
ประวัติผู้ส่ง
กราบ คุณครูไม่ใหญ่ ที่เมตตาตอบเคสให้ ผู้ส่งเคส
เนื้อเรื่อง
**ประวัติผู้ส่ง**
ผู้ส่งเคส เป็นลูกศิษย์นักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา อยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมโอเรวา ประเทศนิวซีแลนด์ กราบขอความเมตตา คุณครูไม่ใหญ่ ได้โปรดฝันในฝันถึงเรื่องราวชีวิตของครอบครัวของผู้ส่งเคส เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจในการสร้างบารมีต่อไปค่ะ
**เนื้อเรื่อง**
เรื่องราวชีวิตของผู้ส่งเคสเริ่มต้นที่จังหวัดอยุธยา คุณพ่อของผู้ส่งเคสเป็นชาวอยุธยา มีสติปัญญาดี ปากหวาน มีคารมคมคาย พูดจาฉะฉาน แต่มีนิสัยเจ้าชู้ และชอบการร้องรำทำเพลงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้น ชีวิตของท่านได้พลิกผันไปสู่การเป็นพระเอกลิเกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง วันหนึ่ง คุณพ่อได้มีโอกาสแสดงคู่กับนางเอกลิเกสาวสวย รับบทคู่พระคู่นางบนเวที แรกเริ่มก็แสดงไปตามบทบาทที่ได้รับ แต่ไม่นาน ความรักในบทบาทการแสดงก็ได้กลายเป็นความรักในชีวิตจริง ท่านทั้งสอง พระเอกและนางเอก จึงได้แต่งงานอยู่กินด้วยกัน
ผู้ส่งเคสถือกำเนิดขึ้นมาเป็นลูกสาวคนแรก เป็นลูกพระเอกลูกนางเอก หลังจากนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ได้แยกตัวออกมาตั้งคณะลิเกของตนเอง การแยกวงครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังกระฉ่อนไปทั่วฟ้าเมืองไทย มีลูกน้องในคณะกว่า 100 คน ไม่ว่าคณะลิเกของท่านจะไปเปิดการแสดงที่ใด ก็ได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม บางงานมีคนมากถึงขั้นต้องเบียดเสียดแย่งกันเข้าไปดู จนถึงขั้นเหยียบกันตายก็มี รายได้ที่ได้จากการเก็บค่าผ่านประตูและพวงมาลัยใบธนบัตรมีจำนวนมาก จนต้องเก็บใส่ไว้ในปิ๊บ เป็นปิ๊บๆ ทำให้ท่านมีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย มีที่ดินหลายแปลง มีเงินมีทองมากมาย ชีวิตที่เคยโด่งดังและมั่งคั่งร่ำรวยนี้กลับกลายเป็นความดับไปในฉับพลัน เมื่อคุณพ่อได้ก่อคดีฆ่าคนตาย ท่านจึงต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ หนีตำรวจ ระหกระเหินไปในที่ต่างๆ สุดท้าย ท่านก็หันหน้าเข้าวัดไปบวชเป็นพระอยู่ 4 พรรษา
เมื่อลาสิกขาออกมา คุณพ่อก็กลับมาตั้งคณะลิเกขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่โด่งดังเหมือนครั้งแรก วันหนึ่ง น้องชายของกำนันได้มาหาเรื่องทะเลาะวิวาทถึงสำนักงานลิเก ลูกน้องของคุณพ่อทนไม่ไหวจึงยิงน้องชายของกำนันเสียชีวิตคาที่ แล้วหลบหนีไป กำนันจึงพาตำรวจมาจับคุณพ่อ แม้คุณพ่อจะปฏิเสธและสู้คดี แต่ท่านกลับแพ้ฝ่ายกำนัน คุณพ่อจึงต้องติดคุก คณะลิเกก็ล่มไปโดยปริยาย
ในช่วงที่คุณพ่อติดคุกนั้น ท่านได้นั่งสมาธิและเขียนบทลิเกสอดแทรกเนื้อหาธรรมะเข้าไป เพื่อหารายได้พิเศษให้คนได้เข้าใจชีวิต คุณแม่เลี้ยงของคุณผู้ส่งเคส ซึ่งเป็นผู้ที่ได้อ่านบทลิเกธรรมะนี้ เกิดความชอบใจ จึงมาเยี่ยมคุณพ่อที่เรือนจำ เมื่อแรกเห็น คุณแม่เลี้ยงก็รักคุณพ่อทันที ได้คอยดูแลคุณพ่อมาตลอดจนท่านพ้นโทษ แล้วก็มาอยู่กินด้วยกันจนถึงปัจจุบัน ขณะนี้คุณพ่ออายุ 75 ปีแล้ว
ส่วนคุณแม่ของผู้ส่งเคส เป็นชาวสุพรรณบุรี ด้วยความที่มีฐานะยากจน จึงพลัดพรากจากแม่มาเล่นลิเก และก้าวขึ้นเป็นนางเอกลิเกชื่อดังสุดขีด เมื่อมาตั้งคณะร่วมกับคุณพ่อ คุณแม่ชอบฟังธรรมะและทำบุญ แม้จะไม่มีเงิน ก็ไม่เคยขาดการเข้าวัด คุณแม่เป็นภรรยาที่อยู่กับคุณพ่อได้นานกว่าภรรยาคนอื่นๆ คุณแม่มีลูกกับคุณพ่อถึง 5 คน เมื่อคุณพ่อมีคดีฆ่าคนตาย คุณแม่เสียใจมากจึงพาลูกทั้ง 5 คนหนีมาอาศัยอยู่กับยาย ซึ่งเป็นแม่ชีที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่นั้นมา คุณแม่ก็เจ็บป่วยออดแอด เป็นโรคความดัน เบาหวาน หืดหอบ และโรคหัวใจ มีชีวิตที่ลำบากมาก วันหนึ่ง คุณแม่ถือปิ่นโตจะไปทำบุญที่วัด แล้วก็ล้มลงที่หน้าวัด นำส่งโรงพยาบาลได้ 2 วันก็เสียชีวิต ด้วยอายุเพียง 46 ปี นางเอกลิเกก็ได้จากไปแล้ว
ตัวผู้ส่งเคส เป็นลูกสาวคนโต เมื่อแรกเกิด ทำให้คุณพ่อคุณแม่โด่งดัง มั่งคั่ง ร่ำรวย ท่านยังถือว่าผู้ส่งเคสเป็นตัวนำโชค ใครๆ ก็เรียกว่า ขุนหนู ตอนเด็กมาเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯ ถึง ป.2 พอขึ้น ป.3 ชีวิตก็พลิกผัน เพราะคุณพ่อมีคดีฆ่าคนตาย ฐานะทางบ้านยากจนลงอย่างรวดเร็ว ผู้ส่งเคสจึงต้องออกจากโรงเรียน มาอยู่กับแม่ และย้ายตามคุณแม่ไปอยู่กับยายที่เป็นแม่ชี ผู้ส่งเคสและน้องๆ มีชีวิตที่ลำบากมาก ข้าวก็ไม่ค่อยมีกิน ต้องเดินเท้าเปล่าไปโรงเรียน ชุดนักเรียนมีชุดนิดเดียว ต้องซักด้วยน้ำเปล่าเพราะไม่มีผงซักฟอก เวลาไปโรงเรียน ผู้ส่งเคสกับน้องสาวคนรอง มีเงินติดตัวแค่สลึงเดียว
ผู้ส่งเคสและน้องสาวคนรอง เรียนถึง ป.4 ก็ต้องออกมาทำงานเลี้ยงแม่และส่งน้องๆ เรียนหนังสือ ต้องรับจ้างทำทุกอย่าง แม้แต่งานที่ผู้ชายทำ ได้เงินมาก็มอบให้แม่นำไปเป็นค่ายาและรักษาโรค ที่เหลือก็เจียดมาซื้ออาหารราคาถูกๆ ไว้กินกันในครอบครัว ผู้ส่งเคสอดทนทุกอย่างเพื่อครอบครัว คุณพ่อก็หายเงียบไป ไม่รู้ว่าอยู่แห่งหนตำบลใด
พอผู้ส่งเคสอายุได้ 15 ปี เกิดป่วยหนักเป็นไข้ไทฟอยด์ ถ่ายเป็นเลือด เป็นตายเท่ากัน เลือดไหลออกทางทวารหนักตลอดเวลา ขณะนอนรอความตายอยู่ คุณพ่อก็ไม่รู้มาจากไหน มารับไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เงินติดตัวคุณพ่อมีเพียงบาทเดียว ขณะที่ค่ารักษา 2,500 บาท คุณพ่อจึงไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นหมออยู่ที่นั่น หมอจึงช่วยพูดขอให้ทางโรงพยาบาลรับรักษาตัวผู้ส่งเคส ผู้ส่งเคสได้รับการรักษาจนหายโดยไม่เสียเงิน ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ผู้ส่งเคสและน้องสาวคนรองก็ได้ไปช่วยทำงานที่บ้านของหมอคนนั้นตามที่คุณพ่อฝากไว้ แต่ทำอยู่ได้ไม่นาน ก็ขอ กลับไปอยู่กับครอบครัวที่สุพรรณฯ เพราะทนความคิดถึงไม่ไหว
เมื่อน้องสาวคนรองและน้องสาวคนที่สามโตเป็นวัยรุ่น อายุ 18-19 ปี ก็ได้หนีไปอยู่กรุงเทพฯ เพราะทนความลำบากไม่ไหว เหลือเพียงผู้ส่งเคสที่ต้องคอยเลี้ยงดูแม่และน้องอีก 2 คน จนกระทั่งคุณแม่เสียชีวิตเมื่อผู้ส่งเคสอายุ 21 ปี ผู้ส่งเคสจึงต้องเลี้ยงน้อง 2 คนต่อไปตามลำพัง
ผู้ส่งเคสชอบร้องเพลงมาก มีเวทีประกวดหรือแสดงดนตรีที่ไหนก็จะขอขึ้นไปร้องเพลง ขอพรแม่ บอกแม่เรื่อยๆ ว่า แม่จ๋า หนูอยากดัง วันหนึ่ง ผู้ส่งเคสได้รับรางวัลชนะการประกวดร้องเพลงจริงๆ แต่ไม่มีรองเท้าส้นสูงใส่ขึ้นรับรางวัล จึงยืมของคนอื่นมาใส่ แล้วส้นรองเท้าก็หักขณะยืนรับรางวัล ส่งผลให้ผู้ส่งเคสล้มคว่ำลง เข่ากระแทกพื้น บวมปูด เจ็บปวดมาก หัวเข่าจึงไม่ดี ปวดเจ็บมาจนถึงปัจจุบัน
พอผู้ส่งเคสอายุได้ 22 ปี คุณพ่อพ้นโทษ ไปอยู่กินกับแม่เลี้ยงที่โคราช แม่เลี้ยงที่ไปเยี่ยมในคุก ได้มารับผู้ส่งเคสไปอยู่ด้วย ผู้ส่งเคสจึงได้ไปเป็นนักร้องในห้องอาหารที่นั่น ชีวิตเริ่มดีขึ้น จึงไปรับน้อง 2 คนมาอยู่ด้วยแล้วส่งไปเรียนหนังสือ ขณะที่ร้องเพลงในห้องอาหาร มีเถ้าแก่ฐานะดีคนหนึ่งมาชอบ และผู้ส่งเคสก็ได้อยู่กินกับเขา โดยที่ไม่ได้รัก แต่เขาก็ช่วยผู้ส่งเคสและน้องๆ ได้
ต่อมา น้องสาวคนรองได้สมัครไปทำงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ และได้แต่งงานกับสามีชาวนิวซีแลนด์ที่นั่น ทราบข่าวว่าผู้ส่งเคสเลิกกับสามี จึงมาชวนไปอยู่ด้วย ผู้ส่งเคสจึงได้มาอยู่ที่นิวซีแลนด์ในปี 2543 ขณะอายุได้ 38 ปี
ช่วงแรกที่นิวซีแลนด์ ผู้ส่งเคสไปคบเพื่อนติดยาเสพติด สูบบุหรี่ ดื่มไวน์ แล้วพากันเข้าบ่อนคาสิโนทุกวันไม่เคยขาด ติดต่อกันเป็นปี เงินที่หามาได้ถูกผลาญไปจนหมด ซ้ำยังติดหนี้สินอีกต่างหาก ขณะนั้นทุกข์ใจมาก ขับรถไปก็ร้องไห้ไป คิดว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ จึงไปอธิษฐานกับพระพุทธรูปบนหิ้งพระ ขอให้เลิกบ่อนคาสิโนได้ แต่ก็ไม่ได้ผล จึงนึกถึงแม่ที่ตายไปแล้ว ขอ กำลังใจจากท่าน ขอให้ชนะ จะเอาแม่นี่แหละ จะปรารภเหตุของแม่นี่แหละ เพื่อแม่แพ้บ่ได้ แล้วก็ได้ผล เอาแม่เป็นธงชัย ผู้ส่งเคสไม่ไปเข้าบ่อนคาสิโนอีกเลย
ผู้ส่งเคสและน้องสาวคนรองกลับหันไปสูบผงขาวจนติดงอมแงม เสพมาเรื่อยๆ แต่ไม่เห็นว่ามีความสุขเพิ่มขึ้น จึงพากันเลิกสูบ โดยไม่ ต้องมีพิธีรีตองใดๆ คุณครูไม่ใหญ่บอกว่า ถ้าจะเลิกสิ่งไม่ดีมันง่าย เลิกก็จบ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรเลย
ปี พ.ศ. 2547 เพื่อนบ้านยอดกัลยาณมิตรซึ่งเป็นคนไทย มาชวนผู้ส่งเคสและน้องสาวคนรองไปร่วมทำบุญทอดผ้าป่าและพิธีเทหล่อพระที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมโอเรวา งานบุญครั้งนั้นสร้างความประทับใจมาก เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ คอยโทรแจ้งข่าวบุญให้ทำบุญไม่เคยขาด และผู้ส่งเคสก็ตั้งหน้าตั้งตาทำบุญทุกๆ บุญของวัด ทั้งลานธรรม บุญ 3 แสนปลื้ม สร้างพระธรรมกายประจำตัว เสาแก้ว วิหารคต กฐินรายวัน ทำบุญ 238 วัด กฐินปี 2547 บุญที่จอดรถ และรัตนบัลลังก์ มหาศิริราชธาตุ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงภัตตาหารพระที่ศูนย์ฯ ทุกวันจันทร์ ร่วมงานบุญวันอาทิตย์ต้นเดือนที่ศูนย์ฯ ไม่เคยขาดแม้แต่เดือนเดียว คุณครูไม่ใหญ่ชื่นใจ เห็นว่าผู้ส่งเคสจากความมืดสู่ความสว่าง สั่งสมบุญทุกบุญอย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่าบุญไม่มีขาย
น้องสาวคนที่ 3 เป็นคนหน้าตาดี คนว่าสวย มีหนุ่มๆ เข้ามาติดเยอะ มีนิสัยชอบเล่นการพนันมาก ทำตัวเสเพล แม้แต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ยังไปมีกิ๊ก สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัว มีลูกก็เอามาให้ผู้ส่งเคสเป็นคนเลี้ยง แต่ผู้ส่งเคสทั้งรักทั้งหลงหลานมาก รักเหมือนลูกตัวเอง
น้องชายหรือน้องสาวคนที่ 4 คุณครูไม่ใหญ่เรียกอย่างนี้เพราะเธอมี 2 เพศในร่างเดียวกัน เรียกว่า อุภโตพยัญชนก ตอนเด็กเล็กๆ เป็นผู้ชายแต่นิสัยเหมือนผู้หญิง โตขึ้นจึงพบว่ามี 2 เพศ ครอบครัวหวังให้น้องคนนี้บวชให้พ่อกับแม่ เพราะเป็นผู้ชายคนเดียวในครอบครัว แต่คุณครูไม่ใหญ่บอกว่าบวชไม่ได้ ปี 2547 น้องสาวคนรองชวนไปบวชที่วัดพระธรรมกาย แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก เธอจึงไปบวชวัดอื่นได้ 1 พรรษา เพื่อทำหน้าที่ลูกที่ดี แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อลาสิกขาออกมา เธอตัดสินใจแต่งตัวเป็นผู้หญิงอย่างเปิดเผย มีอาชีพเสริมสวย ทุกวันนี้เธอมาปฏิบัติธรรมที่วัดทุกอาทิตย์ต้นเดือน และเป็นเจ้าภาพทำบุญเศรษฐีทวาทศบารมีทุกเดือน คุณครูไม่ใหญ่บอกว่าบวชไม่ได้อย่างเดียว แต่ทำบุญทำได้
น้องสาวคนที่ 5 เป็นคนดี รักพี่รักน้อง ชอบทำบุญในพระพุทธศาสนา แต่งงานกับชาวแอฟริกา แล้วไปสร้างครอบครัวอยู่ที่นั่น ต่อมา น้องสาวคนรองได้เป็น กัลยาณมิตร ชวนให้รู้จักการทำบุญสร้างบารมีกับหลวงพ่อและหมู่คณะ เธอไม่ปฏิเสธ ร่วมทำบุญกับวัดตลอด ยังมีความตั้งใจจะเป็นผู้นำบุญอยู่ที่ประเทศในแอฟริกาด้วย คุณครูไม่ใหญ่สาธุบอกว่า ออฟริกาอีกแล้ว เดี๋ยวจะไปตรงนั้นกันแหละ
คำถาม
- 1. คุณพ่อมีบุพกรรมใด ชีวิตจึงพลิกผันจากโด่งดังร่ำรวยมาลำบาก หลบหนี และติดคุก?
- 2. คุณพ่อมีบุพกรรมร่วมกับแม่เลี้ยงมาอย่างไร แม่เลี้ยงจึงดูแลท่านด้วยความรักทันทีที่เห็นในคุก?
- 3. คุณแม่มีบุพกรรมใด ชีวิตจึงมั่งคั่งช่วงสั้นๆ แล้วลำบากตลอดจนเสียชีวิต?
- 4. คุณแม่มีบุพกรรมร่วมกับคุณพ่อมาอย่างไร?
- 5. ขณะนี้คุณแม่อยู่ภพภูมิใด ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่?
- 6. ลูก (ผู้ส่งเคส) และน้องสาวคนรองมีบุพกรรมร่วมกันมาอย่างไร จึงมีชีวิตลำบากด้วยกัน เลี้ยงดูครอบครัวด้วยกัน ทำบุญด้วยกัน เสพยาด้วยกัน และเลิกด้วยกัน? ทำอย่างไรจึงจะพ้นวิบากกรรมนี้โดยเร็ว?
- 7. ลูก (ผู้ส่งเคส) มีบุพกรรมใดจึงป่วยเป็นโรคไทฟอยด์เกือบตาย?
- 8. ทำไมลูก (ผู้ส่งเคส) จึงอ้วน และมีปัญหาปวดเมื่อยโดยเฉพาะที่หัวเข่า เป็นโรคเบาหวานและทารัสซีเมีย?
- 9. สามีคนปัจจุบันของน้องสาวคนรองไม่ขัดเรื่องการทำบุญ มาวัด และร่วมบุญด้วยบางครั้ง เขาเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร มีบุพกรรมร่วมกันมาอย่างไร?
- 10. ลูก (ผู้ส่งเคส) กับน้องสาวคนที่สามมีบุพกรรมร่วมกันมาอย่างไร จึงต้องมาเกิดเป็นพี่น้องกัน?
- 11. บุพกรรมใดลูก (ผู้ส่งเคส) จึงต้องมาเลี้ยงดูลูกของน้องสาวคนที่สาม และรักหลานคนนี้เหมือนลูกตัวเอง?
- 12. น้องชายคนที่ 4 เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร?
- 13. ทำไมน้องชายคนที่ 4 จึงมีร่างกายเป็นอุภโตพยัญชนก? วิบากกรรมกาเมของอุภโตพยัญชนกต่างจากเกย์ ทอม ดี้ กะเทย อย่างไร? ทำอย่างไรชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายที่เขาเป็นแบบนี้?
- 14. น้องสาวคนที่ 5 เคยสร้างบุญกับหมู่คณะมาอย่างไร? สามารถเป็นผู้นำบุญในแอฟริกาใต้ได้หรือไม่?
- 15. ลูก (ผู้ส่งเคส) และสามี (ปัจจุบัน) เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร? ทำไมถึงไม่มีลูกด้วยกัน?
- 16. พระอาจารย์ที่ศูนย์นิวซีแลนด์ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรให้ผู้ส่งเคส เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร ทำไมจึงได้มาทำหน้าที่นี้ที่นิวซีแลนด์?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
เหตุใด มณี ซึ่งเป็นเพื่อนรักคู่บุญของผู้ส่งเคส จึงมีสามีที่เจ้าชู้ และไม่มีบุตร แต่บุตรบุญธรรมที่เลี้ยงไว้เมื่อโตขึ้นกลับไม่ค่อยได้มาดูแลเลย
น้องชายคนที่ ๖ มีกรรมใดจึงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด และน้องชายคนที่ ๗ มีกรรมใดจึงประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต มีสาเหตุจากการเป็นลูกที่ขอจากศาลเจ้าพ่อตากสินหรือไม่ครับ ตอนนี้ทั้งสองอยู่ภพภูมิใด
คุณพ่อประสบอุบัติเหตุหกล้ม มีอาการเพ้อ ถูกผ่าตัดศีรษะเอาเลือดออก และขาหัก ต้องผ่าตัดพร้อมกัน เกิดจากกรรมใด เหตุใดบั้นปลายชีวิตจึงไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ต้องไปอยู่สถานดูแลคนชรา
คุณแม่มีบุญอะไรจึงได้รับมรดกจากคุณยาย แต่ทำวิบากกรรมใดจึงต้องขายสมบัตินั้นและใช้ทรัพย์หมดไป คุณแม่ทำวิบากกรรมอะไรมาจึงตายด้วยโรคเบาหวาน
คุณพ่อของ ผู้ส่งเคส เสียชีวิตแล้วไปไหน และบุญที่ลูกอุทิศไปให้ท่านได้รับหรือไม่ ควรทำอย่างไรกับลูกหนี้รายล่าสุดที่คุณพ่อให้กู้ก่อนเสียชีวิต ควรฟ้องร้องหรือปล่อยไปตามกฎแห่งกรรมดี





