
ประวัติผู้ส่ง
ผู้ส่งเคสเป็นนักเรียนอนุบาลฝันฝันวิทยาท่านหนึ่ง ประกอบอาชีพครูสอนนักเรียนมัธยม อาศัยอยู่ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงกุมารทองและสิ่งคล้ายคลึงกันอย่างแพร่หลาย หลังจากได้ฟังรายการฝันไม่ฝันเกี่ยวกับเรื่องกุมารทอง ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ ได้เมตตาตอบปัญหาให้กับนักเรียนอนุบาล ท่านอื่น ทำให้ผู้ส่งเคส ซึ่งมีกุมารทองอยู่ที่บ้านเช่นกัน เกิดความตกใจและนอนไม่หลับ ท่านจึงรวบรวมเรื่องราวของตนเองและสิ่งที่พบเห็นในสังคมรอบตัว โดยเฉพาะในหมู่นักเรียน มาสอบถามเพื่อขอความเมตตาชี้แนะจาก คุณครูไม่ใหญ่ ครับ
เนื้อเรื่อง
ในปัจจุบัน รายการกุมารทองเป็นที่นิยมอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงความสนใจในเรื่องนี้ ผู้ส่งเคสได้เรียนรู้ว่าเรื่องกุมารทองนั้นไม่ใช่เรื่องผีสางทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับกฎแห่งกรรม คุณครูไม่ใหญ่ ได้เมตตาอธิบายว่า รายการนี้จัดทำขึ้นสำหรับนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันฝันวิทยา โดยเน้นบรรยากาศสบายๆ เพื่อให้ใจหยุดนิ่งได้ง่าย และเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ท่านเปรียบเทียบว่าเราส่วนใหญ่ยังเป็นเหมือนนักเรียนอนุบาลสำหรับเรื่องกฎแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด แม้จะมีความรู้ทางโลกมากเพียงใดก็ตาม การไม่รู้ "สูตรชีวิต" ที่จะเดินทางไปสู่ปรโลกนั้นอันตรายมาก เพราะชีวิตหลังความตายนั้นยาวนาน ไม่มีการทำมาหากิน และอยู่ได้ด้วยบุญและบาปเท่านั้น ใจใสไปสวรรค์ ใจหมองไปอบาย การไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาปทำให้ทำอะไรก็ได้ คุณครูไม่ใหญ่ ชี้ให้เห็นว่าในสมัยก่อน ผู้คนยังเกรงกลัวต่อบาปและศึกษาเรื่องเหล่านี้ แต่ในยุคปัจจุบัน ความรู้นี้ขาดการสืบทอดไป การไม่รู้กฎแห่งกรรมนั้นอันตราย
ผู้ส่งเคสเล่าว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เพื่อนสนิทได้นำกุมารทองมาฝากไว้ เพื่อนได้มาจากวัดแห่งหนึ่งในงานผูกพัทธสีมา กุมารทองทำจากโลหะสีแดงดำ ไว้ผมจุก นุ่งโจงกระเบน ขนาดประมาณ 25 ซม ใส่ในกล่องพลาสติกปิดฝา มีทั้งหมด 3 ตัว ตอนนี้เหลือ 1 ตัว คุณครูไม่ใหญ่ อธิบายว่า วัสดุที่ทำเป็นรูปกุมารทองหรือรักยมเป็นเพียงสื่อที่อาจารย์วิทยาธรและอาจารย์มนุษย์ใช้ผูกกุมารทองไว้ด้วยมนต์ วิญญาณที่มาเป็นกุมารทองมักมีกรรมหลายอย่าง เช่น กรรมเจ้าชู้ ทำแท้ง ไสยเวท จึงถูกใช้แรงงานเด็กตายตั้งแต่เล็กๆ อาจารย์วิทยาธรจะเรียกวิญญาณเหล่านี้เข้าไปอยู่ในเครือ แล้วประสานงานกับอาจารย์มนุษย์ โดยใช้มนต์และพิธีกรรมต่างๆ ผูกติดกับสื่อ ผู้ที่นับถือสิ่งเหล่านี้ จิตใจวนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ เมื่อตายไปก็อาจไปอยู่แถวๆ นั้น คอยดูแลวิชาและรับใช้อาจารย์ เป็นวิบากกรรมอย่างหนึ่ง อาจารย์วิทยาธรบางคนมีลูกศิษย์มนุษย์จำนวนมาก
แรกๆ ผู้ส่งเคสไม่ได้สนใจกุมารทองตัวนี้ ไม่ได้ให้อาหาร แค่มีไว้ที่บ้าน จนเมื่อ 2 ปีก่อน มีคนบอกว่าที่บ้านมีเด็กผู้ชายชื่อ "ทองดำ" เขาบอกว่าผู้ส่งเคสไม่เลี้ยงเขา ทำให้เขา "น้อยใจ" เพราะวิญญาณเหล่านี้จะเข้ามาในบ้านได้ก็ต่อเมื่อถูกเรียกหรือเชิญ เหมือนมนุษย์ หลังจากนั้น ผู้ส่งเคสจึงพูดลอยๆ อนุญาตให้อยู่ด้วยและขอให้ช่วยดูแลบ้านกับลูกสาว เนื่องจากอยู่กันตามลำพังสองแม่ลูก น่าแปลกที่เมื่อไม่อยู่บ้าน มีคนแถวนั้นเห็นคนเดินหรือได้ยินเสียงคนคุยกันในบ้าน คุณครูไม่ใหญ่ อธิบายว่า แม้จะเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน แต่บุญและกรรมเป็นหลัก กุมารทองเป็นเพียงส่วนเสริมเล็กน้อย บางครั้งแม้มีกุมารทอง ขโมยก็ยังขึ้นบ้านได้ หากเจ้าของมีวิบากกรรมที่เคยไปเอาของคนอื่นไว้
ผู้ส่งเคสซึ่งเป็นครู ได้สอบถามนักเรียนมัธยมในชั้นเรียน พบว่าเกือบครึ่งชั้นเลี้ยงกุมารทอง รักยม หรือผียายหม้อ นักเรียนเล่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ บางคนถึงขนาดใส่กรอบกุมารทองห้อยคอมาโรงเรียน พวกเขาเล่าว่าเอาไว้เป็นเพื่อน และกุมารทองช่วยเตะเด็กที่เล่นโกงเวลาเล่นกับเพื่อน บางบ้านใช้เฝ้าบ้าน บางบ้านบอกว่าเลี้ยงแล้วขายของดี คุณครูไม่ใหญ่ ย้ำว่าการขายของดีขึ้นอยู่กับบุญทานที่เคยทำไว้ วิญญาณเหล่านั้นอาศัยบุญทานของผู้เลี้ยงจึงช่วยได้
นอกจากกุมารทอง รักยม ผียายหม้อ ยังมีการเลี้ยงลูกกรอกแมว ลูกกรอกสัตว์อื่นๆ และสัตว์ประหลาด เช่น จิ้งจกสองหาง วัวห้าขา วิญญาณเหล่านี้เคยเป็นมนุษย์ที่มีกรรมทำแท้ง ไสยเวท หรือปาณาติบาต หลังพ้นมหานรก มาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน และกรรมทำแท้งทำให้ตายในท้องอีก กรรมไสยเวททำให้ถูกอาจารย์วิทยาธรผูกมนต์ สัตว์ประหลาดเกิดจากกรรมปาณาติบาต วจีกรรมเป็นหลัก และกรรมอื่นๆ เสริม วจีกรรม เช่น พูดเปรียบเปรยด่าว่าคนอื่นด้วยคำพูดไม่ดี แม้เจตนาดี เช่น เรียก "นกสองหัว" หรือ "หมาสองหัว" ยิ่งว่าผู้มีศีลยิ่งบาปมาก กรรมเหล่านี้ทำให้เกิดเป็นสัตว์ประหลาด อาจารย์วิทยาธรและอาจารย์มนุษย์ใช้มนต์ผูกสัตว์เหล่านี้ไว้ใช้งาน มนุษย์ที่ไม่มีทานบารมีในอดีต ชาตินี้จึงจนและอยากรวยเร็ว จึงไปกราบไหว้ขอหวยจากสัตว์ประหลาดเหล่านี้แทนการกราบพระพุทธรูปหรือพ่อแม่ การขอหวยเหล่านี้มักผิดมากกว่าถูก ผู้ที่หมกมุ่นจะสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้ลูกหลาน และอาจมีเชื้อวิบัติไปหลายชาติ ถ้าพลาดพลั้งอาจถูกเรียกไปใช้แรงงานในปรโลกเหมือนที่ตนเองใช้สัตว์เหล่านั้น คุณครูไม่ใหญ่ สรุปย้ำว่ากรรมเป็นหลัก มนต์เป็นเพียงเครื่องเสริม ถ้าไม่มีวิบากกรรมก็จะทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ท่านจึงแนะนำให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้และไปปลดปล่อยเสีย
คำถาม
- จะรู้ได้อย่างไรว่าได้ปลดปล่อยกุมารทองไปแล้วสำเร็จ?
- หากมีคนนำกุมารทองมาให้อีก จะปฏิเสธอย่างไรดี เพราะแถวบ้านมีกันมาก?
- ลูกกรอกแมวหรือสัตว์ประเภทนี้ รวมถึงสัตว์ต่างๆ เช่น จิ้งจกสองหาง วัวห้าขา มีจริงหรือไม่ และนำไปใช้ทำงานอะไรได้บ้าง?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
ทำไมผู้ส่งเคสจึงเห็นควายเผือกและเทพบุตร? เทพบุตรนั้นคือสามีของผู้ส่งเคสจริงไหม?
คนร่างใหญ่ที่ชะโงกหน้าเข้ามาในมุ้งขณะนอนในป่าช้าเป็นใคร มาทำไม แม่ชีที่เห็นนั่งบนโขดหินกลางน้ำโขงเห็นจริงหรือไม่ ถ้าจริงท่านคือใคร มานั่งทำไม เตียงผู้ส่งเคสและเพื่อนลอยจริงหรือไม่ ผู้หญิงชุดไทยที่เดินบ่อยๆ มีจริงหรือไม่ อย่างไร อดีตมนุษย์/ภูตผีปีศาจทั้งที่มีบุญมากและน้อย มีกิจวัตรประจำวันอย่างไร
เหตุใดคุณแม่จึงเป็นวัณโรค เสียชีวิตเร็ว ไปที่ไหน ได้รับบุญหรือไม่ และมีข้อความถึงลูกบ้างหรือไม่
คุณพ่อตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่สร้างองค์พระให้และบุญอื่นๆ ที่อุทิศให้หรือไม่? มีอะไรจะฝากบอกบ้างหรือไม่?
คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรที่ต้องป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน 19 ปี มีแผลแตกประจำ ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ การที่ผู้ส่งเคสทำบุญหล่อพระ 300,000 องค์ ใส่ชื่อท่านก่อนเสีย 3 วัน และอธิษฐานให้จากหนักเป็นเบา หาย ถ้าหมดอายุขัยให้ไปสุคติ เป็นเพราะคำอธิษฐานหรือไม่ที่ทำให้ท่านไม่ทรมานสังขาร ทั้งที่ไม่ได้เจตนาให้ท่านเสียชีวิตเร็ว คุณแม่บอกว่าคุณพ่อมาหาบ่อยช่วง 7 วันหลังเสีย เพราะรับรู้ได้ คุณพ่อมาหาจริงหรือไม่ ถ้ามาจริง ท่านเห็นรูปที่แม่ติดไว้ ดูจานดาวธรรม นึกถึงบุญได้หรือไม่
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้:






