
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.762 อีกคนที่ห่วงใย
ออกอากาศ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2549
การดูแลบิดามารดา จะมีอานิสงส์อย่างไรบ้าง
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นลูกสาวคนหนึ่งในบรรดาพี่น้อง 5 คน เธอเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ได้เข้าวัดพระธรรมกายและเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยามาตั้งแต่เริ่มเปิดโรงเรียน ด้วยบุญที่ได้พบคำสอนของ คุณครูไม่ใหญ่ ทำให้เธอสามารถเป็นกัลยาณมิตรและตอบแทนพระคุณบุพการีได้เป็นอย่างดี เธอเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับพิเศษที่บริษัทการบินไทยเป็นเวลา 9 ปี แต่ได้ตัดสินใจลาออกมาเพื่อดูแลเตี่ยที่กำลังป่วยหนัก และยังต้องการดูแลแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย ปัจจุบันผู้ส่งเคสมีความปรารถนาที่จะสร้างรีสอร์ทส่วนหนึ่งให้เป็นสถานปฏิบัติธรรมเพื่อเผยแผ่วิชาธรรมกาย
เนื้อเรื่อง
กราบ คุณครูไม่ใหญ่ ที่เมตตาฝันในฝันเรื่องราวของครอบครัวผู้ส่งเคสค่ะ
เรื่องราวชีวิตเริ่มต้นขึ้นเมื่อเตี่ยของผู้ส่งเคส ซึ่งเป็นลูกชายคนโต อายุเพียง 7 ปีเท่านั้น และมีน้องชายอายุ 5 ปี คุณก๋งผู้เป็นพ่อได้ส่งเตี่ยและน้องชายไปอยู่กับญาติที่เมืองจีน นับเป็นการจากบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่วัยเด็ก ช่วงเวลาที่ทั้งคู่อยู่ที่นั่น ประมาณปี พ.ศ. 2478 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นพอดี ทำให้ชีวิตที่เมืองจีนต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ถึงขนาดต้องขุดหัวมันมาเผาเพื่อประทังชีวิต
ในขณะเดียวกัน ที่เมืองไทย คุณย่าผู้เป็นแม่ของเตี่ย มีความห่วงใยลูกชายทั้งสองมาก ท่านไปที่ท่าเทียบเรือทุกวันเป็นเวลานานถึง 9 ปี เฝ้ามองหาเรือที่มาจากเมืองจีน ด้วยความหวังว่าจะได้พบลูกชาย แต่ก็ไร้วี่แวว ด้วยความตรอมใจเพราะคิดถึงลูก คุณย่าจึงเสียชีวิตในที่สุด ในขณะที่เตี่ยอายุได้เพียง 16 ปีเท่านั้น
กว่าเตี่ยจะได้กลับเมืองไทยก็อายุ 19 ปีแล้ว แต่ที่น่าเศร้าคือน้องชายไม่สามารถกลับมาได้ เพราะเอกสารการออกนอกประเทศไม่เรียบร้อย และต้องถูกส่งไปเป็นทหารทางตอนเหนือของจีน ทำให้การติดต่อช่วยเหลือของเตี่ยเป็นไปด้วยความยากลำบาก และน้องชายต้องติดอยู่ที่เมืองจีนตลอดไป
เมื่อกลับมาเมืองไทย เตี่ยก็เป็นคนขยันมาก ทำงานเป็นลูกจ้างที่ห้างในสุราษฎร์ธานี 9 ปี และได้แต่งงานกับแม่เมื่ออายุ 28 ปี ช่วงนี้เตี่ยถูกก๋งกดดันเรื่องการตั้งตัว ทำให้เตี่ยลาออกจากงาน แล้วไปเปิดร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะขาดประสบการณ์และพูดภาษาไทยไม่ชัด ต่อมาจึงเปลี่ยนไปเป็นผู้จัดการโรงงานเซรามิกที่ลำปาง 4 ปี แล้วออกมาเปิดกิจการทำรางน้ำ ช่องแอร์ ตัดกระจกในกรุงเทพฯ จนสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ในที่สุด
เตี่ยกับแม่มีลูกด้วยกัน 4 คน แต่ชีวิตคู่ 12 ปีก็ต้องจบลงด้วยการแยกทาง เพราะเตี่ยเป็นคนเจ้าชู้มาก มีภรรยาหลายคน แม่ตัดสินใจไปทำงานที่เยอรมนีเพื่อลืมความหลัง ส่วนเตี่ยอยู่เมืองไทยกับครอบครัวใหม่ ลูกๆ ทั้ง 4 คนอยู่ดูแลกันเอง แต่ทุกเย็นก็จะไปทานอาหารที่บ้านเตี่ยซึ่งอยู่ใกล้กัน
แม่ในเยอรมนีทำงานหนัก ส่งเงินดูแลค่าใช้จ่ายและค่าเทอมลูกทั้ง 4 คนทุกเดือน และกลับมาเยี่ยมปีละครั้ง ด้วยความพยายามของแม่ ลูกๆ ทุกคนเรียนจบมีงานทำ ผู้ส่งเคสทำงานที่การบินไทย แต่ได้ลาออกเพื่อมาดูแลเตี่ยที่ป่วยหนัก
ในปี 2543 เตี่ยป่วยเป็นอัมพฤกษ์ รักษาหายแล้ว แต่ 1 ปีต่อมาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เตี่ยไม่ยอมผ่าตัดตอนแรก หันมาทานยา อาหารดี และทำบุญ อายุยืนยาวไปอีก 2 ปี แต่อาการก็ทรุดหนัก ต้องผ่าตัด แต่พบว่ามะเร็งลามไปตับแล้ว เตี่ยรักษาทุกทาง ลูกๆ ก็สร้างบุญใหญ่ให้ ผู้ส่งเคสพาเตี่ยมาร่วมงานวัดหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายคือวิสาขบูชา 2547
ช่วงป่วยหนัก ไม่มีภรรยาคนอื่นมาอยู่ด้วยเลย แต่เตี่ยกลับนึกถึงแต่แม่ ร้องขอให้แม่กลับมา บอกว่าเป็นรักแรกและรักที่สุด แม่ทราบเรื่องก็สุดยอดมากที่กลับมาดูแลปรนนิบัติเตี่ย ไม่ติดใจเรื่องเก่า แม่ดูแลเตี่ยอย่างดี ให้ทำบุญ จัดให้ดู DMC
ก่อนเสียชีวิต เตี่ยได้ยินเสียงผู้ชาย เห็นเจ้าชายมาเลเซีย และบอกผู้ส่งเคสล่วงหน้า 1 วันว่าจะไปแล้ว ผู้ส่งเคสคิดว่าเพ้อ แต่เตี่ยยืนยันว่ารู้ตัว เป็นเรื่องธรรมชาติ วันต่อมาอาการทรุด แพทย์ให้ยาหลับเพื่อลดความทรมาน เตี่ยหลับไปและเสียชีวิตเวลาเที่ยงคืน ตรงตามที่ท่านบอก
ส่วนชีวิตแม่ในเยอรมนี ได้ไปดูแลผู้ป่วยชายชาวเยอรมันที่มีกล้ามเนื้อลีบ เพื่อหาเงินส่งลูกเรียน ได้ทำสัญญากับมารดาผู้ป่วยว่าจะได้จดทะเบียนสมรสเพื่อสิทธิ์ทางกฎหมายและเงินบำนาญหากดูแลตลอดชีวิต แม่ดูแล 6 ปี ผู้ป่วยเห็นใจจึงหาคู่ให้แม่ แม่ได้ใช้ชีวิตคู่กับสามีชาวเยอรมันกว่า 20 ปีโดยไม่จดทะเบียน ยังดูแลผู้ป่วยคนเดิมด้วยเมตตา เมื่อผู้ป่วยต้องมาอยู่เมืองไทย แม่ก็พามาอยู่บ้านแม่ จ้างแม่บ้านจากเยอรมนีมาดูแลแทน ส่วนแม่ยังอยู่เยอรมนี และมาเยี่ยมผู้ป่วยปีละครั้ง 19 ปี แม่พาาสามีชาวเยอรมันกลับมาอยู่เมืองไทยเมื่ออายุ 58-59 ปี ท่านเสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ 5 ปีต่อมา ผู้ป่วยก็เสียชีวิตในอีก 1 ปีหลังสามีแม่เสีย แม่เป็นผู้มีน้ำใจ ทำหน้าที่ทั้งแม่ และดูแลผู้ป่วยกับสามีชาวเยอรมันอย่างดี
ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวก่อนที่ผู้ส่งเคสจะกราบเรียนถาม คุณครูไม่ใหญ่ ถึงวิบากกรรมและภพภูมิ
คำถาม
- ผู้ส่งเคสมีคำถามถึง คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ค่ะ
- 1. วิบากกรรมใดที่ทำให้ก๋งต้องส่งเตี่ยกับน้องชายไปเมืองจีนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
วิบากกรรมอันใดทำให้ เตี่ย ลำบาก ถูกโบย เกิดในบ้านเมืองอดอยากและสงคราม และบุญใดทำให้ตั้งตัวได้ในบั้นปลายชีวิต
น้องสาวถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ มีสาเหตุจากกรรมใด? เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด? ได้วนเวียนที่บ้านตามที่คนงานและน้องชายฝันหรือไม่? คำบอกเล่าในฝันว่าสาเหตุมาจากเคลมประกันชีวิตนั้นจริงหรือไม่? ปัจจุบันน้องสาวอยู่ในภพภูมิใด มีคตินิมิตการตายอย่างไร? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่? บุญที่เคยสร้างองค์พระในปี 2537 จะส่งผลอย่างไรในปรโลกเมื่อเปลี่ยนความเชื่อแล้ว? มีข้อความจะฝากบอกญาติพี่น้องที่เมืองไทยไหม? เหตุใดต้องแยกตัวจากครอบครัวและเปลี่ยนไปนับถือความเชื่ออื่น? การเป็นคริสเตียนที่เคร่งมานาน 7 ปี จะมีผลอย่างไรในปรโลกและภพชาติต่อๆ ไป?
ทำไมป้าถึงรักผู้ส่งเคสมาก ชีวิตเหมือนมาเพื่อเลี้ยงดูผู้ส่งเคสโดยเฉพาะ? ผู้ส่งเคส คุณแม่ และป้า มีบุพกรรมต่อกันอย่างไรจึงต้องมาดูแลป้าตอนช่วยตัวเองไม่ได้? บุพกรรมอะไรที่ทำให้ป้ามีชีวิตโดดเดี่ยว แม้ก่อนเสียชีวิตก็ไม่มีคนคุ้นเคยหรือที่รักอยู่ด้วย? ขณะนี้ป้าอยู่ไหน เป็นอย่างไร บุญที่ทำไปมีผลกับป้าอย่างไร?
คุณแม่ผู้ส่งเคสเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ใด เป็นอย่างไรบ้าง?
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้ครับ/ค่ะ
บุพกรรมใดทำให้ลูกต้องเติบโตในสถานเลี้ยงเด็ก ไม่ได้รับความอบอุ่นจากแม่ และย้ายที่อยู่ถึง 12 ครั้ง? กรรมใดทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง ต่อมไทรอยด์ โรคเครียด และทนไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง? จะแก้ไขได้อย่างไร?






