เพชฌฆาตฟันคอ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.739 เพชฌฆาตฟันคอ

ออกอากาศ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549

ผู้ที่ทำหน้าตัดสินประหารชีวิตผู้อื่น จะต้องรับวิบากกรรมใดบ้าง | การประหารชีวิตด้วยวิธีใช้ดาบฟันกับฉีดยาพิษ ผู้ทำหน้าที่ประหารชีวิตจะมีวิบากกรรมเหมือนหรือแตกต่างกัน

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา พันธุ์หัวใจที่ไม่เคยปฏิเสธเรื่องบุญ ติดตาม DMC ทุกวัน และชอบฟัง Case Study มาก เพราะยิ่งฟังก็ยิ่งอยากทำแต่บุญอย่างเดียว ความชั่วแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่อยากทำเลย ผู้ส่งเคสอยากให้ทุกคนรักบุญ กลัวบาป จึงได้ส่งเคสนี้มาขอความเมตตาคุณครูไม่ใหญ่ได้ฝันในฝัน

เนื้อเรื่อง

ท่านพ่อของผู้ส่งเคสสืบเชื้อสายมาจากพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระอนุชาร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ทรงเป็นพระมหาอุปราชที่มีพระเกียรติยศเทียบเท่าพระเจ้าแผ่นดิน หรือเรียกอีกอย่างว่าพระเจ้าประเทศสยามองค์ที่ 2 คนทั่วไปมักเรียกว่า วังหน้า ท่านพ่อของผู้ส่งเคสเป็นเหลนของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ และใช้คำนำหน้าชื่อว่า หม่อมเจ้า มาตั้งแต่เกิด แม้ท่านพ่อจะมีชีวิตที่สุขสบายในรั้วในวัง แต่ท่านเป็นคนตรง ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง หรือเห็นแก่อามิสใดๆ ท่านพ่อจึงเป็นหม่อมเจ้าที่จนที่สุดในบรรดาราชนิกูลวังหน้า ท่านพ่อรับราชการอยู่ในกรมราชทัณฑ์ กระทรวงนคราภิบาล มีตำแหน่งเทียบเท่าผู้บัญชาการเรือนจำในปัจจุบัน ทำหน้าที่ควบคุมและบริหารงานเรือนจำ การจำ และลงโทษผู้กระทำผิด ตลอดจนดูแลการประหารชีวิตนักโทษ ซึ่งในสมัยนั้นยังคงใช้วิธี กุดหัว คือใช้ดาบตัดคอ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นการประหารชีวิตโดยการยิงเป้าในปี พ.ศ. 2477

เมื่อได้รับคำสั่งให้ประหารชีวิตนักโทษ เป็นหน้าที่ของท่านพ่อที่จะต้องดูแลการประหารให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย เริ่มตั้งแต่สั่งให้จัดอาหารคาวหวานให้นักโทษได้กินเป็นมื้อสุดท้าย และนิมนต์พระมาเทศน์ให้ฟัง การฟังเทศน์สำหรับนักโทษใกล้ตายเป็นเรื่องยาก เพราะอกสั่นขวัญแขวน แต่ก็ควรนิมนต์พระมาเทศน์ โดยย้ำว่านี่เป็นช่วงสุดท้ายของชีวิต ปรโลกขึ้นอยู่กับใจ ลืมอดีตที่ผิดพลาดไปเสีย นึกถึงเรื่องที่ทำให้ใจใสดีกว่า ให้ตั้งใจฟังธรรมด้วยใจใสๆ แม้ตายก็ไปดี พระสงฆ์จะเทศน์ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ เพื่อปิดอบายไปสวรรค์ ซึ่งเต็มไปด้วยเทพบุตรเทพธิดา การฟังธรรมนี้เป็นทางมาแห่งบุญ ให้ลองหลับตานึกถึงพระพุทธเจ้า

นักโทษที่ถูกจองจำตรวนอย่างแน่นหนาจะถูกนำเข้าสู่หลักประหาร โดยให้นั่งเหยียดขา นั่งบนใบตอง 3 ยอด ใช้ด้ายดิบมัดแขนด้านหลังผูกติดเข้ากับหลักไม้กลางแขนที่ปักไว้บนหลุมดินปืนให้แน่น ข้อมือทั้งสองจะถูกมัดเข้ากับหลักประหารในลักษณะประนมมือ กำดอกไม้ธูปเทียนไว้บนอก เพื่อให้จิตเป็นกุศล จะได้เอาดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้พระจุฬามณีที่ดาวดึงส์ อย่างน้อยใจก็จะได้นึกถึงพระรัตนตรัย มีผ้าปิดตารัดไว้รอบศีรษะเพื่อไม่ให้ใจไม่สงบ

เพชฌฆาตในชุดเสื้อแขนสั้นกางเกงขายาวสีแดง ปักลวดลายลงยันต์คาถาอาคม สวมมงคลเหนือศีรษะ เหมือนนักมวย เชื่อว่าจะช่วยคุ้มครองป้องกันภัยจากวิญญาณที่อาฆาตแค้น เพชฌฆาตจะมี 3 คน คือ ดาบ 1 และเพชฌฆาตสำรองอีก 2 คน เรียก ดาบ 2 และ ดาบ 3 ก่อนหยิบดาบ เพชฌฆาตจะขอขมาต่อนักโทษก่อนว่าทำตามหน้าที่ อย่าผูกโกรธอาฆาตกันเลย จากนั้นใช้ปูนแดงทารอบต้นคอนักโทษเพื่อกำหนดแนวที่จะลงดาบ ใช้ดินเหนียวเสกคาถาอุดหูอุดปาก จากนั้นดาบ 2 และ 3 จะรำดาบไปรอบๆ ตามจังหวะปี่กลองจนกระทั่งจิตของนักโทษสงบลง เพลงนั้นจะกล่อมนักโทษให้ใจสงบ เมื่อเห็นว่าได้จังหวะว่านักโทษคงสงบแล้ว เพชฌฆาตดาบ 1 จะลงดาบฟันคอทันทีโดยไม่ให้ทันรู้ตัว มีกฎเกณฑ์ว่าจะต้องฟันให้ขาดในดาบแรก เพื่อไม่ให้นักโทษต้องเจ็บปวดทรมาน ถ้าดาบ 1 ฟันแล้วคอไม่ขาด ดาบ 2 จะฟันซ้ำ ถ้ามือยังสั่นไม่ขาดอีก ดาบ 3 ตามมาคราวนี้ก็เชือดให้ขาดจนได้ จากนั้นจึงใช้มีดสับส้นเท้าเพื่อถอดตรวนข้อเท้าออก

ครั้งหนึ่งมีนักโทษคดีฆ่าลูกตนเองถูกตัดสินประหารชีวิต เพชฌฆาตดาบ 1 ดื่มเหล้าย้อมใจมาก การจะฆ่าใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเงื้อดาบเตรียมฟัน เพราะความเมา เรี่ยวแรงจึงแผ่วลงมากจนไม่อาจจะบั่นคอให้ขาดได้ทันที แล้วเพชฌฆาตก็เสียหลัก พอฟันผิดจังหวะจึงเข้าไปขวางทางที่เพชฌฆาตดาบ 2 กำลังเงื้อดาบจะฟันซ้ำอีกที ท่านพ่อซึ่งยืนคุมการประหารอยู่ใกล้ชิด รีบถลันเข้าไปช่วยทันที ใช้ความไวของปลายเท้าถีบเพชฌฆาตดาบ 1 ให้พ้นออกจากวงดาบได้ทัน ดาบ 2 จึงฟันซ้ำได้สำเร็จ แต่ปรากฏว่าเลือดจากคอนักโทษพุ่งใส่ท่านพ่อจนเปรอะเปื้อนไปทั้งเนื้อทั้งตัว ถือว่าโชคยังช่วย มิฉะนั้นผู้ที่ถูกฟันคอคงเป็นเพชฌฆาตดาบ 1 แทนนักโทษ

บั้นปลายชีวิตท่านพ่อมีความสุขตามอัตภาพ อายุได้ 59 ปี ท่านก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ คือนอนหลับไปเสียเฉยๆ โดยไม่ได้ป่วยมาก่อนเลย และยังไม่ทันได้สั่งลาอะไรเลย หมดอายุขัยไป

คุณแม่ของผู้ส่งเคสเกิดที่จังหวัดชัยภูมิ อายุได้ 9 ขวบ ชีวิตก็พลิกผันจากสามัญชนธรรมดามาเป็นหญิงชาววัง เพราะพี่ชายของคุณแม่รู้จักกับเจ้านายผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นหม่อมเจ้าอยู่ที่ท่าช้าง วังหน้า จึงพาคุณแม่ไปฝากฝังไว้ ท่านก็เมตตารับเลี้ยงไว้ในวังหน้าและส่งเสริมให้เรียนจนจบประถม 6 พอโตเป็นสาวรุ่น คุณแม่เป็นคนมีผิวพรรณดี สวยงาม จึงเป็นที่ต้องตาต้องใจของหนุ่มๆ แม้แต่หม่อมเจ้าท่านนั้นก็เอ็นดูแม่มากเป็นพิเศษ ในที่สุดจึงตบแต่งเป็นภรรยาคนที่ 3 ของท่าน แม้จะอายุห่างกันถึง 2 รอบ ก็ยังมีลูกด้วยกันถึง 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1 ลูกสาวคนเล็กคือตัวผู้ส่งเคสเอง วันที่ท่านพ่อจากไป ผู้ส่งเคสเพิ่งอายุได้เพียงขวบครึ่ง

คุณแม่มักสอนลูกเสมอว่าอย่าถือตัวว่าเป็นหม่อมราชวงศ์แล้วจะวางตัวสูงส่ง ตรงข้ามให้ฝึกเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนและทำตัวติดดินเสียบ้าง หลังจากสิ้นบุญท่านพ่อแล้ว หม่อมยาย (ภรรยาใหญ่ของท่านพ่อ) ยื่นข้อเสนอให้เลือกว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไป หรือรับมรดกแล้วย้ายออกไปจากวัง ด้วยความจงรักภักดีต่อท่านพ่อ คุณแม่จึงตัดสินใจอยู่ในวังต่อไป แต่ชีวิตก็ไม่สู้สุขสบายเหมือนแต่ก่อน เพราะหม่อมยายอุปถัมภ์เฉพาะเรื่องกินอยู่เท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นเป็นภาระของคุณแม่เอง ด้วยความที่คุณแม่มีฝีมือในการทำอาหารไทย เป็นแม่ครัวในวังมานานตั้งแต่เด็ก ท่านจึงตัดสินใจไปทำงานเป็นหัวหน้าแม่ครัวของร้านอาหารไทยสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นงานที่ท่านถนัดมาก คุณแม่ได้มีโอกาสจัดสำรับคาวหวานไปถวายสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อนซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดราชบพิธหลายต่อหลายครั้ง

กระทั่งอายุได้ 60 ปีเศษ คุณแม่เริ่มป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ตอนแรกเข้าใจว่าคงเป็นเพราะเคยสูบบุหรี่มวนมาหลายสิบปี แต่หมอกลับตรวจพบว่าสาเหตุจริงคือไอระเหยของน้ำมันที่คุณแม่ใช้ทอดหมี่กรอบทุกวัน วันละมากๆ ไปสะสมจนจับไปทั่วปอด ทำให้หายใจไม่สะดวก อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็เสียชีวิตลงเมื่ออายุได้ 70 ปี โดยมีลูกคอยเตือนให้นึกถึงบุญอยู่ตลอดเวลา

เมื่อคุณแม่ยังป่วยอยู่ ครั้งแรกที่คุณแม่เข้ารับการเอ็กซ์เรย์ที่โรงพยาบาล มีเรื่องแปลก ปกติท่านไม่เคยถอดสร้อยสแตนเลสที่แขวนพระเครื่องออกเลย เมื่อหมอฟิล์มมาดู ปรากฏว่าในจำนวนพระเครื่อง 3 องค์ มีองค์หนึ่งปรากฏเป็นภาพพระธรรมกายนั่งขัดสมาธินูนเด่นชัดเจน น่าอัศจรรย์ ขณะที่ 2 องค์ที่เหลือกลับดำสนิทจนมองไม่เห็นว่าเป็นอะไร เห็นเพียงรูปทรง หมอถามลูกว่าพระนี้เป็นพระอะไร ลูกตอบว่าองค์ที่เห็นภาพชัดเจนนี้เป็นพระของขวัญที่ได้มาจากวัดพระธรรมกาย ส่วนอีก 2 องค์ได้มาจากวัดอื่น หมอทำหน้างงด้วยความแปลกใจแล้วพูดว่าแปลกดี ผู้ส่งเคสยิ่งอัศจรรย์ใจมาก เพราะพระของขวัญรุ่นแรกด้านหนึ่งเป็นภาพพระธรรมกาย อีกด้านเป็นภาพพระเดชพระคุณหลวงปู่ พอผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์ไม่น่าจะเห็นเป็นภาพได้เลย หรือถ้าเห็นก็ควรเป็นภาพซ้อนกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นเฉพาะภาพพระธรรมกายเพียงด้านเดียวเท่านั้น

พี่ชายของผู้ส่งเคสเคยได้รับทุนรัฐบาลไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น พอเรียนจบก็กลับมาทำงานเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต่อมามีปัญหาเรื่องความประพฤติ เนื่องจากติดสุราและผู้หญิง จึงต้องออกจากงาน แล้วเปลี่ยนมาทำงานเชียร์แขกในสถานอาบอบนวด อยู่หลายปีจนแก่ตัว ภายหลังจึงเปลี่ยนอาชีพเป็นพนักงานบริษัทแอร์ ปกติพี่ชายเป็นคนว่าง่าย อ่อนโยน แต่เพราะเป็นคนเจ้าชู้จึงเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แต่กลับเป็นฝ่ายถูกภรรยาทิ้งไปอย่างไม่ไยดี กลายเป็นพ่อหม้ายที่ต้องเลี้ยงลูกถึง 3 คนตามลำพัง ระยะหลังพี่ชายเริ่มมีปัญหาเรื่องเงินทอง ผู้ส่งเคสก็ได้ให้ความช่วยเหลือไปตามสมควร นอกนี้ยังเจียดปัจจัยส่วนตัวไปทำบุญให้ และบอกให้พี่ชายอนุโมทนา พี่ชายก็ยกมือท่วมหัวว่าสาธุ แต่ผู้ส่งเคสไม่ค่อยเห็นพี่ชายขวนขวายทำบุญด้วยตัวเองเลย ปลายปี 2548 พี่ชายล้มป่วยหนักด้วยโรคปอดและอีกสารพัดโรค ช่วงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผู้ส่งเคสพยายามกระซิบข้างหูให้พี่ชายนึกถึงบุญที่เคยบวชมา 1 พรรษาเป็นหลัก และบุญอื่นที่ลูกทำให้ เช่น บุญบูชาข้าวพระ ถวายภัตตาหาร ปล่อยปลา ผู้ส่งเคสไม่ลืมที่จะกำชับให้พี่ชายทำตามหลักวิชชาตามที่หลวงพ่อเคยสอน แต่ก็ไม่มั่นใจนักว่าเขาจะทำตามได้หรือไม่ เมื่อวันสุดท้ายมาถึง ชีจรพี่ชายก็แผ่วลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็จากไปอย่างสงบ เมื่ออายุได้ 62 ปี

ไม่นานมานี้ ผู้ส่งเคสฝันเห็นพี่ชายสวมเสื้อสีขาวสว่างตา ใส่กางเกงสีน้ำเงิน ในฝัน ผู้ส่งเคสถามว่า เอ้า ก็บอกให้ไปเวียนประทักษิณที่วัดพระธรรมกายแล้ว ทำไมถึงไม่ไป แต่เขาเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร ถ้าไม่ฝึกซ้อมตั้งแต่ตอนเป็นมนุษย์ มาเวียนยาก ต้องมาหัดเวียนก่อน ต้องนึกทุกวัน ไม่งั้นนึกไม่ออก พอตื่นจากความฝัน ผู้ส่งเคสกับสามีก็สันนิษฐานวิทยาเป็นการใหญ่ แต่เมื่อสันนิษฐานวิทยาไม่ออก จึงเขียนคำถามมา

คำถาม

  1. เหตุใดท่านพ่อจึงต้องมามีอาชีพผู้บัญชาการเรือนจำ จะทำให้มีวิบากกรรมอย่างไร การกระทำตามหน้าที่เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองจะเป็นบุญบ้างหรือไม่ หรือชดเชยวิบากกรรมได้เพียงใด ในแง่กฎแห่งกรรม การตัดสินประหารชีวิตนั้นถือว่าถูกต้องเหมาะสมเพียงใด การประหารนักโทษไปคนหนึ่ง ใครบ้างที่มีส่วนในบาปนี้ และใครบาปมากที่สุด
  2. กรณีที่นักโทษได้กินอาหารจนอิ่ม ให้ได้ฟังเทศน์ แล้วเพชฌฆาตได้ขอขมาก่อนประหาร ส่วนนักโทษก็ให้อโหสิกรรมด้วย อย่างนี้เพชฌฆาตจะมีวิบากกรรมหรือไม่ ส่วนนักโทษมีโอกาสไปสู่สุคติภูมิไหม
  3. วิธีประหารชีวิตโดยใช้ดาบตัดคอ และการฉีดยาให้ตายในปัจจุบัน สองอย่างนี้มีผลต่อผู้ฆ่าและผู้ถูกฆ่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
  4. นักโทษที่ต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยอุปกรณ์พิเศษ เช่น จับยัดใส่ตะกร้อหวายแล้วช้างเตะให้กลิ้งไปกับพื้น โดยมีเหล็กแหลมทิ่มแทงร่างกาย ใช้เบ็ดเหล็กเกี่ยวใต้คาง ทะลุถึงใต้ลิ้น แล้วชักรอกดึงรั้งคางจนปลายเท้าลอยพ้นจากพื้นดิน หรือให้นอนในหีบที่ปิดฝาแล้วนำไปวางตั้งไว้กลางแดด เป็นเพราะเคยทำวิบากกรรมใดมา
  5. ท่านพ่อละโลกแบบหลับไปเฉยๆ ขณะนั้นใจใสหรือหมอง ตายแล้วไปไหน จะได้รับบุญที่ลูกอุทิศไปให้หรือไม่ มีอะไรจะฝากบอกไหม
  6. เหตุใดท่านพ่อจึงเกิดในตระกูลสูง แต่เป็นหม่อมเจ้าที่จนที่สุด ส่วนคุณแม่เข้ามาอยู่ในวังตอนเด็กมีชีวิตสุขสบาย แต่ภายหลังลำบาก ท่านทั้งสองเคยสร้างบุญร่วมกันมาหรือไม่ และสร้างบุญแตกต่างกันอย่างไร
  7. สาเหตุที่คุณแม่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองนั้นเป็นเพราะเคยสูบบุหรี่ หรือเพราะสาเหตุในปัจจุบันที่ทอดหมี่กรอบทุกวัน คุณแม่ตายแล้วไปไหน บุญถวายภัตตาหารประณีตแด่สมเด็จพระสังฆราชจะส่งผลต่อท่านอย่างไร
  8. ภาพพระที่ปรากฏในฟิล์มเอ็กซ์เรย์เกิดขึ้นเพราะอานุภาพของพระของขวัญใช่หรือไม่ แต่เหตุใดถึงไม่เห็นภาพหลวงปู่ และพอเอ็กซ์เรย์ครั้งหลังๆ กลับไม่ปรากฏภาพพระธรรมกายเหมือนเดิม
  9. ลูกเจียดเงินส่วนตัวมอบให้พี่ชายแล้วเอาไปทำบุญแทนให้ แล้วกลับมาบอกให้พี่ชายอนุโมทนา พี่ชายจะได้รับบุญไหม บุญเหล่านี้จะช่วยตัดรอนวิบากกรรมเจ้าชู้ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนันของพี่ชายได้หรือไม่ ขณะละโลก พี่ชายมีคตินิมิตเป็นอย่างไร นึกถึงบุญที่เคยบวชพระ 1 พรรษาได้หรือไม่ พี่ชายตายแล้วไปไหน ที่ลูกฝันเห็นพี่ชายนั้นเป็นเรื่องจริงไหม ถ้าจริง พี่ชายได้ทำตามหลักวิชชาที่ลูกพยายามแนะนำหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

จอ โอะ นอ

บุญใดทำให้แม่มีอายุยืนถึง 110 ปี แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว วิบากกรรมใดทำให้กระดูกต้นแขนหักเพราะตกเตียงก่อนเสียชีวิต วิบากกรรมใดทำให้อาการเหมือนคนหลับไม่รู้สึกตัวก่อนเสียชีวิต 7 วัน ขณะนอนไม่รู้สึกตัวได้ถวายผ้าไตรและปัจจัยสร้างพระแสนองค์ และทำไมน้ำตาไหล บุญที่ทำส่งผลให้แม่อย่างไร แม่เสียชีวิตแล้วความเป็นอยู่เป็นอย่างไร มีอะไรฝากบอกลูกบ้างไหม

ของข้าใครอย่าแตะ

คำใดที่ทำให้สามีไปมีหญิงอื่น โลก สามี และหญิงเหล่านั้นเคยทำวิบากกรรมใดร่วมกันมา จะแก้ไขวิบากกรรมนี้ไม่ให้ติดข้ามชาติได้อย่างไร ต้องทำบุญใดเป็นพิเศษหรือไม่

นักสร้างบารมี

เหตุใดผู้ส่งเคสจึงมีคนมาบอกบุญซ้ำๆ ทั้งที่ไม่รู้จักวัด และเหตุใดจึงเต็มใจทำทุกครั้ง บุญใดทำให้บอกบุญและชวนคนทำบุญได้ง่าย ทะลุเป้าทั้งงานหล่อทองหลวงปู่และสร้างพระ อานิสงส์นี้เป็นเหตุให้ได้ทรัพย์สมบัติมาหลายทางและทำได้ทุกบุญหรือไม่

แรงอธิษฐานกรรมบันดาล

คุณแม่ทำบุญอะไรมา จึงอายุยืน ไม่หลง ไม่ค่อยป่วย แต่มีอุบัติเหตุล้มขาหักและถูกกิ่งไม้ทิ่มแขน? อุบัติเหตุนี้เป็นกรรมอะไร? บุญที่ผู้ส่งเคสทำให้ก่อนเสียชีวิตและการทำศึกชิงภพของคุณแม่จะได้ผลหรือไม่ เพราะดูเหมือนคุณแม่ไม่ค่อยมีสติ? ตอนนี้คุณแม่ไปอยู่ที่ไหนแล้ว และบุญที่อุทิศให้ได้รับหรือไม่?

ออกแบบชีวิตคู่บุญคู่บารมี

ทำไม ผู้ส่งเคส และสามีจึงได้แต่งงานกัน แต่กลับต้องทะเลาะกันแทบทุกวัน บางครั้งถึงขั้นตีกันหัวร้างข้างแตก พวกเขาทำวิบากกรรมอะไรร่วมกันมา

เมาแล้วโมโหร้าย จากอบายไป

แม่ของลูกตอนนี้อยู่ ที่ไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศไปให้ หรือเปล่า

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา