
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.822 สามวันจาก สามีเป็นอื่น
ออกอากาศ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2549
หลวงพ่อลงรายละเอียดเรื่อง กำพร้าพ่อ กำพร้าแม่ ได้พ่อแม่บุญธรรมที่ดีหรือไม่ดี เพราะบุพกรรมใดบ้าง | มีสามีเล่นการพนัน และต้องใช้หนี้แทนสามีเพราะบุพกรรมใด | ต้องทำงานแบบหลบๆ ซ่อนๆในต่างประเทศเพราะบุพกรรมใด
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเล่าว่า ความเมตตาของคุณครูไม่ใหญ่ช่วยให้ฝันทางนี้ ผู้ส่งเคสต้องกำพร้าแม่มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งคุณแม่เองก็กำพร้าแม่มาตั้งแต่คุณยายเสียชีวิตไปเมื่อคุณแม่อายุเพียง 1 ขวบ ต่อมาคุณตาไปมีภรรยาใหม่และมีลูกกับภรรยาใหม่ถึง 13 คน คุณแม่ต้องไปอาศัยอยู่กับญาติคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง คุ้นเคยไปหลายบ้าน ต้องไปช่วยงานที่ญาติอยากให้ทำ โดยที่คุณตาและภรรยาใหม่ไม่เคยมาเหลียวแลอีกเลย จนกระทั่งคุณแม่โตเป็นสาวจึงได้แต่งงานกับคุณพ่อ แต่พอคุณแม่ตั้งท้อง คุณพ่อก็ทิ้งคุณแม่ไปมีผู้หญิงคนใหม่ ผู้ส่งเคสจึงลืมตาขึ้นมาโดยไม่เคยเห็นหน้าคุณพ่อเลย เหตุการณ์นี้ทำให้คุณแม่เกลียดผู้ชายทุกคน ฝังใจที่ถูกทอดทิ้ง
เนื้อเรื่อง
ต่อมาคุณแม่ได้รู้จักกับพ่อเลี้ยงซึ่งเป็นคนดี ไม่มีประวัติเสื่อมเสียมาก่อน อีกทั้งเลิกกับภรรยาเดิมไปเรียบร้อยแล้ว คุณแม่เห็นว่าท่านอยู่คนเดียว ทั้งยังมีลูกติด (คือผู้ส่งเคส) น่าจะมีใครมาเป็นที่พึ่ง และพ่อเลี้ยงเป็นคนดี น่าจะเป็นที่พึ่งได้ คุณแม่จึงตัดสินใจแต่งงานกับพ่อเลี้ยง แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นดังที่คุณแม่คาดการณ์ไว้ เมื่อแต่งงานได้ไม่นาน พ่อเลี้ยงก็เริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ กับตัวผู้ส่งเคสเอง ทั้งๆ ที่ยังเป็นนักเรียนชั้นประถม กลางคืนพ่อเลี้ยงจะเข้ามาใช้มือจับและลูบคลำเนื้อตัวส่วนต่างๆ ผู้ส่งเคสร้องโวยวายและใช้มือผลักพ่อเลี้ยงออกไป เป็นเช่นนี้อยู่หลายคืน ในช่วงนั้นคุณแม่เข้าใจว่าเสียงร้องโวยวายของผู้ส่งเคสเป็นเสียงละเมอ คุณครูไม่ใหญ่เน้นย้ำว่าคุณแม่ทั้งหลายพึงฟังให้ดี อย่าคิดว่าเป็นเสียงละเมอ ให้ไปเดินดู
วันหนึ่งเพื่อนบ้านได้ยินเสียง จึงมาบอกคุณแม่ให้ดูแลลูกสาวบ้าง เพราะดูเหมือนพ่อเลี้ยงจะคิดไม่ดี แรกๆ คุณแม่ฟังแล้วไม่เชื่อ เพราะเห็นว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนดี ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น วันหนึ่งคุณแม่จึงแกล้งนอนหลับ ได้ยินเสียงสุขสยาทดังครืดคราด และได้ยินเสียงผู้ส่งเคสร้อง จึงย่องไปดูก็เห็นเหตุการณ์จริง ตั้งแต่นั้นมาคุณแม่พยายามกันท่าตัวผู้ส่งเคสไว้ ทำให้พ่อเลี้ยงไม่พอใจ คุณแม่เห็นว่าถ้าผู้ส่งเคสอยู่ที่นี่ต่อไปจะไม่ปลอดภัย จึงส่งไปอยู่กับญาติ
ตัวคุณแม่เอง ตั้งแต่ให้ลูกไปอยู่กับญาติก็ถูกพ่อเลี้ยงหาเรื่องชวนทะเลาะแทน ว่าปล่อยลูกตัวเองไปอยู่กับคนอื่นทำไม บางวันพ่อเลี้ยงก็ต่อยเตะคุณแม่จนสลบคาพื้นบ้าน เพื่อนบ้านต้องช่วยนำส่งอนามัย คุณแม่ทั้งเจ็บเนื้อเจ็บตัวและเจ็บใจ วันที่หนักที่สุดมาถึง เมื่อพ่อเลี้ยงถือปืนลูกซองเข้ามาหาคุณแม่บนบ้าน ยืนจ่อหน้าคุณแม่ ขณะที่คุณแม่คิดว่าพ่อเลี้ยงจะทำอะไร พ่อเลี้ยงก็ยกปลายกระบอกปืนจ่อที่หัวคุณแม่ ตะคอกว่าถ้าไม่นำลูกสาวกลับมาจะยิงให้ตาย ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมนี้ คุณแม่ฮึดขึ้นมา หมดโมโหสุขุม ความกลัวตายมลายสิ้น คุณแม่ตัดสินใจกระโดดไปคว้าปลายปืนจากมือพ่อเลี้ยง จับเบี่ยงขึ้นไปข้างบน เป็นจังหวะเดียวกับที่ปืนลั่นออกมาพอดี กระสุนพุ่งผ่านหน้าคุณแม่ไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ทะลุหลังคาไป คุณแม่ตะคอกกลับว่า "เธอ ยิงเลย ยังไงเธอก็ไม่ได้ลูกฉันหรอก ถ้าฉันตายเธอก็ติดคุก เธอก็ไม่ได้ลูกฉันอยู่ดี" (คุณครูไม่ใหญ่แซวว่าอาจหวานไปหน่อยว่า "ดาร์ลิ้ง ยิงเลย")
เพื่อนบ้านได้ยินเสียงปืนก็ร้องว่า "ตายแล้วๆ" คุณแม่บอก "ฉันยังไม่ตาย" ในขณะที่มือข้างหนึ่งจับปืนอยู่ อีกข้างก็หยิบมีดที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา พร้อมตะโกนว่า "ฉันก็สู้คน มาสิ มาดาร์ลิ้ง มาฆ่าฉันเถิด" (คุณครูไม่ใหญ่แซวว่าหวานไปอีก) พ่อเลี้ยงซึ่งเป็นคนปากกล้ากลับขาสั่น ทิ้งปืนแล้ววิ่งหนีไป เจอพลังสตรีถือมีด หลังจากนั้นพ่อเลี้ยงก็ไม่กล้าหาเรื่องหนักๆ อีกเลย
ย้อนมาที่ตัวผู้ส่งเคส หลังจากไปอยู่กับญาติ ก็ต้องทำงานหนักเหมือนเป็นลูกจ้าง ต้องตื่นมาทำขนมตั้งแต่ตี 3 กว่าจะไปโรงเรียนก็สาย จึงถูกคุณครูลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีเป็นประจำ ผู้ส่งเคสต้องอดทน ไม่นานคุณแม่ก็ให้ไปทำงานที่อื่น ผู้ส่งเคสได้ไปอยู่กับเจ้าของสวนลำไยบ้าง สวนองุ่นบ้าง ไปอยู่ดูแลแม่เจ้าของโรงโม่หินบ้าง ทุกแห่งที่ไปเป็นลูกจ้าง กลับได้รับการเอ็นดูอย่างดี จนเป็นที่อิจฉาของคนงานด้วยกัน ซึ่งต่างจากที่อยู่กับญาติของตัวเองที่ลำบากมาก อยู่กับญาติก็ลำบาก แต่อยู่กับคนอื่นกลับดี
จนผู้ส่งเคสอายุย่างเข้าวัยสาว อายุ 15 ปี ก็เข้าไปทำงานค้าขายอาหารกับเพื่อนที่กรุงเทพฯ ชีวิตแม่ค้าในเมืองกรุง ตอนกลางวันขายอาหาร กลางคืนรับจ้างเป็นแม่ครัวทำอาหารเลี้ยงคนชอบเสี่ยงโชคในบ่อนการพนันแถวนั้น เงินที่ได้เอามาเป็นค่าใช้จ่ายและส่งเสียน้องเรียนหนังสือ รวมถึงเลี้ยงดูคุณแม่ ทำเช่นนี้จนอายุ 30 ปี มีเพื่อนแนะนำให้ไปทำงานเป็นแม่ครัวที่ญี่ปุ่น บอกว่าได้เงินดี ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจไปญี่ปุ่นทันที ช่วงแรกๆ ลำบากหลายอย่าง พูดภาษาญี่ปุ่นไม่เป็น ต้องซื้อเทปมาฝึกพูดหลายเดือน ผู้ส่งเคสเปรียบเทียบว่าภาษาที่ต่างกันเป็นเครื่องขัดขวางความเข้าใจกันของมนุษยชาติจริงๆ
เมื่อทำงานไปสักพัก ผู้ส่งเคสได้มาพบกับสามี เห็นว่าเป็นคนดี พอพึ่งพาอาศัยได้ จึงได้แต่งงานกัน แต่งงานได้ 1 ปี ผู้ส่งเคสก็ตั้งท้อง จึงบินกลับมาคลอดที่เมืองไทย คลอดแล้วอยู่เลี้ยงลูกที่เมืองไทยอีก 1 ปีก็กลับญี่ปุ่น แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้ส่งเคสเคยได้ยินสำนวนสามวันจากนารีเป็นอื่น แต่ที่เจอคือสามวันจากสามีเป็นอื่น (ทั้งๆ ที่จากไปตั้งเป็นปี) ผู้ส่งเคสพบว่าสามีไปมีผู้หญิงอื่นอีก 1 คน ผู้ส่งเคสจึงยื่นคำขาดให้เลือก สุดท้ายสามีก็ตัดสินใจเลือกผู้ส่งเคส
สามีชอบเล่นปาจิงโกะเป็นชีวิตจิตใจจนเป็นหนี้สินมากมาย ผู้ส่งเคสต้องคอยเคลียร์หนี้สินให้เรื่อยๆ แม้ทุกวันนี้สามีก็ยังเลิกไม่ได้ (คุณครูไม่ใหญ่บอกว่าจริงๆ ไม่ได้เลิกต่างหาก) ผู้ส่งเคสได้แต่สอนตัวเองว่าสิ่งใดแก้ไขไม่ได้ สิ่งนั้นก็ต้องอดทน แต่สามีมีข้อดีอย่างหนึ่งคือไม่ห้ามการสร้างบุญเลย ยังช่วยขับรถพาผู้ส่งเคสมาปฏิบัติธรรมอีกด้วย ในปี 2546 สามีอนุญาตให้ผู้ส่งเคสนำลูกชาย 3 คน มาบวชเป็นสามเณรรุ่นแรกที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม (คุณครูไม่ใหญ่แซวว่าขนาดหงุดหงิดกันยังมีลูกบวชได้ถึง 3 คน) สามีมาร่วมงานบวชด้วยและประทับใจจนน้ำตาไหล
ปี 2547 เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในชีวิตผู้ส่งเคส ขับรถกลับจากต่างเมือง กำลังจะเลี้ยวเข้าบ้าน มีรถกระบะวิ่งมาชนท้ายอย่างแรง แต่อัศจรรย์คือแม้จะเตรียมเลี้ยวขวา รถกลับกระเด็นไปทางซ้ายออกข้างทาง ทำให้ผู้ส่งเคสปลอดภัย ไม่ต้องชนกับรถสิบล้อที่วิ่งสวนมาอีกเลนหนึ่ง
ในปี 2552 พ่อสามีอายุ 61 ปี (จากแหล่งข้อมูลระบุ 41 ปี ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากการถอดเสียงหรือพูด) ขณะเดินไปทำธุระตอนเช้า ระหว่างยืนรอรถประจำทางที่ป้าย ก็ถูกรถประจำทางถอยมาทับเสียชีวิต (คุณครูไม่ใหญ่ระบุว่าเหตุการณ์เกิดเมื่อปี 2512)
คำถาม
- เหตุใดผู้ส่งเคสจึงกำพร้าพ่อ และคุณแม่กำพร้าแม่ตั้งแต่แรกเกิด คนที่กำพร้าพ่อหรือแม่เป็นเพราะทำกรรมต่างกันอย่างไร
- เหตุใดผู้ส่งเคสจึงมาพบพ่อเลี้ยงที่มีพฤติกรรมลวนลาม ทำไมบางคนแม้เป็นลูกกำพร้าแต่ได้พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงที่ดี แต่บางคนได้พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงที่ไม่ดี
- เหตุใดคุณแม่จึงถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย ทุบตี ถึงขนาดถูกเอาปืนขู่ แล้วเหตุใดคุณแม่จึงไม่ถูกปืนลั่นใส่
- เหตุใดเมื่อผู้ส่งเคสไปอยู่กับญาติจึงต้องทำงานหนักราวกับคนใช้ แต่พอไปเป็นลูกจ้างคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ กลับได้รับความเอ็นดูอย่างดี เรื่องนี้เกิดจากกรรมในอดีตที่ต่างกันอย่างไร ทำไมบางคนญาติรักใคร่แต่คนอื่นเกลียดชัง บางคนคนอื่นรักใคร่แต่ญาติเกลียดชัง บางคนทั้งญาติและคนอื่นรักใคร่ตลอด หรือบางคนทั้งญาติและคนอื่นเกลียดชังตลอด
- กรรมใดที่สามีของผู้ส่งเคสจึงเป็นอื่นไปชั่วขณะแล้วกลับมาอยู่ด้วยอีก เหตุใดสามีจึงติดบุหรี่และติดการพนันปาจิงโกะมาก แต่กลับเข้าใจเรื่องบุญได้ง่ายๆ เขาจะมีโอกาสเลิกบุหรี่และการพนันบ้างหรือไม่
- วิบากกรรมใดที่ผู้ส่งเคสต้องมาใช้หนี้ให้สามี
- กรรมใดผู้ส่งเคสจึงประสบอุบัติเหตุรถชน แต่บุญใดมาช่วยไว้ให้ไม่เป็นอันตราย ใช่บุญบวชลูกชายครั้งแรกที่ญี่ปุ่นหรือไม่
- พ่อสามีตายแล้วไปอยู่ที่ไหน ได้มาเกิดเป็นลูกคนที่ 2 ของผู้ส่งเคสหรือเปล่า
- คุณแม่ ตัวผู้ส่งเคส สามี และลูกๆ เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
- ลูกชายคนแรกอยากอยู่ญี่ปุ่น แต่ผู้ส่งเคสอยากให้มาบวชเรียนที่เมืองไทย ลูกชายมีบุญในการบวชเผยแผ่ที่ต่างประเทศ หรือบุญศึกษาธรรมะในไทย
- เพื่อนกัลยาณมิตรคนหนึ่งเป็นกำลังหลักสร้างศูนย์ที่ญี่ปุ่น อยู่มา 13 ปี ทำงานแบบไม่เปิดเผย เธอทำกรรมใดจึงต้องมาใช้ชีวิตอย่างนี้ การทำอย่างนี้ผิดศีลหรือไม่ เธอสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร
- การอยู่ต่างประเทศมักมีอุปสรรคเรื่องภาษา ผู้ส่งเคสเคยได้ฟังว่าสมัยพระพุทธเจ้าบางพระองค์ มนุษย์มีภาษาเดียวกัน เทศน์โปรดได้ทั้งโลก บางยุคยังมีการแบ่งแยกประเทศ แสดงว่าทั้งโลกพูดภาษาเดียวกันใช่ไหม พูดภาษาไหนกัน ภาษาต่างๆ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีวิธีใดบ้างที่จะทำให้คนทั้งโลกกลับมาพูดภาษาเดียวกันอีกครั้ง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
กรรมใดทำให้ผู้ส่งเคสและสามีประสบอุบัติเหตุจนผู้ส่งเคสขาหักและสามีซี่โครงหัก?
พ่อเฒ่า แม่เฒ่า พ่อ และแม่ของผู้ส่งเคสเสียชีวิตแล้วไปอยู่ไหน
เหตุใดชีวิตผู้ส่งเคสจึงประสบแต่การพลัดพราก (จากพ่อ, แม่, สามี, และถูกเข้าใจผิดเรื่องป้าคือแม่)
อัศจรรย์ตะวันแก้วเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยใด และเหตุใดจึงเห็นถึงรัฐฟลอริด้า มีนิมิตหมายที่ดีอะไรบอกลูกๆ ที่นั่นหรือไม่
บุพกรรมใดทำให้น้าสาวมีพังผืดกั้นในมดลูก จนลูกนอนตัวขวาง ได้รับอาหารน้อย ในขณะที่แม่น้ำหนักมากผิดปกติ เป็นกรรมร่วม หรือกรรมส่วนตัว?
ผู้ส่งเคสได้สอบถาม คุณครูไม่ใหญ่ ถึงสาเหตุและเรื่องราวในอดีตชาติ ดังนี้:






