ถนนสายแห่งความฝัน

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.772 ถนนสายแห่งความฝัน

ออกอากาศ วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2549

ถนนสายแห่งความฝัน

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นพระลูกชายรูปหนึ่งของ คุณครูไม่ใหญ่ มีเรื่องราวชีวิตที่ไม่ได้แตกต่างจากพระรูปอื่นนัก เพียงแต่มีเหตุการณ์บางช่วงในชีวิตที่ยากจะแยกได้ว่าเป็นเรื่องที่คิดไว้ก่อนหรือเป็นเรื่องบังเอิญ ผู้ส่งเคสทำใจกล้าเขียนเคสนี้ขึ้นมาตามคำพังเพยที่ว่า อายครูบ่ใหญบ่รู้วิชา ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า คุณครูไม่ใหญ่ เป็นคนดีมีเมตตา และมักจะมีของแถมพิเศษเป็นโบนัสให้นักสร้างบารมีอยู่เสมอ

เนื้อเรื่อง

ในวัยเด็ก ผู้ส่งเคสสงสัยในใจว่าตัวเองเป็นใคร คนอื่นเป็นใคร และพวกเขาคิดเหมือนเราหรือไม่ แต่ความสงสัยยังไม่มากพอที่จะถามตัวเองว่าเกิดมาทำไม ผู้ส่งเคสมีพัฒนาการการพูดที่ช้ามาก พูดได้เกือบ 3 ขวบ จนใครๆ คิดว่าจะเป็นใบ้ แต่พอเริ่มพูดได้ก็พูดไม่หยุดทั้งวัน จนคนอื่นส่ายหน้า เบื่อหน่าย และเอือมระอา ถึงกระนั้น ผู้ส่งเคสเป็นเด็กที่เต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน มีจินตนาการมาก เรียนหนังสือสนุกสนาน ชอบเรียนวิชาภาษาไทย และชอบภาษาอังกฤษมากเป็นพิเศษจนได้คะแนนเต็มหรือเกรด A เสมอ สิ่งที่ชอบเหล่านี้ไม่เคยมีใครมาสร้างแรงบันดาลใจหรือสั่งให้ทำ ผู้ส่งเคสเดินตามความฝันของตัวเองมาตลอด เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ไปเรียนสาขาแพทย์บ้าง วิศวกรบ้าง แต่ผู้ส่งเคสชอบภาษาอังกฤษอย่างเดียวโดยไม่สนใจอย่างอื่น และไม่ทราบเลยว่าจะเอาภาษาอังกฤษไปทำอาชีพอะไร เมื่อได้ทำงานบริษัทแห่งหนึ่ง ผู้ส่งเคสก็ได้เป็นล่ามให้หัวหน้างานเมื่อมีลูกค้าต่างประเทศมาติดต่อ ผู้ส่งเคสไม่ทราบว่าใครกำหนดให้ก้าวเดินในทุกจังหวะชีวิตที่ผ่านมา

ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน ผู้ส่งเคสเกือบเสียชีวิตเกือบ 10 ครั้ง โยมพ่อโยมแม่เล่าว่าตอน 2-3 ขวบ หายใจไม่ออกกลางดึก หากปลุกหมอไม่ทันคงตายไปแล้ว สมัยที่คลองแสนแสบน้ำยังใส ผู้ส่งเคสเคยตกคลองแสนแสบไปหลายครั้งโดยไม่ทราบว่าตกไปได้อย่างไร หากคลองแสนแสบข้นคลักเหมือนทุกวันนี้คงกลับบ้านเก่าไปแล้ว ตอนเรียนอนุบาล ผู้ส่งเคสกลิ้งตกบันไดสูงเกือบ 30 ขั้นเพื่อทดลองวิทยาศาสตร์ ศีรษะแตกเย็บหลายเข็ม ครั้งหนึ่งช่วงเทศกาลเล่นว่าว สนใจแต่เชือกกับว่าว เดินออกไปกลางถนนเกือบถูกรถชนตายอีกครั้งที่ต่างจังหวัด เวลาที่น้ำป่าไหลมา ผู้ส่งเคสดูไม่เป็น ก็ลงไปเล่นสนุกสนานในห้วย เกือบถูกน้ำป่าพัดพาไปปรโลกอีก 2 ครั้ง

ครอบครัวผู้ส่งเคสเป็นชาวจีน อากงอาม่าคือปู่ย่าตายายทั้งสี่ท่านเดินทางมาเมืองไทยโดยเรือพร้อมหมอนกับเสื่อ โยมพ่อโยมแม่ให้กำเนิดผู้ส่งเคสที่กรุงเทพฯ ไม่นานก็ย้ายไปชลบุรี ผู้ส่งเคสมีพี่น้อง 10 คน แต่เสียชีวิตตั้งแต่เด็กถึง 5 คน จนผู้ส่งเคสกลายเป็นคนสุดท้องและมีพี่ 5 คนที่เติบโตขึ้นมาได้ ปัจจุบันเหลือพี่ 4 คน โยมแม่เจ็บป่วย 10 ปีสุดท้ายของชีวิต เป็นเบาหวานหนักขึ้น ด้วยความรู้ทางการแพทย์ในต่างจังหวัดไม่เจริญเท่าที่ควร สุดท้ายโยมแม่ก็เสียชีวิตด้วยวัย 48 ปี พี่ชายคนรองเรียนเก่งมากระดับที่ 1 ในอำเภอ แต่พอได้ที่หนึ่งก็ยิงตัวตายตอนอายุ 28 ปี พี่ๆ ทั้ง 4 คนมีครอบครัวหมดแล้ว แต่ไม่มีใครสมหวังในชีวิตคู่ ผู้ส่งเคสใช้คำว่าสะบักสะบอมในการครองเรือน

ผู้ส่งเคสเข้าใจความรู้สึกของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงมองว่าชีวิตเป็นทุกข์ สงสัยว่าทำไมคนอื่นมองว่าเป็นสุข ผู้ส่งเคสเดินตามความฝันตัวเองเรื่อยไป ไม่เคยเชื่อใครแต่ไว้ใจความฝันเสมอ ตอนเด็กเคยพูดกับพี่สาวคนหนึ่งว่า ถ้าต้องไปเป็นทหารขอไปบวชดีกว่า ดีกว่าไปตาย หมายถึงถ้าต้องจากบ้านเพื่อกิจอื่นใดขอไปบวชเป็นพระตลอดชีวิตดีกว่าเป็นทหารทางโลก เพราะอยากเป็นทหารทางธรรม คุณครูไม่ใหญ่จำได้และบอกว่าตอนนี้ก็เป็นทหารทางธรรมแล้ว ให้จำไว้ อย่ากลับคำหรือหนีไปก่อน

ในปี พ.ศ. 2531 ผู้ส่งเคสได้อ่านสโลแกน ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย จึงสมัครบวชธรรมทายาทและอุปสมบทหมู่ภาคฤดูร้อน นี่คงเป็นอีกเส้นทางที่ไม่มีใครเขียนให้เดิน ชีวิตเริ่มมีการเปรียบเทียบระหว่างซ้ายหรือขวา ขาวหรือดำ ใช่หรือไม่ใช่ การเดินตามความฝันมีสิ่งขัดขวางแน่นหนา แม้ฝ่ามาได้ก็ยังสงสัยว่าผ่านได้อย่างไร ตั้งแต่เข้าอบรมธรรมทายาท ผู้ส่งเคสมาเป็นสมาชิกประจำวันอาทิตย์ต้นเดือนและงานบุญใหญ่ทุกบุญ ทุกครั้งที่เข้ามาในรถมาร่วมพิธีบูชาข้าวพระจะตื้นตันใจเหมือนกลับบ้าน ถนนนี้คือถนนกลับบ้าน

โยมพ่อปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมให้บวช พร้อมเผยแนวทางชีวิตทางโลกที่เตรียมไว้ให้อย่างดี ผู้ส่งเคสจึงต้องซื้อเวลาไปเรียนต่อปริญญาโท ครั้นจบโทแล้วก็ว่าจะเรียนปริญญาเอกต่อ สงสัยว่าจะซื้อเวลาต่ออีกไหม จะเรียนไหวไหม ความฝันยังคงทำงานอยู่หรือไม่ ปลายปี 2537 โค้งสุดท้ายในการเดินทางสู่เส้นทางการสร้างบารมีก็มาถึง มาถึงทางแยกจะซ้ายหรือขวา ผู้ส่งเคสรู้ด้วยสามัญสำนึกว่าจะต้องเลือกทาง สุดท้ายเหลือ 2 เรื่องให้ตัดสินใจ

เรื่องแรกคือความรัก มีความรักหลายครั้งผิดหวังทุกครั้ง จนครั้งสุดท้ายเป็นพนักงานในบริษัทเดียวกัน สนิทกันมาก เริ่มสบตา พัฒนาเป็นความห่วงใย จากเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนร่วมใจ ผูกมัดกันและกำหนดจะแต่งงานกันต้นปี 2538 ไปดูฤกษ์แต่งงานแล้ว แต่ไม่ได้แต่งงานเพราะมาบวช บังเอิญช่วงตรุษจีน หมอดูยังไม่เปิดปฏิทินปีถัดไป บอกว่าหลังตรุษจีนค่อยมาใหม่ ถ้าวันนั้นเปิดปฏิทินคงแต่งเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองจึงต้องรอไปก่อน

เรื่องที่สองคือโยมพ่อใช้ชีวิตสมบุกสมบันตั้งแต่เด็ก ป่วยหนักปลายปี 37 ผู้ส่งเคสลางานไปเฝ้าไข้ แต่เฝ้าไข้ไม่เหมือนใครคือนั่งสมาธิอยู่หน้าห้อง ICU เพราะรู้ว่าพ่อต้องการบุญไม่ต้องการสิ่งอื่น อธิษฐานว่าถ้าพ่อรอดตายจะขอไปบวชให้ 2 เดือน ผลคือพ่อรอด แต่เรื่องบวชแก้บนยังไม่ได้บอกใครทันที แม้ถึงทุกวันนี้สุขภาพโยมพ่อก็ทรุดโทรมตามอายุและการใช้งานหนัก ใกล้ 75 ปี เมื่อกำหนดการโครงการอุปสมบทหมู่รุ่น 51 พระสุธัมมญาณเถระประกาศต้นปี 38 ผู้ส่งเคสจึงไปบอกที่บ้านว่าจะบวชแก้บนที่พ่อเกือบตาย พูดว่าจะบวช โยมพ่อตกใจถามว่าจะสึกไหม บอกไปว่า 2 เดือน ทุกคนถอนหายใจกันทั้งบ้าน ไม่ทราบว่ากลัวอะไรกันนัก บารมีพระเดชพระคุณพระสุธัมมญาณเถระทำให้ผู้ส่งเคสได้เข้าสู่ผ้ากาสาวพัสตร์อีกครั้ง คุณครูไม่ใหญ่ การที่ใครจะได้มาบวชสร้างบารมีสักคนไม่ง่ายเลย ต้องเด็ดเดี่ยวทิ้งคนที่รักไว้เบื้องหลัง และต้องกล้าเดินไปในเส้นทางที่มองไม่เห็น จึงเข้าใจ คุณครูไม่ใหญ่ ที่เคยพูดว่ากว่าจะได้พระมาแต่ละรูปใช้บุญมหาศาล สำหรับคนรักนั้น ช่วงแรกเธออาจเสียใจบ้าง แต่อีกหน่อยคงเข้าใจ

คำถาม

  1. โยมพ่อไปดีหรือไม่ แม้ท่านไม่เรียนหนังสือแต่จิตใจงดงามมีแต่รักแท้ให้ลูก บุญที่อุทิศจากการสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวประดิษฐาน ณ โดมมหาธรรมกายเจดีย์ ทำให้ความเป็นอยู่ท่านดีขึ้นมากน้อยเพียงใด
  2. พี่ชายคนรองที่ยิงตัวตายตอนนี้ลำบากมากหรือไม่ในภพภูมิของเขา บุญที่ทำไปให้พร้อมจะรับหรือยัง
  3. พี่สาวคนโตที่เป็นผู้นำบุญ ผู้นำรถในอำเภอศรีราชา มีชีวิตที่สะบักสะบอมพอสมควร แต่ใจสู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในการสร้างบารมี พี่สาวเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
  4. ผู้ส่งเคสและเพื่อนหญิงที่เกือบจะแต่งงานกันเคยเกื้อกูลกันมาอย่างไร
  5. เพราะเหตุใดผู้ส่งเคสจึงเกือบตายหลายครั้งหลายหนในวัยเด็ก พอจะสรุปได้หรือไม่ว่าในพุทธันดรที่แล้วได้เป็นทหารพระราชาองค์ที่ออกบวช
  6. เพราะเหตุใดผู้ส่งเคสจึงเรียนเก่งตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ชอบมากทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำมาหากินอะไร
  7. เพราะเหตุใดผู้ส่งเคสจึงไม่ผูกพันกับที่บ้านเลยตั้งแต่ 12 ปี พยายามเดินทางไปที่ต่างๆ เข้ากรุงเทพฯ เรียนต่อ สอบชิงทุนไปต่างประเทศ ไม่ค่อยคิดถึงบ้านยกเว้นตอนอยู่เมืองนอกแล้วคิดถึงบ้าน ไม่คิดกลับไปอยู่บ้านเลย มีสาเหตุจากอะไร และสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปของเด็กจริงหรือไม่
  8. จริงหรือไม่ที่ชีวิตและความฝันของผู้ส่งเคสมีผู้จัดวางเส้นทางให้เดินอย่างจงใจ เพียงแต่ไม่รู้ตัว จนย้อนกลับไปดูชีวิตจึงพบว่าถนนสายความฝันเป็นถนนสำเร็จรูปที่มีใครสร้างไว้ก่อน ใครเป็นคนสร้างถนนสายนี้ขึ้นมาให้เดิน
  9. เคยมีบ้างหรือไม่ที่แผนกเผยแผ่ได้รับการอัปเกรดขึ้นมาทำวิชชา ถ้าจะพอเป็นไปได้ จะต้องทำอย่างไรบ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

จนคั๊ก ๆ

คุณยายเสียชีวิตแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญสร้างองค์พระประจำตัวที่อุทิศให้หรือไม่ มีอะไรอยากบอกหรือไม่

หนูไม่รู้

กรรมใดทำให้คุณแม่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ? ท่านตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่? มีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร? มีข้อความฝากถึงผู้ส่งเคสหรือไม่? ผู้ส่งเคสทำกรรมใดต่อคุณแม่ตอนท่านยังมีชีวิตอยู่?

รางวัลคนสู้ชีวิต

บุพกรรมใดทำให้แม่ยากจน มีชีวิตลำเค็ญ มีสามีเจ้าชู้ 2 คน และเป็นเนื้ออกที่มดลูก

อย่ามารักฉันเลย

สามีคนแรก: ทำกรรมอะไรจึงเสียชีวิตและอายุสั้น? ตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่?

โอ้ชินซะแล้ว โอ้ชินแล้วคะ

บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องมาเจอสามีและคุณแม่สามีที่คอยทำร้ายร่างกาย ตบตี ด่าทอ เหยียดหยาม และผู้ส่งเคสควรทำอย่างไรจึงจะไม่เจอสภาพเช่นนี้อีกคะ

เป็นผู้หญิงชาติสุดท้าย

น้องชายที่ยิงตัวตาย เสียชีวิตเพราะสาเหตุใด ตอนนี้เป็นอยู่อย่างไร รับบุญได้หรือไม่ และมีอาการทางประสาทเพราะกรรมอะไร

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา