ขรัสสรชาดก ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้ง

วันหนึ่ง มีบัณฑิตผู้หนึ่งได้เดินทางไปพักที่ในหมู่บ้านนั้น เขาได้เห็นอำมาตย์ผู้นี้ เวลาจะเดินทางไปไหน ต้องมีคนตีฆ้องกลองนำหน้า มีบริวารห้อมล้อมเป็นที่เอิกเกริกใหญ่โต “ เวลาใดที่พวกโจรมาปล้นบ้าน เผาบ้านเรือน ฆ่าโคกิน แล้วจับเอาคนไปเป็นเชลยนั้น เมื่อนั้นบุตรธิดาละทิ้งแล้ว จึงมาตีกลองเสียงอึกทึก โดยแท้จริงอำมาตย์ผู้นี้เองเป็นคนทุจริต เป็นผู้สมคบกับโจร ” https://dmc.tv/a26684

บทความธรรมะ Dhamma Articles > นิทานชาดก 500 ชาติ
[ 7 ธ.ค. 2563 ] - [ ผู้อ่าน : 17074 ]

ชาดก 500 ชาติ

ขรัสสรชาดก-ชาดกว่าด้วยบุตรที่มารดาละทิ้ง

พระศาสดาทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร

พระศาสดาทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร
  
       ในสมัยพุทธกาลเมื่อครั้งที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภอำมาตย์ผู้หนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ พระเจ้าโกศล
ผู้ครองเมืองสาวัตถีแห่งแคว้นโกศลมีอำมาตย์คู่ใจผู้หนึ่ง เป็นที่โปรดปรานของพระองค์เป็นอย่างมาก จึงทรงแต่งตั้งเป็นนายอำเภอดูแลปัจจันตคาม
 
พระเจ้าโกศลได้แต่งตั้งอำมาตย์คู่ใจไปเป็นนายอำเภอยังปัจจันตคาม
 
พระเจ้าโกศลได้แต่งตั้งอำมาตย์คู่ใจไปเป็นนายอำเภอยังปัจจันตคาม
 
        “ นับตั้งแต่นี้ไป ข้าจะขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นนายอำเภอดูแลปัจจันตคามนี้ ” “ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ ” เมื่ออำมาตย์มาเป็นนายอำเภอปกครองปัจจันตคามแล้ว
ต่อมาเกิดมีใจละโมบเข้าร่วมกับพวกโจรเพื่อปล้นเอาเงินทองของชาวบ้าน “ ว่ายังไงละท่านอำมาตย์ ท่านจะร่วมมือกับเราหรือเปล่า ”
 
นายอำเภอได้วางแผนกับโจรในการที่จะปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้าน
 
นายอำเภอได้วางแผนกับโจรในการที่จะปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้าน
 
        “ แน่นอนแต่เจ้าต้องแบ่งสมบัติให้ข้าครึ่งหนึ่ง ตามที่ตกลงกันไว้ล่ะ ” อำมาตย์ได้ทำอุบายเรียกชาวบ้านให้มาประชุมกัน แล้วพาชาวบ้านเดินทางเข้าป่า
เพื่อให้โจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินในหมู่บ้าน “ พวกเจ้าทั้งหลาย วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าช่วยกันหาของป่าไปถวายพระราชา จงตามข้าเข้าไปหาของป่าด้วยกัน ”
 
นายอำเภอได้ชักชวนชาวบ้านเข้าไปหาของป่าเพื่อนำไปถวายพระราชา
 
นายอำเภอได้ชักชวนชาวบ้านเข้าไปหาของป่าเพื่อนำไปถวายพระราชา
 
        เมื่อพาชาวบ้านทั้งหมดเข้าไปในป่าแล้ว พวกโจรก็เข้าขโมยของในบ้านเรือนได้ทรัพย์สินไปจำนวนมาก “ ฮะ ฮ่า ฮ่า ชาวบ้านที่มันน่าโง่จริง ๆ ” “ ใช่ลูกพี่
ดูสิสมบัติพวกนี้เป็นของเราแล้ว ” “ ข้าชักจะหิวแล้วสิลูกพี่ เราจับวัวชาวบ้านมาฆ่ากินกันดีกว่า ”
 
กลุ่มโจรได้บุกเข้าไปปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้าน
 
กลุ่มโจรได้บุกเข้าไปปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้าน
 
        “ เอาสิ จัดไปเลย ได้ทั้งเงิน ทอง แล้วยังอิ่มท้องเป็นของแถมอีก ฮะ ฮะ ฮ่า ” ตกเย็นเมื่อชาวบ้านกลับมาจากป่าถึงหมู่บ้าน ก็พบว่าทรัพย์สินเงินทอง
ของตนถูกขโมยไปเสียแล้ว “ โธ่ เงินของข้า หายไปหมดเลย ” “ ของข้าก็ไม่เหลือ มันเอาไปหมด แล้วข้าจะเอาเงินที่ไหนใช้ละเนี่ย ”
 
ชาวบ้านกลับมาจากป่าก็พบว่าเงินทองของตนที่เก็บไว้หายไปหมดสิ้น
 
ชาวบ้านกลับมาจากป่าก็พบว่าเงินทองของตนที่เก็บไว้หายไปหมดสิ้น
 
        “ ท่านนายอำเภอท่านต้องช่วยพวกเรานะ พวกเราไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว ” “ อย่าห่วงเลย ข้ารับปากว่าจะช่วยพวกเรา เอาทรัพย์สินเงินทองคืนมาให้ได้ ”
เมื่อไม่มีใครสงสัย ต่อมาอำมาตย์นั้นทำเช่นเดิมอีกหลายครั้ง “ อ้าว ชาวบ้านทั้งหลาย วันนี้เราจะไปหาของป่ากันอีก ”
 
ชาวบ้านได้ร้องเรียนนายอำเภอว่าบ้านเรือนของตนถูกโจรปล้น
 
ชาวบ้านได้ร้องเรียนนายอำเภอว่าบ้านเรือนของตนถูกโจรปล้น
 
        “ คราวนี้จะให้หาอะไรละ ท่านอำมาตย์ ” “ พวกเจ้าไม่ต้องถามมาก ทำตามที่ข้าบอกก็พอ อ้าว ไปกันได้แล้ว ” “ ท่านนายอำเภอนี่น่าสงสัย เราเข้าป่าที่ไร
กลับมาของหายทุกที ” “ นั่นสิ ให้เหลือคนไว้เฝ้าบ้านบ้างก็ไม่ยอม ” พฤติกรรมของอำมาตย์เป็นที่น่าสงสัย พฤติกรรมของอำมาตย์เป็นที่น่าสงสัย
 
ชาวบ้านต่างพากันเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของนายอำเภอ
 
ชาวบ้านต่างพากันเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของนายอำเภอ
     
        ชาวบ้านเริ่มตั้งข้อสงสัยในตัวอำมาตย์และคอยจับตาอยู่ตลอดเวลา จนในไม่ช้าชาวบ้านก็รู้ความจริง “ ไหนละส่วนแบ่งของข้า ” “ นี่ไง เราทำธุรกิจร่วมกันมานาน
ข้าไม่โกงท่านหรอก ” “ เฮอะ ๆ ๆ ชาวบ้านหน้าโง่พวกนี้ ข้าหลอกมันก็เชื่อโดยไม่สงสัยเลย ” “ สงสัยสิ พวกเราจึงแอบตามท่านมานี่ไง ”
 
ชาวบ้านได้แอบตามดูพฤติกรรมของนายอำเภอ
 
ชาวบ้านได้แอบตามดูพฤติกรรมของนายอำเภอ
 
        “ พวกเจ้าเข้าใจผิดแล้วนี่ข้ามาเพื่อจับโจร ” “ อย่ามาโกหกเลยพวกเราช่วยกันจับท่านอำมาตย์เอาไว้ ” “ งั้นพวกข้าเผ่นก่อนดีกว่า อ้าวไอ้เสือ เผ่น ”
ชาวบ้านนำเรื่องอำมาตย์โกงนี้กราบทูลแก่พระเจ้าโกศล เมื่อทราบเรื่องแล้วจึงทรงรับสั่งให้นำตัวอำมาตย์มาลงโทษ แล้วจึงเสด็จไปยังพระเชตวัน
 
ชาวบ้านจับได้ว่านายอำเภอสมคบกับโจรปล้นบ้านเรือนของพวกตน
 
ชาวบ้านจับได้ว่านายอำเภอสมคบกับโจรปล้นบ้านเรือนของพวกตน
 
        เพื่อกราบทูลเรื่องนี้แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า “ ข้าพระองค์ละอายใจเหลือเกินที่ให้อำนาจกับคนชั่ว ” “ ดูก่อนมหาบพิตร มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่อำมาตย์ผู้นั้น
มีปกติประพฤติอย่างนี้ แม้ในครั้งก่อนก็ได้มีความประพฤติชั่วมาแล้วเหมือนกัน ” เมื่อตรัสจบแล้ว จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาทกดังนี้

ชาวบ้านจับตัวนายอำเภอส่งพระเจ้าโกศล
 
ชาวบ้านจับตัวนายอำเภอส่งพระเจ้าโกศล
  
        ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยพระราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี ทรงพระกรุณาพระราชทานปัจจันตคามแก่อำมาตย์ผู้หนึ่ง “ ข้าขอยกปัจจันตคามนี้
ให้เจ้าเป็นผู้ดูแลก็แล้วกัน ” “ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ ” เมื่อมาเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว อำมาตย์นั้นก็ร่วมมือกับโจร
 
พระเจ้าโกศลเสด็จมาเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา    

พระเจ้าโกศลเสด็จมาเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา
 
        วางอุบายให้ชาวบ้านเข้าป่าเพื่อให้โจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินของชาวบ้าน “ เมื่อข้าพาชาวบ้านเข้าป่าแล้ว พวกเจ้าจงเข้าไปขโมยของในหมู่บ้าน แล้วอย่าลืม
แบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่งด้วยละ ” “ ไม่ต้องห่วง ข้าไม่โกงท่านหรอก ฮะ ฮ่า ฮ่า คราวนี้ได้รวยกันเละแน่ ”

พระบรมศาสดาทรงตรัสเล่า ขรัสสรชาดก ให้พระเจ้าโกศลได้ฟัง
 
พระบรมศาสดาทรงตรัสเล่า ขรัสสรชาดก ให้พระเจ้าโกศลได้ฟัง
  
        เมื่อชาวบ้านเข้าป่ากันหมด พวกโจรทั้งหลายก็เข้ามาขโมยของตามบ้านเรือนของชาวบ้าน  “ เอ้า ขนไปให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่แดงเดียว ” “ ชาวบ้านที่นี่
โง้ โง่ นะท่านหัวหน้า ” “ เฮ้ยใครว่า เพราะท่านหัวหน้าของเราฉลาดต่างหาก ” “ ฮึ ฮึ ฮึ ไม่ต้องยอ ข้าเขิน ”
 
กรุงพาราณสี
 
กรุงพาราณสี
 
        ครั้นพลบค่ำชาวบ้านกลับมายังบ้านเรือนของตน ก็พบว่าของในบ้านถูกโจรขโมยไปเสียแล้ว จึงรวมตัวกันขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน “ ผู้ใหญ่บ้าน
ช่วยพวกเราด้วย ” “ พวกเจ้าเอะอะอะไรกัน ” “ ก็พวกโจรนะสิ มันเอาของที่บ้านของพวกเราไปหมดเลย ” “ แม้แต่วัวควาย มันก็ต้อนเอาไปด้วย ”

พระเจ้าพรหมทัตได้มอบหมายให้อำมาตย์ผู้หนึ่งไปเป็นผู้ใหญ่บ้านยังปัจจันตคาม
 
พระเจ้าพรหมทัตได้มอบหมายให้อำมาตย์ผู้หนึ่งไปเป็นผู้ใหญ่บ้านยังปัจจันตคาม
 
        “ พวกเจ้าใจเย็น ๆ ข้ารับปากจะช่วยพวกเจ้าแน่ ” ผู้ใหญ่บ้านรับปากจะให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร หนำซ้ำยังทำอุบายหลอกให้ชาวบ้าน
เข้าป่าอีกหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งโจรก็จะเข้ามาขโมยของของชาวบ้าน “ แผนของท่านนี้ช่างแยบยลจริง ๆ ” “ ได้เงินทองมาแล้ว อย่าลืมแบ่งมาให้ข้าด้วยละ ”

ผู้ใหญ่บ้านได้วางแผนกับโจรที่จะปล้นทรัพย์สินของชาวบ้านมาเป็นของตน
 
ผู้ใหญ่บ้านได้วางแผนกับโจรที่จะปล้นทรัพย์สินของชาวบ้านมาเป็นของตน
 
        “ อ้าวนี่ ส่วนของท่าน ” ต่อมาพวกโจรยิ่งหนักข้อขึ้น ไม่เพียงแค่ขโมยของชาวบ้านเท่านั้น พวกโจรทั้งหลายยังเผาบ้านเรือน ฆ่าวัวของชาวบ้านเป็นอาหาร
แล้วยังต้อนคนไปเป็นเชลยอีก “ ท่านหัวหน้ารอบนี้ได้เงินมาแค่นิดเดียวเอง ” “ จริงรึ หนอย แบบนี้ต้องเผาบ้านพวกมันให้วอด จับวัวมาเชือดกินซะ

ผู้ใหญ่บ้านได้พาชาวบ้านเข้าไปหาของป่า
 
ผู้ใหญ่บ้านได้พาชาวบ้านเข้าไปหาของป่า
 
       ถ้าไม่มีเงินก็จับตัวมาเป็นเชลยซะ ” “ อย่าเผาบ้านฆ่าเลย จะเอาอะไรก็เอาไปเถิดนะ นะ ” “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ใช่แค่เผา แต่พวกเราจะเอาเมียเจ้า
ไปเป็นเชลยด้วย ฮะ ฮ่า ฮ่า ” “ ช่วยด้วย ๆ อย่าเอาข้าไปเลยนะ ช่วยด้วย ”
 
โจรได้นำเงินส่วนแบ่งจากการปล้นมามอบให้ผู้ใหญ่บ้าน
 
โจรได้นำเงินส่วนแบ่งจากการปล้นมามอบให้ผู้ใหญ่บ้าน
 
       วันหนึ่ง มีบัณฑิตผู้หนึ่งได้เดินทางไปพักที่ในหมู่บ้านนั้น เขาได้เห็นอำมาตย์ผู้นี้ เวลาจะเดินทางไปไหน ต้องมีคนตีฆ้องกลองนำหน้า มีบริวารห้อมล้อม
เป็นที่เอิกเกริกใหญ่โต “ เวลาใดที่พวกโจรมาปล้นบ้าน เผาบ้านเรือน ฆ่าโคกิน แล้วจับเอาคนไปเป็นเชลยนั้น เมื่อนั้นบุตรธิดาละทิ้งแล้ว

กลุ่มโจรได้เผาทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านหลังจากที่ปล้นทรัพย์สินมาได้แล้ว
 
กลุ่มโจรได้เผาทำลายบ้านเรือนของชาวบ้านหลังจากที่ปล้นทรัพย์สินมาได้แล้ว
 
        จึงมาตีกลองเสียงอึกทึก โดยแท้จริงอำมาตย์ผู้นี้เองเป็นคนทุจริต เป็นผู้สมคบกับโจร ” ทุกครั้งที่โจรปล้นชาวบ้าน มีเพียงบ้านของผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นที่ไม่ถูกปล้น
ชาวบ้านที่ยากจนก็ยิ่งจนลง ส่วนผู้ใหญ่บ้านกลับยิ่งร่ำรวยผิดปกติ “ ดูสิ พวกเรายิ่งยากจนลงทุกวัน แต่ผู้ใหญ่บ้านกลับร่ำรวยขึ้น ”
 
กลุ่มโจรได้ชุดคร่าหญิงสาวไปเป็นเฉลย
 
กลุ่มโจรได้ชุดคร่าหญิงสาวไปเป็นเฉลย
 
        “ นั่นสิ ที่รับปากว่าจะช่วยจับโจรก็นิ่งเฉย ข้าว่าผู้ใหญ่บ้านต้องสมคบกับโจรแน่ ๆ เลย ” “ ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ มีอย่างที่ไหน ชาวบ้านถูกปล้นกันหมด
ยกเว้นบ้านผู้ใหญ่บ้านคนเดียว ” ต่อมาไม่นานกิตติศัพท์การเป็นคนคตโกงของผู้ใหญ่บ้านนั้น
 
บัณฑิตผู้หนึ่งได้เดินทางมาพักยังหมู่บ้านที่ผู้ใหญ่บ้านปกครองอยู่
 
บัณฑิตผู้หนึ่งได้เดินทางมาพักยังหมู่บ้านที่ผู้ใหญ่บ้านปกครองอยู่
 
        ก็เลื่องลือไปจนถึงพระกรรณของพระเจ้าพรหมทัต พระองค์ทรงโปรดให้ไต่สวนจนทราบความจริง จึงทรงลงพระอาญาอำมาตย์นั้น “ เจ้าอำมาตย์ชั่ว
เราอุตส่าห์ยกปัจจันตคามให้เจ้าดูแล กลับคบคนชั่วมาปล้นบ้านปล้นเมือง ” “ กระหม่อมสำนึกผิดแล้ว ทรงอภัยให้หม่อมฉันด้วยเถิด ”
 
ชาวบ้านเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้าน
 
ชาวบ้านเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้าน
 
         “ ทหารเอามันออกไปลงโทษ ให้สมกับความผิดที่มันก่อขึ้น ” พระศาสดาเมื่อแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้ว จึงตรัสกับพระเจ้าโกศล “ ดูก่อนมหาบพิตร
มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่อำมาตย์ผู้นั้นมีปกติประพฤติอย่างนี้ แม้ในครั้งก่อนก็ได้มีความประพฤติชั่วมาแล้วเหมือนกัน ”
 
ผู้ใหญ่บ้านถูกจับตัวและได้รับโทษทัณฑ์ในที่สุด
 
ผู้ใหญ่บ้านถูกจับตัวและได้รับโทษทัณฑ์ในที่สุด
 
        ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า อำมาตย์ในครั้งนั้น ได้มาเป็นอำมาตย์ในครั้งนี้ ส่วนบัณฑิต ได้มาเป็นเราตถาคตฉะนี้แล
 
 

 
 




พิมพ์บทความนี้



บทความอื่นๆ ในหมวด

      สกุณีคติชาดก ชาดกว่าด้วยไม่หากินไกลถิ่น
      สุราปานชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของการดื่มสุรา
      อนุสาสิกชาดก ชาดกว่าด้วยเรื่องดีแต่พูด
      กูฏวาณิชชาดก ชาดกว่าด้วยหนามยอกเอาหนามบ่ง
      นังคลีสชาดก ชาดกว่าด้วยคนพาลกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าว
      ทัพพปุบผาชาดก ชาดกว่าด้วยโทษของการโต้เถียงกัน
      นันทิวิสาลชาดก ชาดกว่าด้วยการใช้วาจาไพเราะ
      กัลยาณธรรมชาดก ชาดกว่าด้วยผู้มีกัลยาณธรรม
      กุมมาสปิณฑชาดก ชาดกว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส
      กปิชาดก ชาดกว่าด้วยการโกหกหลอกลวง
      อุจฉังคชาดก ชาดกว่าด้วยหญิงผู้มีใจรักพี่รักน้อง
      อันตชาดก ชาดกว่าด้วยที่สุด ๓ ประเภท