ลองวิชากับภูติเจ้าป่าช้า

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.223 ลองวิชากับภูติเจ้าป่าช้า

ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547

ลองวิชากับภูติเจ้าป่าช้า

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เล่าเรื่องของกระผมเอง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนึ่งในจังหวัดพัทลุงครับ กระผมนั้นมีความช่ำชองในวิชาไสยเวท เริ่มเรียนมาตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ก่อนที่จะออกบวชในปี 2530 ซึ่งหลังจากบวชแล้วกระผมก็ได้ทุ่มเทให้กับวิชาไสยเวทนี้อย่างจริงจังมากยิ่งขึ้นครับ แนวคิดแรกๆ ในการนำวิชามาใช้หลังบวชก็คือการนำภูตเจ้าป่าช้ามาเลี้ยงเพื่อช่วยเฝ้ากุฏิ ป้องกันการโดนงัดซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในวัดชนบทครับ

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ส่งเคส เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง ซึ่งได้ร่ำเรียนวิชาไสยเวทมาอย่างช่ำชองตั้งแต่เยาว์วัย และยิ่งทุ่มเทเมื่อออกบวชในปี 2530 ครั้งหนึ่งกระผมได้ตัดสินใจลองวิชากับภูตเจ้าป่าช้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะบังคับเอาภูตร้ายมาเลี้ยงไว้เฝ้ากุฏิ เนื่องจากวัดในชนบทมักจะโดนงัดอยู่บ่อยๆ คืนนั้นกระผมได้เข้าไปทำพิธีในป่าช้า ทำพิธีได้ประมาณ 10 นาที ก็สัมผัสได้ถึงการต่อต้านจากสิ่งที่มองไม่เห็นตัว แต่กระผมก็ยังคงทำพิธีจนเสร็จสมบูรณ์ และในช่วงที่กำลังกรวดน้ำเตรียมจะเดินออกจากป่าช้านั้น สายตาพลันเห็นภาพหนึ่ง ภาพร่างที่สูงกว่าต้นตาลกำลังจ้องหน้ากระผมอยู่ แต่ภาพนั้นก็ปรากฏให้เห็นเพียงชั่วขณะแล้วก็จางหายไป

พอรุ่งเช้า หลวงตาซึ่งเป็นพระลูกวัดรูปเดิมก็ได้เข้ามาพูดกับกระผมว่า "คุณ คุณน่ะ เป็นหนี้ชีวิตผม เพราะเมื่อคืนที่คุณไปทำพิธีที่ป่าช้า ถ้าผมไม่ช่วยคุณเอาไว้ ป่านนี้แมลงวันตอมคุณไปแล้ว" กระผมจึงถามหลวงตาว่าท่านรู้ได้อย่างไร หลวงตาก็ตอบว่าท่านเรียนวิชานี้มาตั้งแต่ก่อนกระผมเกิด มีวิชาเหนือกว่ากระผมมาก ใครทำพิธีอะไรในเขตวัด หากไม่มีใครบอก ท่านก็รู้ได้ หลวงตายังพูดอีกว่า เจ้าป่าช้าที่กระผมไปทำพิธีนั้น เขาโกรธกระผมมาก เพราะเขาอยู่มาเกือบ 1000 ปี ยังไม่เคยมีหมอผีที่ไหนกล้ามาทำแบบที่กระผมทำ หลวงตาจึงได้แนะนำว่า หากวิชายังไม่ถึง ก็ขอให้หยุดเสียก่อน

เพียง 4 วันต่อมา กระผมก็ได้ลองวิชาอีกครั้งกับนางไม้ คราวนี้มีชาวบ้านไปด้วยเพื่อขอเลขเด็ดจากนางไม้ ส่วนกระผมไปเพื่อท้าลองฤทธิ์ หลังจากชาวบ้านได้เลขไปแล้ว กระผมก็เริ่มทำพิธีท้าลองฤทธิ์ ในขณะที่ทำพิธี มีเสียงดังฟู่ๆ แล้วก็มีดวงไฟพุ่งออกมาจากต้นไม้ 2 ดวง กระผมจึงท้าไปว่า "ถ้าแน่จริง ให้ตามผมมาที่วัดซิ"

ว่าเสร็จพิธี กลับมาถึงวัด ก็เกิดเรื่องขึ้นทันที ขณะที่กระผมนอนอยู่ แต่ยังไม่หลับ ปิดไฟและเปิดหน้าต่าง ก็เห็นร่างหญิงสาวนุ่งผ้าโจงกระเบนสีเขียวอ่อนแบบคนสมัยก่อน มีผ้าสไบเฉียงสีใบตองอ่อน ผมยาวประบ่า ยืนอยู่ปลายเท้ากระผม จ้องหน้าไม่กระพริบ ใบหน้าดำๆ เขียวๆ กระผมได้ใช้ วิชาขับไล่ไปได้สำเร็จ รุ่งเช้า หลวงตา รูปเดิมก็ได้พูดกับกระผมอีกว่า "เอาอีกแล้ว ไปรบกวนเขาทำไม ภูตพวกนี้เขาน่ะ อาฆาตพยาบาทนะ" หลวงตาเตือนสติและอธิบายความแตกต่างระหว่างภูตกับผีว่า ภูตสามารถแปลงร่างได้ แต่ผีแปลงร่างไม่ได้ กระผมตอบด้วยความห้าวว่ากระผมมีสิทธิ์ มีครู ไม่กลัวภูตระดับนี้ มาเมื่อไหร่ก็จะปราบให้กระเจิง หลวงตาเห็นความห้าวหาญจากการเรียนวิชาก็ได้บอกว่า ถ้าเขามาในแบบที่เห็นเมื่อคืนก็สู้กระผมไม่ได้ แต่ถ้าเขามาในรูปสัตว์ กระผมจะสู้ได้หรือ

หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน กระผมผู้มีครู ก็โดนงูกัดอย่างจัง ไปรักษาตัวที่บ้านนานเกือบเดือนก็ยังไม่หาย เดินไม่ได้ จนหมองูซึ่งเป็นหมอไสยเวทก็ยังอ่อนใจ กระผมจึงบอกไปว่า งูตัวที่กัดนั้นไม่ใช่ งูธรรมดา อยากรู้ให้ไปถามหลวงตาที่วัด หมองูจึงไปหาหลวงตาที่วัด หลวงตาบอกหมองูว่า ได้ขอขมาเขาไว้แล้ว หลังจากขอขมาได้เพียง 2 วัน กระผมก็เดินได้เป็นปกติ ซึ่งถือว่าแปลกมาก

ต่อมาในปี 2534 กระผมได้ไปมาสมเด็จวัดแห่งหนึ่งในอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช คืนนั้นได้กางกลดนอนที่ลานวัด กลางดึกมีโยมเปิดประตูเพื่อเข้าห้องน้ำแล้วหันมามองที่กลดกระผม โยมบอกว่าเห็นแล้วแทบช็อก ในตอนเช้าโยมมาถามกระผมว่าเมื่อคืนเวลาประมาณ 22-23 นาฬิกามีใครมาหาบ้าง กระผมตอบว่าไม่มี และตอนนั้นกระผมหลับอยู่แล้ว แต่โยมบอกว่าเห็นคนรูปร่างใหญ่โตมาก มาล้อมกลดกระผมอยู่ โดยเฉพาะร่างที่อยู่ปลายเท้า กำลังจะเอื้อมมือมาจับเท้ากระผม แต่ร่างเหล่านั้นก็ต้องผงะไป เพราะตอนธรรมดาก่อนนอนกระผมจะร่ายเวทมนต์คุ้มครองไว้ทุกครั้ง ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะกระผมรู้ว่าได้สร้างศัตรูกับภูตผีเอาไว้เยอะ

ต่อมาในปี 2540 กระผมได้ประจำพรรษาในวัดที่จังหวัดพัทลุงอีกครั้ง และได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส กระผมได้เปลี่ยนมาใช้ วิชาไสยเวทนี้เพื่อรักษาคนถูกของถูกไสยเวทเพียงอย่างเดียว จะไม่ใช้ในทางที่ผิดอีกต่อไป ในจังหวัดพัทลุงมีคนถูกไสยเวทมาก บางคนถูกกันทั้งครอบครัวไม่เว้นลูกเล็กเด็กแดง กระผมก็รักษาให้หายหมดทุกคน ปัจจุบันรักษาคนถูกไสยเวทหายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ราย บางรายเป็นโรคเอดส์ก็เมตตารักษาให้ เผื่อฟลุก แต่ปรากฏว่าตายหมดทุกราย

กระผมจึงได้เขียนเรื่องราวทั้งหมดนี้ขึ้นมาเพื่อเตือนใจเพื่อนภิกษุที่เรียนวิชาเดียวกันกับกระผมครับ และขอความเมตตาจาก "คุณครูไม่ใหญ่" ได้โปรดตอบคำถามที่กระผมยังสงสัยครับ

คำถาม

  1. ผู้ส่งเคส มีคำถามที่ต้องการความเมตตาจาก คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ครับ:
  2. ภาพที่ผู้ส่งเคสเห็นในป่าช้าเป็นอะไรกันแน่ครับ ส่วนภาพที่เห็นในห้องเป็นนางไม้จริงหรือไม่ งูที่กัดเป็นเพราะนางไม้ อาฆาต หรือไม่ และหลวงตาช่วยผู้ส่งเคสไว้อย่างไรบ้างครับ
  3. ร่างที่ล้อมกลดผู้ส่งเคสบนภูเขาเป็นอะไร และเขามาทำไมครับ
  4. ผู้ส่งเคสใช้ไสยเวทรักษาคนป่วยจนหาย และภูตร้ายกระเจิง อยากทราบว่าระหว่างบุญกับบาป ผู้ส่งเคสจะได้รับอย่างไหนมากกว่ากันครับ
  5. เวลาผู้ส่งเคสรักษาคนถูกไสยเวท เขาจะกลัวมาก ทั้งๆ ที่ผู้ส่งเคสยังไม่ได้ทำอะไรเลย อยากทราบว่าเพราะเหตุใดครับ
  6. คืนหนึ่งผู้ส่งเคสนั่งสมาธิใต้หน้าผา มีหินร่วงลงมาตกห่างจากเพียงคืบเดียว อยากทราบว่าอะไรช่วยผู้ส่งเคสไว้ครับ
  7. บางครั้งผู้ส่งเคสนั่งสมาธิ จะได้ยินเสียงเรียกชื่อ อยากทราบว่าใครเรียก และเรียกทำไม ได้ยินแต่เสียงไม่เห็นตัวครับ
  8. โยมพ่อโยมแม่ของผู้ส่งเคสเลี้ยงของไว้เยอะ มีทั้งภูตผีปีศาจ วิญญาณเสือ ได้รับช่วงต่อมาจากบรรพบุรุษ (รับครูวิชา คือครูที่เป็นหมอผีต้นวิชา) โยมแม่เสียชีวิตแล้ว อยากทราบว่าขณะนี้โยมแม่ไปอยู่ที่ไหน และบุญกุศลจากการที่ผู้ส่งเคสได้บวช ได้คัดหินเกล็ด และเป็นธุระนิมนต์พระไปอบรมพระกัลยาณมิตร โยมแม่จะได้รับบุญนี้หรือไม่ครับ
  9. จากการที่ผู้ส่งเคสเรียนวิชาไสยเวท ถ้าตายไปจะไปเกิดเป็นวิทยาธรครับ ถ้าผู้ส่งเคสไม่อยากไป ควรจะทำอย่างไรครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เตียงลอยได้

คนร่างใหญ่ที่ชะโงกหน้าเข้ามาในมุ้งขณะนอนในป่าช้าเป็นใคร มาทำไม แม่ชีที่เห็นนั่งบนโขดหินกลางน้ำโขงเห็นจริงหรือไม่ ถ้าจริงท่านคือใคร มานั่งทำไม เตียงผู้ส่งเคสและเพื่อนลอยจริงหรือไม่ ผู้หญิงชุดไทยที่เดินบ่อยๆ มีจริงหรือไม่ อย่างไร อดีตมนุษย์/ภูตผีปีศาจทั้งที่มีบุญมากและน้อย มีกิจวัตรประจำวันอย่างไร

วัดร้างมาพันกว่าปี

เหตุใดคุณแม่จึงเป็นวัณโรค เสียชีวิตเร็ว ไปที่ไหน ได้รับบุญหรือไม่ และมีข้อความถึงลูกบ้างหรือไม่

หมอลำม่วย

คุณพ่อตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่สร้างองค์พระให้และบุญอื่นๆ ที่อุทิศให้หรือไม่? มีอะไรจะฝากบอกบ้างหรือไม่?

เหงาจัง ๆ

ผู้ส่งเคสมีคำถามถึง คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ค่ะ:

รอช้าไม่ได้

กรรมใดทำให้ครอบครัวผู้ส่งเคสต้องอพยพที่อยู่และที่ทำกินหลายครั้ง แต่ละที่ไปเป็นป่ารกร้าง และบุญใดทำให้ตั้งตัวได้เร็ว แต่ล่มสลายเร็วจากไฟไหม้และการถูกใส่ร้าย เพราะกรรมใด

ข่าคือใคร

ปู่ตายแล้วไปไหน บุญที่บวชหลายปีเกือบเป็นสมภารช่วยได้ไหม ทำไมจึงบวชไม่ได้ตลอดชีวิต

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา