จดหมายจากอดีตหมอนวด ตอน 1

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.352 จดหมายจากอดีตหมอนวด ตอน 1

ออกอากาศ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2547

จดหมายจากอดีตหมอนวด ตอน 1

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

เรื่องราวนี้เป็นเคสจากผู้ส่งเคสที่เกิดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในครอบครัวฐานะปานกลาง คุณพ่อเป็นตำรวจ คุณแม่เป็นสาธารณสุข. เมื่อผู้ส่งเคสอายุประมาณ 3 ขวบ ครอบครัวก็ย้ายมาอยู่จังหวัดแพร่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของคุณพ่อ. ผู้ส่งเคสมีความฝังใจว่าตนเองเป็นลูกคนกลางที่พ่อแม่ไม่รัก เพราะถูกส่งไปอยู่บ้านญาติบ่อยๆ ทำให้มีพฤติกรรมเกเร ชอบทะเลาะวิวาท จนต้องย้ายโรงเรียนหลายแห่ง. หลังจบ ม.3 ผู้ส่งเคสอยากเรียนต่อที่โรงเรียนประจำจังหวัด แต่คุณแม่เห็นว่าไม่มีอนาคตจึงส่งมาเรียนผู้ช่วยพยาบาลที่กรุงเทพฯ ซึ่งทำให้ผู้ส่งเคสเสียใจและยิ่งฝังใจว่าพ่อแม่รำคาญอยากให้อยู่ไกลๆ. การมาเรียนที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ทำให้ชีวิตพลิกผันไปอย่างมาก.

เนื้อเรื่อง

เมื่อผู้ส่งเคสมาอยู่กรุงเทพฯ ได้ประมาณ 6 เดือน ขณะอายุเพียง 16 ปี ก็ได้รู้จักกับสามีคนแรก. ผู้ส่งเคสคิดว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่. แต่แล้วสามีคนแรกก็บอกว่าเขาไม่มีเงิน อยากให้ผู้ส่งเคสช่วยโดยการไปนั่งคุยกับผู้ชายที่เขารู้จัก ซึ่งผู้ชายคนนั้นจะให้เงิน. ผู้ส่งเคสคิดว่าแค่ไปนั่งคุยคงไม่เสียหายอะไร แถมยังได้เงินโดยไม่ต้องเหนื่อยเช็ดอุจจาระปัสสาวะคนไข้ จึงตกลงไป. กรรมบันดาลให้ผู้ส่งเคสไปตามที่เขาบอก. แต่สิ่งที่ผู้ส่งเคสเจอคือ ผู้ชายคนนั้นพาไปที่โรงแรมม่านรูด ล็อกประตู และข่มขืน. เมื่อเสร็จแล้ว ผู้ชายคนนั้นให้เงินมาเพียง 3,000 บาท. เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ส่งเคสเสียใจมาก หมดรักและตัดใจจากสามีคนแรกที่เคยบูชา. คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่านี่คือวิบากกรรมที่ผู้ส่งเคสทำไว้เอง เป็นอดีตภาพเก่าๆ หรือกรรมเก่าบ้าง.

หลังจากนั้น ผู้ส่งเคสได้เจอเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง. เพื่อนคนนี้ชวนให้ทำงานสบายๆ ไม่ต้องใช้สมอง แค่ออกแรงกับพูดจาไพเราะ. งานนี้คืออาชีพหมอนวด. ชีวิตผู้ส่งเคสก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง. เริ่มติดทั้งยา บุหรี่ กัญชา ยานอนหลับ อย่างงอมแงม. การทำงานนี้ต้องรับแขกวันละไม่ต่ำกว่า 4 คน ทำงานทั้งปี 365 วัน คิดเป็น 1,460 คนต่อปี. ถ้าทำ 5 ปี ก็ประมาณ 7,000 กว่าคนที่ไม่ซ้ำหน้า. รายได้ที่ได้รับมากกว่า 5,000 บาทต่อวัน ซึ่งมากพอเหลือใช้ เหลือเที่ยว เหลือซื้อยาเสพติด. ผู้ส่งเคสเริ่มงานนี้ตอนอายุเพียง 17 ปี. การทำงานแบบนี้ทำให้ต้องหลอกลวงผู้ชายเพื่อเอาเงิน. ผู้ส่งเคสทำงานนี้อยู่ 4 ปีเต็ม. ในช่วงนั้นมีความสุขกับการเสพยามาก และมีความสุขกับการหลอกแขกไปวันๆ. วันหนึ่งผู้ส่งเคสได้เจอผู้ชายคนหนึ่งที่มาเที่ยวที่ทำงาน เขาบอกว่าชอบผู้ส่งเคสมาก. เขาขอให้เลิกอาชีพนี้ โดยจะให้เงินใช้เดือนละ 100,000 บาท. ผู้ส่งเคสตอบตกลงทั้งๆ ที่ไม่ได้รักเขาเลย เพียงเพราะเห็นแก่เงิน. ผู้ส่งเคสเริ่มมีเงินมากขึ้นและติดยามากขึ้นด้วย ลองเสพยาทุกอย่างที่ทำให้เมาและรู้สึกเพลินๆ ไปวันๆ. ไม่คิดถึงอนาคต ชีวิตไม่มีแก่นสาร กินเที่ยวไปเรื่อยๆ.

ต่อมา ผู้ส่งเคสได้รับฝากส่งยาบ้าจากเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน โดยไม่ได้รับผลตอบแทนอะไร ทำเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อน. วิบากกรรมมาอีกแล้ว. เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ผู้ส่งเคสถูกตำรวจจับข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครอง 47 เม็ด. ตำรวจเรียกเงิน 20,000 บาท แต่ผู้ส่งเคสไม่มีเงิน และไม่กล้าโทรหาคนที่ให้เงินใช้ เพราะกลัวเขารู้ว่าติดยาแล้วจะเลิกให้เงิน. ผู้ส่งเคสถูกศาลสั่งจำคุก 1 ปี 5 เดือน ในข้อหามียาเมทแอมเฟตามีนไว้ครอบครอง. ตอนแรกผู้ส่งเคสกลัวมากในคุก เพราะทุกคนเห็นแก่ตัวต้องแย่งชิง. แต่พออยู่ไประยะหนึ่งก็ปรับตัวได้. มีอาการอยากยา แต่ไม่มีก็ต้องทน บางครั้งปวดจนเข้ากระดูก หงุดหงิด ปวดหัว หิวน้ำ ปวดตามข้อ. ผู้ส่งเคสสามารถเลิกยาได้ด้วยการหักดิบตัดใจ. ในระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ คุณพ่อ คุณแม่ และคนที่ให้เงินใช้เดือนละแสนมาเยี่ยมสม่ำเสมอ.

เมื่อพ้นโทษ ผู้ส่งเคสดีใจมากที่ได้อิสรภาพ. กลับบ้านที่จังหวัดแพร่คิดว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่. แต่แล้วก็มีเรื่องทะเลาะกับพี่สาวคนโต จึงอยู่บ้านไม่ได้. ออกจากบ้านอีกครั้งโดยไม่สนใจคำทัดทานของพ่อแม่. เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ วันแรกมีเงินติดตัวไม่ถึง 200 บาท. จึงกลับไปทำงานเป็นหมอนวดอีกครั้ง. ทำงานได้ประมาณ 2 เดือน ก็ได้เจอสามีคนปัจจุบัน. วันนั้นร้านไม่มีแขก มีเด็กประมาณ 200 คนนั่งดูทีวี มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาคนเดียว. คนเชียร์แขกบอกให้ผู้ส่งเคสไปทำงาน. ทุกคนมองว่าโชคดีได้แขกหน้าตาหล่อ แต่ผู้ส่งเคสไม่ดีใจเพราะกำลังดูละครติดพัน. หลังวันนั้นเขามาหาอีก 2 ครั้ง. ผู้ส่งเคสเห็นว่าเป็นคนดี จึงนัดเจอข้างนอก. เขาคบได้ 5 วันก็ขอเป็นแฟน. ตอนนั้นผู้ส่งเคสมีแฟนเป็นทอมที่รู้จักในเรือนจำ. จึงโกหกว่าก็ลองคบกันดู. สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่ แต่ก็ไปกันได้เพราะเขาไม่พูด ผู้ส่งเคสพูดเก่ง. เขาอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ก็กลับญี่ปุ่น. ผู้ส่งเคสคิดว่าคงไม่ได้เจออีกเพราะมีแค่เบอร์โทรกับอีเมล.

ในตอนนั้นผู้ส่งเคสตั้งท้องโดยไม่รู้ตัว. อีก 2 เดือน สามีก็กลับมาหาที่ร้านอีก. ผู้ส่งเคสดีใจมากที่เจอเขา. สามีพยายามบอกว่าเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาเขารู้สึกปวดหัวและอยากอาเจียนโดยไม่รู้ว่าเป็นอะไร. ผู้ส่งเคสเองก็ไม่รู้ว่าตั้งท้องเพราะไม่มีอาการแพ้ท้อง เพียงแค่อ้วนขึ้นจาก 45 กก. เป็น 52 กก.. คิดว่าตัวเองทานเยอะเลยอ้วน. ตอนนั้นก็ยังเสพยาอยู่และทำงานตามปกติ. พอท้องได้ประมาณ 5 เดือน ท้องก็โตขึ้นมาก. ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปหมด จึงเริ่มรู้ว่าตั้งท้อง. จึงตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอให้ลูกในท้องไปดึงดูดคนที่เป็นพ่อให้กลับมาหาแม่. ที่คิดอย่างนี้เพราะทำงานกลางคืน ไม่รู้ว่าใครคือพ่อ. สิ่งที่ไม่คาดหมายก็เกิดขึ้น สามีกลับมาเมืองไทยเพื่อมาหา. เขาบอกว่าคิดถึงมาก คิดถึงเหลือเกิน. เขาบอกว่าสองเราเป็นเนื้อคู่กัน.

ชีวิตผู้ส่งเคสถึงจุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง. สามีรับเป็นพ่อของลูกในท้องโดยไม่ได้คิดอะไรเลย. เขารับผู้ส่งเคสเป็นภรรยาโดยไม่สนใจอดีตที่ผิดพลาดเลวร้าย. ตั้งแต่วันนั้นสามีคนปัจจุบันคือสุดที่รักของผู้ส่งเคส รักเขาหมดหัวใจ. เพราะเขาฉุดดึงผู้ส่งเคสออกจากนรกบนโลก. ผู้ส่งเคสเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง หักดิบเลิกบุหรี่ ยาเสพติดทุกชนิด ใช้ชีวิตกลางวันเหมือนคนทั่วไป เริ่มทานเยอะทานทุกอย่างที่ขวางหน้า. ขณะนั้นตั้งท้องลูกสาวได้ 6-7 เดือน. ย้ายกลับไปอยู่บ้านที่แพร่เพื่อเตรียมตัวคลอด. ตอนตั้งท้องลูกสาว ฝันว่ามีเทวดาลงมาให้เลือกระหว่างชุดเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชาย เลือกชุดเด็กผู้หญิง. อีก 2 อาทิตย์ ฝันเห็นนางฟ้าองค์หนึ่งแต่งชุดขาว ผมเกล้าแบบไทยประยุกต์ เข้ามาขออยู่ด้วยและจะตามมาดูแลตลอดไป. ตอนฝันรู้สึกตัวแต่ขยับไม่ได้. พอคลอดลูกออกมาก็ได้ลูกสาวสมใจสามี. สามีดำเนินการให้ผู้ส่งเคสมาอยู่ญี่ปุ่น. ที่ญี่ปุ่นได้รู้จักกับกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ทำให้รู้จักวัดและได้มาทำบุญที่ศูนย์สาขาของวัดพระธรรมกายครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2547. ปัจจุบันผู้ส่งเคสอายุ 25 ปี มีความตั้งใจอยากสร้างบารมีกับหมู่คณะจนถึงที่สุดแห่งธรรมและทุกภพทุกชาติ. คุณครูไม่ใหญ่แนะนำให้ลืมชีวิตที่ผิดพลาดไปให้หมด และเริ่มต้นใหม่ด้วยการสั่งสมบุญบารมี.

คำถาม

  1. ผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรมาจึงต้องมีชีวิตอยู่ในวงจรที่ต้องผิดศีลข้อ 3 และต้องไปทำงานเป็นหมอนวด และจะทำอย่างไรจึงจะพ้นจากบ่วงกรรมนี้ได้.
  2. ผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรมาถึงต้องถูกจำคุก ทั้งๆ ที่ยาไม่ใช่ของตนเอง.
  3. ผู้ชายที่เคยส่งเสียผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรร่วมกันมาจึงนำเงินมาให้ใช้ และจะทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องไปเจอเขาอีกในชาติหน้า.
  4. ผู้ส่งเคสมีนิสัยชอบเถียงพ่อแม่ตอนเด็ก กลัวจะต้องไปอบาย ควรทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องรับกรรมส่วนนี้.
  5. ผู้ส่งเคสกับสามีคนปัจจุบันทำบุญอะไรร่วมกันมา จึงได้มาเป็นสามีภรรยากันในชาตินี้ แม้จะอยู่ห่างไกลคนละประเทศคนละภาษา และควรตั้งอธิษฐานอย่างไรจึงจะได้เกิดร่วมบุญเป็นสามีภรรยากับสามีไปทุกภพทุกชาติ.
  6. การที่สามีกลับมาหาเป็นเพราะแรงอธิษฐานให้ลูกในท้องไปดึงดูดผู้ที่เป็นพ่อมาใช่หรือไม่.
  7. ลูกสาวอายุ 1 ปี 8 เดือน พูดภาษาไทยไม่ได้ แต่ชอบดูรายการฝันในฝันจากจานดาวธรรมมาก วันไหนไม่ได้ดูจะหงุดหงิด งอแง ท้อแท้ เบื่อหน่าย ลูกสาวทำบุญอะไรร่วมกับหมู่คณะมาจึงมีความผูกพันกับวัดมาก และควรสนับสนุนอย่างไรให้เขาได้เข้าถึงองค์พระในตัว.
  8. ลูกสาวคือ นางฟ้าที่ฝันว่ามาขออยู่ด้วยใช่หรือไม่ และผู้ส่งเคสกับลูกสาวทำบุญอะไรร่วมกันมาถึงได้เกิดมาเป็นแม่ลูกกันในชาตินี้.
  9. ทำไมผู้ส่งเคสจึงได้มารู้จักกับหมู่คณะช้า มาเมื่ออยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว และจะได้ไปอยู่ดุสิตบุรีหรือไม่ ควรทำอย่างไรจึงจะได้กลับไปอยู่ดุสิตบุรีกับหมู่คณะ.
  10. ผู้ส่งเคสกับกัลยาณมิตรเคยทำบุญร่วมกับหมู่คณะมาอย่างไร และทำบุญอะไรร่วมกันมาถึงมีกัลยาณมิตรคนนี้คอยประคับประคองให้อยู่ในบุญ.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

ยากูซ่ากับมาม่าซัง

พ่อกับแม่ตายแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอย่างไร วิบากกรรมที่ฆ่าหมูวัวเป็นประจำและต้มเหล้าเถื่อนส่งผลอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่

แม่เอาลูกไปขายเป็นโสเภณี

คุณพ่อมีบุพกรรมใดจึงเป็นมะเร็งในกระดูกเสียชีวิต แล้วไปอยู่ที่ไหน และผู้ส่งเคสควรทำบุญอะไรให้จึงจะได้รับ?

เจาะลึกชีวิตมาม่าซัง ตอน 1

การที่เคยทรมานสัตว์และขโมยเงินทำบุญ จะส่งผลอย่างไร และจะแก้ไขอย่างไร

จดหมายจากอดีตหมอนวด ตอน 4

การที่ ผู้ส่งเคส ได้เปลี่ยนแปลงตนเอง หันมาทำความดี กราบเท้าสามี และเคารพสามีนั้น ทำให้เธอเป็นภรรยาประเภทที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ประเภทใด ระหว่าง 'ศรีภรรยา' และ 'ทาสีภรรยา' (คำถามนี้เป็นคำถามหลักที่นำไปสู่การอธิบายภรรยา 7 ประเภท)

จดหมายจากอดีตหมอนวด ตอน 3

ผู้ส่งเคสต้องการทราบว่า "ทาสีภรรยา" หมายถึงอะไร และต้องทำอย่างไร

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา