ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓๒
๓๓
เป็นคนดีในสังคมทั่วๆ ไป ส่วนภรรยาเป็นคนไทย ชื่อ
คุณฐิติภา ภัทรนาวิก นับถือพระพุทธศาสนาตามทะเบียน
บ้าน ใครชวนทําบุญก็ทําบ้าง
สนุกสนานเพลิดเพลินไปวันๆ
ชีวิตประจําวันก็ดื่มสุราเล็กๆ
น้อยๆ ตบยุงนิดๆ หน่อยๆ ก็
คิดว่าคงไม่เป็นไร ทั้งสอง
ประคองชีวิตอยู่กันด้วยความ
ผาสุก เพราะพื้นฐานจิตใจต่าง
ก็ดีงามด้วยกันทั้งคู่
ต่อมาภรรยาเริ่มเข้าวัด
ปฏิบัติธรรม จึงเริ่มเข้าใจเรื่อง
คุณฐิติภา ภัทรนาวิก
การทำบุญสร้างบารมี เข้าใจเรื่องราวของชีวิตว่าเกิดมาทำไม
อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต จึงตั้งใจสร้างบุญบ่อยขึ้น
อีกไม่นานสามีป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล พอเริ่มป่วย
ภรรยาก็ชวนทำบุญอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งในช่วงสุดท้ายของ
ชีวิต ได้พาสามีไปถวายปัจจัยสร้างพระธรรมกายประจำตัว
ถวายภัตตาหารพระภิกษุ และทำบุญอื่นๆ ที่มีในวัด ทั้งๆ ที่
อยู่ในรถพยาบาล จริงๆ แล้ว สามีก็ยังไม่เข้าใจเรื่องบุญเท่าไร
เพราะเป็นชาวต่างชาติ ต่างศาสนา แต่จิตเป็นกุศล พอ
กลับไปอยู่โรงพยาบาล ภรรยาก็บอกให้นึกถึงบุญไปเรื่อยๆ
จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จิตกำลังเกาะเกี่ยวอยู่ในบุญ
แม้ไม่เข้าใจเรื่องบุญ แต่
ทําบุญด้วยจิตเลื่อมใส ถูก
ทักขิไณยบุคคล เมื่อจิต
เลื่อมใสก็เห็นภาพที่สร้าง
บุญสว่างอยู่กลางใจ พอ
ตายไปก็ได้บังเกิดขึ้นอยู่
กลางวิมานทองบนสวรรค์
ชั้นดาวดึงส์ทันที เหมือน
ตื่นจากหลับ
คุณฐิติภา เป็นประธานกฐินอุทิศให้สามีที่
ส่วนภรรยาเมื่อ
เสียชีวิต
ทำบุญทุกครั้งก็อุทิศส่วนกุศลไปให้สามีอยู่เรื่อยๆ เช่น เป็น
ประธานกฐินสามัคคีปี พ.ศ.๒๕๕๔ เพื่อสร้างมหาวิหาร
พระมงคลเทพมุนี ก็อุทิศส่วนกุศลไปให้สามี วิมานของสามี
ก็ขยับไปอยู่ในที่ดีมากขึ้น และสว่างไสวกว่าเดิม กายทิพย์ก็
มีรัศมีสวยงามยิ่งขึ้น แล้วก็ปลื้มอกปลื้มใจในบุญที่ภรรยา
อุทิศส่วนกุศลมาให้
เรื่องนี้ได้ให้ข้อคิดว่าใครจะมีความเชื่อในเรื่องเชื้อชาติ
๑) ทักขิไณยบุคคล น. แปลว่า บุคคลผู้ควรรับทักษิณา (ของทำบุญ) : พจนานุกรมฉบับ
ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕