ข้อความต้นฉบับในหน้า
66 เมื่อใจคลายความผูกพัน ใจจะกลับมาอยู่
กับเนื้อกับตัว หยุดนิ่งได้นานขึ้น บ่อยขึ้น
อาการเหล่านี้นอกจากจะก่อให้เกิดทุกข์ด้วยตัวมันเองแล้ว ยังเป็นตัวเร่งก่อทุกข์อื่น ๆ อีก
มากมาย เพราะทุกข์เหล่านี้เมื่อเกิดขึ้น จะเป็นตัวกระพืออารมณ์ความรู้สึกด้วยอำนาจกิเลสในใจ
เรา ทั้งโลภะ โทสะ โมหะ ให้ลุกโชนขึ้นมาอีก และจะก่อให้เกิดการทำบาปกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่
บาปกรรมที่เกิดขึ้นในใจ ความหงุดหงิดรำคาญใจ ความโมโห ความโกรธเคือง ความผูกพยาบาท
ไม่พอใจ เมื่อไม่ได้ดังใจปรารถนา หรือได้ในสิ่งที่ไม่ปรารถนา ความอยากได้สิ่งของของคนอื่น
ความอยากได้ที่ไม่มีขีดจำกัด เป็นต้น แล้วก็มักจะไม่หยุดแค่ความคิดในใจ แต่จะแสดงออกมา
เป็นบาปกรรมทางวาจา ทางกายต่อไปอีก ยิ่งเป็นการขยายทุกข์ เพิ่มปริมาณความทุกข์ และ
ประเภทความทุกข์อีกมากมาย จากทุกข์เดือดร้อนในตนขยายผลก่อความเดือดร้อนขึ้นใน
ครอบครัว สังคม บ้านเมือง ลุกลามไปทั้งโลก ดังที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้
เมื่อเราเห็นทุกข์ตามความเป็นจริงอย่างนี้ จะเบื่อหน่าย คลายความผูกพัน คลายความยึดมั่น
ถือมั่นในกายที่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ไม่จีรังยั่งยืน เมื่อใจคลายความผูกพัน ใจจะกลับมาอยู่
กับเนื้อกับตัว หยุดนิ่งได้นานขึ้น บ่อยขึ้น ยิ่งอาการทุกข์ทางกายทั้ง 5 ประการ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น
กับตัวเราทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง ก็จะเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนใจเราได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้เราหมั่น
ประคับประคองใจให้เหมาะสมที่จะฝึกใจให้เป็นสมาธิต่อไป
๖
ครั้นเมื่อได้ฝึกใจในอิริยาบถต่าง ๆ ด้วยการหมั่นนึกถึงสิ่งเตือนใจดังกล่าวแล้ว ใจก็จะ
ไม่โลดแล่นไปไกลเหมือนแต่ก่อน เมื่อถึงคราวนั่งสมาธิฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง ใจจะรวมเป็นสมาธิ
ได้ง่าย เข้าถึงความสุขที่แท้จริงที่อยู่ภายใน เข้าถึงดวงธรรม ปัญญา วิชชา แสงสว่าง เข้าถึง
พระรัตนตรัยภายใน ได้เข้าถึงที่พึ่งที่แท้จริง สามารถสลัดตนให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงตาม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปได้โดยง่าย
มีนาคม ๒๕๖๔ อยู่ในบุญ ๔๕