ไม่ได้เจตนา

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.820 ไม่ได้เจตนา

ออกอากาศ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2549

บุญจัดรถ ชวนคนมาวัด จะมีอานิสงส์อย่างไร

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานีโดยกำเนิด เป็นลูกคนที่ 9 ในบรรดาพี่น้อง 10 คน ในวัยเด็ก คุณแม่ชอบพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านบ่อยๆ และสอนให้ตักอาหารที่ดีที่สุดถวายพระก่อน เมื่ออายุประมาณ 6 ขวบ ผู้ส่งเคสเคยมองเงาตัวเองในกระจกแล้วสงสัยว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน และคนอื่นเป็นมาอย่างไร เมื่อเข้าเรียนมัธยมที่กรุงเทพฯ จึงไม่ค่อยได้ไปวัด แต่หันไปสนใจเรื่องการเมือง อยากให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ผู้คนไม่เบียดเบียนกัน พอเข้ามหาวิทยาลัย ก็เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองของนักศึกษาเกือบทุกครั้ง

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของผู้ส่งเคสเริ่มต้นขึ้นจากความสนใจในกิจกรรมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มีการชุมนุมใหญ่ของนักศึกษาและประชาชน ผู้ส่งเคสได้เข้าร่วมในเหตุการณ์นี้และถูกจับกุม ขณะนั้นกำลังศึกษาแพทย์ปี 4 หลังจากพี่สาวได้ประกันตัวออกมา ผู้ส่งเคสก็ตัดสินใจไปแสวงหาความวิเวก เข้าป่า เพื่อตามหาสังคมในอุดมคติ ในป่านั้น ผู้ส่งเคสรับหน้าที่อยู่ในหน่วยแพทย์ มีหน้าที่หลักคือการรักษาคนไข้ และบางครั้งก็ต้องออกไปล่าสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร เพราะไม่มีร้านอาหาร

ใช้ชีวิตอยู่ในป่าเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง แต่ก็ยังไม่พบสังคมในอุดมคติอย่างที่หวัง กลับพบแต่กิเลสของผู้คน จึงกลับมาศึกษาต่อคณะแพทยศาสตร์อีก 2 ปีจนจบการศึกษา

ในช่วงเวลานั้น ผู้ส่งเคสได้รู้จักกับภรรยาครั้งแรกเมื่อปี 2518 ภรรยาเป็นเพื่อนของน้องสาว และได้มาที่บ้านของผู้ส่งเคส เมื่อแรกเห็น ภรรยา ผู้ส่งเคสรู้สึกขนลุก ชอบและประทับใจมาก แต่ก็เก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ ขณะนั้นผู้ส่งเคสยังเรียนอยู่ มศ. 4 และภรรยาเองก็สนใจกิจกรรมการเมืองเช่นกัน ได้ร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จนตัดสินใจเข้าร่วมองค์กรจัดตั้งระดับเยาวชนของกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่ง จากนั้นก็ไม่ยอมกลับบ้าน ไม่ไปเรียนหนังสือ ยอมไปทำงานในโรงงานเป็นกรรมกรเพื่อจัดตั้งกรรมกร เตรียมการปฏิวัติ

ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ภรรยาก็อยู่ในเหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และถูกจับพร้อมกับนักศึกษาและประชาชนกว่า 4,000 คน ถูกขังอยู่ 6 เดือนจึงได้รับการปล่อยตัว หลังจากนั้นไม่นาน ภรรยาก็ไปแสวงหาความวิเวก เข้าป่าเช่นเดียวกัน แม้จะอยู่คนละเขตกับผู้ส่งเคส ใช้ชีวิตอยู่ในป่า 4 ปี จึงออกมาเพื่อร่วมพัฒนาชาติตามนโยบายรัฐบาลในสมัยนั้น หลังจากนั้น ภรรยาก็มาสอบเทียบ มศ. 5 และสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับผู้ส่งเคส โดยผู้ส่งเคสช่วยติวให้ ในระหว่างที่ติวให้กัน ก็ยิ่งสนิทสนม จากความห่วงใยก็พัฒนาเป็นความรัก ด้วยความที่มีประสบการณ์ชีวิตคล้ายคลึงกัน ทั้งสองจึงตัดสินใจแต่งงานกันในปี 2526

ในปี 2525 หลังจากออกจากป่า ผู้ส่งเคสได้ชวนภรรยาไปฝึกสมาธิแบบ TM เห็นว่าเป็นวิธีฝึกจิตที่สามารถวัดผลได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ สามารถวัดคลื่นสมองได้ และช่วยรักษาโรคบางอย่างได้ เช่น โรคไมเกรน ผู้ส่งเคสเองกำลังเป็นโรคไมเกรนอยู่พอดีจึงอยากพิสูจน์ ซึ่งก็ได้ผลจริง

จากการฝึกสมาธิแบบโยคีนี้เอง ทั้งสองจึงมีโอกาสได้พบ คุณครูไม่ใหญ่ ซึ่งได้ไปเยี่ยมเยือนลูกศิษย์ที่สำนักงานของ TM ในปี 2525 ครั้งแรกที่เห็น คุณครูไม่ใหญ่ สมาชิก TM ได้นั่งลงพนมมือไหว้ ผู้ส่งเคสรู้สึกแปลกใจมาก เพราะไม่เคยเห็นคนนอบน้อมต่อพระเช่นนี้ ทั้งที่อยู่ในเขตเมืองหรือนอกเขตวัด ได้ฟังธรรมจาก คุณครูไม่ใหญ่ รู้สึกว่าเข้าใจง่าย แม้ในสิ่งที่ยากต่อการอธิบาย ซึ่งเป็นข้อสงสัยในใจมานาน ผู้ส่งเคสคิดว่า คุณครูไม่ใหญ่ คงพบสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตจึงบวชไม่สึก ด้วยความที่ไม่เคยศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังมาก่อน เมื่อได้ฟัง คุณครูไม่ใหญ่ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงเคารพ คุณครูไม่ใหญ่ มาก

หลังจากนั้น ลูกและภรรยาจึงได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายครั้งแรกเมื่อปี 2525 รู้สึกประทับใจมาก ในตอนนั้นผู้ส่งเคสได้ยินเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัตตชีโว ก็รู้สึกคุ้นเคยมากเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ทั้งๆ ที่เพิ่งมาวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรก

ในปี 2528 ผู้ส่งเคสได้บวชธรรมทายาท รุ่น 13 หลังจากสึกออกมา ก็มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากการปฏิบัติธรรมครั้งนั้น จึงกลับมาเปิดศูนย์กัลยาณมิตร จังหวัดอุบลราชธานี และได้สร้างบารมีอย่างเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตามที่พระเดชพระคุณ คุณครูไม่ใหญ่ ได้ชี้แนะ

ผู้ส่งเคสได้เริ่มจัดรถครั้งแรกจากอุบลราชธานีมาวัดพระธรรมกายในปี 2528 เพื่อร่วมงานมาฆบูชา ต่อมาก็มาร่วมพิธีบูชาข้าวพระทุกวันอาทิตย์ต้นเดือนและงานบุญต่างๆ ของวัดอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงแรกๆ สาธุชนออกค่ารถส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือผู้ส่งเคสออกให้ทั้งหมดบ้าง บางครั้งก็เบิกค่ารถจากทางวัด แต่ตั้งแต่ปี 2544 ผู้ส่งเคสก็ทำหน้าที่ชักชวนสาธุชนให้ได้สร้างบุญอย่างเต็มที่ โดยให้สาธุชนออกค่ารถเองทั้งหมด นับเป็นจังหวัดแรกของภาคอีสานที่ไม่ได้เบิกค่ารถเลย

ผู้ส่งเคสได้ทำบุญทุกบุญของวัด ตั้งแต่ซื้อที่ดิน 2,000 ไร่ สร้างพระธรรมกายประจำตัว และชวนคนอื่นสร้างพระธรรมกายประจำตัวรวมแล้วกว่า 10,000 องค์ ทั้งผู้ส่งเคสและภรรยาตั้งใจจะสั่งสมบารมีร่วมกับหมู่คณะจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม

เคยมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับผู้ส่งเคส ในปี 2540 เกิดเป็นไส้ติ่งอักเสบอย่างกะทันหัน ต้องขับรถไปโรงพยาบาลในตัวจังหวัด ซึ่งห่างออกไปถึง 50 กม. ได้รับการผ่าตัดในคืนนั้น วันรุ่งขึ้นขับรถกลับบ้านได้และหายเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ อีกเหตุการณ์หนึ่ง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2542 ขณะที่ผู้ส่งเคสและภรรยาไปทำหน้าที่ผู้นำบุญที่จังหวัดสุรินทร์เสร็จแล้ว กำลังขับรถกลับบ้านที่อุบลราชธานี เวลาประมาณ 23:30 น. มีคนนั่งรถมอเตอร์ไซค์ขับสวนทางมาแล้วใช้ปืนยิงมาที่รถของผู้ส่งเคส กระสุนพลาดเป้าไปถูกขอบกระจกรถด้านคนขับซึ่งเป็นเหล็ก ทำให้รอดปลอดภัยมาได้ ผู้ส่งเคสและภรรยางงมากจนถึงปัจจุบันว่าทำไมจึงถูกยิง เพราะไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร

เตี่ยของภรรยาได้ตามผู้ส่งเคสมาสร้างบารมีที่วัดพระธรรมกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งทำบุญเศรษฐีถาวรตลอด ไม่เคยขาดเลย ก่อนล้มป่วยไม่นาน เตี่ยได้สั่งไว้ว่า เมื่อตายแล้วให้นำเงิน 500,000 บาทไปทำบุญที่วัดพระธรรมกาย และอีก 500,000 บาทไปบริจาคให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ภรรยาจึงบอกเตี่ยว่า ทำตอนมีชีวิตอยู่จะได้บุญมากกว่า เตี่ยจึงทำบุญองค์พระแกนกลาง 4 องค์ และบูชาธรรมพระมงคลเทพมุนี ต่อมาเตี่ยของภรรยาล้มป่วยเป็นอัมพาตอยู่ 6 เดือนจึงเสียชีวิตที่บ้าน อายุได้ 87 ปี ลูกและภรรยาบอกให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจออก เพราะเห็นว่าหากใช้ต่อไปจะเป็นการทรมาน เตี่ยมีโอกาสฟื้นน้อยมาก เมื่อถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว เตี่ยก็ยังหายใจเองได้ประมาณ 6 ชั่วโมง จึงเริ่มมีอาการหอบ ผู้ส่งเคสรู้ว่าเตี่ยใกล้เสียชีวิต จึงบอกภรรยาและน้องสาวภรรยาให้ช่วยกันนำศึกชิงภพ ได้บอกให้เตี่ย นึกถึงบุญที่เคยทำและนึกถึงพระที่กลางท้อง สักครู่เตี่ยก็พยายามยกมือเหมือนจะไหว้ แต่ยกไม่ขึ้น ภรรยาและลูกจึงช่วยจับมือไหว้ เตี่ยจากไปด้วย 3 เฮือกเบาๆ ท่ามกลางเสียงเฮของภรรยาที่มั่นใจว่าเตี่ยไปดีแล้ว

อาม่าของภรรยาเป็นคนใจบุญ ทำบุญทั้งตามประเพณีจีน เช่น กินเจ และทำบุญในพระพุทธศาสนา ชอบนั่งสมาธิ เป็นคนขยัน เมื่อมีเงินก็หยุดงานไปปฏิบัติธรรมที่วัด เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 96 ปี พี่สาวคนโตของภรรยามีอาชีพทำฟาร์มหมู ฟาร์มไก่ ฟาร์มนก ต่อมาในปี 2541 ได้ร่วมบุญสร้างเสาเข็มมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี 1 ต้น ตามคำชวนของผู้ส่งเคส ในเวลาต่อมาได้ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด แล้วลามขึ้นสมอง ทำให้เป็นอัมพาต ลักษณะเดียวกับเตี่ย เสียชีวิตเมื่อปี 2544 อายุได้ 63 ปี

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ผู้ส่งเคสจึงมีคำถามกราบเรียนถาม คุณครูไม่ใหญ่

คำถาม

  1. การที่ผู้ส่งเคสและภรรยาบอกให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจออกและนำเตี่ยกลับมาบ้าน แล้วเตี่ยเสียชีวิต จะมีวิบากกรรมอย่างไรบ้าง
  2. ขณะที่เตี่ยใกล้เสียชีวิต ทำท่าเหมือนจะประนมมือไหว้ ท่านเห็นอะไร
  3. เตี่ยของภรรยาเสียชีวิตแล้วไปไหน สภาพเป็นอย่างไร มีข้อความอะไรฝากมาถึงลูกหลานบ้าง
  4. การที่เตี่ยของภรรยาทำบุญเศรษฐีถาวรตลอดชีวิต ส่งผลในปรโลกอย่างไร
  5. พี่สาวคนโตของภรรยามีวิบากกรรมอะไรจึงเป็นมะเร็งปอดและลามขึ้นสมอง
  6. ทำไมบางคนเป็นมะเร็งก็ลาม บางคนก็ไม่ลามไปที่อื่น มีวิบากกรรมต่างกันอย่างไร
  7. อาม่าและพี่สาวคนโตของภรรยาตายแล้วไปไหน
  8. เตี่ย บนเทวโลกไปให้หรือ (คงหมายถึง ไปรอต้อนรับ) หรือไม่ มีข้อความอะไรฝากมาถึงบ้าง (น่าจะหมายถึง อาม่าและพี่สาว)
  9. ผู้ส่งเคสทำบุญอุทิศให้เตี่ยและแม่เสมอ ท่านมีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง มีข้อความอะไรฝากมาถึงบ้าง
  10. เพราะเหตุใดผู้ส่งเคสจึงรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัตตชีโวเป็นพิเศษ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ทั้งๆ ที่เข้าวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรก
  11. ผู้ส่งเคสเคยผ่าตัดไส้ติ่ง เพราะวิบากกรรมอะไร และฟื้นตัวเร็วเพราะบุญอะไร
  12. ลูกผู้ส่งเคสถูกตรวจพบว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด อีกทั้งตั้งแต่่ก่อนออกจากป่าก็ปวดเอวมาก นี่เป็นเพราะวิบากกรรมอะไร จะแก้ไขอย่างไร
  13. ทำไมผู้ส่งเคสและภรรยาจึงถูกยิง บุญอะไรทำให้กระสุนพลาดเป้า
  14. การที่ผู้ส่งเคสจัดรถนำสาธุชนมาวัด ในครั้งแรกๆ ได้ออกค่ารถด้วย และต่อมาสามารถจัดรถให้สาธุชนออกค่ารถเองทั้งหมด จะมีอานิสงส์อย่างไร
  15. ทำไมผู้ส่งเคสและภรรยาจึงต้องเข้าป่า และต้องผ่านการฝึกสมาธิแบบ TM ก่อนจะเข้าวัด ผังนี้จะติดตัวไปหรือไม่ จะแก้ไขต้องทำอย่างไร
  16. ผลการปฏิบัติธรรมในอดีตชาติของผู้ส่งเคสและภรรยาเป็นอย่างไร และเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
  17. พุทธันดรที่ผ่านมา ผู้ส่งเคสและภรรยาทำหน้าที่อะไร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร แล้วมาเกิดชาตินี้ ทั้งสองมาจากไหน
  18. คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจารย์ทองสุข สำแดงปั้น เคยให้พรผู้ส่งเคสว่า ให้เป็นเศรษฐีพันล้าน และให้อยู่ห่างจากคนพาล จะมีโอกาสเป็นไปได้ในชาตินี้หรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

ฆาตกรรมอำพราง

น้องสาวถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ มีสาเหตุจากกรรมใด? เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด? ได้วนเวียนที่บ้านตามที่คนงานและน้องชายฝันหรือไม่? คำบอกเล่าในฝันว่าสาเหตุมาจากเคลมประกันชีวิตนั้นจริงหรือไม่? ปัจจุบันน้องสาวอยู่ในภพภูมิใด มีคตินิมิตการตายอย่างไร? ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่? บุญที่เคยสร้างองค์พระในปี 2537 จะส่งผลอย่างไรในปรโลกเมื่อเปลี่ยนความเชื่อแล้ว? มีข้อความจะฝากบอกญาติพี่น้องที่เมืองไทยไหม? เหตุใดต้องแยกตัวจากครอบครัวและเปลี่ยนไปนับถือความเชื่ออื่น? การเป็นคริสเตียนที่เคร่งมานาน 7 ปี จะมีผลอย่างไรในปรโลกและภพชาติต่อๆ ไป?

ยอดนักสร้างบารมี

คุณพ่อประสบอุบัติเหตุหกล้ม มีอาการเพ้อ ถูกผ่าตัดศีรษะเอาเลือดออก และขาหัก ต้องผ่าตัดพร้อมกัน เกิดจากกรรมใด เหตุใดบั้นปลายชีวิตจึงไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ต้องไปอยู่สถานดูแลคนชรา

เขาว่าผมปากเหมือน

พ่อเสียชีวิตเมื่ออายุยังน้อย ป่วยเป็นมะเร็งและแพ้ยากันชัก ผิวหนังพองเหมือนถูกไฟเผา เพราะบุพกรรมใด และบุญที่พ่อสร้างองค์พระประจำตัวก่อนตายส่งผลอย่างไร

มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

กรรมใดทำให้พระอาจารย์เป็นโรคปอดติดเชื้อและมรณภาพกะทันหัน? บุญจากการบวชช่วยยืดอายุได้หรือไม่? ถ้าท่านไม่บวชจะเป็นอย่างไร? ตอนนี้ท่านไปอยู่ที่ไหน? ท่านสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร? ทำไมท่านถึงพอใจเพศนักบวชมากแต่ได้บวชช้า?

ชายชุดขาวบนภูชี้ฟ้า

ผู้ส่งเคสเป็นคนอินเดียมาเกิดตามคำทักของพระธุดงค์หรือไม่ การคลอดง่ายเป็นเพราะน้ำมนต์ใช่หรือไม่ น้ำมนต์มีอานุภาพอย่างไร และใช้ได้กับทุกคนที่คลอดยากหรือไม่

น้ำเมาร้ายทำลายทุก

บุพกรรมใดทำให้คุณพ่ออายุสั้น เส้นโลหิตในสมองแตก และธุรกิจถูกโกง คุณพ่อที่ชอบดื่มเหล้าและเจ้าชู้จะได้รับวิบากกรรมอย่างไร ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ ความฝันถึงงูใหญ่และวัวใหญ่เกี่ยวข้องกับท่านหรือไม่ อย่างไร

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา