รักเราไม่เก่าเลย

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.815 รักเราไม่เก่าเลย

ออกอากาศ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2549

อานิสงส์ของลูกกตัญญู และสงเคราะห์ญาติมีอะไรบ้าง

-
อ่าน Case
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสนี้คือลูกสาวคนโตในจำนวนพี่น้อง 7 คน ได้มีโอกาสเข้าวัดครั้งแรกในงานเล่าเรื่องรูปเหมือนทองคำหลวงปู่เมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยการชักชวนของน้องสาวคนรอง ปัจจุบันได้ติดตามรับชมรายการ DMC มาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว และชื่นชอบการรับฟังเรื่องกฎแห่งกรรมที่คุณครูไม่ใหญ่เมตตาตอบในรายการ Case Study ก่อนหน้านี้ผู้ส่งเคสไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ที่ตั้งใจทำความดีมาตลอดชีวิตจึงต้องมาประสบเคราะห์ร้ายและเสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเมื่อ 30 ปีก่อน ซึ่งเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยเหตุนี้ ผู้ส่งเคสจึงกราบขอความเมตตาคุณครูไม่ใหญ่ได้เมตตาฝันในฝันเพื่อไขข้อข้องใจเหล่านี้

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณพ่อของผู้ส่งเคสได้อพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยการหลบซ่อนใต้ท้องเรือมาขึ้นฝั่งทางภาคเหนือ นับแต่นั้นมาคุณพ่อก็สู้ชีวิตมาตลอด เริ่มต้นจากการเป็นจับกังใช้แรงงานอย่างหนักและอดทนเป็นเวลานับ 10 ปี ด้วยชีวิตที่ทั้งเหนื่อยยาก ลำบาก และหิวโหย ต่อมาจึงลาออกมาเป็นลูกจ้างทำทองรูปพรรณในโรงงานย่านฝั่งธน ด้วยบุพเพสันนิวาส ขณะที่คุณพ่ออายุ 32 ปี ก็ได้มาพบรักกับคุณแม่ของลูกซึ่งเป็นสาววัยรุ่นอายุเพียง 16 ปี แม้จะต่างวัยกันถึง 16 ปี แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่ากับการที่คุณพ่อถูกดูแคลนว่าเป็นคนจนไม่คู่ควรกับลูกสาวเถ้าแก่ร้านทองผู้ทั้งสาว สวย และเก่ง คุณตาซึ่งหวงลูกสาวมากจึงแกล้งเรียกค่าสินสอดสูงถึง 50,000 บาทในสมัยนั้น โดยรู้ว่าคุณพ่อไม่สามารถหาเงินจำนวนมากขนาดนี้ได้ แต่คุณพ่อก็ไม่ย่อท้อ ด้วยความรัก ก็อดทนทำงานหนัก และยอมเป็นหนี้เจ้านาย จนในที่สุดก็สามารถหาเงินค่าสินสอดได้ครบตามจำนวน แต่คุณตาก็ยังคงไม่ยอมรับ จนร้อนถึงเจ้านายของคุณพ่อต้องออกหน้าเจรจา คุณตาจึงจำใจต้องยกคุณแม่ให้ไปอย่างเสียไม่ได้

หลังแต่งงานได้ไม่กี่วัน คุณพ่อก็พาคุณแม่ย้ายไปเช่าบ้านไม้เก่าอยู่ตามลำพัง แม้จะเป็นห้องแคบๆ เพียงห้องเดียว แต่ก็อบอุ่นด้วยสายใยแห่งรัก ทั้งสองช่วยกันทำงานอย่างขันแข็งเพื่อใช้หนี้ คุณพ่อเป็นเซลล์ขายทองที่ประหยัดและเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ ส่วนคุณแม่ซึ่งมีหัวทางการค้า ก็ซื้อจักรเย็บผ้ามารับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า แม้จะเริ่มต้นชีวิตด้วยความลำบาก แต่คุณพ่อก็มีความสุขที่มีคุณแม่อยู่เคียงข้างเสมอ เมื่อมีลูกคนที่ 2 ก็ย้ายไปเปิดร้านโชว์ห่วย ซึ่งขายดีมาก ทำให้ฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ จนหมดหนี้และมีบ้านเป็นของตัวเอง คุณแม่เป็นคนขยัน ใจดี รักความสะอาด ชอบทำบุญใส่บาตร พูดไพเราะ และสอนให้ลูกพูดจาดี รวมถึงสอนท่าเดิน ท่านั่ง และมารยาทในการรับประทานอาหาร คุณแม่ตั้งท้องมีลูกเกือบทุกปี มีลูก 6 คนใน 6 ปีแรก แล้วเว้นไป 6 ปี จึงมีลูกคนสุดท้องเป็นลูกหลงอีกคน แม้จะใช้ชีวิตร่วมกันเกือบ 12 ปีและมีลูก 7 คนแล้ว แต่ความรักของคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เคยจืดจาง มีแต่หวานชื่นทุกวัน ลูกๆ เห็นท่านทั้งสองกอดกัน หยอกล้อกันเหมือนหนุ่มสาวเพิ่งจีบกันใหม่ๆ ทำให้ลูกรู้สึกว่าครอบครัวอบอุ่นมาก

แต่แล้วเหตุการณ์น่าสลดใจก็เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด ขณะนั้นลูกอายุ 12 ขวบ บ้านเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น หลังที่ 4 ในห้องแถว 10 คูหา คืนวันเสาร์ประมาณตีหนึ่ง คุณแม่ของเด็กรับใช้ร้องตะโกนมาจากหลังบ้านว่า "ไฟไหม้!" คุณแม่สะดุ้งตื่นและรีบวิ่งมาปลุกผู้ส่งเคสกับน้องๆ ที่นอนรวมกันอยู่ คุณแม่สั่งให้ผู้ส่งเคสพาน้องๆ ไปฝากบ้านตรงข้าม ผู้ส่งเคสอายุ 12 ขวบรีบจูงมือน้อง 5 คนวิ่งข้ามถนนออกไป แล้วรีบกลับมาช่วยคุณแม่ดับไฟโดยการสาดน้ำจากชั้นล่างขึ้นไปชั้นบน แต่ไฟกลับยิ่งโหมแรงขึ้น คุณแม่จึงเปลี่ยนเป็นใช้กระสอบข้าวสารชุบน้ำขึ้นไปตบผนัง แต่ก็ไม่สำเร็จ ไฟลุกลามจนสุดต้าน ทำได้เพียงขนของออกมาให้มากที่สุด ผู้ส่งเคสคว้าทีวี เสื้อผ้า จักรเย็บผ้าที่หนักมากออกมาได้อย่างงงๆ ขณะกำลังวิ่งวุ่น คุณแม่หันมาถามหาลูกคนสุดท้องวัย 4 เดือน ผู้ส่งเคสบอกว่าน้องนอนอยู่กับแม่ คุณแม่ดูเบลอๆ เดินวนไปมา ผู้ส่งเคสแปลกใจจึงทักขึ้น คุณแม่จึงได้สติและรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนบ้าน โดยลืมไปว่าได้สั่งให้แม่ของคนใช้พาตัวน้องออกไปแล้ว

ไม่นานรถดับเพลิงก็มาถึง แต่เจ้าหน้าที่กลับถามผู้ส่งเคสซึ่งเป็นเด็ก 12 ขวบว่าจะฉีดน้ำกระบอกละ 50,000 บาท ผู้ส่งเคสคิดในใจว่าแพงมาก เจ้าหน้าที่ไม่ฉีดน้ำให้บ้านผู้ส่งเคส แต่ไปฉีดให้บ้านหลังถัดไป ผู้ส่งเคสนึกได้ว่าคุณแม่ยังอยู่ข้างบน พยายามตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ ตำรวจเข้ามาดึงตัวผู้ส่งเคสขึ้นรถ บอกว่าจะพาไปสอบสวนที่โรงพักในฐานะบ้านต้นเพลิง ขณะถูกดึงตัว ผู้ส่งเคสเห็นคุณแม่ยืนหันหลังให้ที่ห้องนอนชั้นบน จึงร้องบอกตำรวจ แต่ตำรวจไม่เห็น เห็นเพียงไฟไหม้หลังคา ตำรวจเขกศีรษะผู้ส่งเคสอย่างแรง หาว่าโกหก ผู้ส่งเคสถูกสอบสวนพักใหญ่และถูกปล่อยตัวในตอนเช้า ทราบข่าวภายหลังว่าคุณแม่เสียชีวิตในกองเพลิง แรงระเบิดของถังแก๊สทำให้ร่างกระเด็นกระจัดกระจาย ผู้ส่งเคสเสียใจมาก ร้องไห้จนตาบวม

เช้าวันอาทิตย์ผู้ส่งเคสเดินออกมาหน้าซอย สวนกับคุณพ่อที่ขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาจากต่างจังหวัด คุณพ่อร้องไห้เลื่อนลอย รีบไปรอรับศพคุณแม่ที่นิติเวช เมื่อเห็นร่างคุณแม่ที่ถูกไฟไหม้เกรียม คุณพ่อตรงเข้าไปกอดไว้แน่น ร้องไห้คร่ำครวญว่าถ้าพ่ออยู่ด้วยแม่จะต้องปลอดภัย ผู้ส่งเคสสงสารคุณพ่อมากเพราะคุณแม่คือหัวใจของคุณพ่อ

หลังคุณแม่เสียชีวิตได้ 3 วัน ผู้ส่งเคสเห็นคุณแม่มายืนที่บันไดและบอกให้ช่วยดูแลน้องๆ ผู้ส่งเคสทั้งกลัวทั้งสั่น บอกคุณแม่ไม่ต้องห่วง จะดูแลน้องทุกคนอย่างดี และบอกให้คุณแม่ไปเถอะ เมื่อพูดจบคุณแม่ก็จากไปทันทีและไม่เคยมาให้เห็นอีกเลย ผู้ส่งเคสตั้งใจดูแลน้องๆ ตามที่รับปากไว้

หลังงานศพ คุณพ่อพาผู้ส่งเคสย้ายไปอยู่กับตายาย ชีวิตลำบาก ต้องหยิบยืมเงินหลายแสนบาทจนไม่มีใครกล้ายืม แต่คุณพ่อเป็นคนขยัน อดทน เพียง 2 ปีก็สามารถสร้างบ้านหลังใหม่ได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2532 คุณพ่อประสบอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้าอย่างแรง กระจกหน้ารถทิ่มหน้าเละ มีแผลเป็นบนใบหน้า ต่อมาคุณพ่อต้องเข้าห้อง ICU ถึง 3 ครั้งด้วยโรคร้ายต่างๆ ทั้งความดันสูง เบาหวาน หัวใจ ปอด และวันหนึ่งเมื่อไปสแกนสมอง กลับมาคืนนั้นก็กลายเป็นเจ้าชายนิทราทันที ทั้งที่ตอนเข็นรถเข้าห้องสแกนยังคุยเรื่องงานกับน้องชายอยู่เลย อาการทรุดลงเรื่อยๆ ผู้ส่งเคสและสามีมีโอกาสไปเยี่ยมคุณพ่อครั้งสุดท้ายก่อนวันพ่อเพียงวันเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นตรงกับวันพ่อก็ได้รับข่าวร้ายว่าคุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่ตีสองของคืนก่อน ผู้ส่งเคสเสียใจมาก ไปกราบคุณพ่อและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน

ผู้ส่งเคสสงสัยว่าทำไมคุณแม่ผู้เอื้อเฟื้อ ชอบทำบุญ สวดมนต์ ไหว้พระ และไม่เคยทำบาปผิดศีลใดๆ ถึงต้องมาถูกไฟคลอกตายอย่างทรมาน รวมถึงคำถามอื่นๆ อีกมากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ และชีวิตหลังความตายของคุณพ่อและคุณแม่

คำถาม

  1. ผู้ส่งเคสกราบเรียนถาม คุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้:
  2. ต้นเพลิงเกิดจากสาเหตุใดกันแน่?
  3. คุณแม่รักลูกมากจนยอมสละชีวิตเพื่อขึ้นไปช่วยลูกคนเล็ก จะได้บุญหรือไม่ อย่างไร?
  4. ขณะเกิดเหตุ ผู้ส่งเคสเห็นคุณแม่ยืนอยู่ชั้นบน แต่ตำรวจมองไม่เห็น ผู้ส่งเคสเห็นจริงหรือตาฝาดไปเอง? ตอนนั้นคุณแม่หายไปไหน?
  5. หลังคุณแม่เสียชีวิต 3 วัน ผู้ส่งเคสกับน้าฝันเห็นคุณแม่มาในชุดนอนสีฟ้า คุณแม่มาหาจริงหรือไม่?
  6. ที่ชาวบ้านลือว่าตกดึกจะเห็นคุณแม่มากวาดขยะหน้าบ้านนั้นจริงหรือไม่?
  7. คุณพ่อเคยไปเฝ้ารอพบคุณแม่ถึงเช้าอยู่หลายวัน แต่ทำไมคุณแม่ไม่เคยมาให้คุณพ่อเห็นเลย?
  8. ก่อนเสียชีวิตคุณแม่นึกถึงอะไร เจ็บปวดทรมานมากไหม?
  9. คุณแม่ตายแล้วไปไหน? ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือยัง? มีข้อความฝากถึงลูกๆ ไหม?
  10. คุณพ่อจากบ้านมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น สู้ชีวิตด้วยลำแข้งตนเอง ทำงานหนักมาตลอดชีวิต เป็นเพราะวิบากกรรมใด?
  11. คุณพ่อถูกกระจกรถทิ่มหน้าเละ ป่วยเข้า ICU 3 ครั้ง และกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เป็นเพราะวิบากกรรมใด?
  12. ช่วง 6 ปีหลังคุณพ่อเข้าห้องน้ำทุกชั่วโมงจนหงุดหงิด เป็นเพราะเศษกรรมใด?
  13. คืนแรกที่คุณพ่อเป็นเจ้าชายนิทรา ผู้ส่งเคสฝันเห็นคุณพ่อมายืนจ้องมองที่หัวเตียง และเพื่อนบ้านเห็นคุณพ่อนั่งหน้าบ้าน เป็นเพราะวิญญาณคุณพ่อออกมาร่างมาหาจริงหรือไม่?
  14. คืนสุดท้ายที่ผู้ส่งเคสกับสามีไปเยี่ยมคุณพ่อ ผู้ส่งเคสเห็นคุณพ่อสะบัดแขน ขยับขา งอเข่า และหันหน้ามา แต่คนอื่นไม่เห็น คุณพ่อเคลื่อนไหวได้จริงหรือ? วิญญาณกลับเข้าร่างหรือ? ตลอด 10 วันที่หมดสติ คุณพ่อหายไปไหน เป็นอยู่อย่างไร?
  15. ในวาระสุดท้ายคุณพ่อมีคตินิมิตเป็นอย่างไร ตายแล้วไปไหน? ได้ไปอยู่กับคุณแม่หรือไม่?
  16. คุณพ่อกับคุณแม่มีกรรมร่วมกันมาหรือไม่? เหตุใดก่อนตายจึงทรมานคล้ายกัน?
  17. คุณพ่อคุณแม่เป็นลูกกตัญญู ส่งเงินให้พ่อแม่และส่งเสียน้องๆ บุญนี้มีอานิสงส์อย่างไร?
  18. เหตุใดบุญที่พ่อแม่ทำเองและลูกหลานทำให้ จึงยังไม่อาจตัดรอนวิบากกรรมของท่านทั้งสองได้?
  19. ผู้ส่งเคสและน้องสาวคนที่ 4 สร้างบารมีกับหมู่คณะมาอย่างไร?

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

สาวรำวง

ครอบครัวและพี่น้องของผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมอะไรถึงได้มาเกิดในครอบครัวที่ยากจนร่วมกัน?

แม่จะเป็นอะไร ก็ห่วงใยลูกเสมอ

คุณแม่เสียชีวิตเพราะเหตุใด ทำกรรมอะไรมาจึงตายทั้งกลม ตอนนี้อยู่ภพภูมิใด และที่มาหาลูก 3 ครั้งจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด

ก่อนไม่มีแม่ให้กอด

คุณปู่และคุณย่าเสียชีวิตด้วยโรคอหิวาและมะเร็งลำไส้ด้วยกรรมใด ตายแล้วไปไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร และบุญที่ลูกหลานอุทิศไปให้ทำให้ท่านมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไรบ้างคะ

เด็กไทยยุคไฮเทค

คุณแม่ฝันเห็นหมู่ญาติหลังลูกสร้างพระให้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นกุศลนิมิต? ท่านทำได้หรือเห็นได้อย่างไร? ทำไมท่านลำบากวัยต้นแต่สบายวัยชรา? กรรมใดทำให้เป็นมะเร็ง? ท่านตายแล้วไปไหน? การอธิษฐานสร้างองค์พระให้ท่านทำตามหลักวิชชาหรือไม่? ก่อนทำบุญเสาแก้วที่ฝันเห็นบ้านไม้สีทองนั้นเป็นภพภูมิหรือไม่? หลังทำบุญเสาแก้วแล้ว บุญส่งผลให้ท่านไปภพภูมิที่สูงขึ้นหรือไม่? มีข้อความใดฝากมาหรือไม่?

แพ้ท้องอยากกินพริกสด

คุณปู่ถูกกระสอบข้าวสารทับเสียชีวิตเพราะบุพกรรมใด เกี่ยวข้องกับอาถรรพ์เจ้าแม่กวนอิมหรือกรรมที่ไปตีหนูหลังหักหรือไม่? หนูตัวนั้นผูกอาฆาตท่านหรือไม่? ท่านตายแล้วไปอยู่ที่ไหน? ได้รับผลบุญที่ไปให้หรือไม่?

รักต้องสู้ เพราะเรามีศูนย์กลางกายอยู่

กรรมใดทำให้ปู่เป็นอัมพาตขาเดินไม่ได้ ไม่ได้รับการดูแล ถูกว่าร้าย และตายแล้วไปไหน จะขออโหสิกรรมได้หรือไม่? และกรรมใดทำให้ปู่และย่าไม่มีที่ดินและยากจนทั้งที่ตระกูลเดิมมีฐานะดี?

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา