กายละเอียดมาจีบในฝันหรือตัวฉันแค่มโน

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.452 กายละเอียดมาจีบในฝันหรือตัวฉันแค่มโน

ออกอากาศ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548

กายละเอียดมาจีบในฝันหรือตัวฉันแค่มโน

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคส เป็นลูกเกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านอยู่ใกล้กับวัด ตั้งแต่เด็ก ลูกรู้สึกชอบวัด ชอบใส่บาตร เมื่อโตขึ้นก็มักตามผู้ใหญ่ไปทำบุญที่วัดต่างๆ. พอเรียนจบ ป.6 ลูกก็เข้ากรุงเทพฯ มาเป็นลูกจ้างร้านอาหาร จนมีครอบครัวจึงเปิดร้านอาหารตามสั่ง โดยมีสามีซึ่งทำอาหารเก่งและอร่อยเป็นคนช่วย. สามีไม่เคยขัดขวางการทำบุญของลูก บอกเพียงว่าขอแค่มีเงินให้เขาใช้ทุกวันก็พอแล้ว. ผู้ส่งเคสมีความสุขใจทุกครั้งที่ได้ทำบุญ แม้จะไม่รู้ว่าบุญคืออะไร. ในช่วงแรกฐานะยังลำบาก ต้องเช่าบ้านอยู่ และบ้านก็เคยถูกไฟไหม้.

เนื้อเรื่อง

ผู้ส่งเคส ผู้ซึ่งมีชีวิตผูกพันกับวัดและการทำบุญมาตั้งแต่เด็ก ได้เข้ามากรุงเทพฯ และมีครอบครัว เปิดร้านอาหารตามสั่งกับสามีผู้แสนดี. ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แม้ฐานะยังไม่ค่อยดีนัก. จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2537 กลุ่มผู้นำบุญได้มาชวนสร้างองค์พระประจำตัว. แม้ในขณะนั้นจะยังไม่ค่อยมีเงินทอง แต่ด้วยใจที่อยากสร้างพระมานานแล้ว ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจรวบรวมเงินสร้างองค์พระบนโดมให้สามี และสร้างพระเชิงลาดให้ตัวเอง ด้วยความเบิกบานใจ.

หลังจากการสร้างพระธรรมกายประจำตัว ชีวิตก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดใจ จากที่เคยลำบาก การค้าก็เจริญรุ่งเรืองอย่างไม่น่าเชื่อ มีเงินทองไหลมาเทมาจนสามารถฝากธนาคารได้ทีละมากๆ. ผู้ส่งเคสสามารถซื้อบ้านราคาเกือบ 5 ล้านบาทได้ แถมยังมีเงินเก็บอีกด้วย. ด้วยความศรัทธาที่เพิ่มพูนขึ้น ลูกจึงมาวัดพระธรรมกายทุกวันอาทิตย์ต้นเดือนและงานบุญใหญ่เป็นประจำ.

อย่างไรก็ตาม ในชีวิตของผู้ส่งเคสก็ยังพบเรื่องแปลกๆ ที่ไม่รู้จะถามใครได้. ครั้งหนึ่งขณะไปบ้านพี่สาวที่ต่างจังหวัด ซึ่งบ้านพี่สาวมีเสาตกน้ำมันอยู่ต้นหนึ่ง. ขณะที่นอนหลับแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น ผู้ส่งเคสรู้สึกเหมือนมีใครแอบมอง จึงถามไปว่าใคร ขอ ดู หน้า หน่อย. ทันใดนั้น ก็มีหน้าผู้หญิงปรากฏให้เห็นที่เสาต้นนั้น. แม้จะเห็นแต่ผู้ส่งเคสก็ไม่รู้สึกกลัว. เมื่อเล่าให้พี่สาวฟังในตอนเช้า พี่สาวก็รับทราบเหมือนเป็นเรื่องปกติ แสดงว่าพี่สาวก็คงเคยเห็นเช่นกัน.

อีกเรื่องที่ทำให้ผู้ส่งเคสปิติแต่ก็สงสัย คือการที่ลูกมักนั่งสมาธิเวลาเที่ยงคืนทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมง ในห้องพระเล็กๆ บนชั้นดาดฟ้า. ครั้งหนึ่งขณะที่ใจอยากขยายจานดาวธรรมมาก จึงรำพึงกับรูปคุณยายแล้วก็นั่งสมาธิไป. ประมาณ 2 ชั่วโมงต่อมา เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นควันอยู่เหนือรูปคุณยาย. ผู้ส่งเคสสงสัยเพราะในห้องไม่ได้จุดธูป จึงคิดว่าตาฝาด แต่เมื่อขยี้ตาดูอีกครั้งก็ยังเห็นอยู่. สิ่งที่เห็นถูกสันนิษฐานว่าเป็น แสง เป็นเงา เป็นรัศมีรูปคน หรือเห็นเป็นภาพจากแก้วกำลังหมุน.

เรื่องที่ทำให้ผู้ส่งเคสไม่สบายใจที่สุด คือความฝันหรือกึ่งความฝันที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 กว่าปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535. เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อผู้ส่งเคสกับสามีจะออกจากบ้านไปร้านอาหารไม่พร้อมกัน สามีจะออกไปส่งลูกไปโรงเรียนและจัดการร้านก่อน ส่วนผู้ส่งเคสจะนอนต่ออีก 2 ชั่วโมง. ทุกครั้งที่สามีออกจากบ้าน ผู้ส่งเคสจะรู้สึกตัว และจะนอนหลับต่อ. แล้วก็จะสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง. ผู้ส่งเคสจะมีความรู้สึกว่าตั้งแต่ขาขึ้นไปจะเริ่มชาจนถึงคอ ไม่สามารถขยับตัวได้.

จากนั้นก็รู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้อง มาแบบมืดๆ เป็นเงา. ในตอนแรกผู้ส่งเคสคิดว่าเป็นสามีเพราะสามีผิวคล้ำ จึงถามไปว่ายังไม่ออกไปร้านหรือ ก็ไม่มีเสียงตอบ. บางครั้งก็เรียกชื่อพี่เขา ถามว่าเป็นพี่ไหม ก็เงียบ. แต่ผู้ที่เข้ามาในห้องได้มีการล่วงเกินผู้ส่งเคสจนสำเร็จ. การล่วงเกินนั้นมีความรู้สึกเหมือนจริง เหมือนการนอนหลับฉันสามีภรรยา. สัมผัสได้ถึงความนุ่ม สบาย ละเอียด ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที. พอเสร็จกิจ ผู้ส่งเคสก็จะรู้สึกหายชาและตื่นทันที. ตื่นมาจะรู้สึกสดชื่นและลุกขึ้นนั่งได้เลย.

บางครั้งตื่นมาก็มีร่องรอย บางครั้งก็ไม่มี เสื้อผ้ายังอยู่เหมือนเดิม ไม่มีรอยยับ. ผู้ส่งเคสในตอนแรกเข้าใจว่าเป็นสามีจึงปล่อยใจทุกครั้ง. แต่เมื่อเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็รู้ว่าไม่ใช่สามี และคิดไปเองว่าคงฝันไป. ผู้ส่งเคสจึงปล่อยให้ฝันไปเช่นนี้เรื่อยๆ บางครั้งสัปดาห์ละครั้ง บางครั้งเดือนละครั้ง. ผู้ส่งเคสเคยบอกสามีว่าฝันว่าตัวเองมาหลับนอนด้วย สามีก็เฉยๆ และนอนต่อ.

วันหนึ่ง ผู้ส่งเคสฝันว่าสามีไปมีภรรยาน้อย แล้วก็ยันกันไปจนตกเตียง ปรากฏว่าตกจริง. พอตื่นมาก็มีรอยช้ำ. ตั้งแต่นั้นมา สามีจะนอนข้างเตียงตลอด เหมือนพร้อมเสมอ. ผู้ส่งเคสถามสามีว่าทำไมถึงไม่นอนบนเตียง. สามีบอกว่านอนบนเตียงแล้วรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก. ความฝันนี้จะเกิดในช่วงเช้าหรือกลางวันที่ผู้ส่งเคสนอนพักแล้วสามีไม่อยู่.

เรื่องนี้ดำเนินไป 9 ปี จนกระทั่งปี 2544 ผู้ส่งเคสย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ที่ซื้อไว้ แล้วความฝันนั้นก็หายไป. ผู้ส่งเคสเคยนึกว่าทำไมย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้แล้วไม่ฝันอีก. พอนึกเท่านั้นแหละ ความฝันที่เคยฝันก็กลับมาอีก. ผู้ส่งเคสก็ปล่อยเลยตามเลยอีก และเข้าใจเหมือนเดิมว่าเป็นความฝันที่ทำให้มีความสุข.

หลังจากนั้นในปี 2547 ผู้นำบุญชุดเดิมมาชวนให้ติดจานดาวธรรม. ช่วงแรกก็ดูบ้างไม่ดูบ้าง แต่เมื่อเริ่มสนใจและหาเวลาชมรายการดาวธรรมมากขึ้น ก็เริ่มสงสัยว่าสิ่งที่ฝันซ้ำๆ เป็นความฝันหรือความจริงกันแน่. จะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้นำบุญฟังก็รู้สึกอาย จึงพยายามทำใจอยู่ระยะหนึ่ง. ในที่สุดก็ตัดสินใจเล่าให้ผู้นำบุญฟัง. หลังปรึกษาแล้วก็ไม่มีใครตอบได้ แต่น่าจะทำการพิสูจน์.

ผู้ส่งเคสจึงเริ่มพิสูจน์ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 โดยตื่นนอน 6 โมงเช้า แล้วนั่งสมาธิพร้อมเปิดจานดาวธรรม. เวลา 8 โมงเช้า ขณะที่ยังนอนเล่นอยู่ ก็เริ่มรู้สึกตัวชา ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูห้องอย่างเคย. รู้สึกว่ามีใครมาคลอเคลีย. ผู้ส่งเคสแน่ใจว่าไม่ใช่สามี. จึงถามไปว่าคุณคือใคร คุณไม่ใช่สามีฉันแน่ๆ ขอ ดู หน้า หน่อย. แล้วผู้ส่งเคสก็เห็นหน้าชัดเจน มีลักษณะสว่างเหมือนหลอดไฟ. จึงเกิดความมั่นใจทันทีว่านี่ไม่ใช่ความฝันแน่ๆ แล้ว.

ผู้ส่งเคสจึงนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าให้ผู้นำบุญฟังและขอคำแนะนำอีกครั้ง. ด้วยความอยากรู้ จึงพิสูจน์ใหม่ในวันเดียวกัน ช่วงบ่ายโมง ผู้ส่งเคสบอกสามีให้ออกไปร้านและให้ล็อกห้องนอนให้ด้วย. ผู้ส่งเคสจึงนั่งสมาธิแล้วพูดกับสิ่งนั้นว่า คุณกายละเอียด คุณคือใคร ต้องการอะไร ต่อไปนี้เราต่างคนต่างอยู่ เพราะเราอยู่กันคนละภพ ฉันต้องการไปดูดุสิต คุณกายละเอียดจะไปไหม ต้องการอะไร คุยกันดีๆ ก็ได้ ต้องการบุญหรือเปล่า.

พอพูดจบ ผู้ส่งเคสก็นอนลง. ตัวก็เริ่มชา มีอาการกระดิกตัวไม่ได้. มีสติ เตรียมคำถามไว้แล้ว. จากนั้นก็รู้สึกเหมือนผ้าห่มถูกเปิดออก ถูกจับขาลากตกจากเตียง และถูกเหวี่ยงลอยไป. ระหว่างที่ตัวลอยไป ก็มีความรู้สึกว่ามีมือมาคอยประคอง. ผู้ส่งเคสรู้สึกตกใจและบอกตัวเองว่าให้เข้าศูนย์กลางกาย แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร. ลูกก็ถามว่าคุณอยู่ไหน คุณต้องการอะไร มีเสียงตอบกลับมาดังกลางวานเหมือนยักษ์ เสียงฟังไม่เข้าใจ. ผู้ส่งเคสพยายามฟังอีก เหมือนกับตอบว่าจะพาไปดู.

ผู้ส่งเคสพยายามมองสองข้างทางแต่มืด. พอไปถึงที่พักเขา เขาก็เอาลูกไปนอนไว้ที่เตียง ซึ่งเหมือนที่นอนของผู้ส่งเคส. ดูเหมือนมีใครนอนอยู่บนเตียงคล้ายสามี. แต่ผู้ส่งเคสมีสติรู้ว่าไม่ใช่สามี เพราะเขาได้ออกไปจัดร้านแล้ว. ผู้ส่งเคสบอกว่าฉันไม่ต้องการ แต่เขาเข้ามาเอาลมหายใจมาโดนที่คอ. ผู้ส่งเคสบอกว่าไม่ต้องการอะไร ต้องการบุญไหม พูดอย่างนี้ 3 ครั้ง แล้วเขาก็วางมือทั้งสองข้าง. ผู้ส่งเคสผลักตัวเขาออกไปเพื่อจะเห็นหน้า. แล้วก็เห็นหน้าเขาจริง. หน้าเหมือนมีหนังบางๆ หุ้ม. หน้าตาดีกว่ามนุษย์ หน้ารูปไข่ คม อายุประมาณ 25-35 แต่ไม่หล่อเหมือนเทพบุตรในจานดาวธรรม. แต่เมื่อเขาโกรธ รู้สึกเหมือนอายุ 40 กว่าๆ แล้วก็ค่อยๆ จางหายไป. อาการชาตัวค่อยๆ หายไป. ผู้ส่งเคสรีบลุกขึ้นนั่ง หัวใจเต้นแรง และรีบโทรศัพท์ไปบอกผู้นำบุญกลุ่มนี้ทันทีด้วยความตื่นเต้น.

วันรุ่งขึ้น เขาก็มาอีก คราวนี้มานั่งข้างเตียง มองตาเศร้า จะเข้ามาหา. ผู้ส่งเคสก็ผลักเขาออกไปอีก. รู้สึกสงสาร ใจไม่ดี เหมือนอยู่ด้วยกันมานาน รู้สึกผูกพัน. พยายามบอกตัวเองว่าอย่า กลัวใจตัวเอง. บางครั้งก็คิดถึง บางครั้งก็สงสาร. แต่พยายามบอกตัวเองทุกวันว่าถ้าฝันอีกจะไม่ยอมอีกเด็ดขาด. ผู้ส่งเคสไม่เคยทำบุญให้เขาเลย. แต่ในวันที่ไปถวายปัจจัยบูชาธรรมหลวงพ่อที่สำนักงาน ผู้ส่งเคสบอกให้คุณกายละเอียดขึ้นรถมาด้วย. พอถวายปัจจัยเสร็จ ผู้ส่งเคสก็บอกให้เขาอยู่ที่วัดนี่แหละ ไม่ต้องกลับด้วย เพราะที่วัดนี้มีบุญมาก ที่นี่ไม่รับฝากอะไร รับฝากแต่ปัจจัยอย่างเดียว.

ล่าสุดเขาก็มาหาอีก. ผู้ส่งเคสบอกว่าขอ ดู ตัว ดู หน้า ชัดๆ หน่อย คุณกายละเอียด. แล้วก็รู้สึกว่าเหมือนถูกเปิดผ้าห่มแล้วจับขา แล้วจะทำเหมือนเดิมอีก. ผู้ส่งเคสก็บอกไม่เอานะ ให้มาลากันก่อนจากกัน ขอ ดู ตัว ดู หน้า ชัดๆ หน่อย. สักพักก็ได้ยินเสียงประตูเปิด เขาเดินออกไป เหมือนไม่เอา ก็ไม่ ง้อ.

ผู้ส่งเคสมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความฝันแน่ๆ แล้ว จึงปรึกษากับผู้นำบุญกลุ่มนี้ว่าปล่อยเรื่องนี้ไปโดยไม่แก้ไขไม่ได้อีกแล้ว. ผู้ส่งเคสกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับครอบครัว และจะเป็นตัวมาขวางเส้นทางสร้างบารมี. จึงตัดสินใจส่งเรื่องมาให้ คุณครูไม่ใหญ่ ได้โปรดเมตตาด้วย.

(ประมาณ 2800 อักษร)

คำถาม

  1. ผู้หญิงที่เสาตกน้ำมันมีจริงหรือไม่ เป็นใคร ต้องการอะไร ควรไล่ไปหรือไม่ และถ้าควรทำอย่างไรให้ถูกหลักวิชชา.
  2. ที่ผู้ส่งเคสเห็นจักแก้วหมุนในห้องพระเป็นจริงหรือไม่.
  3. เรื่องที่ผู้ส่งเคสฝันมา 10 กว่าปีเป็นความฝันหรือความจริง เป็นใคร ต้องการอะไร ทำไมจึงมาทำเช่นนี้ และจะทำอย่างไรจึงจะพ้นจากเรื่องนี้อย่างถูกหลักวิชชา เพราะอยากไปดูดุสิตบุรีวงบุญพิเศษ.
  4. ผู้ส่งเคสทำกรรมใดจึงมาเจอเรื่องเช่นนี้.
  5. พฤติกรรมในฝันผู้ส่งเคสจะผิดศีลข้อ 3 หรือไม่.
  6. กายละเอียดใส่เสื้อผ้าบ้างหรือไม่ เพราะความรู้สึกเมื่อเขามาก็ทำได้เลย แม้ผู้ส่งเคสยังใส่เสื้อผ้าอยู่ก็รู้สึกว่าพร้อมเช่นกัน.
  7. สามีบอกว่านอนบนเตียงแล้วอึดอัดหายใจไม่ออก เป็นเพราะกายละเอียดนอนอยู่แล้วสามีไปนอนทับ หรือเขาทำอะไรสามีหรือไม่.
  8. ทำไมในชีวิตผู้ส่งเคสต้องเจอไฟไหม้ถึง 2 ครั้ง และจะมีอีกหรือไม่ ต้องแก้ไขอย่างไร.
  9. ไฟไหม้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาในฝันหรือไม่.
  10. ผู้ส่งเคสต้องเลี้ยงดูน้องสาวเหมือนลูก แม้เขามีครอบครัวแล้วก็ยังต้องส่งเสียให้ทั้งครอบครัว และน้องสาวดูจะไม่ขวนขวาย ผู้ส่งเคสกับน้องสาวเคยทำกรรมใดร่วมกันไว้ และต้องดูแลเขาไปอีกนานหรือไม่.
  11. ทำไมบริวารของผู้ส่งเคสจึงมีแต่พวกดื่มเหล้าเล่นการพนัน ไม่ชอบทำบุญ เป็นเพราะกรรมใด และจะมีบริวารดีๆ ไหม.
  12. ทุกวันนี้ร้านอาหารยังขายอาหารที่ทำจากสัตว์เป็น ผู้ส่งเคสกำลังพยายามจะเลิก จะมีกรรมอย่างไร.
  13. สามีเป็นคนดีไม่ขัดขวางการสร้างบุญ ผู้ส่งเคสกับสามีสร้างบุญใดร่วมกันมาจึงมาเป็นสามีภรรยากันในชาตินี้ เป็นมาแล้วกี่ชาติ อย่างไร.
  14. ในอดีตชาติ ผู้ส่งเคสทำกรรมใดมาจึงเจอแต่เรื่องแปลกๆ และต้องเสียเวลาอยู่ทางโลกจึงเข้าวัดช้า.
  15. ผู้ส่งเคส สามี และลูกสาว 2 คน ไปสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

ไม่ได้มาง้อแต่มาขอร่ำลา

คุณพ่อและคุณแม่ของผู้ส่งเคส ละโลกแล้วไปไหน มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ ท่านมีอะไรฝากมาบอกหรือไม่

มหาผีบอก

อุปกรรมใดที่ทำให้โยมพ่อไม่รวย ต้องทำงานหาเงินด้วยความยากลำบากในแดนไกล มีชีวิตที่มักไม่ได้อยู่กับครอบครัว และเหตุใดบ้านจึงโดนไฟไหม้ครับ

คล้ายจะเหมือนกัน

วิบากกรรมใดทำให้บ้านของครอบครัวผู้ส่งเคสถูกไฟไหม้ จนทำให้คนในครอบครัวต้องแยกจากกันคะ

ไม่รู้ว่าจะหาใครมาแต่งแทนเลยแต่งงาน

1. วิบากกรรมใดทำให้โรงงานและบ้านถูกไฟไหม้ทั้งหมด? กรรมใดทำให้พ่อแม่ต้องเหนื่อยยากในการสร้างตัว หาบริวารยาก ต้องลงมือทำเอง?

ไฟกำลังไหม้บ้าน แต่รอดได้เพราะนึกถึงบุญ

ทำไม ผู้ส่งเคส ถึงสังหรณ์ใจและอธิษฐานจิตขณะที่บ้านเกือบถูกไฟไหม้ และเพราะเหตุใดบ้านจึงไม่เป็นอะไรเลย? หาก ผู้ส่งเคส ไม่ได้อธิษฐานนึกถึงบุญในตอนนั้น บ้านจะถูกไฟไหม้หรือไม่?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา