ขออุ้มหน่อย

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.607 ขออุ้มหน่อย

ออกอากาศ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2548

ขออุ้มหน่อย

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเล่าเรื่องราวชีวิตของท่านให้ คุณครูไม่ใหญ่ ฟัง ท่านเกิดที่เมืองฮัดสันวิลล์ ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 3 คน โดยส่วนตัวแล้วท่านเป็นคนเงียบขรึม ชอบเก็บตัว และพึ่งตนเองมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อของท่านเป็นวิศวกรวิทยุในสายการบิน ส่วนคุณแม่เป็นพนักงานร้านขายของ ทั้งสองท่านทำงานหนักมาก แต่ก็คอยดูแลเอาใจใส่ลูกๆ เป็นอย่างดีเมื่อกลับจากงาน

เมื่อเรียนจบ ท่านได้ย้ายมาอยู่กับพี่ชายที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย และเริ่มต้นทำงานหนักเป็นพนักงานขุดเจาะและระเบิดเหมืองแร่ ซึ่งอยู่ไกลจากเมืองเพิร์ธกว่า 2,000 กิโลเมตร งานนี้เป็นงานภาคสนามที่ต้องทำกลางแดดจัดวันละ 13 ชั่วโมง ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงถึงกว่า 50 องศาเซลเซียสในช่วงหน้าร้อน หลังจากทำงานหนักกลางแดดมานานกว่า 20 ปี ท่านก็ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งผิวหนังบริเวณแผ่นหลังและลำคอ

เนื้อเรื่อง

เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งผิวหนัง ผู้ส่งเคสตัดสินใจขอลาหยุดชั่วคราวเพื่อกลับไปรักษาตัวที่เมืองเพิร์ธ ในวันที่ไปพบแพทย์ที่คลินิก ท่านได้พบกับสาวชาวฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นเลขาของแพทย์ เธอใจดีมาก ช่วยรัดคิวให้ท่านได้เข้าพบแพทย์ในวันนั้นเลย ทำให้ท่านไม่ต้องเสียเวลารอคิวนานถึง 2 เดือน ผู้ส่งเคสประทับใจในความใจดีของเธอมาก การผ่าตัดมะเร็งผ่านพ้นไปด้วยดี ท่านจึงเดินทางกลับไปทำงานที่เหมืองอีกครั้ง แต่ในใจท่านเฝ้าคิดถึงเธออยู่เสมอ ท่านพยายามหาบางสิ่งบางอย่างเพื่อส่งไปขอบคุณเธอ ในที่สุด ท่านตัดสินใจส่งดอกไม้ที่สวยที่สุดไปให้ เธอรีบส่งจดหมายขอบคุณตอบกลับมาทันที

ทั้งสองติดต่อกันทางจดหมายนานกว่า 3 เดือน ผู้ส่งเคสคอยนับวันรอให้แพทย์นัดพบอีกครั้ง เพราะนั่นจะเป็นโอกาสเดียวที่จะมีเหตุผลพอให้ท่านไปพบเธอได้ เมื่อวันที่รอคอยมาถึง สิ่งแรกที่ท่านสังเกตคือนิ้วมือของเธอว่ามีแหวนแต่งงานหรือไม่ โชคดีที่มือเธอไม่มีแหวน ท่านจึงทึกทักเอาเองว่าเธอยังไม่ได้แต่งงาน วันนั้นท่านจึงชวนเธอไปทานอาหารมื้อค่ำ เธอก็ตกลงด้วยความยินดี ผู้ส่งเคสรู้สึกดีใจมาก แต่ในคืนนั้น เธอได้เปิดเผยว่าเคยแต่งงานและมีลูก 3 คนกับสามีเก่าก่อนจะแยกทางกัน ท่านรับฟังและแสดงท่าทีเห็นใจ

หลังจากนั้น ท่านรีบกลับไปทำงานที่เหมือง เพราะหมดกำหนดลาแล้ว ท่านคิดถึงเธอมาก 10 เดือนต่อมา ท่านจึงกลับมาหาเธออีกครั้งเพื่อขอเธอแต่งงาน ทั้งสองอยู่ด้วยกันมา 11 ปี เธอเป็นภรรยาที่ดี คอยเคียงข้างและให้กำลังใจท่านเสมอ ครั้งหนึ่ง ท่านถ่ายเป็นเลือดโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นอยู่นานเดือนเศษ แต่ไม่ได้บอกภรรยาเพราะกลัวเธอเป็นห่วง วันหนึ่ง ขณะออกไปซื้อของด้วยกัน ท่านปวดท้องรุนแรงจนล้มลง ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที หมอบอกว่าอาการรุนแรงเกินเยียวยา คาดว่าอาจเสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หมอจึงบอกภรรยาท่านให้ทำใจ และแนะนำให้เชิญบาทหลวงมาสวดให้พรก่อน หลังจากบาทหลวงสวด ภรรยาท่านก็เฝ้าอธิษฐานขอพร และในขณะเดียวกัน ก็สวดมนต์แบบพุทธไปด้วย หลายวันต่อมา อาการของท่านก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายเป็นปกติ ท่านเชื่อว่าเป็นเพราะบทสวดมนต์ของภรรยา

ตั้งแต่นั้นมา ภรรยาท่านขอร้องไม่ให้กลับไปทำงานที่เหมืองอีก ท่านทำตามที่เธอขอร้อง โดยเปลี่ยนมาทำงานที่โรงพยาบาล ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและเป็นวิสัญญีแพทย์ แม้เงินเดือนจะน้อยกว่างานเดิมถึง 3 เท่า และต้องทำงานในห้องผ่าตัดทั้งวัน แต่ท่านก็รักงานนี้มาก และภูมิใจที่ได้ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ หากผู้ป่วยเสียชีวิต ท่านก็จะช่วยทำความสะอาดศพ สวดมนต์ แผ่เมตตา และนั่งสงบใจต่อหน้าศพก่อนนำร่างไปห้องดับจิต

ท่านทำงานที่โรงพยาบาลได้ไม่กี่ปี ก็มีเหตุให้ถูกหัวหน้าไล่ออก เรื่องเกิดจากท่านเคยมาเมืองไทยและประทับใจมาก เมื่อกลับไปออสเตรเลีย ท่านได้จัดกิจกรรมช่วยเหลือคนไทยทั้งในออสเตรเลียและเมืองไทย ท่านเป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวในคณะบริหารองค์กรความร่วมมือไทย-ออสเตรเลีย และเป็นกำลังหลักในการจัดกิจกรรมจนเคยได้รับรางวัล เมื่อปลายปี 2547 เกิดเหตุคลื่นยักษ์สึนามิถล่มภูเก็ต ท่านรีบขอให้เพื่อนสนิทเขียนจดหมายรับรองถึงโรงพยาบาลเพื่อขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย โรงพยาบาลยินดีบริจาคเงิน 78,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้สภากาชาดไทยโดยตรง แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะเพื่อนสนิทท่านมาขอสัมภาษณ์โรงพยาบาลเรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ และได้เอ่ยถึงยอดเงินที่บริจาคไปแล้ว รวมถึงสอบถามถึงเงินก้อนต่อไปที่ตั้งใจจะบริจาคเพิ่มอีก แม้โรงพยาบาลจะยินดีบริจาคเพิ่มอีกอย่างน้อย 3 ครั้ง แต่ข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่โรงพยาบาลไม่ต้องการเปิดเผย อยากทำเงียบๆ ดังนั้น ผู้ส่งเคสจึงถูกผู้อำนวยการโรงพยาบาลเรียกพบและไล่ออกทันที โรงพยาบาลมองว่าท่านเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด เพราะเป็นผู้ประสานงานกับเพื่อน ท่านเสียใจมาก แต่สุดท้ายก็ทำใจยอมรับได้ ท่านทำใจให้สงบ และหลังจากตกงานได้ 2 วัน ก็เหมือนบุญบันดาลให้ได้พบทางสว่าง ท่านได้รับการติดต่อจากศูนย์ปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกายที่เมืองเพิร์ธ ชักชวนให้เข้าร่วมโครงการบวชธรรมทายาทนานาชาติที่เมืองไทย

ท่านรักเมืองไทยอยู่แล้ว เมื่อมาเมืองไทย ท่านชอบเข้าไปนั่งเงียบๆ ที่วัดโพธิ์ ชอบฟังเสียงพระสงฆ์สวดมนต์ รู้สึกปิติเลื่อมใสจนไม่อยากกลับ ท่านดีใจมากที่ได้รับการติดต่อให้บวช ข่าวการบวชทำให้โลกของท่านสดใสสวยงามขึ้นมาทันที ท่านรีบตอบตกลงทันที ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตพระจะเป็นอย่างไร พร้อมกันนั้น ท่านก็เขียนจดหมายไปยังโรงพยาบาลเพื่อขอบคุณที่ไล่ท่านออก เพราะการถูกไล่ออกเท่ากับได้มอบโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตให้ท่าน ทำให้ท่านหมดความกังวล หากยังทำงานต่อ คงไม่มีโอกาสได้มาบวชเป็นพระภิกษุที่เมืองไทย

ภรรยาท่านบอกก่อนเดินทางมาเมืองไทยว่า สิ่งเลวร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ตอนนี้ท่านได้พบกับเส้นทางใหม่ที่ดีกว่ามาก การถูกไล่ออกจากงานกลับทำให้ท่านมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นหน้าที่ของท่านในการเป็นพระภิกษุผู้เผยแผ่ธรรมะ เธอเคารพการตัดสินใจของท่าน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในเมืองไทย ถึงแม้จะตัดสินใจอยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ตลอดไป และจะเป็นกำลังใจให้ตลอดไป คำพูดของเธอทำให้ผู้ส่งเคสซาบซึ้งใจมาก คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่า ภรรยาท่านมีถ้อยคำประเสริฐ สมกับเป็นคู่บุญคู่บารมี ควรอยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ต่อไป แค่โทรศัพท์ไปบอกภรรยาว่าขออยู่ต่อ ผ้านุ่งห่มชุดนี้จะเป็นชุดสุดท้าย บุญมหาศาลก็จะเกิดขึ้นกับเธอ เป็นสิ่งที่มีค่าเกินกว่าเงินหรือภูเขาทองจะแลกได้

หลังจากบวชได้ระยะหนึ่ง ท่านมีโอกาสขึ้นไปปฏิบัติธรรมที่สวนสุขสันโดษ ประสบการณ์ภายในก้าวหน้าขึ้น เพราะท่านไม่ได้ห่วงอะไร เริ่มเห็นดวงแก้วผุดขึ้นเป็นสาย จนเห็นองค์พระแก้วใสขนาดเท่าพระประธานในอุโบสถ ชัด ใส สว่างมาก ทุกวันนี้นั่งธรรมะวันละ 8-9 ชั่วโมง จำวัดเพียงวันละ 3 ชั่วโมง แต่มีความสุขสดชื่นเบิกบานจนบอกไม่ถูก ท่านมีความสุขมากกว่าเมื่อก่อนที่ต้องนอนวันละ 8 ชั่วโมงจึงจะสดชื่น ท่านตื่นมาด้วยความภูมิใจในความเป็นพระของตนเอง หวังว่าสักวันหนึ่งทุกคนจะเข้าถึงอย่างท่านบ้าง และตั้งใจจะเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่วิชาธรรมกายไปสู่ใจชาวโลก

คำถาม

  1. เพราะวิบากกรรมใด ผู้ส่งเคสจึงต้องทำงานหนักกลางแดดนานกว่า 20 ปี จนป่วยเป็นมะเร็งผิวหนัง เมื่ออายุ 2 ขวบถูกผ่าตัดเนื้องอกในสมอง และยังมาล้มป่วยถ่ายเป็นเลือด เป็นเพราะวิบากกรรมใด รอดชีวิตมาได้เพราะบุญอะไร และจะมีวิธีแก้ไขวิบากกรรมนี้อย่างไร
  2. เพราะเหตุใด ผู้ส่งเคสจึงชอบงานสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะคนไทย รู้สึกผูกพันกับเมืองไทยมาก ทุกครั้งที่เห็นเด็กไทยและสามเณรน้อย จะรักและเอ็นดูมาก ผู้ส่งเคสเคยเกิดเป็นคนไทยมาก่อนหรือไม่ ทำไมถึงชอบเข้าไปนั่งเงียบๆ ที่วัดโพธิ์ ฟังเสียงพระสวดมนต์ และอยากนั่งใกล้คณะสงฆ์ เป็นเพราะเคยบวชพระมาในอดีตหรือไม่
  3. บุญอะไรทำให้ผู้ส่งเคสได้มารู้จักศูนย์ปฏิบัติธรรมที่เมืองเพิร์ธ จนมีโอกาสมาบวชธรรมทายาทนานาชาติที่วัดพระธรรมกาย หากไม่ถูกไล่ออกจากงาน จะได้มีโอกาสมาบวชหรือไม่
  4. การที่ผู้ส่งเคสปฏิบัติธรรมได้ผลดี เป็นเพราะเคยสั่งสมมาในอดีตอย่างไร ธรรมะปฏิบัติตอนนี้อยู่ในระดับไหน ทำอย่างไรประสบการณ์ภายในจึงจะก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ
  5. ผู้ส่งเคสรอดพ้นจากการถูกงูเห่าฉกได้อย่างไร ขณะนั่งสมาธิอยู่
  6. โยมพ่อเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน ทนเจ็บปวด 2 ปี โยมแม่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เป็นเพราะวิบากกรรมใด ท่านทั้งสองละโลกแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ผู้ส่งเคสอุทิศไปให้หรือยัง ได้อนุโมทนาการบวชของผู้ส่งเคสหรือไม่ มีอะไรจะฝากบอกผู้ส่งเคสบ้างไหม
  7. อดีตคู่ชีวิต (ภรรยา) ของผู้ส่งเคส เคยมีเชื้อสายบุญในพระพุทธศาสนาและสร้างบุญกับหมู่คณะมาก่อนหรือไม่ จึงได้พูดคำอันประเสริฐเช่นนั้น ผู้ส่งเคสกับเธอเกี่ยวข้องอย่างไรกันในอดีต
  8. วิบากกรรมใดทำให้ลูกๆ ที่เกิดจากสามีเก่าของภรรยา มักทำให้เธอเสียใจและไม่ยอมมาเยี่ยมเธอเลย มีวิธีแก้ไขได้หรือไม่
  9. ผู้ส่งเคสกับพระพี่เลี้ยงที่สนิทกันมาก เคยพบกันครั้งแรกที่ภูเก็ตเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จากนั้นไม่ได้พบกันอีกจนมาบวชที่วัดพระธรรมกาย จึงได้พบกันอีกครั้ง เป็นเพราะเคยเกื้อกูลกันมาอย่างไร พระพี่เลี้ยงมีหน้าที่อะไรในหมู่คณะ ทำอย่างไรภพชาติต่อไปทั้งสองคนจึงจะได้มาบวชสร้างบารมีตั้งแต่เยาว์
  10. ตัวผู้ส่งเคสเองเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร มีหน้าที่อะไร ในอดีตมีผลการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างไร มีผังการบวชหนาแน่นหรือไม่ อยากติดตามไปอยู่ดุสิตบุรีวงบุญพิเศษ ความปรารถนานี้จะสำเร็จหรือไม่ และต้องทำอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

สงสัยจังเลยคุณย่าคุณยายที่รัก

คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่

ลูกเจ้าพ่อ

น้องชายคนที่ ๖ มีกรรมใดจึงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด และน้องชายคนที่ ๗ มีกรรมใดจึงประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต มีสาเหตุจากการเป็นลูกที่ขอจากศาลเจ้าพ่อตากสินหรือไม่ครับ ตอนนี้ทั้งสองอยู่ภพภูมิใด

ก่อนไม่มีแม่ให้กอด

คุณปู่และคุณย่าเสียชีวิตด้วยโรคอหิวาและมะเร็งลำไส้ด้วยกรรมใด ตายแล้วไปไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร และบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ทำให้ท่านมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไรบ้างคะ

BK19

โยมยาย (คนจีน) เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกหลานอุทิศให้หรือไม่ มีอะไรอยากฝากบอกลูกหลานหรือไม่

รักต้องสู้ เพราะเรามีศูนย์กลางกายอยู่

กรรมใดทำให้ปู่เป็นอัมพาตขาเดินไม่ได้ ไม่ได้รับการดูแล ถูกว่าร้าย และตายแล้วไปไหน จะขออโหสิกรรมได้หรือไม่? และกรรมใดทำให้ปู่และย่าไม่มีที่ดินและยากจนทั้งที่ตระกูลเดิมมีฐานะดี?

เจ็บกะด้อกะเดี้ย

คุณพ่อมีวิบากกรรมอะไรจึงเป็นโรคเบาหวานและอัมพฤกษ์ เสียชีวิตแล้วเป็นอย่างไร ความเป็นอยู่อย่างไร มีข้อความอะไรฝากมาหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา