
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.141 ตายไปเป็นภูติ
ออกอากาศ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2546
ตายไปเป็นภูติ
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสท่านนี้ปัจจุบันพำนักอยู่ที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา เจ้าค่ะ ท่านย้ายมาจากเมืองลาวเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน พร้อมกับลูก ท่านรู้จักและได้มาวัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนียครั้งแรกเมื่อวันวิสาขบูชา ปีพุทธศักราช 2546 การมาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง และมีเหตุปัจจัยสำคัญคือลูกชายทั้งสองคนของท่านได้มาบวชเป็นพระภิกษุในโครงการบวช 60 รูป เพื่อบูชาธรรมหลวงพ่อครบรอบ 60 ปี ท่านได้มาวัดจากการเชิญชวนของพระอาจารย์หลายรูปและกัลยาณมิตรอีกหลายท่าน ผู้ส่งเคสรู้สึกว่าชีวิตของท่านเหมือนเกิดมาเพื่อพบกับการพลัดพรากอย่างแท้จริง
เนื้อเรื่อง
ชีวิตของผู้ส่งเคสเริ่มต้นขึ้นทางตอนเหนือของประเทศลาว ท่านเกิดมาเป็นลูกคนแรกของคุณแม่ชาวลาวกับคุณพ่อซึ่งเป็นทหารฝรั่งเศสที่มาประจำการอยู่ที่ลาว ทั้งสองท่านอยู่กินกันอย่างมีความสุข แต่ชีวิตก็พลิกผันเมื่อท่านอายุได้เพียง 3 วัน สงครามได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้คุณพ่อต้องเดินทางกลับประเทศฝรั่งเศสทันที และนับตั้งแต่นั้นมาผู้ส่งเคสก็ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าคุณพ่ออีกเลย
หลังจากนั้นไม่นาน คุณป้าซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของคุณแม่ ได้มาขอตัวผู้ส่งเคสไปเลี้ยงดูในฐานะลูกสาวแท้ๆ ของท่านเอง คุณป้าห้ามญาติพี่น้องทุกคนไม่ให้บอกความจริงว่าผู้ส่งเคสเป็นลูกของใคร คุณป้ากับคุณลุงเป็นคนรักเด็กมาก จึงไปขอรับลูกชายของคนอื่นมาเลี้ยงเป็นลูกชายแท้ๆ อีกคนหนึ่ง ทำให้ผู้ส่งเคสเข้าใจมาตลอดว่าเด็กชายคนนี้คือพี่ชายแท้ๆ ของท่าน ในช่วงเวลานั้น คุณยายของผู้ส่งเคสก็มาช่วยเลี้ยงดูทั้งสองคนด้วย ชีวิตมนุษย์นั้นซับซ้อนนัก
เมื่อเติบโตเป็นวัยรุ่น ผู้ส่งเคสจึงได้ล่วงรู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับชาติกำเนิดและการที่ถูกรับมาเลี้ยงดู แม้จะรู้ความจริง แต่ผู้ส่งเคสก็ยังคงรักและเคารพคุณป้าคุณลุงที่เลี้ยงดูท่านมาเหมือนลูกในไส้
เมื่ออายุ 18 ปี ผู้ส่งเคสได้แต่งงานกับสามีซึ่งมีอายุ 45 ปี มากกว่าท่านถึง 27 ปี สามีเป็นหนุ่มใหญ่ชาวลาวเชื้อสายเวียดนาม มีการศึกษาดีและมีฐานะร่ำรวยมาก ทั้งคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีลูกด้วยกันถึง 6 คน อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่มีคนรับใช้พร้อม
แต่แล้วชีวิตของผู้ส่งเคสก็ต้องเผชิญกับการพลัดพรากครั้งใหญ่อีก เมื่อประเทศมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผู้ส่งเคสได้พูดคุยกับสามีว่า พวกตนควรย้ายออกนอกประเทศเพื่อรักษาชีวิตไว้จะดีกว่า แต่คำตอบที่ได้รับทำให้ท่านเสียใจมาก เพราะสามีปฏิเสธที่จะออกนอกประเทศ และบอกให้ผู้ส่งเคสหาหนทางที่จะพาลูกเล็กๆ ทั้ง 6 คน เดินทางออกนอกประเทศไปแต่เพียงลำพัง วันนั้นจึงเป็นจุดเปลี่ยนสถานะของครอบครัวอย่างใหญ่หลวง จากที่เคยมีฐานะความเป็นอยู่สุขสบายก็พลิกผันกลายเป็นผู้อพยพมาอยู่ในประเทศอื่นที่แตกต่างทั้งวัฒนธรรม เชื้อชาติ และภาษา ช่วงแรกที่มาอยู่สหรัฐอเมริกา การใช้ชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เพราะยังพูดภาษาไม่ได้ การหางานทำก็ลำบาก ท่านต้องรับบทบาทเป็นทั้งพ่อและแม่ในการเลี้ยงดูลูกทั้ง 6 คน ซึ่งอยู่ในวัยที่ต้องเข้าโรงเรียน ผู้ส่งเคสต้องกัดฟันทนทุกอย่าง แม้จะมีความน้อยใจอยู่ลึกๆ ตลอดเวลาว่าทำไมสามีจึงปล่อยให้ท่านมาเผชิญชะตากรรมเพียงผู้เดียว
เด็กผู้ชายที่ลุงกับป้านำมาเลี้ยง และผู้ส่งเคสเข้าใจผิดมาตลอดว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ ปกติเป็นคนนิสัยดี ร่าเริง แจ่มใส ไม่เคยมีศัตรูกับใคร วันหนึ่งหลังจากที่เขาไปทำธุระส่วนตัวเสร็จ เขาถูกกลุ่มทหารฝ่ายหนึ่งเข้ามารุมทำร้าย เขาถูกซ้อมอย่างหนักจนตับแตก ถูกเอาไม้ตีศีรษะ ถูกยิงที่ท้อง แล้วพวกทหารก็เอาทรัพย์สินของเขาไปจนหมด ตอนนั้นพี่ชายถูกนำส่งโรงพยาบาลอาการหนักมาก แต่กลุ่มทหารที่ทำร้ายเมื่อทราบว่าพี่ชายยังไม่เสียชีวิต ก็ตามมาฆ่าเขาถึงในโรงพยาบาล แล้วพี่ชายก็เสียชีวิตลงในที่สุดด้วยอายุเพียง 29 ปี
ผู้ส่งเคสอดไม่ได้ที่จะถามตนเองว่า เหตุใดชีวิตของท่านจึงประสบแต่การพลัดพราก ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหน้าคุณพ่อ ไม่ได้อยู่กับคุณแม่ ทำไมต้องถูกปิดบังให้เข้าใจผิดมาตลอดว่าคุณป้าคือคุณแม่ที่แท้จริง ทำไมไม่ได้อยู่กับสามีและต้องระหกระเหินมากับลูกๆ เพียงคนเดียว ท่านยังสงสัยถึงภพภูมิของลุง ป้า และคุณยายที่เลี้ยงดูท่านมาว่าตอนนี้ท่านทั้งสามอยู่ในภพภูมิใด และบุญที่ท่านอุทิศไปให้รวมถึงบุญจากการบวชพระของลูกชายจะถึงท่านเหล่านั้นหรือไม่ ท่านอยากรู้ว่าตอนนี้พี่ชายอยู่ที่ไหน ได้รับบุญหรือไม่ และทำกรรมอะไรมากับกลุ่มทหารที่ตามมาฆ่าทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ผู้ส่งเคสและลูกๆ เคยสร้างบุญกับหมู่คณะมาก่อนหรือไม่ เหตุใดท่านจึงมาพบหมู่คณะช้า แต่เมื่อได้พบแล้วกลับรู้สึกผูกพันมาก สุดท้ายท่านอยากทราบว่าเหตุใดพระลูกชายของท่านจึงรักในการบวชเป็นชีวิตจิตใจ
คำถาม
- เหตุใดชีวิตผู้ส่งเคสจึงประสบแต่การพลัดพราก (จากพ่อ, แม่, สามี, และถูกเข้าใจผิดเรื่องป้าคือแม่)
- ลุง ป้า และคุณยาย ที่เลี้ยงดูผู้ส่งเคสมา ตอนนี้ท่านทั้งสามอยู่ในภพภูมิใด และได้รับบุญที่อุทิศให้รวมถึงบุญจากการบวชพระของลูกชายผู้ส่งเคสหรือไม่
- พี่ชาย (ที่ถูกรับมาเลี้ยง) ตอนนี้อยู่ที่ไหน ได้รับบุญหรือไม่ และทำกรรมอะไรมากับกลุ่มทหารที่ตามมาฆ่าทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
- ผู้ส่งเคสและลูกๆ เคยสร้างบุญกับหมู่คณะมาก่อนหรือไม่ เหตุใดจึงมาพบหมู่คณะช้า แต่เมื่อพบแล้วกลับผูกพันมาก
- เหตุใดพระลูกชายผู้ส่งเคสถึงรักการบวชเป็นชีวิตจิตใจ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
ผู้ส่งเคสได้ถามคำถามหลายข้อต่อคุณครูไม่ใหญ่:
เหตุใดผู้ส่งเคสจึงกำพร้าพ่อ และคุณแม่กำพร้าแม่ตั้งแต่แรกเกิด คนที่กำพร้าพ่อหรือแม่เป็นเพราะทำกรรมต่างกันอย่างไร
แสงสว่างคล้ายแสงเทียนที่ผู้ส่งเคสเห็นรอบศีรษะและใบหน้าของพระสงฆ์คืออะไร และทำไมจึงเห็นเช่นนั้น
พ่อเฒ่า แม่เฒ่า พ่อ และแม่ของผู้ส่งเคสเสียชีวิตแล้วไปอยู่ไหน
วิบากกรรมอะไรทำให้คุณแม่เกิดมาเป็นกำพร้า พ่อแม่พี่น้องไม่ได้อยู่ด้วยกัน กระจัดกระจายไปอยู่กับญาติ ต้องลำบากแต่เล็ก พอสบายขึ้นมาก็ต้องมาป่วยเป็นเบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ และอีกหลายโรค?






