เสียงวิญญาณจากโทรศัพท์

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.741 เสียงวิญญาณจากโทรศัพท์

ออกอากาศ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549

พี่น้องฝาแฝดที่คลอดก่อนกำหนดเพราะบุพกรรมร่วมกันมาอย่างไร  | ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้ทุกคน ยกเว้นพ่อและแม่ จะมีอานิสงส์อย่างไร | การนำทรัพย์ผู้อื่นมาอธิษฐานก่อนทำบุญ จะมีผลอย่างไร

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นอุบาสิกาที่ได้สร้างบารมีกับหมู่คณะมาเป็นเวลา 23 ปีแล้ว โดยปัจจุบันกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในต่างแดน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างวัดและเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกล ตลอดเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้สร้างบารมีมาอย่างต่อเนื่อง มีความปิติและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหมู่คณะ ตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีเสมอมา โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นหลักชัย ทำให้มีกำลังใจในการสร้างบารมีอย่างมีความสุข เชื่อมั่น และมั่นคงในเป้าหมายมโนปณิธานอย่างยิ่ง ผู้ส่งเคสเป็นลูกสาวคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 6 คน โดยมีน้องชายคนหนึ่งวัย 37 ปี ที่เป็นโสด คอยดูแลคุณพ่อคุณแม่และคุณยายที่ชราภาพมากและป่วยบ่อยๆ ทำหน้าที่แทนพี่น้องทุกคน

เนื้อเรื่อง

ชีวิตเมื่อแรกเกิดของผู้ส่งเคสนั้นพิเศษยิ่งนัก เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้เพียง 8 เดือน ก็มีอาการปวดหลังอย่างมากและได้คลอดผู้ส่งเคสออกมาพร้อมกับน้องแฝด ผู้ส่งเคสเมื่อแรกคลอดมีน้ำหนักเพียง 1,800 กรัม ขณะที่น้องแฝดน้ำหนัก 1,700 กรัม เราทั้งสองตัวเล็กมากและคลอดก่อนกำหนด จึงต้องอยู่ในตู้อบนานถึง 3 เดือน แต่น่าเสียดายที่น้องแฝดได้จากไปเพราะเป็นปอดบวม มีอายุได้เพียง 50 วัน กว่าผู้ส่งเคสจะเติบโตขึ้นมา ก็ผ่านเรื่องเฉียดตายมาหลายครั้ง เช่น ตอนอายุประมาณ 2 ขวบกว่า ตกบันไดบ้านจนสลบแน่นิ่งไปหลายชั่วโมง ตัวอ่อนเหลว จนคุณยายคิดว่าคงตายแน่แล้วและเสียใจมาก แต่ก็ฟื้นขึ้นมา ตอนอายุ 3 ขวบ เคยรอดห่วงยางหลุด จมน้ำลงไปเลยขณะเล่นน้ำอยู่ที่คลองหน้าบ้าน อยู่ในบ้านก็ตกบันได อยู่ข้างนอกก็ตกน้ำ นับว่าโชคดีมากที่พี่สาวซึ่งเล่นน้ำอยู่ใกล้ๆ และพอจะว่ายน้ำเป็นบ้าง ก็ใช้มือคว้าดึงผมและตะโกนเรียกผู้ใหญ่ให้ช่วยขึ้นมา ผู้ส่งเคสจึงรอดชีวิตมาอย่างหวุดหวิดด้วยน้ำมือของพี่สาว

เมื่อเตรียมตัวจะเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 ผู้ส่งเคสก็ได้มีโอกาสมาวัดพระธรรมกายกับทางชมรมพุทธศาสตร์ในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2526 มาครั้งแรกก็รู้สึกชอบวัดมากในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่นั้นมา ก็มาวัดเกือบทุกวันอาทิตย์ ได้ไปช่วยกิจกรรมของชมรมพุทธ และได้เป็นกรรมการชมรมพุทธในปี พ.ศ. 2527 รับหน้าที่เป็นฝ่ายหาคนไปวัด คือชวนคนไปวัด ชวนคนทำความดี ซึ่งมีนักศึกษามาวัดกับผู้ส่งเคสทุกวันอาทิตย์ครั้งละ 80-100 คน และในโอกาสพิเศษถึง 800 คน ได้ทำหน้าที่บอกบุญซื้อที่ดินสร้างวัด ตั้งแต่สมัยตารางวาละ 62 บาท 50 สตางค์

หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรี ก็ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท แล้วได้ทำงานเป็นข้าราชการ ทำงานไปก็คิดในใจเสมอว่า สักวันหนึ่งจะเข้ามาสร้างบารมีในองค์กร แม้ว่าในขณะนั้น หน้าที่การงานจะก้าวหน้ากว่าเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกัน และมีโอกาสก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็รู้สึกว่ามัน ตัน เหมือนตำแหน่งที่ราชการจะตันที่อธิบดีหรือปลัดกระทรวง คุณครูไม่ใหญ่เสริมว่า ถ้าเป็นนักการเมืองก็ตันที่นายก

ผู้ส่งเคสจึงตัดสินใจลาออกจากราชการ มาสมัครเป็นอุบาสิกาในองค์กร ซึ่งเป็นทางที่ไม่ตัน การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การคัดค้านอย่างหนักจากคุณพ่อคุณแม่และญาติพี่น้อง โดยเฉพาะคุณพ่อและคุณแม่ที่ไม่ยอมรับเลย เพราะผู้ส่งเคสเป็นหลักของที่บ้านในทุกเรื่อง ท่านโกรธมาก แม้ว่าผู้ส่งเคสจะพยายามเตรียมทำใจให้ท่านมานานเกือบ 10 ปี ก่อนเข้าวัด ท่านก็เห็นว่าผู้ส่งเคสมาวัดสม่ำเสมอและมีแนวโน้มจะเข้าวัด แต่ท่านก็ยังมีความหวังให้ผู้ส่งเคสเอาดีทางโลก มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่งงานมีครอบครัว มีลูกมีเต้า เหมือนคนทั่วไป แล้วก็เลี้ยงดูกันไปจนหัวโต แยกย้ายตายจากกันไป

เมื่อผู้ส่งเคสมาอยู่ปรนนิบัติรับใช้พระศาสนาแล้ว ก็ได้กลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่บ้าง แต่คุณแม่ทำเหมือนไม่มีลูกอยู่ในบ้าน ผู้ส่งเคสช่วยงาน ทำความสะอาดบ้าน ทำทุกอย่าง พูดคุยกับท่าน แต่ท่านไม่ค่อยจะคุยด้วย ยังคงโกรธและพูดว่า ไม่ต้องมาทำ พูดจาตัดแม่ตัดลูกกันเป็นอย่างนี้เสมอมา โดยหวังว่าวาจานี้จะดึงผู้ส่งเคสกลับบ้าน รวมเวลาที่คุณแม่พูดตัดแม่ตัดลูกกันถึง 7 ปีครึ่ง ผู้ส่งเคสรู้ดีว่าตนเองรักแม่และคิดถึงแม่เหลือเกิน อยากเป็นลูกแก้วอุทิศตนให้งานพระศาสนา และเอาบุญให้แม่ แต่แม่คงไม่เคยรู้ นั่นคืออดีต แต่ปัจจุบันท่านพูดคุยกับผู้ส่งเคสแล้ว แต่พูดเรื่องอื่น ไม่ยอมคุยเรื่องวัดหรือธรรมะเลย และยังปรารถนาให้ผู้ส่งเคสกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม

ส่วนคุณพ่อนั้น มักจะว่ากล่าวผู้ส่งเคส บางครั้งก็เล่าให้คนอื่นฟังว่า ไม่ชอบเลยคนที่เรียนสูงๆ แต่ไม่มีความคิด คือไม่มีความคิดแบบทางโลก ไปเกาะวัดกิน เป็นลูกเนรคุณ ท่านคิดเอาเอง ผู้ส่งเคสฟังแล้วปวดใจมาก พยายามอธิบายเท่าไหร่คุณพ่อก็ไม่ฟัง ไม่ให้โอกาสอธิบายด้วย ท่านพูดข้างเดียว เพราะคุณพ่อเป็นคนจีนที่ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ ไม่เชื่อเรื่องชาติหน้า แค่ผู้ส่งเคสอ้าปากจะอธิบาย คุณพ่อก็พูดๆๆ ด้วยอารมณ์โกรธ จนผู้ส่งเคสเกรงว่าหากพยายามอธิบายจะยิ่งทำให้ท่านโกรธและอาจเจ็บป่วยได้ เพราะท่านป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว จึงได้แต่นิ่งเสีย คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า การนิ่งเสียก็เป็นคำตอบอย่างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาอยู่ปรนนิบัติรับใช้พระศาสนาของผู้ส่งเคสก็ได้สร้างคุณน้าชายคนหนึ่ง ซึ่งกลายมาเป็นผู้นำบุญที่มีความรักและเคารพในมหาปูชนียาจารย์อย่างยิ่ง ท่านได้สร้างพระประจำตัวให้ทุกคนในครอบครัว ทั้งองค์พระภายนอกภายใน บนโดมและแกนกลาง สร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี สร้างสภาธรรมกายสากล และบุญอื่นๆ ทุกบุญ รวมทั้งชักชวนผู้อื่นมาสร้างองค์พระ แต่น่าเสียดายที่คุณน้าชายได้ตายจากไปในวัยเพียง 48 ปี ด้วยโรคมะเร็งที่ลำไส้และลามไปที่ตับ คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า เพราะในวัยหนุ่ม ท่านชอบดื่มเหล้าและมีความเครียดจากเรื่องการงานและครอบครัว แต่เมื่อเข้าวัดแล้วชีวิตก็ดีขึ้น

คุณน้าเสียชีวิตไปได้ 1 ปี ณ บ้านหลังที่ท่านเคยนอนพักตอนป่วยอยู่ น้องชายของผู้ส่งเคสก็ได้แวะเวียนไปที่บ้านหลังนั้น ซึ่งไม่มีคนอยู่ประจำ วันหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรศัพท์มาขอพูดกับคุณน้า น้องชายผู้ส่งเคสตอบไปว่า คุณน้าตายไปแล้ว ตายไป 1 ปีแล้ว ผู้หญิงคนนั้นถามว่า เป็นไปได้อย่างไร ก็คุยกันอยู่ทุกคืนมาเป็นเดือนแล้ว หนักเข้า ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า คุณนั่นแหละ (หมายถึงคุณน้า) เป็นคนโทรติดต่อมา เธอเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยม วันที่เธอโทรมาหาคุณน้า และเมื่อคืนเสียงโทรศัพท์ที่บ้านดังนาน ซึ่งเธอไม่สะดวกรับและคิดว่าคงเป็นสายจากคุณน้า เธอจึงตั้งใจโทรมาขอโทษคุณน้าที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เมื่อคืน น้องชายผู้ส่งเคสจึงถามว่า ได้เบอร์โทรนี้มาจากไหนที่บ้านนี้ หญิงคนนั้นตอบว่า คุณน้าของผู้ส่งเคสเป็นคนให้ไว้ พร้อมทั้งสั่งบอกว่า หากไม่จำเป็นไม่ต้องโทรมา แล้วคุณน้าจะโทรไปหาเอง ผู้ส่งเคสจึงสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไร

ผู้ส่งเคสยังมีเรื่องราวของครอบครัวอีก คุณยายแต่งงานกับคุณตาตั้งแต่อายุ 16 ปี ชีวิตสุขสบายมาตลอด เพราะคุณตารักและตามใจมาก คุณยายก็ตามใจคุณตา จนมีลูกด้วยกันถึง 10 คน แต่ลูกชาย 4 คนสุดท้ายได้เสียชีวิตไป ด้วยเหตุเดียวกันคือ เป็นบาดทะยักตาย หลังจากหมอตำแยใช้ไม้ไผ่ตัดสายสะดือ

คุณยายเคยเป็นผู้นำรถพาเพื่อนบ้านมาทอดผ้าป่าที่วัดพระธรรมกายเมื่อปี 28 ซึ่งคุณยายปีติใจมาก หลังจากนั้นผู้ส่งเคสก็พาคุณยายมาวัดในวันบุญใหญ่ตามโอกาส แต่เมื่อผู้ส่งเคสเข้าวัดโดยที่คุณแม่ไม่ยินยอม ทำให้คุณยายเกรงใจคุณแม่ ไม่กล้ามาวัดกับผู้ส่งเคสอีก อีกทั้งสุขภาพคุณยายก็ไม่ดีเหมือนก่อน ปัจจุบันคุณยายอายุ 85 ปี ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม จำเรื่องราวในอดีตได้ แต่เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปจะจำไม่ได้เลย

ผู้ส่งเคสจบเรื่องเล่าสั้นๆ เพียงเท่านี้ แต่มีคำถามยาว

คำถาม

  1. บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสและน้องสาวเกิดมาเป็นฝาแฝด คลอดก่อนกำหนด เหตุใดน้องสาวจึงมีอายุแค่ 50 วัน ตายแล้วไปไหน และได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่
  2. บุพกรรมใดที่ทำให้ผู้ส่งเคสมีชีวิตเฉียดตายหลายครั้ง (ตกบันได สลบ จมน้ำเกือบตาย) และเหตุใดปัจจุบันจึงปวดเมื่อยตามร่างกาย แข็งเกร็ง โดยเฉพาะช่วงวันนั้นของเดือน ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดตามร่างกายอย่างมาก จะแก้ไขได้ด้วยบุญอะไร
  3. เหตุใดผู้ส่งเคสจึงต้องมาสร้างบารมีด้วยความไม่ยินยอมและไม่เข้าใจของคุณพ่อคุณแม่ ท่านจะได้รับบุญกับผู้ส่งเคสหรือไม่ มากน้อยเพียงใด และทุกครั้งที่ทำความดี อุทิศบุญให้ ท่านจะได้รับบุญนี้หรือไม่
  4. การที่ผู้ส่งเคสทำหน้าที่กัลยาณมิตรอย่างเต็มที่เสมอมา จะแก้ผังนี้ให้ได้หรือไม่ และชาติหน้าจะสร้างบารมีได้โดยสะดวกหรือไม่
  5. บุพกรรมใดที่คุณพ่อเป็นโรคหัวใจ มักปวดชาตามนิ้วมือ แขน ขา และเพราะอะไรท่านจึงไม่มีศรัทธา ความเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้ท่านเป็นสัมมาทิฏฐิ
  6. บุพกรรมใดที่คุณแม่เป็นโรคเบาหวานและข้อเข่าเสื่อม ท่านจะหมดกรรมหรือยัง หากผ่าตัดหัวเข่าตามที่แพทย์แนะนำแล้วจะหายหรือไม่ และจะมีผลอย่างไรกับโรคเบาหวาน
  7. บุพกรรมใดที่คุณน้าเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่ลำไส้และตับ ตายแล้วไปไหน เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ และมีข้อความอะไรฝากมาไหม
  8. เรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นเล่าว่าได้โทรศัพท์ติดต่อกับคุณน้าที่ตายไปแล้วเสมอ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าจริง คุณน้าติดต่อเพื่อนได้อย่างไร และเพื่ออะไร
  9. วิบากกรรมใดที่คุณยายเป็นโรคสมองเสื่อม เบาหวาน หัวใจ น้ำท่วมปอด
  10. วิบากกรรมใดที่คุณยายอยากทำบุญแต่ไม่ได้ทำเพราะเกรงใจคุณแม่เรื่องปัจจัย และคุณแม่จะมีวิบากกรรมอะไรหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร
  11. คุณยายเคยสร้างบารมีมากับหมู่คณะหรือไม่
  12. บุพกรรมใดที่คุณตาเสียชีวิตด้วยโรคความดันโลหิตสูงด้วยวัยเพียง 53 ปี ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศไปให้หรือไม่ และมีข้อความใดฝากมาบ้างไหม
  13. การที่ผู้ส่งเคสเคยทำหน้าที่พี่เลี้ยงอบรมบุคลากร แล้วคัดผู้ที่ไม่เหมาะสมออกตามหน้าที่โดยไม่ใช้อคติ แต่เพื่อประโยชน์องค์กร จะมีผลบุญหรือบาป และวิบากกรรมอย่างไร
  14. ผู้ส่งเคสเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร เคยทำหน้าที่อะไรมาก่อน มีผลการปฏิบัติธรรมอย่างไร เหตุใดชาตินี้จึงมาสร้างบารมีในต่างแดน
  15. บุพกรรมใดที่น้องที่เคยทำงานมาด้วยกันตัวเตี้ย และเคยสร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างไร ทำหน้าที่อะไร ผลการปฏิบัติธรรมชาติที่แล้วเป็นอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

ก่อนไม่มีแม่ให้กอด

คุณปู่และคุณย่าเสียชีวิตด้วยโรคอหิวาและมะเร็งลำไส้ด้วยกรรมใด ตายแล้วไปไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร และบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ทำให้ท่านมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไรบ้างคะ

ตามกำลังบุญ

คุณตาทำกรรมใดจึงสมองเสื่อม? ท่านเห็นแสงสว่างจริงหรือใครห้ามพูด? จะชวนคนสมองเสื่อมทำบุญนั่งสมาธิได้อย่างไร เขาจะเข้าใจไหม?

คันได้แต่ห้ามปวด

ทำไมคุณแม่จึงเกิดมาเป็นลูกคนโต ต้องลำบากเลี้ยงน้อง 10 คน ทำงานหนัก ไม่มีโอกาสเรียนสูง

ลูกเจ้าพ่อ

น้องชายคนที่ ๖ มีกรรมใดจึงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด และน้องชายคนที่ ๗ มีกรรมใดจึงประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต มีสาเหตุจากการเป็นลูกที่ขอจากศาลเจ้าพ่อตากสินหรือไม่ครับ ตอนนี้ทั้งสองอยู่ภพภูมิใด

ยอดนักสร้างบารมี

คุณพ่อประสบอุบัติเหตุหกล้ม มีอาการเพ้อ ถูกผ่าตัดศีรษะเอาเลือดออก และขาหัก ต้องผ่าตัดพร้อมกัน เกิดจากกรรมใด เหตุใดบั้นปลายชีวิตจึงไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง ต้องไปอยู่สถานดูแลคนชรา

สงสัยจังเลยคุณย่าคุณยายที่รัก

คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปที่สมองเพราะบุพกรรมใด เสียชีวิตแล้วไปไหน จะได้รับบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา