้วกลุ่มชายเหล่านั้นก็พากันจากไป เหตุการณ์นี้ทำให้คุณตาเข็ดขยาด จึงหาทางออกโดยนำคุณแม่ไปฝากญาติให้เรียนตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อให้คุณแม่ได้ไปทำมาหากิน

จุดนี้เองที่ทำให้คุณแม่ได้มาพบกับคุณพ่อ ญาติของคุณพ่อเห็นว่าคุณแม่เป็นคนสวยและขยัน จึงเป็นแม่สื่อเจรจาขอคุณแม่จากคุณตา คุณตาได้ตรวจสอบประวัติของคุณพ่อ และพบว่าคุณพ่อเป็นคนดี คุณตาจึงตกลงยกคุณแม่ให้แต่งงานกับคุณพ่อทันที ซึ่งทำให้คุณแม่ต้องฝืนใจแต่งงานกับคุณพ่อ ทั้งๆ ที่ไม่ได้รักคุณพ่อเลย แต่คุณพ่อนั้นรักคุณแม่สุดชีวิต รักสุดหัวใจ เพราะคุณแม่ทั้งเก่ง ดี ขยัน และที่สำคัญคือสวย

ตลอดระยะเวลา 7 เดือนหลังแต่งงาน คุณแม่ไม่ยอมให้คุณพ่อแตะเนื้อต้องตัวเลย คุณพ่อไม่ทราบจะทำอย่างไร จึงย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ๆ กับบ้านคุณลุงซึ่งเป็นพี่ชายของคุณพ่อ ซึ่งมีญาติคนอื่นๆ อยู่ด้วย เพื่อให้คุณแม่ได้เห็นว่าคุณพ่อนั้นไม่ได้ดีเพียงลำพัง แต่ให้ดูไปถึงคุณย่า คุณลุง และทุกคนในครอบครัว คุณแม่ได้สังเกตดูตลอด ปรากฏว่าทุกคนล้วนแต่เป็นคนดี คุณแม่จึงโอเคกับสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม แม้จะโอเคกับครอบครัวของคุณพ่อ ส่วนใหญ่คุณแม่กับคุณพ่อก็ยังคงแยกกันนอน จากการที่คุณแม่ต้องฝืนใจทำหน้าที่ภรรยาเพราะไม่ได้รักคุณพ่อ แต่เห็นว่าทุกคนเป็นคนดี คุณแม่รู้สึกฝืนใจมาก ทำให้คุณแม่คิดน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองว่าทำไมถึงเจอแต่คนดีๆ ทั้งพ่อ ย่า ลุง ใครๆ ก็ดีไปหมด คุณแม่จึงชวนคุณพ่อทะเลาะ แต่คุณพ่อก็มีอารมณ์จะทะเลาะด้วยน้อยมาก เพราะรักคุณแม่มาก ทะเลาะ 100 ที ก็มีอารมณ์ร่วมทะเลาะเพียงครั้งเดียว คุณแม่ถึงขนาดคิดฆ่าตัวตาย และได้พยายามฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง ไม่ทราบว่าเป็นเพราะคุณพ่อไม่ยอมทะเลาะด้วยทุกครั้ง หรือเพราะอะไร แต่ทุกครั้งที่พยายามฆ่าตัวตาย ก็มีคนมาช่วยให้รอดมาได้ทุกครั้ง คุณพ่อก็เข้าใจคุณแม่ดีว่าคุณแม่ไม่ได้รัก คุณพ่อบอกว่า ไม่รักก็ไม่เป็นไร ขอรักคนเดียวก็แล้วกัน และขอจงรักภักดีต่อคุณแม่ แค่นี้คุณพ่อก็เป็นสุขใจแล้ว

ต่อมา แม้คุณแม่จะไม่รักคุณพ่อ แต่ก็ได้คลอดลูกคนแรกออกมาเป็นผู้ชาย แต่ลูกคนนี้พิการเป็นโปลิโอขาข้างหนึ่งตั้งแต่เกิด ยิ่งทำให้คุณแม่เสียใจมาก คิดว่านี่เป็นเวรกรรมอะไรหนอ ที่สามีก็ได้อย่างไม่เต็มใจ ลูกคนแรกก็ได้มาแบบพิการ คุณแม่รู้สึกแค้นใจในโชคชะตาตัวเองมาก จึงแก้แค้นด้วยการอดทน ตื่นแต่เช้าหุงข้าว ทำกับข้าวใส่บาตรทุกวันไม่เคยขาด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย หลังใส่บาตรทุกครั้ง คุณแม่ก็แก้แค้นด้วยการอธิษฐานจิตว่า ขอให้มีบุตรที่มีร่างกายครบ 32 ประการ

คุณแม่สมหวังตามคำอธิษฐาน ต่อมาได้บุตรคนที่ 2 เป็นผู้หญิง คนที่ 3 คือผู้ส่งเคส และมีคนที่ 4 และ 5 เป็นชาย ทุกคนมีร่างกายครบ 32 ประการสมใจปรารถนาของคุณแม่ และลูกทุกคนก็ได้เข้าวัด รักการสร้างบารมีทั้ง 4 คน ส่วนพี่ชายคนแรกที่เป็นโปลิโอนั้น ได้เสียชีวิตตอนอายุ 12 ปี ดังนั้นลูกๆ ที่เหลือจึงมีอาการครบถ้วน 32 ประการ

คุณแม่แปลกใจมากเรื่องหนึ่งว่า สมัยที่คุณแม่ยังอยู่กับคุณตา คุณตาไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองเลย แต่พอคุณแม่ย้ายออกจากบ้านคุณตาไป คุณตากลับมีบ้าน มีที่ดินเป็นของตัวเอง และพอหลังจากที่คุณแม่มาอยู่กับคุณพ่อ คุณพ่อก็ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองเลย ต้องเช่าเขาอยู่ คุณครูไม่ใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่า ใครๆ ก็ไม่อยากมีภาระมากนัก มีห่วง ไปไหนไม่ได้ คือบ้านเช่า พังก็ไม่เป็นไร มีคนซ่อมให้ ทั้งๆ ที่มีเงิน ตอนมีเงินก็ไม่คิดจะซื้อ แต่พอภายหลังคิดจะซื้อ ก็ไม่มีเงินแล้ว จนคุณแม่อายุ 60 ปี ก็ยังไม่มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเอง ซึ่งคุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า นี่คือหมดกังวลเลย ได้อาศัยอยู่กับลูกๆ

คุณพ่อของผู้ส่งเคสพออายุได้ 40 ปี ก็เลิกอาชีพเย็บเสื้อผ้า หันมาทำไร่อ้อย จึงทำให้มีเวลาว่างมาก พออายุได้ 45 ปี คุณพ่อก็เริ่มหันมาเล่นไพ่ เล่นจนตลอดชีวิต คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า นี่ไม่ใช่เรียกว่าเล่นแล้ว แต่เรียกว่าเอาจริงกับไพ่ คือว่างงานไม่ได้ ต้องกระโดดเข้าวงไพ่ คุณพ่อเสียชีวิตในวัย 52 ปี ด้วยโรคมะเร็งในตับ

ผู้ส่งเคสมีพี่ชายที่รักมากคนหนึ่ง เป็นลูกคนโตของคุณลุง พี่ชายคนนี้เป็นคนรักษาศีลตั้งแต่เด็ก ไม่เคยคิดเบียดเบียนใคร ยุงไม่ตบ มดไม่บี้ เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ เมียไม่เอา ทุกคนยอมรับว่าเป็นคนดี ผู้ส่งเคสและพี่ชายรักกันมาก ไม่เคยทะเลาะกันเลย แต่ต่อมาผู้ส่งเคสได้เข้าวัดพระธรรมกาย แรกๆ พี่ชายก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พอมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับวัด ประกอบกับถูกชาวบ้านอยู่ว่ามีน้องชายโง่โดนวัดหลอก จึงทำให้พี่ชายเป็นห่วงผู้ส่งเคสมาก และต่อต้านผู้ส่งเคสกับวัดพระธรรมกายเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเจอหน้าผู้ส่งเคสทีไร ก็ต้องพูดจาเสียดสีเรื่องวัดทันที จนผู้ส่งเคสไม่อยากพบหน้าพี่ชายเลย ไม่ใช่รังเกียจ แต่ไม่ต้องการฟังคำเสียดสี คุณครูไม่ใหญ่เปรียบเทียบว่าเหมือนเอาไม้สองอันมาสีกัน ค่อยๆ อุ่น ค่อยๆ ร้อน จนไหม้ คำคนก็เหมือนกัน กระทบใจ เสียดสีไปเรื่อยๆ ใจเย็นก็เป็นใจร้อน แล้วก็ลุกขึ้นเป็นไฟ ทางที่ดีที่สุดคือไม่เจอกันดีกว่า จะได้ไม่เจอคำเสียดสี พอคำเสียดสีก็เหมือนกระจกแตก ไฟลุกเลย

แต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2547 พี่ชายได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้าย ผู้ส่งเคสเป็นห่วง เพราะอย่างไรก็รักพี่ชาย จึงชวนพี่ชายขึ้นพนาวัฒน์ ซึ่งคุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า เฉพาะคนมีบุญเท่านั้นที่จะได้ไป ตอนแรกพี่ชายไม่ยอมไป อึดอัดนิดหน่อย คิดว่าจะไปนั่งได้อย่างไร เพราะลำไส้ส่วนปลายใกล้ทวารหนักหูรูดไม่สามารถบังคับได้ ทำให้ปวดและจะถ่ายเป็นเลือดทุกๆ 15 หรือ 30 นาที แต่ทุกคนขอร้องให้ไป ในที่สุดพี่ชายจึงตกลงไป พอไปถึงสนามบิน เจอพระอาจารย์ พี่ชายจึงยกมือไหว้ พอไหว้เสร็จ อาการปวดก็ทุเลาตอนนั้นเลย แค่ยกมือไหว้ ยังไม่ทันได้คุย พอได้นั่งเครื่องบินไปด้วยกันและได้คุยกัน อาการปวดนั้นก็หายไปเลย จนพี่ชายงง พอไปถึงพนาวัฒน์ก็ไม่มีอาการปวด สามารถอยู่ที่พนาวัฒน์ได้ครบ 7 วัน

แต่ผลการปฏิบัติธรรมก็ไม่ได้อะไรเท่าไหร่นัก เพราะพี่ชายกังวลกับอาการป่วยของตนเอง เมื่อกลับจากพนาวัฒน์ก็ไปพบแพทย์ แพทย์บอกให้รีบผ่าตัดด่วน ก่อนผ่าตัด ผู้ส่งเคสก็ได้พาพี่ชายมาทำบุญ ถวายภัตตาหาร สร้างพระธรรมกายประจำตัว ทำบุญแผ่นลานธรรม วันนั้นโชคดีได้กราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว ซึ่งพอเจอท่าน วิญญาณครูก็เกิดขึ้นกับท่านทันที ท่านบอกว่า ก่อนผ่าตัดมาทำบุญที่วัดวันนี้ ถูกต้องแล้ว เพราะกลับไปตายแน่นอน ท่านบอกไม่ต้องกลัว เพราะทุกคนต้องตาย ไม่ตายช้าก็ตายเร็ว พอได้ปัจฉิมโอวาทนี้ พี่ชายก็อรสุดขีด รีบกลับไปให้หมอผ่าตัด หมอผ่าตัดเสร็จ หมอว่า You are lucky เพราะเชื้อไม่ได้ลามไปตับ แต่ไปที่ปอด ซึ่งถือเป็นความโชคดีอย่างมาก เพราะถ้าลามไปตับจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน แต่เมื่อลามไปปอด ทำให้ยืดอายุออกไปได้ถึง 6 เดือน คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า นี่คือให้โอกาสทำบุญใหญ่

ผู้ส่งเคสและหมู่ญาติอยากให้พี่ชายได้บุญใหญ่อีกสักบุญ คือ บุญกฐิน แต่ช่วงนั้นเป็นเดือนมิถุนายน ยังไม่ถึงวันเข้าพรรษา จะไปหาบุญกฐินที่ไหน พระอาจารย์สวมวิญญาณกัลยาณมิตร แนะนำให้ทำกฐินล่วงหน้า นี่คือหลักวิชชา และอยากให้เป็นประธานกอง ผู้ส่งเคสคิดว่าลำพังคงทำลำบาก ไม่ทราบจะไปเอาเงินจากที่ไหน แต่เมื่อตั้งใจจริง จึงไปขอ ยืม เงินน้องเขยของพี่ชาย 300,000 บาท น้องชายคนที่ 5 ของพี่ชาย (ซึ่งไม่ใช่ผู้ส่งเคส) ก็ให้อีก 650,000 บาท ส่วนผู้ส่งเคสร่วมบุญไป 50,000 บาท คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า ฉลาดทำบุญ ทำด้วยตัวเองแล้วชวนคนอื่นทำ อย่างนี้ถูกหลักวิชชา และหมู่ญาติร่วมบุญอีก 3,000 บาท

ได้นำปัจจัยที่รวบรวมมาได้ไปหาพี่ชายที่โรงพยาบาล และนิมนต์พระอาจารย์ไปรับปัจจัยจากพี่ชายบนเตียงผู้ป่วย เพราะกลัวว่าพี่ชายจะอยู่ไม่ทันได้ไปถวายกฐินที่วัดพระธรรมกาย เมื่อพระอาจารย์กลับไปแล้ว พี่ชายก็งง เอ๊ะ เงินมาจากไหน ถามใครก็ไม่มีใครบอก ผู้ส่งเคสเล่าว่า พี่ชายบอกว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับ คิดถึงแต่ว่าเงินมันได้มาอย่างไร คิดไปคิดมาจึงเผลอหลับไป ขณะที่กำลังเคลิ้มหลับไปนี่สิ ได้ฝันเห็นหลวงปู่ผุดขึ้นมาจากศูนย์กลางกาย ขยายเต็มตัว เป็นองค์รูปหล่อทองคำ หลวงปู่ชัดเจนมาก จนสะดุ้งตื่นขึ้น

หลังจากนั้นอาการพี่ชายก็ดีวันดีคืนจนหมอแปลกใจ แต่หมอก็ยังย้ำว่าเขาจะอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ต่อมาพระอาจารย์เห็นว่าพี่ชายสามารถเดินได้ จึงได้นำเงินที่ถวายมานั้น ให้พี่ชายได้มาถวายหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่งที่วัด ซึ่งถือว่าเป็นการถวายกฐินเป็นคนแรกๆ ก็ว่าได้ และหลังจากนั้นแผลที่ผ่าตัดเอาก้อนเนื้อมะเร็งในลำไส้ออกก็มีอาการดีขึ้น ซึ่งหมอรู้สึกแปลกใจอย่างมาก แต่ก็ให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน

หลังจากนั้นพี่ชายก็ได้เร่งสั่งสมบุญกับทางวัด ได้มาวัด นั่งสมาธิ และทำบุญทุกๆ อาทิตย์ต้นเดือน อีกทั้งพระอาจารย์ก็ได้มาสอนนั่งสมาธิกับพี่ชายอยู่หลายครั้ง จนพี่ชายรู้สึกถึงความสุขและความสงบ พี่ชายดูผ่องใสเหมือนไม่ได้ป่วยเป็นอะไรเลย ตั้งแต่ที่หมอบอกว่าจะอยู่ได้แค่ 6 เดือน พี่ชายก็อยู่มาได้จนถึง 1 ปี กับอีก 2 เดือน คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า เห็นไหม เพราะสั่งสมบุญตลอด บุญก็เลยมาช่วยด้วย ด้วยความที่แข็งแรงขึ้น พี่ชายจึงได้ไปร่วมรับประทานอาหารนอกบ้านกับเพื่อน ไปเที่ยวตากอากาศในสถานที่ต่างๆ จนเขาลืมการนั่งสมาธิ และลืมมาวัดไปช่วงหนึ่ง ทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้น หมอบอกว่าเชื้อได้จากปอดไปถึงสมองแล้ว พระอาจารย์ทราบอาการป่วยของพี่ชาย จึงชักชวนให้ทำบุญกฐิน ซื้อที่ดินลานจอดรถ บุญทอดผ้าป่า 3,000 วัด และทุกบุญ เพื่อให้บุญช่วยให้พี่ชายลดความเจ็บป่วยลง ซึ่งอาการพี่ชายก็ทุเลาลงจริงๆ เขาจึงตั้งใจปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะไม่เห็นอะไรก็ตาม แต่ก็ได้ความสงบ และหลังจากนั้น พี่ชายจึงได้ละจากโลกนี้ไป รวมอายุได้ 43 ปี

คำถาม

  1. คุณตาของผู้ส่งเคสเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่
  2. คุณพ่อของผู้ส่งเคสเสียชีวิต ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่สร้างพระบนโดมหรือบุญอื่น ๆ ที่อุทิศให้หรือไม่ กรรมใดทำให้พ่อต้องมาตายด้วยโรคมะเร็งตับ
  3. คุณแม่ของผู้ส่งเคสทำกรรมใดมา จึงต้องมาแต่งงานกับคุณพ่อซึ่งแม่ไม่ได้รักเลย
  4. กรรมใดทำให้คุณแม่พยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ตาย มีคนมาช่วยไว้ได้ทุกครั้ง เพราะบุญใดช่วยไว้
  5. กรรมใดทำให้คุณแม่มีลูกคนแรกเป็นโปลิโอ ถ้าแม่ไม่ใส่บาตรทุกวันแล้วอธิษฐาน จะมีสิทธิ์ได้ลูกพิการอีกไหม
  6. คำอธิษฐานของคุณแม่ไปรื้อผังมีลูกพิการได้อย่างไร
  7. คุณแม่ของผู้ส่งเคสทำไมจึงไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองเลย ตอนที่มีเงินก็ไม่คิดจะซื้อ แต่พอคิดจะซื้อก็ไม่มีเงินแล้ว เพราะกรรมใด
  8. ทั้งๆ ที่หมอยืนยันว่าพี่ชายจะอยู่ได้เพียง 6 เดือน แต่บุญใดทำ ให้พี่ชายอยู่มาได้ถึงปี กว่า
  9. บุญใดทำให้พี่ชายฝันเห็นหลวงปู่ วัดปากน้ำ หลังจากที่ได้ถวายเงินกฐินบนเตียงผู้ป่วยกับพระอาจารย์ ความฝันหมายความว่าอย่างไร
  10. ก่อนตายพี่ชายทำถูกหลักวิชชา หรือไม่ มีญาติเห็นเค้านั่งอยู่ในห้องยังไม่ไปไหนจริงหรือไม่
  11. พี่ชายตายแล้วไปไหน มีอะไรฝากมาถึงญาติๆ บ้างหรือเปล่า
  12. ตอนรวบรวมปัจจัยให้พี่ชายถวายนั้น ผู้ส่งเคสและญาติๆ เป็นต้นคิดและดำเนินการให้ ส่วนพี่ชายถวายอย่างเดียว พี่ชายได้บุญมากแค่ไหน ส่งผลให้พี่ชายเป็นอย่างไรหลังตายแล้ว และจะส่งผลให้ อย่างไรในภพต่อๆ ไป
  13. เงินที่ยืมมาจากญาติเพื่อให้พี่ชายทำบุญกฐินตอนป่วย ต่อมาพี่ชายได้ยกที่ดินให้กับญาติที่เป็นเจ้าของเงินเพื่อชดเชยเงินที่ให้มา อย่างนี้พี่ชายจะได้บุญ อย่างไร
  14. น้องเขยทีแรกให้ยืมเงิน 300,000 บาท แต่ภายหลังเปลี่ยนใจไม่เอาคืน โดยตั้งใจร่วมบุญไปกับพี่ชาย น้องเขยจะได้บุญ อย่างไร บุญจะส่งผลให้ในลักษณะใด
  15. ผู้ส่งเคสได้สร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร มีผังบวชมาหนาแน่นแค่ไหน
  16. วิบากกรรม อันใดทำให้ผู้ส่งเคสต้อง สึก ออกมาในตอนบวชครั้งแรก
  17. ผู้ส่งเคสตั้งใจจะบวชอีกในปี 2549 จะบวชตลอดชีวิต หรือไม่ แล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไร ถึง จะได้บวชตลอดชีวิตอย่างมีความสุข
  18. พระอาจารย์ที่เป็นกัลยาณมิตรให้แก่ผู้ส่งเคสและครอบครัว มีบุพกรรมร่วมกันมาอย่างไร และมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับพี่ชายที่เสียชีวิต
  19. ท่านเคยทำวิชากับหลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย มาบ้างหรือไม่
  20. ในชาติปัจจุบัน ท่านได้ทราบว่าเรามีหมู่คณะมาอย่างไร ไม่เกี่ยวข้องเลย แต่ขอเอี่ยวด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

โสดสนิท

วิบากกรรมใดทำให้แม่บุญธรรมต้องผ่าตัดถึง 5 ครั้ง และเป็นมะเร็งปอดจนเสียชีวิต ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร เสียชีวิตแล้วไปภพภูมิไหน มีความอยู่เป็นอย่างไร มีอะไรฝากบอกลูกบ้างไหม

อยู่บ้านเล้าไก่

คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่

จบครูมาขายผัก

บุพกรรมใดทำให้ภรรยาไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวผู้ส่งเคส ช่วงแรกต้องอยู่ห้องเช่าเล็ก ๆ 2 ปี ถูกพี่ชายผู้ส่งเคส อิจฉาและกลั่นแกล้ง แต่ต่อมาพ่อแม่ผู้ส่งเคส ยอมรับและรักเธอมากจนมีชีวิตสุขสบาย.

มรสุมอ้วน

ทำไมผู้ส่งเคสจึงเกิดก่อนกำหนด 3 เดือน และกรรมอะไรทำให้รอด?

เจ้าที่อยากแต่งงาน

ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้,,:

สาวรำวง

ครอบครัวและพี่น้องของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไรถึงได้มาเกิดในครอบครัวที่ยากจนร่วมกัน?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา