อาจารย์เสนกะยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น กลับพูดต่อไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งขึ้นไปอีกว่า “เวลา นี้พวกเราน่ะ หากจะเปรียบกับวัตถุที่มีแสง ก็เป็นเพียงแสงของดวงดาว จริงอยู่เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับไป ความมืดที่ปกคลุมม่านฟ้าก็พอทำให้แสงดาวแพรวพราวได้บ้าง แต่ในเวลาที่ดวงจันทร์ทอแสงนวลขึ้น ถึงเวลานั้น ใครเล่าจะเห็นความสุกสกาวของแสงดาว...
ขณะนั้นเป็นเวลาบ่าย นางอมราผู้ซึ่งบัดนี้ได้รับพระราชทานตำแหน่งสะใภ้หลวง และให้เฉลิมนามว่า “อมราเทวี” นางประดับกายด้วยผ้าแพรพรรณอันประณีตและเครื่องประดับเลอค่าที่ได้รับพระ ราชทานจากเจ้าเหนือหัว นางค่อยๆก้าวขึ้นสู่วอทองที่ตบแต่งอย่างอลังการ ด้วยท่วงทีงามสง่าดุจนางพญาหงส์ทอง
นางอมราได้ยินพระนางเจ้าอุทุมเทวีตรัสทักทายสามีของ ตนเช่นนั้น ก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก จึงเหลียวมามองมโหสถผู้เป็นสามีด้วยสีหน้างงงวย แต่มโหสถกลับยิ้มให้นางอย่างปกติ เป็นเหตุให้นางยิ่งฉงนใจ พร้อมกันนั้นก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจมากมาย
ภายหลังฉุดนางมาได้ ชายเหล่านั้นก็พานางไปพบมโหสถผู้เป็นนาย นางอมราแม้มายืนอยู่เฉพาะหน้าของมโหสถ แต่ก็ยังจำโสมทัตสามีของนางไม่ได้เลย แม้แต่จะเฉลียวใจสักนิดหนึ่งก็ไม่มี เพราะเหตุที่ก่อนนั้นมโหสถได้ปลอมตัวเป็นช่างชุนธรรมดาๆ ซึ่งต่างจากมโหสถในบัดนี้ราวกับคนละคน
สุรา ดื่มแล้วจะเมามายขาดสติเดินโซเซตกลงไปในบ่อ ในหลุมน้ำครำ หรือหลุมโสโครกก็ได้ จะกล้ากินของที่ไม่ควรกิน จะเที่ยวไปในที่ต่างๆ โดยไม่มีจุดหมาย จะทำตัวเหมือนคนอนาถา กล้าฟ้อนรำขับร้องโดยไม่อายใคร กล้าเปลือยกายเดินตามถนนหนทาง จะมีจิตลุ่มหลง นอนตื่นสาย แม้ไฟไหม้ก็ยังนอนอยู่ได้ จะนอนจมอยู่ในอาเจียนของตนก็ได้ จะนั่งคุยโวพร่ำเพ้อในที่ประชุมชน และมักจะทำสิ่งทุจริตต่างๆ จนถูกจองจำ ถูกฆ่า และเสื่อมจากโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลาย
จากนั้น กระผมได้ขึ้นปฏิบัติธรรมที่สวนเพชรแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ คราวนี้กระผมใช้เทคนิคที่จำมาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนว่า “นึกได้ก็เห็นได้ การนึกถึงองค์พระให้นึกเหมือนเรานึกหน้าคุณพ่อ-คุณแม่” กระผมทำตามนี้ทุกวันทั้งวัน
ชายหนุ่มจึงรีบฉวยโอกาสขึ้นไปนั่งบนเรือนทันที แล้วก็เริ่มพูดเกี้ยวพาราสีนาง ด้วยท่าทางกรุ้มกริ่ม หวังจะให้นางเอออวยด้วย “นางผู้เจริญ ความรักของบุรุษย่อมเกิดได้ในสตรี มิได้เลือกวัยและฐานะ แม้สตรีก็เช่นกัน วัยและฐานะของบุรุษจะห้ามความรักของสตรีมิได้เลย ฉะนั้นขอนางจงได้ปรานีต่อฉันผู้มอบทุกอย่างแก่นางด้วยเถิด”
งานนี้มีท่าน มท.1 ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ประธานโครงการดับไฟใต้ มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่านมาถึงก็ตกใจว่า ทำไมถึงจัดงานได้ยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้ ท่านกล่าวชื่นชมว่า “เป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน จัดมากี่ที่แล้ว ถ้าจัดกิจกรรมดีๆอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง ไฟใต้ดับแน่ พระภิกษุที่อยู่ทางใต้ ท่านจะได้มีขวัญและกำลังใจ และอยู่อย่างมีความสุข”
ฝ่ายพุทธศาสนิกชนผู้รักในบุญ เริ่มทยอยกันมาตั้งแต่เช้าตรู่ รวมไปถึงอาซิ่ม อาม่า อากง ที่ชวนกันมาออกกำลังกายแล้ว ก็ยังชวนกันมาออกกำลังบุญต่ออีกด้วย ซึ่งหากผู้เฒ่าผู้แก่คนไหนไม่สะดวกนั่งพื้น เราก็มีบริการเก้าอี้ฟรี แต่เป็นเก้าอี้ขนาดเล็กของเด็กอนุบาลที่นั่งสบาย หายปวดหายเมื่อย ผู้คนต่างทยอยกันมาร่วมงานอย่างหนาแน่น จนในที่สุดยอดเกินเป้าถล่มทลาย เหนือความคาดหมายที่ได้ตั้งไว้
อุทาหรณ์ สำหรับท่านที่ชอบเล่นอินเทอร์เน็ต หรือมีลูกมีหลาน ที่ชอบเล่นอินเทอร์เน็ต...หญิงสาวคนหนึ่ง เพราะความเสียใจที่แฟนหนุ่มไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทำให้เธอใช้อินเทอร์เน็ตนัดพบกับผู้ชายหลายๆคน และมีความสัมพันธ์กับพวกเขา เธอทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยพ่อ-แม่ไม่ทราบเลย ความลับมาเปิดเผยเมื่อเธอป่วยด้วยโรคมดลูกอักเสบ...ต่อมา เธอได้พบกับหมู่คณะ ผ่านทางจานดาวธรรม...เธอควรหาทางออกให้กับชีวิตอย่างไร...ที่นี่มีคำตอบ
ผมได้นำโครงการหิ้วปิ่นโตไปวัด มาใช้กับข้าราชการเมืองของผม เพราะผมยึดหลักการพัฒนาที่ว่า “ถ้าเราจะปลูกพืชต้องเตรียมดิน จะกินต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาการต้องเตรียมคน จะพัฒนาคนต้องพัฒนาที่ใจ จะพัฒนาใครต้องพัฒนาตัวเองก่อน”