ข้อความต้นฉบับในหน้า
30
คู่มือผู้นําบ้านกัลยาณมิตร
คู่มือผู้นําบ้านกัลยาณมิตร
31
บ้านกัลยาณมิตรคืออะไร?
คำว่า กัลยาณมิตร หมายถึง เพื่อนที่ดี เพื่อนผู้แนะนำแต่ประโยชน์เพียงอย่างเดียว
ไม่เคยชักชวนไปในเรื่องเสื่อมเสีย เพื่อนที่คอยช่วยเหลือ ประคับประคองให้เราก้าวเดินบน
เส้นทางชีวิตที่ถูกต้องดีงามอยู่เสมอ
บ้านกัลยาณมิตรจะเป็นบ้านที่สมาชิกทุกคนในครอบครัว ทั้งพ่อ แม่ ลูก หลาน มีแต่
กิจกรรมดีๆ ทำร่วมกัน เช่น สวดมนต์ นั่งสมาธิ พูดคุยกันเรื่องธรรมะ หรือบางครั้งพ่อแม่ก็
อาจจะเล่านิทานชาดกให้ลูกๆ ฟัง สร้างเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่นแน่นแฟ้น
และที่สำคัญที่สุด บ้านกัลยาณมิตรของเราหลังนี้ จะเป็นบ้านแห่งการป้องกันภัยที่
เรามองไม่เห็นได้อย่างดีเยี่ยม เพราะภัยทุกวันนี้ แฝงเข้ามาหลายรูปแบบ โดยมิได้ตีตรา
บอกยี่ห้อ หรือแนะนำตัวเองว่ามันคือสิ่งที่จะเป็นอันตรายกับเรา แต่เรามักจะมองไม่ออกว่า
มันคือภัย ที่กำลังกัดกร่อนและมีผลต่อผู้คนและครอบครัวทีละน้อย ๆ จนก่อให้เกิดผลร้าย
ทั้งชีวิตและจิตวิญญาณของพวกเราอย่างที่ไม่คาดคิด
ตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องเด็กติดยาเสพติดเป็นปัญหาสังคมอันยิ่งใหญ่ อันดับแรก
เรายังไม่ต้องไปมองว่าใครคือคนค้ายา แต่ให้มองย้อนมาที่ครอบครัวของแต่ละคนว่า พ่อ
แม่เคยสอนลูกให้เสพยาหรือไม่ พ่อแม่เคยแนะนำหรือไม่ว่า บุหรี่ยี่ห้อนี้ดี เหล้าชนิดนี้เยี่ยม
ซึ่งก็เปล่าทั้งสิ้น พ่อแม่ไม่เคยสอนให้ลูกเสพสิ่งเสพติดดังกล่าวเลย แต่ลูกติดสิ่งเสพติดเหล่า
นี้มาจากใคร แน่นอนเหลือเกินว่าย่อมติดมาจากเพื่อนหรือคนที่ลูกของเราไปคบหาสมาคม
นั่นเอง วันๆ หนึ่งลูกอยู่กับเรากี่ชั่วโมง และเราให้เวลากับลูกมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่เพาะเป็น
นิสัยของการติดยาเสพติดมันปรากฏขึ้นกับเด็กของเราจากโลกภายนอกภัยที่มองไม่เห็นตัว
นี้คือเชื้อโรคร้าย ที่ทำลายทั้งชีวิตและจิตใจอย่างมหันต์
อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ภัยที่มีผลต่อจิตวิญญาณ คือสิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงความ
รู้สึกนึกคิด ชักนำให้จิตใจของเราแปรปรวน บ้างก็ตกต่ำ บ้างก็เบี่ยงเบน สิ่งที่จะนำภัยเหล่า
นี้แทรกเข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว ก็คือ สื่อทั้งหลาย ทั้งจากวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ที่
เราดู เราอ่านอยู่ทุกวัน สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ ชี้นำความคิดของเราวันละเล็กวันละน้อย โดย
เฉพาะการนำเสนอสิ่งที่บิดเบือนต่อความจริง หรือการมีอคติในการนำเสนอเรื่องราว ย่อม
เป็นการชักนำความคิดจิตใจของเราให้ตกต่ำ จะเห็นได้ว่า ทุกวันนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่
ไม่ค่อยเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่กลัวบาปกรรมมองเห็นแค่ความมั่งมีในชาตินี้ไม่เกรงกลัว
ภัยในภพชาติเบื้องหน้า ตราบใดที่สังคมขาดแคลนผู้ที่มีจิตใจสูง ตราบนั้นกระแสต่างๆ ย่อม
มีแนวโน้มจะชักนำให้จิตใจของมนุษย์ในสังคมตกต่ำและเสื่อมทรามลงไปเรื่อย ๆ
สมัยก่อน หากเราดูภาพยนตร์หรือสิ่งบันเทิงต่างๆ เราจะสามารถแยกได้อย่างชัดเจน
ว่า หนังเรื่องนั้น เรื่องนี้ ใครเป็นพระเอก ใครเป็นผู้ร้าย พระเอกก็จะบุคลิกดี หน้าตาดี ส่วน
ผู้ร้ายก็จะหน้าตาเหี้ยมเกรียม พอเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าใครเป็นใคร ยิ่งพอเห็นตำรวจปรากฏใน
จอ เราก็ปรบมือดีใจว่า ผู้ร้ายต้องโดนตำรวจปราบแน่ แต่ทุกวันนี้ ทั้งพระเอกและผู้ร้ายบาง
ครั้งก็หน้าตาดีพอๆ กัน หรือหน้าตาเหี้ยมพอๆ กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่แน่ว่าจะเป็นฝ่าย
พระเอกเสมอไป สะท้อนให้เราฉุกคิดว่า ภัยในสังคมทุกวันนี้ก็เช่นเดียวกัน มันแฝงมาในรูป
แบบที่ยากจะแยกแยะว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนร้ายเราจะไว้วางใจใครได้สิ่งเหล่านี้เป็นภัยที่มอง
ไม่เห็นตัว ที่ค่อยๆ แทรกซึมและครอบงำเราทีละน้อย ๆ กล่าวกันว่า ผู้กระทำผิดจำนวน
ไม่น้อย มักจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำความผิด เพราะเคยชินอยู่กับสิ่งที่ผิดเหล่านั้นมาตร
จนคิดว่าสิ่งนั้นเป็นความชอบธรรม
ๆ
มาตลอด
ปัจจุบันคนเรามีแนวโน้มจะตามกระแส ไม่ค่อยมีใครหาญกล้าที่จะยืนหยัดในสิ่งที่
ถูกต้อง ไม่มีใครกล้าประกาศว่า “หนึ่งสู้ดีกว่าล้านถอย” ดังนั้นเสียงส่วนใหญ่ใช่ว่าจะเป็น
สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เมื่อเป็นสิ่งที่ผิด ก็หาใช่ว่าเราจะต้องตามกระแสที่ผิดนั้น หากพระพุทธ
องค์ทรงทำตามกระแสวิถีชีวิตของชาวโลกผู้มีความสมบูรณ์พร้อมด้วยทรัพย์สมบัติอัน
มหาศาล พระองค์ก็คงไม่เสด็จออกบวช หรือในขณะที่ผจญมาร หากพระองค์คิดว่า พญา
มารมีตั้งล้าน จะสู้ไปทำไม เทวดาก็หนีไปสุดขอบจักรวาลหมดแล้ว เข้าพระนิพพานเอาตัว
รอดเพียงลำพังดีกว่า ป่านนี้ก็คงไม่มีพระพุทธศาสนาสืบทอดยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน แต่
พระองค์เป็นแบบอย่างของนักสู้ สู้ด้วยอาการสงบนิ่งทั้งภายนอกและภายใน
ดังนั้น ภัยที่มีผลต่อชีวิตและจิตใจ จึงเป็นสิ่งที่พึงระมัดระวังป้องกัน เพราะเป็นสิ่งที่
เรายากจะแยกแยะได้อย่างชัดเจน มันเป็นภัยมืดที่มีอันตรายมากกว่าเชื้อโรคร้าย เพราะ
ทำลายเราทั้งชีวิตและจิตใจ แต่วันนี้ก็ยังไม่สายเกินไป หากเราจะเริ่มต้นสร้างเกราะคุ้ม
กันภัยเหล่านั้น ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเปิด “บ้านกัลยาณมิตร” บ้านแห่ง
ความรัก บ้านแห่งความอบอุ่น ที่เป็นบ้านแห่งความเข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วทุกคนจะพบ
ว่า ความสุขในชีวิตของผู้ครองเรือนที่เรากำลังไขว่คว้าแสวงหากันมาตั้งนาน ที่แท้ เรา
สามารถสร้างขึ้นได้ที่บ้านของเรานั่นเอง