
ประวัติผู้ส่ง
เริ่มต้นเรื่องราวด้วย ผู้ส่งเคส ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ประจำช่วยงานวัดมาตั้งแต่ปี 2537 เดิมเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงดี แต่ในปี 2547 เริ่มมีอาการผิดปกติคือหายใจไม่สะดวก พูดนานๆ แล้วเหนื่อย ไอ และเจ็บท้องเมื่อไอมาก อาการเหล่านี้ทำให้นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กเมื่ออายุ 4-5 ขวบ วันหนึ่งได้เห็นลูกหมาเลียกระป๋องนมด้วยความเอ็นดูและปรารถนาดี อยากให้มันได้กินนมจริงๆ จึงจับหัวลูกหมาใส่เข้าไปในกระป๋องนม โดยไม่คาดคิดว่าการกระทำที่ไม่เจตนาและรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้จะทำให้ลูกหมาตาย ผู้ส่งเคสเป็นผู้ที่รักและมีความสุขกับการสร้างบารมี และได้ทำบุญร่วมกับหมู่คณะมากกว่าสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อพ่อของ ผู้ส่งเคส เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น แต่เมื่ออายุได้ 12 ปี ก็ต้องออกมาทำงานเป็นเด็กฝึกงานช่าง จนได้วิชาช่างติดตัว เมื่อพ่อมาทำงานในกรุงเทพฯ ก็ได้พบกับแม่ ซึ่งมีลูกติดมาแล้ว 2 คน ทั้งสองได้ใช้ชีวิตร่วมกัน และมีลูกชายด้วยกันอีก 2 คน คือ ผู้ส่งเคส และน้องชาย
ชีวิตของพ่อและครอบครัวได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อพ่อได้พบวัดพระธรรมกายในวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2528 พ่อเล่าว่าเมื่อได้มาวัดก็รู้สึกว่า "ใช่เลย" รู้สึกคุ้นเคยและชอบมาก ตั้งแต่วันนั้น พ่อก็พาครอบครัวมาวัดทุกอาทิตย์ และทำหน้าที่ผู้นำบุญ ผู้นำรถ ชวนคนมาวัดอย่างต่อเนื่อง พ่อเป็นผู้นำบุญที่เข้มแข็ง ขาดการมาวัดไม่เกิน 10 ครั้งใน 10 ปี ทำให้ได้รับอนุญาตให้บวชได้
ในปี 2539 ช่วงที่มีการบวชบูชาธรรมพระเดชพระคุณหลวงพ่ออายุครบ 52 ปี พ่อซึ่งขณะนั้นอายุ 48 ปีและมีครอบครัวแล้ว ได้ตัดสินใจมาบวชที่วัดพระธรรมกาย แม้จะจบเพียงแค่ ป.4 พ่อก็ได้รับการคัดเลือกและได้รับไตรพระราชทาน ซึ่งมีเพียงไตรเดียวในรุ่น ทำให้พ่อภาคภูมิใจมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยอัธยาศัยที่เป็นคนเจ้า ระเบียบและขี้รำคาญกับเสียงรบกวนต่างๆ เช่น เสียงจิ้งจก ไก่ขันผิดเวลา เสียงเครื่องจักร หรือเสียงพูดคุย ประกอบกับอายุที่มากขึ้น ทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องยาก การที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้บวชจำนวนมากทำให้พ่อคอยนับวันรอที่จะลาสิกขา แต่เมื่อโครงการบวชจบลง พ่อกลับตัดสินใจอยู่ต่อ ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่าเป็นบุญที่สั่งสมมา ทำให้พ่ออยู่สร้างบารมีต่อมาจนถึงปัจจุบัน รวมได้ 8 พรรษาแล้ว
ในอีกด้านหนึ่ง ครอบครัวของผู้ส่งเคสประสบปัญหาต้องย้ายบ้านอยู่บ่อยครั้ง ในปี 2529 บ้านที่พ่อทำงานหนักเก็บเงินสร้างบนที่เช่ามาเกือบ 10 ปี ก็ถูกเจ้าของที่คนใหม่ไล่ให้ออกไปเพื่อทำหมู่บ้าน พ่อจึงซื้อที่ดินและปลูกบ้านหลังที่สอง แต่ก็อยู่ได้เพียงประมาณ 2 ปี ก็ต้องขายบ้านพร้อมที่ดินไป ต่อมาได้ซื้อบ้านหลังที่สามซึ่งเป็นบ้านเก่า สภาพคล้ายบ้านร้าง บรรยากาศทึมๆ ปัจจุบันบ้านหลังนี้เป็นที่อยู่อาศัยของแม่ หลาน และพี่สะใภ้ แต่กำลังจะถูกยึด เนื่องจากพี่สาว (ลูกของแม่กับสามีคนก่อนพ่อ) นำไปใช้ค้ำประกันธุรกิจ แต่พี่สาวถูกฟ้องล้มละลายจากวิกฤตเศรษฐกิจ IMF ทำให้ครอบครัวอาจจะต้องย้ายบ้านอีกครั้ง หรืออาจไม่มีบ้านอยู่เลย
พี่ชายของผู้ส่งเคส (ลูกของแม่กับสามีคนก่อนพ่อ) เป็นคนใจนักเลง รักพวกพ้อง มีลูกน้องมาก ทำหน้าที่คุมคิวรถ มีรายได้ดี เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างสบาย แต่ก็มักสร้างความกังวลใจให้กับแม่ เพราะพี่ชายชอบกลับบ้านดึก บางครั้งนั่งคุมคิวรถ เก็บเงิน หรือพา ลูกน้องไปเลี้ยงตอนกลางคืน และบางครั้งก็ดื่มสุรา แม่กลัวว่าพี่ชายจะไปมีเรื่อง จึงต้องคอยออกไปตามกลับบ้านเสมอ พี่ชายมีภรรยาและลูก 3 คน แต่ใน ปี 2538 เมื่อลูกคนเล็กอายุประมาณ 8 เดือน พี่ชายก็ถูกยิงเสียชีวิตที่คิวรถในระยะประชิด เขาขอชีวิตแล้วแต่ก็ยังถูกยิงซ้ำจนตายคาที่ ลูกน้องที่อยู่ในเหตุการณ์ได้นำมีดมาแทงคนที่ยิงพี่ชายเสียชีวิตเช่นกัน ผู้ยิงก็เสียชีวิตเพราะเมา ทำให้ต้องจัดงานศพพร้อมกันสองศาลา คนละวัด ทราบภายหลังว่าผู้ยิงเป็นญาติผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ที่ต้องการคิวรถ ครอบครัวไม่ได้เอาเรื่อง ถือว่าเป็นกรรมของพี่ชาย
ตัวผู้ส่งเคสเองได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ประจำช่วยงานวัดตั้งแต่ปี 2537 รู้สึกรักและมีความสุขกับการสร้างบารมี สุขภาพแข็งแรงมาตลอด แต่ในปี 2547 เริ่มรู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่สะดวก พูดนานๆ แล้วเหนื่อย ไอ และเจ็บท้องเมื่อไอมาก นึกถึงตอนเด็กๆ อายุประมาณ 4-5 ขวบ เห็นลูกหมาเลียกระป๋องนม ด้วยความปรารถนาดี อยากให้ลูกหมาได้เลียนมในกระป๋อง (ซึ่งตอนแรกมันเลียกระป๋องที่ยังไม่เปิด) ก็เลยรู้สึกเอ็นดู อยากให้หมาได้เลีย นมในกระป๋องจริงๆ จึงจับหัวลูกหมาใส่ลงไปในกระป๋องนม ทำไปด้วยความรัก ความห่วงใย ไม่ได้ตั้งใจให้ร้าย แต่รุ่งขึ้นก็พบว่าลูกหมาตาย โดยมีกระป๋องนมคาอยู่ที่หัว ผู้ส่งเคสจึงเกิดคำถามต่างๆ ขึ้น
คำถาม
- พระพ่อมีวิบากกรรมอะไรเกี่ยวกับการนอนหลับยากและรำคาญต่อเสียงที่มารบกวน ถ้ามีจะแก้ไขอย่างไร
- ทำไมพ่อตอบย่าถูกว่าน้องในท้องเป็นเด็กผู้หญิงฝาแฝด 2 คน
- ทำไมครอบครัวจึงต้องโยกย้ายบ้านบ่อยๆ แล้วมีโอกาสที่จะมีบ้านใหม่ที่สะดวกในการสร้างบารมีหรือไม่
- ทุกคนในครอบครัวควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้พบแต่ทางเจริญฝ่ายเดียว
- พี่สาวทำกรรมอะไรมาถึงถูกฟ้องล้มละลาย
- คุณแม่และทุกคนที่อยู่บ้านหลังที่ 3 มีกรรมอะไรร่วมด้วย บ้านที่แม่อยู่จึงจะต้องถูกยึดไปพร้อมกับของพี่สาว
- พี่ชายทำกรรมอะไรมาจึงถูกฆ่าตาย แล้วจะต้องไปรับกรรมแบบนี้อีกหรือไม่ ปัจจุบันมีสภาพเป็นอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ แล้วจะต้องทำบุญอะไรจึงจะหมดกรรมนี้ได้
- พี่สาวและพี่ชายที่เป็นลูกติดของแม่ เคยได้รับการอนุเคราะห์จากพ่อมาก่อนหรือไม่ พ่อจึงได้มาเลี้ยงดูและให้ความรักเอาใจใส่เหมือนลูกและน้องชายเสมอมา
- ผู้ส่งเคสจะบาปหรือไม่ที่จับหัวลูกหมาใส่ในกระป๋องนมจนมันตายด้วยความไม่ตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และกรรมนี้ส่งผลให้ผู้ส่งเคสหายใจไม่คล่องหรือเปล่า
- พ่อและผู้ส่งเคสเคยทำบุญอะไรร่วมกันมา จึงได้มีโอกาสมาสร้างบารมีได้เต็มตัวมากกว่าทุกคนในครอบครัว แล้วเคยทำบุญร่วมกับหมู่คณะมามากน้อยแค่ไหน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
1. บุพกรรมใดที่ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของผู้ส่งเคสลำบากมาก และบุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสและน้องสาวต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก.
ทำไมคุณพ่อมีญาติที่ให้โทษทั้งนั้นเลย?
คุณแม่เสียชีวิตเพราะเหตุใด ทำกรรมอะไรมาจึงตายทั้งกลม ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด และที่มาหาลูก 3 ครั้งจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด
คุณพ่อประสบอุบัติเหตุหกล้ม มีอาการเพ้อ ถูกผ่าตัดศีรษะเอาเลือดออก และขาหัก ต้องผ่าตัดพร้อมกัน เกิดจากกรรมใด เหตุใดบั้นปลายชีวิตจึงไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ต้องไปอยู่สถานดูแลคนชรา
คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรจึงเป็นโรคเบาหวานและอัมพฤกษ์ เสียชีวิตแล้วเป็นอย่างไร ความเป็นอยู่อย่างไร มีข้อความอะไรฝากมาหรือไม่
กรรมใดทำให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ให้กำเนิดมีลูกติดๆ กันและมีลูกแฝดถึง 2 คู่?






