
กรณีศึกษา · dmc.tv
EP.355 จดหมายจากอดีตหมอนวด ตอน 4
ออกอากาศ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2547
จดหมายจากอดีตหมอนวด ตอน 4
ประวัติผู้ส่ง
เรื่องราวนี้มาจากจดหมายของ ผู้ส่งเคส ซึ่งเคยประกอบอาชีพพิเศษ เป็นหมอนวดในสถานเริงรมย์ ในช่วงเวลาหนึ่งเธอใช้ชีวิตกลางคืน มีอารมณ์รุนแรง ผิดศีลทุกข้อ เสพยา และหมกมุ่นในอบายมุขทุกอย่าง เธอผ่านชีวิตที่เรียกได้ว่าสุดขีดของความเลวทุกประเภท จนกระทั่งเธอมีลูกสาวหนึ่งคนและสามี จุดเปลี่ยนเริ่มขึ้นเมื่อเธอได้พบกับวารสารประกายธรรมของวัดในประเทศญี่ปุ่น และประทับใจในชีวิตที่บริสุทธิ์ของคุณยายอาจารย์ รู้สึกว่าวัดนี้จะเป็นที่ให้คำตอบกับทุกคำถามในชีวิตของเธอได้
เนื้อเรื่อง
ชีวิตของ ผู้ส่งเคส ได้เปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากที่เธอได้ติดตั้งจานดาวธรรมเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2547 พัฒนาการที่ดีขึ้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุปนิสัยของเธอค่อยๆ ดีขึ้น แม้จะยังมีอารมณ์โมโหอยู่บ้าง แต่มันโมโหยากขึ้น เธอเลิกพูดจาไร้สาระ และจากที่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก็เริ่มเห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น สามีของเธอสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้และเริ่มไว้วางใจเธอมากขึ้น ที่สำคัญคือเขาให้เงินเธอทำบุญกับหมู่คณะทุกครั้งและให้มากขึ้นเรื่อยๆ เธอเชื่อว่าจานดาวธรรมคือสิ่งพิเศษที่ช่วยเลี้ยงดูลูกสาวของเธอให้เก่งและดีได้จริง ลูกสาวของเธอก็เปลี่ยนไป จากที่เคยร้องไห้งอแงบ่อยๆ ก็หันมาติดใจจานดาวธรรม เปลี่ยนเป็นร้องเพลงอย่างมีความสุข แม้บางครั้งจะกำลังเล่นอย่างอื่นอยู่ แต่หากปิดทีวีเมื่อไหร่ ลูกก็จะหงุดหงิดงอแง ความเครียดเข้าครอบงำบ้านทันที
ในช่วงนั้น ผู้ส่งเคส ได้เริ่มหัดสวดมนต์ ทำวัตรเช้า-เย็น และฝึกทำ 'การบ้าน 10 ข้อ' ของ คุณครูไม่ใหญ่ แม้จะทำได้บ้างไม่ได้บ้างในช่วงแรก แต่เธอก็ปลาบปลื้มกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างมาก ใจเธอสบายขึ้น มีความสุข หัวข้อการสนทนาในชีวิตก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องธรรมะ เรื่อง Case Study แม้ในตอนนั้นเธอจะยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียง 'พวกไปปลายบุญ' ไม่ใช่ 'ต้นบุญ' เพราะชีวิตที่ผ่านมาผิดพลาดมาเยอะ คงไม่มีใครสนใจและให้ความสำคัญ แต่เธอก็ตั้งใจทำความดีไปทีละเล็กละน้อยเรื่อยๆ
จนกระทั่งวันเสาร์ที่ 4 กันยายน 2547 คุณครูไม่ใหญ่ ได้เมตตาฝัน Case Study ของเธอ ทันทีที่ฟังจบ เธอรู้สึกเหมือนไปยืนอยู่ในโลกใบใหม่ แต่ได้หันกลับมามองภาพชีวิตที่ผิดพลาดของตัวเองด้วยใจที่เป็นปกติ เธอรู้สึกปลาบปลื้มอย่างที่สุดเมื่อได้รับคำแนะนำอันล้ำค่าจาก คุณครูไม่ใหญ่ คำแนะนำนั้นทำให้เธอกล้าตัดสินใจหักดิบเลิกเหล้าเบียร์ทันที ทั้งๆ ที่ดื่มมาตั้งแต่เด็กอายุ 14 ปี และเคยดื่มหนักมากถึงขนาดดื่มไปเสพยาไปต่อเนื่อง 7-8 วัน เธอบอกว่ากำลังใจมหาศาลหลั่งไหลมา ทำให้เธอสามารถเลิกได้เด็ดขาด และทุกวันนี้เมื่อเห็นเหล้าเบียร์ก็ไม่รู้สึกเปรี้ยวปากอยากดื่มอีกเลยแม้แต่นิดเดียว เธออยากจะเอาไปเททิ้งเสียด้วยซ้ำ สมัยก่อนที่ดื่มเหล้าเบียร์ เธอมักฝันร้ายเป็นประจำ แต่พอเลิกได้ก็มีแต่ฝันดี แถมยังรู้สึกเหมือนได้หลับอยู่ใน 'อู่ทะเลบุญ' อีกด้วย
การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น หลังจากที่ คุณครูไม่ใหญ่ เฉลยเคส เธอก็หยุดตีลูกและใช้ความรุนแรงกับสามีทันที เลิกใช้ 'พลังหมัดมวย' กับสามี เธอหันมาทำวัตร สวดมนต์ นั่งสมาธิ และจดบันทึกผลการปฏิบัติธรรมทุกวันไม่เคยขาด เธอนำการปฏิบัติธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น คิดถึงการเอาบุญไปฝากคนที่บ้าน เมื่อสามีกลับจากทำงาน เธอจะบอกเขาว่าเพิ่งนั่งสมาธิและเอาบุญมาฝาก ขอให้เขากล่าว 'สาธุ' สามีและลูกสาวก็กล่าวสาธุตาม ทำให้สมาชิกในบ้านเพิ่มขึ้นในทางธรรม
เธอกล่าวว่า เดี๋ยวนี้สามารถตื่นและหลับใน 'อู่ทะเลบุญ' ได้ ตื่นขึ้นมาก็จะนึกถึงแต่ คุณครูไม่ใหญ่ และองค์พระตลอดเวลา ซึ่งทำให้สดชื่น มีพลัง มีความสุข และไม่รู้สึกหิวเลย แม้จะไม่ได้ทานข้าวเย็นเพราะได้ถืออุโบสถศีลเป็นครั้งแรกในชีวิต สิ่งที่ทำให้ดีใจมากคือข้อที่ว่าเมื่อตื่นแล้วให้รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระ 1 นาที เพราะตอนนี้เธอสามารถรวมใจกับองค์พระได้ทั้งวัน ขณะทำกิจกรรมต่างๆ เธอก็นึกถึงดวงธรรม องค์พระ คุณยายอาจารย์ และหลวงพ่อธรรมชโยได้ตลอด
ผู้ส่งเคสยอมรับว่าหลังจากเลิกอาชีพพิเศษแล้ว แต่ยังไม่พบคำสอนของ คุณครูไม่ใหญ่ จิตใจที่ว่างๆ มักจะคิดถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาอีก เหมือนมะม่วงที่ยังไม่ลืมต้น แต่ทุกวันนี้ถ้าเผลอคิดก็จะรีบภาวนา 'สัมมาอะระหัง' และนึกถึงองค์พระ เรื่องเหล่านั้นก็จะหายไป เหลือเพียงความสุขในใจแทน ทำให้เธอที่ปกติชอบทำหน้ายักษ์ก็เปลี่ยนมาทำหน้ายิ้มได้ทั้งวัน เธอบอกว่าคุยไปก็ยิ้มไป เพราะอยู่กับองค์พระและ คุณครูไม่ใหญ่ จะไม่ให้ยิ้มได้อย่างไร
ในวันพระ เธอก็ถือศีล 8 ด้วยความเข้าใจเป็นครั้งแรก เธอปูที่นอนให้สามีและลูกสาว ส่วนตัวเองมานอนที่พื้นแทน และบอกสามีว่าวันนี้วันพระ ขอถือศีล 8 ห้ามถูกตัว สามีแม้จะงงๆ แต่ก็ยอมรับ เธอรู้สึกมั่นใจว่าจากนี้ไปจะสามารถถือศีล 8 ได้ทุกวันพระ
ความดีงามของสามีที่ คุณครูไม่ใหญ่ ได้เปิดเผย ทำให้เธอเพิ่งมองเห็น เธอรู้สึกผิดมากที่เคยคิด พูด และทำรุนแรงกับเขา เธอปรับตัวทันที กลายเป็นคนใจเย็น ไม่โหดร้าย หากเผลอพูดคำหยาบหรือทำรุนแรงไป เธอก็จะรีบบอก 'โกเมงนาไซ' หรือ 'ขอโทษนะ' ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เธอซาบซึ้งว่าความอ่อนโยน นุ่มนวลที่ คุณครูไม่ใหญ่ มอบให้ ทำให้เธอกล้ากล่าวคำขอโทษ เธอรู้สึกรัก คุณครูไม่ใหญ่ มาก เพราะเป็นผู้ให้กำลังใจอันมหาศาล ทำให้จิตใจสูงขึ้น มองเห็นความดีของสามี และเห็นว่าตัวเองต่างหากที่เป็นฝ่ายทำไม่ดีกับเขามาตลอด
คืนวันพระที่ 7 กันยายน ก่อนสามีจะเข้าสู่ เธอรีบเดินไปหาเขา ค่อยๆ นั่งลงที่พื้น พนมมือและก้มลงกราบที่เท้าของสามี เธอรู้สึกว่าการขอโทษด้วยคำพูดอย่างเดียวไม่พอ ต้องแสดงออกด้วย คุณครูไม่ใหญ่ ชื่นชมว่าเธอเป็นคนน่ารัก มีความน่ารักมากมายที่เพิ่งนำออกมาใช้ เธอขอให้สามีอโหสิกรรมให้ สัญญาว่าต่อไปจะไม่โมโหร้ายกับเขาอีก สามีของเธอตะลึง อึ้ง งง ตกใจ และเขินมาก เพราะไม่เคยมีใครมากราบเท้าเขามาก่อนในชีวิต เธอกล่าวว่าแม้แต่พ่อแท้ๆ เธอก็ยังไม่เคยมีโอกาสกราบ สามีเป็นคนแรก
คุณครูไม่ใหญ่ ได้อธิบายถึงภรรยา 7 ประเภทที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ เพื่อตอบคำถามของเธอที่ว่าการกระทำเช่นนี้ทำให้เธอเป็นภรรยาประเภทไหน ภรรยาทั้ง 7 จำพวก ได้แก่ เสมอด้วยเพชฌฆาต เสมอด้วยโจร เสมอด้วยนาย เสมอด้วยมารดา เสมอด้วยพี่สาว/น้องสาว เสมอด้วยเพื่อน และเสมอด้วยทาส ภรรยา 3 จำพวกแรกคือ ผู้ทุศีล เมื่อตายแล้วย่อมไปตกนรก ส่วน 4 จำพวกหลัง คือ ผู้ตั้งมั่นอยู่ในศีล เมื่อตายแล้วย่อมไปสู่สุคติโลกสวรรค์ คุณครูไม่ใหญ่ แนะนำให้เป็นภรรยา 4 จำพวกหลังนี้ โดย ผู้ส่งเคส สามารถเลือกนำคุณสมบัติที่ดีของภรรยาประเภทที่ 4, 5, 6, 7 มาใช้ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ
นอกจากนี้ ผู้ส่งเคสยังพาและสอนให้ลูกสาวกราบเท้าพ่อของเขาด้วย สามีปลาบปลื้มมากและรู้ว่าสิ่งดีๆ เหล่านี้เกิดจาก คุณครูไม่ใหญ่ และรายการที่ภรรยาและลูกดูทุกวัน ครอบครัวของพวกเขามีความสุขมากขึ้น มีความไว้วางใจ ให้เกียรติ และเกรงใจกัน การเปลี่ยนแปลงที่ดีงามนี้เกิดขึ้นภายใน 4 วันหลังจาก คุณครูไม่ใหญ่ เมตตาเล่าเคส
ผู้ส่งเคส ได้ฝึกนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่อง แม้แรกๆ จะมืดและฟุ้งซ่าน จนคืนหนึ่งขณะนั่งสมาธิ เอาใจไว้กลางท้อง ก็รู้สึกเหมือนตกหลุมและเห็นความสว่าง เธอตกใจมากและลืมตา นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิต เมื่อพยายามจะนอนและนึกถึงครูบาอาจารย์ อาการวูบตรงกลางท้องก็เกิดขึ้นอีก ทำให้ตกใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน แต่แปลกที่เช้าวันรุ่งขึ้นกลับไม่รู้สึกเพลีย แต่รู้สึกปิติสุขจนไม่อยากทานข้าวเช้า เธอบอกว่าความสุขจากการปฏิบัติธรรมนี้ต่างจากความสุขภายนอกและการเสพยา เพราะความสุขภายนอกต้องวิ่งหา แต่ความสุขที่ได้จากการปฏิบัติธรรมเหมือนตัวความสุขที่แท้จริงวิ่งเข้ามาหาเราเอง
เธอรู้สึกซาบซึ้งกับคุณค่าของลมหายใจและชีวิตของตัวเอง ไม่เหลืออารมณ์ที่จะทำไม่ดีอีกเลย การเปลี่ยนจากหญิงทำงานกลางคืนมาเป็นคนทำงานกลางวันเหมือนได้พาตัวเองออกจากมุมมืดมาสู่มุมสว่าง เธอรู้ว่าคนที่หลุดพ้นออกมาจากตรงนั้นได้มีน้อยมาก จึงอยากทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้หญิงคนอื่นๆ ด้วย เธอเรียกสิ่งที่พบเจอในวันนี้ว่า 'ปาฏิหาริย์' ที่เกิดจากการสอนธรรมะของ คุณครูไม่ใหญ่ ผ่านจานดาวธรรม เธอมั่นใจว่าคำสอนนี้ช่วยเธอออกจากขุมนรกในชาตินี้และช่วยปิดขุมนรกให้ครอบครัวไปทุกภพทุกชาติ
คำถาม
- การที่ ผู้ส่งเคส ได้เปลี่ยนแปลงตนเอง หันมาทำความดี กราบเท้าสามี และเคารพสามีนั้น ทำให้เธอเป็นภรรยาประเภทที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ประเภทใด ระหว่าง 'ศรีภรรยา' และ 'ทาสีภรรยา' (คำถามนี้เป็นคำถามหลักที่นำไปสู่การอธิบายภรรยา 7 ประเภท)
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
พ่อกับแม่ตายแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอย่างไร วิบากกรรมที่ฆ่าหมูวัวเป็นประจำและต้มเหล้าเถื่อนส่งผลอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่
คุณพ่อมีบุพกรรมใดจึงเป็นมะเร็งในกระดูกเสียชีวิต แล้วไปอยู่ที่ไหน และผู้ส่งเคสควรทำบุญอะไรให้จึงจะได้รับ?
การที่เคยทรมานสัตว์และขโมยเงินทำบุญ จะส่งผลอย่างไร และจะแก้ไขอย่างไร
ผู้ส่งเคสต้องการทราบว่า "ทาสีภรรยา" หมายถึงอะไร และต้องทำอย่างไร
ผู้ส่งเคสทำกรรมอะไรมาจึงต้องมีชีวิตอยู่ในวงจรที่ต้องผิดศีลข้อ 3 และต้องไปทำงานเป็นหมอนวด และจะทำอย่างไรจึงจะพ้นจากบ่วงกรรมนี้ได้.






