จากตอนที่แล้ว มโหสถได้นำนางอมราเดินทางต่อ กระทั่งมาถึงต้นพุทราใหญ่ริมทาง จึงได้เข้าไปนั่งหลบแดดอยู่ใต้ร่มพุทรา ส่วนนางอมราเห็นพุทราต้นนั้นมีผลดกสุกน่ากินจึงอ้อนวอนมโหสถ ให้ช่วยขึ้นไปเก็บผลพุทรา ให้ด้วยแต่ก็ถูกมโหสถปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเหนื่อยล้าเหลือเกิน อมราจึงจำเป็นต้องปีนขึ้นไปเก็บกินเอง มโหสถแหงนมองดูนางซึ่งเก็บกินอยู่แต่ผู้เดียว จึงวอนนางว่า “ขอผลพุทราให้พี่บ้างสิ”
อมราครั้นได้รับคำตอบจากมโหสถว่าต้องการผลร้อน จึงเก็บผลพุทราโยนลงไปที่พื้นดิน บอกว่า “นี่เป็นพุทราร้อนค่ะ” มโหสถจับเคล็ดได้ว่า พุทราร้อนที่นางว่าก็คือพุทราเปื้อนฝุ่น เมื่อจะกิน ก็ต้องเก็บมาเป่าฝุ่นออกเสียก่อน เหมือนอย่างเวลาที่จะกินของร้อนๆ
จากนั้นนางก็เก็บผลพุทรามากำหนึ่ง แล้วโยนลงไปบนพื้นหญ้าบอกว่านี่เป็นพุทราเย็น มโหสถเห็นดังนั้นก็เข้าใจความหมาย เพราะพุทราที่ตกบนพื้นหญ้า ผิวพุทราไม่ปริแตก ไม่เปื้อนฝุ่น สามารถเก็บกินได้ทันที โดยไม่ต้องเป่าเหมือนครั้งก่อน ก็รู้สึกชื่นชมในปัญญาของนางครั้นได้พักพอคลายเมื่อยล้าแล้ว มโหสถจึงพานางเดินทางต่อไปจนถึงกรุงมิถิลา บอกนางว่า ตนชื่อโสมทัตเป็นช่างชุนที่มีชื่อเสียงในกรุงมิถิลา จากนั้นก็ได้ฝากนางไว้กับครอบครัวของคนเฝ้าประตูก่อน โดยให้สัญญาว่า ไม่นานเท่าไรตนจะกลับมารับ
มโหสถกลับไปถึงเรือนของตนแล้ว ก็ดำเนินการตามอุบายที่ได้คิดไว้ โดยเรียกสหายบริวารมาสามคน ซึ่งได้เคยเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่ครั้งยังเป็นเด็ก ทุกคนต่างมีชื่อเสียงร่ำลือไปในทางเจ้าชู้ ถนัดในทางเกี้ยวพาราสี และมีคารมคมคายด้วยกันทั้งนั้น
เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว มโหสถจึงแจ้งว่า “สหายเอย เราพาสตรีนางหนึ่งมาพักอยู่ที่บ้านของคนเฝ้าประตู พวกท่านจงพากันไปหานาง แล้วพูดเกี้ยวนางให้ยอมตกลงปลงใจเถิด หากสามารถทำให้นางยินยอมได้ ทรัพย์พันกหาปณะนี้ก็จักตกเป็นของพวกท่าน” ว่าแล้วมโหสถก็หันไปหยิบถุงเงินพันกหาปณะยื่นให้ต่อหน้า สหายเหล่านั้นรับค่าจ้างนั้นมาด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความหนักอกหนักใจอยู่ไม่น้อย แต่ครั้นมโหสถได้เล่าที่มาที่ไปให้ทราบ ทุกคนต่างก็ยินดีรับดำเนินการณ์ตามแผนของมโหสถทันที ทั้งหมดเห็นพ้องตรงกันว่า พวกตนจะต้องเข้าไปหานางทีละคน แล้วพูดจาเกี้ยวพาราสีนาง ไปจนกว่านางจะยอม
ครั้นตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มคนแรกก็ตรงไปยังบ้านของคนเฝ้าประตูเพียงลำพัง พอไปถึงก็ตะโกนเรียกหานายประตูเสียงดังโหวกเหวก
ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มได้เห็นหน้านางอมราซึ่งงดงามราวเทพธิดา ก็ถึงกับตกตะลึง จ้องมองนางจนแทบไม่กระพริบสายตา จนนางอมราต้องเป็นฝ่ายทักขึ้นก่อนด้วยอัธยาศัยอันดีว่า “ท่านมาหาพ่อนายหรือ” นางอมราถามเช่นนั้น ด้วยหมายเอาคนเฝ้าประตูซึ่งได้ให้ที่พักพิงแก่นาง ชายหนุ่มได้ยินวาจาอ่อนหวานของนาง จิตใจก็พลอยอ่อนโอนไปตามเสียงของนาง ยังไม่ทันที่เขาจะตอบอะไรๆ นางก็ถามต่อไปอีกว่า “ท่านมาถึงนี่ เพราะมีธุระอันใดหรือ”
เขาได้สติ จึงรีบตอบนางว่า “จ้ะ แม่นาง ฉันเพียงแต่แวะมาสนทนาปราศรัยกับพ่อนายเท่านั้นล่ะ”
ชายหนุ่มจึงรีบฉวยโอกาสขึ้นไปนั่งบนเรือนทันที แล้วก็เริ่มพูดเกี้ยวพาราสีนาง ด้วยท่าทางกรุ้มกริ่ม หวังจะให้นางเอออวยด้วย “นางผู้เจริญ ความรักของบุรุษย่อมเกิดได้ในสตรี มิได้เลือกวัยและฐานะ แม้สตรีก็เช่นกัน วัยและฐานะของบุรุษจะห้ามความรักของสตรีมิได้เลย ฉะนั้นขอนางจงได้ปรานีต่อฉันผู้มอบทุกอย่างแก่นางด้วยเถิด”
แม้ชายหนุ่มผู้นั้นจะโปรยเสน่ห์ด้วยคารมคมคาย ฉอเลาะออดอ้อนด้วยคำหวาน เพื่อเว้าวอนขอความรักจากนาง หรือแม้กระทั่งเอาทรัพย์มาล่อนางก็ตาม แต่ไม่ว่าจะหว่านล้อมด้วยวิธีการใด จนแล้วจนรอดนางก็ไม่ปรารถนาจะสนทนาปราศรัยด้วย เพราะบัดนี้หัวใจของนางมีแต่หนุ่มโสมทัตเพียงผู้เดียว ความจงรักภักดีที่มีต่อโสมทัตผู้เป็นสามี ยังคงอัดแน่นเต็มเปี่ยมอยู่ภายในจิตใจดวงน้อยๆของนาง จนไม่มีช่องว่างในหัวใจ และไม่เปิดโอกาสให้แก่ใครได้เข้ามานั่งแทนที่ในใจนางอย่างแท้จริง
นางดำริในใจว่า “ความประพฤติของชายผู้นี้เทียบไม่ได้กับละอองธุลีที่ติดอยู่ที่เท้าสามีของเรา” จึงตอบชายหนุ่มว่า
นายของชีวิต มิใช่แค่เพียงชาตินี้เท่านั้น แต่ดิฉันหวังจะมอบให้โสมทัตทุกชาติไป ขอท่านอย่าได้หวังอะไรกับสตรีเช่นดิฉันเลย การทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับคนโง่ที่หวังจะคั้นน้ำมันจากเม็ดทราย ย่อมเปล่าประโยชน์” ชายหนุ่มได้ฟังคำของนางแล้ว ก็รู้สึกอึดอัดใจเสียเต็มประดา เหมือนผู้ที่ดำน้ำอยู่นาน ที่ยังมิได้โอกาสโผล่ขึ้นมาหายใจ
นางปล่อยให้ชายหนุ่มอึดอัดใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กล่าวตำหนิชายหนุ่มอีกว่า “ท่านเป็นผู้มีทรัพย์ และยังสรรเสริญค่าแห่งทรัพย์ว่า คนที่มีทรัพย์ก็เท่ากับมีทุกสิ่งทุกอย่าง จริงอยู่ ทรัพย์นั้นอาจอำนวยสิ่งที่ท่านปรารถนาได้ แต่โปรดจำไว้ด้วยว่า ทรัพย์ของท่านมิอาจซื้อความรักไปจากใจของสตรีเช่นดิฉันได้เลย ทรัพย์ของท่านจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อ ท่านได้ใช้ถ่ายถอนความชั่วออกจากใจเสีย แล้วน้อมนำความดีมาใส่ไว้แทน”
พระธรรมเทศนาโดย : พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)
















