สมรภูมิข้ามภพ

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.332 สมรภูมิข้ามภพ

ออกอากาศ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2547

สมรภูมิข้ามภพ

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเกิดที่ชายแดนไทย. ครอบครัวของท่านเป็นผู้ลี้ภัยจากประเทศกัมพูชา ซึ่งคุณพ่อเกิดในครอบครัวที่มีฐานะมั่นคงในกัมพูชา และเคยไปเรียนที่รัสเซีย ก่อนกลับมาเข้าร่วมขบวนการต่อสู้ในประเทศ. หลังสงครามสงบ คุณพ่อพบคุณแม่และมีพี่สาวคนแรก. เมื่อพี่สาวอายุประมาณ 2 ขวบ สงครามก็เริ่มอีกครั้ง ทำให้ครอบครัวต้องอพยพมาอยู่ชายแดนไทย. ในช่วงอพยพนี้เอง ผู้ส่งเคสก็ถือกำเนิดขึ้น. ชีวิตในช่วงอพยพเป็นไปด้วยความยากลำบาก อาหารจำกัดมาก คุณแม่ต้องเย็บถุงผ้าใส่ข้าวสารคล้องคอ และหุงข้าวน้อยๆ ปลาทูตัวเดียวอาจต้องแบ่งทานทั้งครอบครัว 2-3 วัน. เมื่ออาหารหมด ก็ต้องขุดเผือกมันเพื่อประทังชีวิต. ต่อมา เมื่อเหตุการณ์ในกัมพูชาสงบ คุณพ่อได้ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ก่อนที่คุณพ่อจะเดินทางกลับไปอยู่ที่กัมพูชาตามเดิม. ชีวิตของผู้ส่งเคสและครอบครัวจึงผูกพันอยู่กับการพลัดถิ่นและผลกระทบจากสงคราม.

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อของผู้ส่งเคส คุณพ่อเกิดในครอบครัวที่มีฐานะดี เคยเดินทางไปศึกษาที่ประเทศรัสเซียเป็นเวลาประมาณ 3 ปี. เมื่อสำเร็จการศึกษาและเดินทางกลับมา ท่านได้เข้าร่วมกับขบวนการต่อสู้ในประเทศ. ภายหลังสงครามในยุคนั้นสงบลง คุณพ่อก็ได้พบกับคุณแม่. ทั้งสองท่านได้สร้างครอบครัวและมีบุตรคนแรกคือพี่สาวของผู้ส่งเคส.

ชีวิตที่ดูเหมือนจะสงบสุขได้ไม่นานนัก เมื่อพี่สาวมีอายุได้ประมาณ 2 ขวบ สงครามก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง. ในช่วงนั้น เวียดนามได้เข้ายึดประเทศกัมพูชา ทำให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ ผู้คนจำนวนมากต้องล้มตายและพลัดพราก. สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ผู้ลี้ภัยบางครอบครัวต้องยอมทอดทิ้งลูกที่ยังเล็กเพื่อเอาชีวิตรอด. แต่คุณพ่อคุณแม่ของผู้ส่งเคสไม่ยอมทอดทิ้งบุตรทั้งสอง ท่านพาครอบครัวอพยพหลบหนีภัยสงครามมุ่งหน้าสู่ชายแดนไทย.

การเดินทางอพยพเต็มไปด้วยความยากลำบากแสนสาหัส. คุณแม่ต้องเย็บถุงผ้าเป็นทรงกระบอกใส่ข้าวสารคล้องคอ เพื่อใช้เป็นเสบียงระหว่างทาง. ด้วยข้อจำกัดด้านอาหาร ข้าวสารเพียงน้อยนิดต้องนำมาหุงหรือต้มข้าวต้มทีละน้อยเพื่อประทังชีวิต เพราะไม่รู้ว่าการเดินทางจะยาวนานเพียงใดและสงครามจะยุติเมื่อใด. บางครั้งปลาทูเพียงตัวเดียวก็ต้องแบ่งกันทานทั้งครอบครัวนานถึง 2-3 วัน. เมื่อเสบียงอาหารที่เตรียมมาหมดสิ้นลง ก็ต้องพึ่งพาการขุดเผือก ขุดมัน ตามรายทางเพื่อต่อชีวิตไปวันๆ. ในช่วงเวลาที่แสนลำเค็ญนี้เอง ผู้ส่งเคสก็ได้ถือกำเนิดขึ้นที่ชายแดนไทย.

เมื่อสถานการณ์ในประเทศกัมพูชาเริ่มคลี่คลายและสงบลง คุณพ่อคุณแม่ก็ได้ย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ที่จังหวัดจันทบุรี. หลังจากนั้นไม่นาน คุณพ่อได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปใช้ชีวิตที่ประเทศกัมพูชาบ้านเกิดอีกครั้ง.

เวลาผ่านไปจนกระทั่งช่วงสงกรานต์ ปี พ.ศ. 2546 เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับคุณพ่อ. ท่านล้มหมดสติในห้องนอน และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นอัมพฤกษ์ ต้องเข้ารับการกายภาพบำบัดเพื่อฝึกหัดเดินและฝึกพูดใหม่. หลังจากที่คุณพ่ออาการดีขึ้น ท่านได้ย้ายกลับมาอยู่กับพี่สาวคนโตของผู้ส่งเคสที่ชายแดนไทย. แต่ความเจ็บป่วยก็ยังไม่หมดสิ้นไป. ต่อมาไม่นาน ท่านก็ล้มหมดสติอีกครั้ง พี่สาวจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลที่จังหวัดจันทบุรี และต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับวันหล่อพระ 22 เมษายน พ.ศ. 2547. คุณพ่อถูกส่งตัวมารักษาต่อที่กรุงเทพมหานคร แต่สุดท้าย ท่านก็ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา สิริอายุได้ 57 ปี.

เรื่องราวไม่ได้หยุดอยู่แค่คุณพ่อ ผู้ส่งเคสได้เล่าถึงญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ ด้วย. คุณย่าใหญ่ ซึ่งเป็นพี่สาวของคุณย่า ป่วยเป็นโรคประสาทมานานหลายสิบปี. ก่อนป่วย ท่านเป็นคนเก่ง อดทน เรียนเก่ง และทำงานควบคู่ไปด้วยจนได้เป็นศาสตราจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่กัมพูชา. เมื่อท่านป่วย ท่านหวาดระแวง ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ ยกเว้นคุณพ่อและคนใกล้ชิด กลัวคนจะทำร้ายหรือวางยาพิษ. หลังคุณพ่อป่วยครั้งแรก ญาติได้นำคุณย่าใหญ่มาอยู่ที่เมืองไพลิน ท่านอยู่ได้ไม่นานก็เสียชีวิตลงที่นั่น. ก่อนเสียชีวิต ญาติได้นำแม่ชีมาสวดมนต์ให้ฟัง ท่านก็ค่อยๆ หมดลมไปในขณะฟังเสียงสวดมนต์ ด้วยอาการเฮือกเล็กน้อย 3 ครั้ง อายุประมาณ 82 ปี.

คุณตาของผู้ส่งเคส ช่วงแรกท่านมีอาชีพทำนาและคล้องช้างป่าไปขายที่จังหวัดสุรินทร์. ต่อมาในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้เป็นทหาร. จนกระทั่งมาถึงยุคเขมรแดง คุณตาได้รับตำแหน่งเทียบเท่าแม่ทัพภาค มีหน้าที่ดูแลทั้งทหารและพลเรือนในภาคอีสานของกัมพูชา. แต่ภายหลังการประชุมรัฐบาลในสมัยนั้น คุณตาก็ถูก "อุ้ม" (หมายถึงถูกนำไปฆ่า) พร้อมกับพี่ชายของคุณยาย และเสียชีวิตลง.

ส่วนคุณยายของผู้ส่งเคส มาจากประเทศลาว. ท่านเป็นคนใจบุญมาก ชอบทำบุญทำทาน ทั้งเลี้ยงพระและเลี้ยงคน แม้แต่คนที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผีปอบ ท่านก็เลี้ยงดู จึงเป็นที่รักของชาวบ้านในพื้นที่. ท่านเป็นนักพัฒนา พูดเก่ง ทำงานเก่ง และสร้างวัด รวมถึงนิมนต์พระจากลาวมาจำพรรษา. บางครั้งเวลาท่านเดินทาง ชาวบ้านจะนำของมาใส่เกวียนเปล่า 10 เล่มจนเต็ม ด้วยความรักที่มีต่อท่าน. แต่ชีวิตของคุณยายก็ต้องจบลงอย่างน่าเศร้า เมื่อท่านถูกไฟไหม้เสียชีวิตที่บ้าน.

จากเรื่องราวชีวิตที่พบเจอเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งความสุข ความทุกข์ การพลัดถิ่น ความเจ็บป่วย การเสียชีวิต และการกระทำต่างๆ ของคนในครอบครัว ผู้ส่งเคสจึงมีข้อสงสัยและคำถามที่อยากทราบคำตอบเกี่ยวกับภพชาติและกฎแห่งกรรม. เรื่องราวได้ปูพื้นมาจนถึงจุดที่ผู้ส่งเคสต้องการทราบสาเหตุและผลกรรมที่นำมาซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้.

คำถาม

  1. เหตุใดคุณพ่อจึงต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวฐานะดีมาเป็นยากลำบาก ต้องหนีภัยสงคราม? กรรมอะไรที่ทำให้ท่านและพี่สาวไม่ถูกทอดทิ้งเหมือนเด็กคนอื่น? กรรมอะไรที่ทำให้คุณพ่อป่วยเป็นอัมพฤกษ์และเสียชีวิตด้วยเส้นโลหิตแตก? ภพชาติหน้าจะเป็นโรคนี้อีกหรือไม่? ขณะป่วยได้ยินเสียงลูกที่มาเยี่ยมหรือไม่? นึกถึงบุญที่ลูกบอกได้หรือไม่? หลังเสียชีวิตไปเยี่ยมลูกที่วัดพระธรรมกายหรือไม่? ตอนนี้ท่านอยู่ภพภูมิใด?
  2. กรรมอะไรที่ทำให้คุณย่าใหญ่ป่วยเป็นโรคประสาททั้งที่เรียนเก่งและเป็นศาสตราจารย์? ทำบุญอะไรมาจึงมีอายุยืนแต่ต้องนอนป่วยนานตอนท้ายชีวิต? มีความผูกพันอะไรกับคุณพ่อและครอบครัวจึงไว้ใจมากกว่าญาติคนอื่น? ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหน? ได้รับบุญที่หลานอุทิศให้หรือไม่?
  3. บุญอะไรที่ทำให้คุณตาเปลี่ยนอาชีพจากทำนา/คล้องช้างมาเป็นแม่ทัพใหญ่? ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหน?
  4. คุณยายทำกรรมอะไรมาจึงได้ของจากชาวบ้านจำนวนมากและตายเพราะถูกไฟไหม้? ปรโลกของท่านเป็นอย่างไร?
  5. ผู้ส่งเคสเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร? ทำไมถึงเกิดในครอบครัวที่เคยดีแล้วกลายมาเป็นยากลำบาก? จะมีวิธีแก้ไขวิบากกรรมนี้อย่างไร?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เบญจเพส

เกี่ยวกับผู้ส่งเคสและญาติ: อะไรทำให้ผู้ส่งเคสและญาติมาอยู่ในสภาพแวดล้อมดงจระเข้?

เตี่ยยกกำลังสาม

วิบากกรรมอันใดทำให้ เตี่ย ลำบาก ถูกโบย เกิดในบ้านเมืองอดอยากและสงคราม และบุญใดทำให้ตั้งตัวได้ในบั้นปลายชีวิต

บุญใหม่ต่ออายุยืนยาว

บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสเป็นโรคมะเร็งที่เต้านม ลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองและตับ จะมีสิทธิ์หายหรือไม่ ต้องทำบุญอย่างไร ด้วยบุญใดจึงมีชีวิตอยู่ได้ 4 ปีกว่า

ถอดจิต

การที่กัลยาณมิตรมีหูทิพย์ ตาทิพย์ ติดต่อกับผู้ต่างภพภูมิได้ เป็นจริงหรือไม่ เหตุใดเธอจึงถอดจิตบ่อยๆ บางครั้งก็ถอดได้เอง ตอนถอดจิตไปร่วมงานชุบตัวที่สระมงคลเศรษฐีกับลูกสาวเป็นจริงหรือไม่ ผู้ที่ฝึกสมาธิแล้วเกิดหลุดออกไปแบบนี้ควรแก้ด้วยวิธีใด

สองเราเท่ากัน

ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้

เบื่อ ๆ อยาก ๆ

บุพกรรมใดทำให้คุณปู่พึงพอใจนั่งบนเก้าอี้ทั้งวันทั้งคืนจนตัวแข็งตั้งฉากกับพื้น เป็นแผลกดทับจนต้องผ่าตัดและเสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว คุณปู่มีคตินิมิตเป็นอย่างไร ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่.

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา