ไสยศาสตร์จากรัสเซีย

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.540 ไสยศาสตร์จากรัสเซีย

ออกอากาศ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2548

ไสยศาสตร์จากรัสเซีย

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นชาวรัสเซียที่ได้รู้จักคำว่า "พระธรรมกาย" ครั้งแรกผ่านทางลูกชายคนเล็ก. การที่ลูกชายคนเล็กได้มีโอกาสมาวัดพระธรรมกายนั้นมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วยของเขา ทำให้เขาได้มาพักฟื้นที่เมืองไทย. ขณะพักฟื้นที่เมืองไทย ผู้ส่งเคสได้มีกัลยาณมิตรชักชวนลูกชายให้มาวัดพระธรรมกาย. ปัจจุบันการเผชิญปัญหาของลูกชายยังคงมีอยู่. ผู้ส่งเคสได้เดินทางมาสมทบที่วัดพระธรรมกายในภายหลัง และได้ปฏิบัติธรรมพร้อมกับลูกชายเป็นครั้งแรก. หลังจากปฏิบัติธรรมร่วมกัน ผู้ส่งเคสสังเกตเห็นว่าลูกชายสงบขึ้น อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส สุขภาพกายและใจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด. พฤติกรรมต่างๆ ของลูกชายดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และสมองดูปลอดโปร่งมากจนแทบไม่เห็นร่องรอยความเจ็บป่วย. จากผลที่เห็นชัดเจนนี้ ผู้ส่งเคสจึงมุ่งเน้นที่การนั่งสมาธิด้วยตนเอง และได้เลิกการรักษากับหมอไสยศาสตร์และหมออื่นๆ ทั้งหมด. ผู้ส่งเคสเคยประสบกับเหตุการณ์แปลกๆ เช่น ข้าวของหล่นแตกเสียหายเองที่บ้านในรัสเซีย. นอกจากนี้ ผู้ส่งเคสยังเคยเห็นคราบเลือดและคราบสีดำปรากฏขึ้นบนเงาของลูกชายในรูปถ่ายเก่าๆ. เหตุการณ์เหล่านี้ประกอบกับคำบอกเล่าจากเพื่อนบ้านที่แนะนำว่าอาจมีคนทำคุณไสยกับครอบครัว ทำให้ผู้ส่งเคสมีความกังวล. ผู้ส่งเคสมีสามีที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อปี 2534 ขณะอายุเพียง 39 ปี. ผู้ส่งเคสได้ทำบุญสร้างพระโดยนึกชื่อสามีอุทิศบุญไปให้.

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อลูกชายคนเล็กของผู้ส่งเคส ซึ่งปัจจุบันอายุ 21 ปี ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลายครั้ง เริ่มจากอุบัติเหตุครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2545 ขณะไปศึกษาต่อที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์. ในวันเกิดเหตุ เขาเมาสุราและถูกผลักตกบันได ศีรษะฟาดพื้นจนหมดสติและถูกนำส่งโรงพยาบาล. รุ่งขึ้นเขาก็หนีออกจากโรงพยาบาลไปโดยที่ยังไม่เห็นวี่แววของเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ.

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2546 ระหว่างปิดเทอม เขาเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านในประเทศรัสเซีย และได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง. ครั้งนี้เป็นการขับรถยนต์ชนกับรถอีกคันหนึ่งอย่างแรง. แม้ว่าครั้งนี้เขาจะไม่ได้เมา แต่ศีรษะก็ได้รับการกระแทกอย่างแรง ร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 1 เดือน.

เมื่อหายดีแล้ว เขาก็กลับไปเรียนต่อที่ซูริก. กระทั่งเดือนมีนาคม 2547 เขาเริ่มมีอาการผิดปกติซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น. เขาพยายามทำร้ายพี่ชายจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลด้านประสาทเพื่อบำบัดรักษาเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน. หลังจากนั้น เขากลับมาพักฟื้นที่บ้านในรัสเซีย โดยรับประทานยาตามแพทย์สั่ง. อาการบาดเจ็บทางสมองเริ่มทุเลาลง จึงค่อยๆ ลดจำนวนยาลง. นอกจากการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ผู้ส่งเคสยังเสริมการรักษาด้วยพลังจิต พลังจักรวาล และไสยศาสตร์ที่เรียกว่า "สายขาว" โดยได้จ้างผู้มีอำนาจทางจิตหรือหมอไสยศาสตร์มารักษาลูกชาย.

อย่างไรก็ตาม อาการของลูกชายก็ยังไม่ดีขึ้น. จนกระทั่งลูกชายได้เดินทางมาพักฟื้นที่เมืองไทย พร้อมกับหมอไสยศาสตร์. ที่เมืองไทยนี้เอง เขาได้รับการชักชวนจากกัลยาณมิตรให้มาที่วัดพระธรรมกายเพื่อไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ 1 สัปดาห์ที่จังหวัดเชียงใหม่. ผู้ส่งเคสได้เดินทางมาสมทบในภายหลังและได้ปฏิบัติธรรมพร้อมกับลูกชายเป็นครั้งแรก. หลังจากปฏิบัติธรรม ผู้ส่งเคสเห็นว่าลูกชายดูสงบขึ้น อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีสุขภาพกายใจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด. พฤติกรรมต่างๆ ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว สมองดูปลอดโปร่งมากจนแทบไม่เห็นร่องรอยความเจ็บป่วย. จากผลที่ชัดเจนนี้ ทำให้ผู้ส่งเคสตัดสินใจเลิกการรักษากับหมอไสยศาสตร์และหมออื่นๆ ทั้งหมด และหันมาให้ลูกชายนั่งสมาธิอย่างเดียว.

การกระทำนี้อาจทำให้หมอไสยศาสตร์ไม่พอใจบ้าง เพราะขาดรายได้. เหตุการณ์กลับมาวิกฤตอีกครั้งเมื่อแพทย์ตรวจพบสิ่งผิดปกติในร่างกายลูกชายและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่กระดูกสันหลังช่วงล่าง. การผ่าตัดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2548 เป็นการผ่าตัดเล็กๆ แต่มีการวางยาสลบ และลูกชายหยุดรับประทานยามาเป็นสัปดาห์ก่อนหน้านั้น. ในระหว่างพักฟื้นที่บ้านหลังออกจากโรงพยาบาล พฤติกรรมของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางลบ มีความก้าวร้าวมากขึ้น. คืนวันที่ 18 เมษายน 2548 อาการก้าวร้าวรุนแรงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เขาทำร้ายผู้ส่งเคสซึ่งเป็นแม่ และพยายามจุดไฟเผาบ้าน. เมื่อได้สติ ลูกชายอธิบายว่าทั้งหมดที่ทำไปเพราะมีเสียงสั่งและบังคับให้ทำ. เสียงนั้นยังบอกด้วยว่าผู้ส่งเคสไม่ใช่แม่ แต่เป็นคนที่คิดร้ายและจะทำร้ายเขา. ผู้ส่งเคสจึงต้องนำลูกชายส่งโรงพยาบาลเพื่อบำบัดรักษาเฉพาะทาง. ขณะนี้อาการดีขึ้นบ้าง แต่ยังน่าเป็นห่วงและคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อีกนานเป็นเดือน.

นอกจากเหตุการณ์กับลูกชายแล้ว ผู้ส่งเคสเองก็ประสบเหตุการณ์แปลกๆ ที่บ้านในรัสเซีย ขณะทำงานอยู่ มีข้าวของต่างๆ หล่นแตกเสียหายเองเป็นจำนวนมากโดยไม่ทราบสาเหตุ. เมื่อนำรูปถ่ายเก่าๆ ของลูกชายขึ้นมาดู พบว่ามีอยู่ภาพหนึ่งที่ถ่ายขณะนั่งรถไฟ เห็นคราบเลือดปรากฏอยู่บนเงาของลูกชายในกระจกรถไฟ ไหลจากศีรษะลงมาที่ไหล่ อก และแขน ซึ่งดูน่ากลัวมาก. ยังพบความผิดปกติในภาพถ่ายอื่นๆ ที่มีคราบสีดำแทนคราบเลือดที่บริเวณศีรษะ. เพื่อนบ้านบอกว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีทำคุณไสยกับครอบครัว และแนะนำให้ไปหาผู้มีวิชามาแก้ไข. สามีของผู้ส่งเคสเคยประสบอุบัติเหตุขับรถชนขณะมึนเมา อาการสาหัสโดยเฉพาะที่กะโหลกศีรษะและสมอง หมดสติในอาการโคม่าอยู่ 2 คืน ก่อนจะเสียชีวิตในปี 2534 ขณะอายุเพียง 39 ปี.

จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผู้ส่งเคสจึงมีคำถามหลายประการเกี่ยวกับสาเหตุของความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุของลูกชาย การทำบุญจะช่วยได้หรือไม่ วิบากกรรมจะส่งผลถึงภพหน้าหรือไม่ โอกาสในการบวชของลูกชาย เหตุการณ์แปลกๆ กับภาพถ่ายและข้าวของที่เสียหาย รวมถึงสาเหตุการเสียชีวิตของสามี. ผู้ส่งเคสยังได้เล่าถึงประสบการณ์ภายในที่ดีมากจากการนั่งสมาธิครั้งแรก ความปีติศรัทธาในการทำบุญ และสงสัยว่าตนเองมีเชื้อสายธรรมกายหรือไม่ รวมถึงสงสัยว่าตนเองและลูกชายเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไรจึงมาเกิดเป็นชาวต่างชาติแต่กลับมีโอกาสมาปฏิบัติธรรมกับหมู่คณะ.

คำถาม

  1. การเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง (ถูกผลักตกบันได และขับรถชน) และการป่วยทางประสาทของลูกชาย เกิดจากกรรมอะไรเป็นสาเหตุ.
  2. การทำบุญให้ทานชีวิตสัตว์ การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยอนาถา การสร้างพระธรรมกายประจำตัว และการปฏิบัติธรรมที่ทำไปแล้วระดับหนึ่ง จะช่วยลูกชายได้หรือไม่ อย่างไร และต้องทำระดับไหนจึงจะหายขาดได้เร็ว.
  3. วิบากกรรมที่ลูกชายประสบอยู่จะตามส่งผลถึงภพชาติหน้าหรือไม่ ถ้ากรรมยังแรงอยู่ต้องแก้ไขอย่างไร.
  4. ลูกชายมีโอกาสบวชในพระพุทธศาสนาหรือไม่ การบวชจะช่วยตัดรอนวิบากกรรมได้เพียงใด หากเจ้าตัวบวชไม่ได้ พี่ชายบวชแทนจะมีผลต่อน้องชายหรือไม่.
  5. ความผิดปกติบนภาพถ่ายของลูกชายและการแตกหักของข้าวของโดยไม่มีสาเหตุเกิดจากอะไร จริงหรือไม่ที่ว่ามีคนทำคุณไสย หากมีจะแก้ไขอย่างไร คนที่ทำคุณไสยคือคนที่จ้างมารักษาลูกชายหรือไม่.
  6. สามีมีอายุสั้นและเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วเป็นอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้รับบุญจากการสร้างพระและบุญอื่นหรือไม่ มีอะไรฝากบอกมาหรือไม่.
  7. ผู้ส่งเคสมีเชื้อสายธรรมกายหรือไม่ ลูกและลูกชายทั้งสองคนเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร ทำไมต้องมาเกิดเป็นชาวต่างชาติแต่กลับมีโอกาสมาปฏิบัติธรรมกับหมู่คณะ.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

เหตุเกิดที่เกาลูน

บุพกรรมใดทำให้ธุรกิจคุณพ่อเจริญรุ่งเรืองหลังลูกคลอด แต่ภายหลังถูกยึดทรัพย์ไปหมด ทำไมคุณพ่ออายุสั้น ตอนมีคตินิมิตเป็นอย่างไร ตายแล้วไปไหน มีอะไรฝากบอกไหม ได้รับบุญที่อุทิศไปให้ไหม

ฉันเกลียดผู้ชายทุกคน

ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนถามท่านคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้เจ้าค่ะ:

อย่ามารักฉันเลย

สามีคนแรก: ทำกรรมอะไรจึงเสียชีวิตและอายุสั้น? ตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่?

รักวันเติมวัน

คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรที่ต้องป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน 19 ปี มีแผลแตกประจำ ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ การที่ผู้ส่งเคสทำบุญหล่อพระ 300,000 องค์ ใส่ชื่อท่านก่อนเสีย 3 วัน และอธิษฐานให้จากหนักเป็นเบา หาย ถ้าหมดอายุขัยให้ไปสุคติ เป็นเพราะคำอธิษฐานหรือไม่ที่ทำให้ท่านไม่ทรมานสังขาร ทั้งที่ไม่ได้เจตนาให้ท่านเสียชีวิตเร็ว คุณแม่บอกว่าคุณพ่อมาหาบ่อยช่วง 7 วันหลังเสีย เพราะรับรู้ได้ คุณพ่อมาหาจริงหรือไม่ ถ้ามาจริง ท่านเห็นรูปที่แม่ติดไว้ ดูจานดาวธรรม นึกถึงบุญได้หรือไม่

ถามฟ้าหารัก

คุณแม่มีอาการทางประสาทเป็นบางครั้งจากวิบากกรรมใด และเป็นวิบากชาติสุดท้ายหรือไม่? ทำไมตอนตั้งท้องผู้ส่งเคส คุณแม่จึงมีสติสัมปชัญญะดี ไม่มีอาการทางประสาทเลย?

ถอดจิต

การที่กัลยาณมิตรมีหูทิพย์ ตาทิพย์ ติดต่อกับผู้ต่างภพภูมิได้ เป็นจริงหรือไม่ เหตุใดเธอจึงถอดจิตบ่อยๆ บางครั้งก็ถอดได้เอง ตอนถอดจิตไปร่วมงานชุบตัวที่สระมงคลเศรษฐีกับลูกสาวเป็นจริงหรือไม่ ผู้ที่ฝึกสมาธิแล้วเกิดหลุดออกไปแบบนี้ควรแก้ด้วยวิธีใด

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา