เปิดซ่อง ค้ามนุษย์

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.296 เปิดซ่อง ค้ามนุษย์

ออกอากาศ วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

เปิดซ่อง ค้ามนุษย์

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเล่าว่าตนเองเกิดที่เมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว คุณแม่ของท่านเสียชีวิตที่เมืองยูธ่า สหรัฐอเมริกา เมื่ออายุ 65 ปี ชีวิตปัจจุบัน ผู้ส่งเคสกำลังเผชิญกับโรคร้ายแรง ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับและปอดเมื่อปลายปี 2546 หลังจากมีอาการป่วยหนัก มองไม่เห็น และอาเจียนรุนแรง แพทย์ระบุว่าอาจมีชีวิตอยู่ได้เพียง 6 เดือน ทำให้ผู้ส่งเคสมีความกังวลเกี่ยวกับชะตาชีวิตและกรรมที่ตนเองและครอบครัวประสบ แม้จะป่วย แต่ผู้ส่งเคสก็ได้เข้าร่วมงานทอดกฐินพระราชทานเป็นครั้งแรกและตั้งใจปฏิบัติธรรมจนได้ผลดี ทำให้เกิดความปิติสุข ซึ่งเป็นแสงสว่างท่ามกลางความยากลำบากนี้ นอกจากนี้ ผู้ส่งเคสยังมีสามีคนปัจจุบันที่คอยสนับสนุนการสร้างบุญทุกๆ บุญร่วมกัน โดยจัดงบประมาณไว้อย่างชัดเจน แสดงถึงความเกื้อกูลในชีวิตครอบครัวปัจจุบัน ผู้ส่งเคสตั้งใจที่จะเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของคุณแม่เพื่อเป็นอุทาหรณ์และหวังให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นที่เมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้ส่งเคส คุณแม่และคุณพ่อของผู้ส่งเคสในอดีตเคยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งสองประกอบอาชีพค้าขาย โดยเปิดร้านอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวและร้านขายของชำขนาดใหญ่ มีลูกจ้างถึง 7-8 คน และครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่สองชั้นสามห้อง ต่อมาคุณพ่อได้เสียชีวิตลง คุณแม่ดูแลไม่ไหวจึงให้เช่าร้าน และท้ายที่สุดก็ตัดสินใจขายกิจการทั้งหมดไป

หลังจากที่ขายกิจการไปแล้ว คุณแม่เริ่มติดการพนันอย่างหนัก ทั้งไพ่ คาสิโน และหวย การพนันทำให้เงินทองที่คุณแม่มีอยู่หมดไปและเป็นหนี้สินมากมาย คุณแม่ต้องขายบ้านหลังใหญ่เพื่อนำเงินมาใช้หนี้จนหมดสิ้น เหลือเพียงบ้านไม้เก่าๆ หลังเล็กๆ ที่อาศัยอยู่กับลูกๆ

ต่อมาในปีพุทธศักราช 2513 คุณแม่ได้ไปเช่าห้องแถวเพื่อเปิดเป็น coffee shop ขายเหล้าและเครื่องดื่มต่างๆ หลังจากนั้น มีคนแนะนำให้หาเด็กผู้หญิงสาวๆ มาเป็นพนักงานเสิร์ฟเพื่อช่วยให้ร้านขายดีขึ้น คุณแม่จึงเริ่มหาผู้หญิงมาทำงานที่ร้าน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ร้านนี้ก็กลายเป็นซ่องโสเภณีไปในที่สุด โดยมีคุณแม่เป็นแม่เล้า

คุณแม่ได้มีสามีคนที่สอง ซึ่งทำให้ผู้ส่งเคสเสียใจมาก สามีคนที่สองของคุณแม่ได้เข้ามาช่วยดูแลกิจการซ่องโสเภณีด้วย โดยทำหน้าที่เป็นผู้คุมซ่อง ทั้งสองร่วมกันทำกิจการนี้ ผู้ที่หมดตัวจากการพนันจะนำลูกสาวมามัดจำกับคุณแม่เพื่อเอาเงินไป มีเด็กผู้หญิงบางคนยอม บางคนไม่ยอม ซึ่งคุณแม่ก็ไม่ได้บังคับ และบางคนก็หนีกลับบ้านไปได้ อย่างไรก็ตาม สามีคนที่สองของคุณแม่มักจะข่มขืนเด็กผู้หญิงเหล่านั้นก่อนที่จะให้ขายบริการเสมอ คุณแม่กับสามีใหม่ร่วมกันดำเนินกิจการซ่องโสเภณีอยู่ประมาณ 5 ปี ระหว่างปีพุทธศักราช 2513 ถึง 2517

แม้ว่าคุณแม่จะทำอาชีพนี้ แต่คุณแม่ก็ยังคงส่งเสียลูกทั้ง 9 คนให้ได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่ และไม่เคยให้ลูกๆ ไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของท่านเลย ในปีพุทธศักราช 2517 เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศลาว คุณแม่กับสามีคนที่สองทะเลาะกันบ่อย สามีมักตบตีจนหัวแตก ต่อมาทั้งสองก็แยกทางกัน ปลายปี 2517 เริ่มมีการจับกุมผู้ประกอบอาชีพนี้ คุณแม่จึงหนีมายังฝั่งไทยอยู่กับคุณตาที่อุดรธานี เข้าศูนย์อพยพ ก่อนที่จะได้เดินทางต่อไปยังสหรัฐอเมริกา ที่สหรัฐอเมริกา คุณแม่ป่วยเบาหวาน ล้มหัวฟาดพื้น เส้นเลือดในสมองแตก และเสียชีวิตในปีพุทธศักราช 2531 ที่เมืองยูท่า

เรื่องราวของน้องสาวคนที่สี่ของผู้ส่งเคส เธอเสียชีวิตเมื่ออายุ 20 ปี ในปีพุทธศักราช 2519 เธอเรียนเก่งมาก รักระเบียบ ช่วยเหลือครอบครัวมาตลอด เมื่ออายุได้ 18-19 ปี มีคู่รักที่รักกันมาก แต่หลังเรียนจบ ฝ่ายชายไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่นที่พ่อแม่หาให้ โดยที่น้องสาวไม่รู้ หลังแต่งงาน ฝ่ายชายยังคงมาหาน้องสาวตามปกติหลายวัน จนมีคนมาทักว่าฝ่ายชายแต่งงานแล้ว น้องสาวช็อก เสียใจ ร้องไห้เป็นสัปดาห์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นร้องเพลงไม่หยุด เสียสติไปเลย "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" ผู้ส่งเคสพาน้องสาวไปรักษาด้วยน้ำมนต์จนหาย ประมาณ 1-2 อาทิตย์ต่อมา น้องสาวช็อกอีกครั้งเพราะตกใจเห็นลูกชายผู้ส่งเคสโดนรถชน หลังหายช็อก เธอแต่งตัวออกจากบ้านบอกจะไปหาเพื่อน ใครห้ามก็ไม่ฟัง แล้วหายตัวไป 2-3 อาทิตย์ต่อมา ตำรวจแจ้งว่าเธอตกน้ำตาย มีคนเห็นเดินลงแม่น้ำโขงแล้วหายไป ไม่พบศพ

สำหรับตัวผู้ส่งเคสเอง เดือน พ.ย. 2546 พบน้ำย่อยในตับไม่ดี หมอไม่ให้เดินทางไกล แต่ผู้ส่งเคสอยากได้บุญใหญ่จึงไปร่วมงานทอดกฐินพระราชทานครั้งแรก หลังงานกฐิน ได้ไปปฏิบัติธรรม ได้ผลดี มีความสุขมาก เมื่อกลับจากไทยก็เริ่มป่วยในเดือน ธ.ค. 2546 ไปเจาะตับพบมีจุดเต็มตับและปอด หลังเจาะตับ ทานก๋วยเตี๋ยวแล้วหน้ามืด อาเจียนรุนแรง หมดสติ สามีช่วยจนได้สติ ไม่ยอมไปโรงพยาบาลเพราะไม่อยากผ่าตัด ม.ค. 2547 หมอบอกจะมีชีวิตอยู่ได้อีก 6 เดือน ขณะนี้ผ่านมา 4 เดือนแล้ว ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ส่งเคสจึงมีคำถามมากมาย

คำถาม

  1. การที่ลูกสาวของคุณแม่ 3 คน (รวมผู้ส่งเคสด้วย) มีสามีมากกว่า 2 คน และน้องสาวอีกคนอกหักจนเสียสติ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะกรรมที่คุณแม่เปิดซ่องโสเภณี หรือเป็นเพราะกรรมของลูกๆ แต่ละคนที่ทำร่วมกันมา
  2. ขณะนี้คุณแม่ของผู้ส่งเคสอยู่ภพภูมิใด มีความเป็นอยู่อย่างไร และบุญที่อุทิศไปให้ท่านได้รับหรือไม่
  3. น้องสาวคนที่ 4 เสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร กรรมอะไรที่ทำให้เธอต้องช็อกจนเสียสติ ขณะนี้เธออยู่ภพภูมิใด มีความเป็นอยู่อย่างไร และบุญที่อุทิศไปให้เธอได้รับหรือไม่ อย่างไร
  4. ทำไมผู้ส่งเคสถึงป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ ปอด ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่ได้สูบบุหรี่ จะหายจากโรคนี้ได้อย่างไร จะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่เดือน หรือต้องเตรียมตัวอย่างไร
  5. กรรมอะไรที่ทำให้ผู้ส่งเคสต้องมีสามีหลายคน
  6. สามีคนปัจจุบันที่แสนดี สร้างบุญอะไรมาด้วยกันจึงได้ร่วมบุญทุกบุญที่ผู้ส่งเคสทำ โดยเขามักตั้งงบประมาณไว้และดีใจที่ได้ร่วมบุญเสมอ
  7. ขณะนี้คุณพ่อของผู้ส่งเคสอยู่ภพภูมิใด มีความเป็นอยู่อย่างไร และบุญที่อุทิศไปให้ท่านได้รับหรือไม่
  8. ทำไมผู้ส่งเคสจึงมาพบหมู่คณะช้า และได้เคยร่วมสร้างบารมีมากับหมู่คณะอย่างไรบ้าง
  9. การที่ผู้ส่งเคสเอาเรื่องของคุณแม่มาเปิดเผยถึงอาชีพเปิดซ่องโสเภณี จะเป็นการประจานท่านหรือไม่ แต่ผู้ส่งเคสอยากให้เรื่องราวนี้เป็นกรณีศึกษาเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ และขออานิสงส์นี้ถึงคุณแม่ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เขาตายด้วยน้ำมันเดือด ๆ

คุณแม่ ซึ่งมีนิสัยชอบช่วยเหลือญาติพี่น้อง เลี้ยงดูครอบครัว แต่ชอบในกามคุณ ชอบสนุก ไม่ค่อยทำบุญ ตายแล้วไปอยู่ที่ไหน?

เบญจเพส

เกี่ยวกับผู้ส่งเคสและญาติ: อะไรทำให้ผู้ส่งเคสและญาติมาอยู่ในสภาพแวดล้อมดงจระเข้?

คุณครับ ผมตายแล้วหรือยัง

ผู้ส่งเคสได้ถามคำถามหลายข้อต่อคุณครูไม่ใหญ่:

ลูกผู้ชายต้องไม่ได้สมบัติ

1. ทำไมพ่อและแม่ของผู้ส่งเคสจึงไม่ได้รับมรดกจากทั้งฝ่ายปู่ย่าและตาตายเลย

โดนรัดคอตั้งแต่อยู่ในท้อง

ผู้ส่งเคสมีคำถามเกี่ยวกับบุคคลในครอบครัว ดังนี้จ้ะ

ฆ่าตัวตายกับใบอนุโมทนา

คุณปู่ หรือ คุณย่า ของผู้ส่งเคส ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่? กรรมใดทำให้คุณย่าเป็นมะเร็งในถุงน้ำดีและติดเชื้อในกระแสเลือด? กรรมเจ้าชู้ของคุณปู่จะส่งผลอย่างไร และบุญที่บวชช่วงบั้นปลายชีวิตจะส่งผลอย่างไร?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา