ข้อความต้นฉบับในหน้า
บทนํา
หากมีคนตาบอด มาบอกเราว่า พวกเขา..ไม่เชื่อ
หรอกว่า บนโลกใบนี้จะมีความสว่าง เพราะสิ่งที่เขาเห็นมา
ทั้งชีวิต มีเพียงความมืดมิด พวกเขาไม่เคยเห็น แม้กระทั่ง
ดวงอาทิตย์ ที่ผู้คนต่างบอกถึงพลานุภาพอันยิ่งใหญ่และ
ทรงพลัง
สิ่งที่ไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่า สิ่งนั้นไม่มี แต่หาก
ถามว่าคนตาบอดกลุ่มนี้ผิดหรือ...? เราคงไม่บอกว่าเขาผิด
เพียงแต่ความรู้ที่เขามีนั้น ยังเป็นความรู้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งถ้า
พวกเขาตาดีเป็นปกติ หรือมีวิธีการแนะนำให้ความรู้ที่ถูก
ต้องเพิ่มเติม พวกเขาก็คงมีข้อสรุปที่ดีขึ้น....
เช่นกันยังมีเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับชีวิตของเรา
อีกตั้งมากมายที่เรายังไม่รู้ ซึ่งเราก็ไม่ควรปฏิเสธก่อน ว่า
สิ่งนั้นไม่มี เพราะถ้าปฏิเสธก่อน นั่นหมายถึงเราปิดกั้นทาง
มาของปัญญาของเราเองโดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้
เกิดสัจธรรมของผู้มีปัญญาข้อหนึ่งที่ว่า ผู้มีปัญญาเขาไม่
เคยปิดกั้นโอกาสในการรับรู้ของตัวเองเลย สิ่งใดที่ยังไม่เห็น
หรือยังสัมผัสไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มี แต่จะ
ต้องหาทางพิสูจน์ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง แล้วจึงค่อยเชื่อ
เรื่องราวที่จะนำมาเล่าในหนังสือเล่มนี้ เป็นเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นจริงในยุคปัจจุบัน ซึ่งเล่าถึงชีวิตหลังความตาย
กฎแห่งกรรม การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ที่คณะผู้
จัดทําได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดนี้มาจากครูบา
อาจารย์ ผู้ปฏิบัติสมาธิวิชชาธรรมกาย แล้วมาพ้องตรงกัน
กับเรื่องราวในพระไตรปิฎกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัส
ไว้ตั้งแต่สมัยพุทธกาล เรื่องราวทำนองนี้ในสมัยหลวงปู่
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (สด จนฺทสโร) ยังมีชีวิตอยู่ จะได้ยิน
ได้ฟังบ่อยมาก เพื่อเป็นอุทาหรณ์สั่งสอนเหล่าศิษยานุศิษย์
ของท่านมาโดยตลอด