การเจริญสมาธิโดยใช้สติ DOU MD 305 หลักสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน หน้า 27
หน้าที่ 27 / 114

สรุปเนื้อหา

อิทธิบาทเป็นสิ่งที่ต้องใช้พร้อมๆ กันเพื่อทำให้สมาธิเกิดขึ้น แต่สมาธิทั้ง 4 ประเภท ที่แบ่งตาม อิทธิบาทนี้ ก็เพื่อจำแนกให้เห็นความเด่นของธรรมแต่ละข้อ 1.5.3. การเจริญสมาธิโดยใช้สติเป็นตัวน่า ในที่นี้มีพระสูตรที่ให้หลักปฏิบัติกัมมัฏฐานไว้เรียกว่า สติปัฏฐานสูตร ซึ่งได้ให้หลักการแห่ง การปฏิบัติไว้ดังต่อไปนี้ (1) กายานุปัสสนา หมายถึง การตามเห็นกายในกาย หรือความรู้ทันที่เกิดขึ้นจากอาการต่างๆ ของกาย ด้วยวิธีการ 6 อย่าง คือ 1. อานาปานสติ กำหนดลมหายใจเข้า-ออกในร่างกายของตน ดังพุทธพจน์ว่า “ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่ควงไม้ก็ดี ไปสู่เรือนร้างก็ดี นั่งขัดสมาธิ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้า

หัวข้อประเด็น

- การเจริญสมาธิโดยใช้สติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อิทธิบาทเป็นสิ่งที่ต้องใช้พร้อมๆ กันเพื่อทำให้สมาธิเกิดขึ้น แต่สมาธิทั้ง 4 ประเภท ที่แบ่งตาม อิทธิบาทนี้ ก็เพื่อจำแนกให้เห็นความเด่นของธรรมแต่ละข้อ 1.5.3. การเจริญสมาธิโดยใช้สติเป็นตัวน่า ในที่นี้มีพระสูตรที่ให้หลักปฏิบัติกัมมัฏฐานไว้เรียกว่า สติปัฏฐานสูตร ซึ่งได้ให้หลักการแห่ง การปฏิบัติไว้ดังต่อไปนี้ (1) กายานุปัสสนา หมายถึง การตามเห็นกายในกาย หรือความรู้ทันที่เกิดขึ้นจากอาการต่างๆ ของกาย ด้วยวิธีการ 6 อย่าง คือ 1 1. อานาปานสติ กำหนดลมหายใจเข้า-ออกในร่างกายของตน ดังพุทธพจน์ว่า “ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่ควงไม้ก็ดี ไปสู่เรือนร้างก็ดี นั่งขัดสมาธิ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้นก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้าสั้น ย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวง หายใจเข้า ย่อมสำเหนียกว่า เราจักระงับ กายสังขาร หายใจออก ย่อมสำเหนียกว่า เราจักระงับกายสังขาร (ลมหายใจ) หายใจเข้า นายช่างกลึง หรือลูกมือของนายช่างกลึงผู้ฉลาด เมื่อชักเชือกกลึงยาว ก็รู้ชัดว่า เราชักยาว เมื่อชักเชือกกลึงสั้น ก็รู้ชัดว่า เราชักสั้นแม้ฉันใด ภิกษุ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกยาว เมื่อหาย ใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจ ออกสั้น เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น ย่อมสำเหนียกว่า เราจัก เป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจออก ย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้ กำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจเข้า ย่อมสำเหนียกว่า เราจักระงับกายสังขาร หายใจออก ย่อมสำเหนียกว่าเราจักระงับกายสังขารหายใจเข้า ดังพรรณนา มาฉะนี้” * สติปัฏฐานสูตร, มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์, มก. เล่มที่ 17 ข้อ 133 หน้า 607 2 มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์, มก. เล่มที่ 17 ข้อ 133 หน้า 607 18 DOU ส ม า ธิ 5 ห ลั ก ส ม ก วิ ปั ส ส น า ก ม ม ฏ ฐ า น
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More