ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นสุภาพบุรุษประจําหมู่บ้านกระทม
สมัยนั้น ยังไม่มีตลาดสด พ่อบ้านทุกครัวเรือนในชนบท
จึงต้องฆ่าสัตว์ทำอาหารเป็นประจำ แม้ตาอ้วนจะเข้าวัดทำบุญ
อยู่เสมอและเคยบวชมาแล้ว แต่ก็มีความคิดว่า การฆ่าสัตว์ทำ
อาหารไม่บาป
ปลายมีดคมกริบปาดคอหมู วัว และไก่ อย่างชำนาญ
เลือดสีแดงฉานของหมูต้องใช้ถังรองรับ เลือดวัวพุ่งลงกาละมัง
เลือดไกไหลลงชาม แล้วยังมีกุ้ง หอย ปู ปลาชุกชุมแหวกว่าย
ตามกอข้าวและห้วยหนองคลองบึง พอฝนตก ตาอ้วนต้องรีบ
ออกไปจับสัตว์น้ำเอามาขังในโอ่งหลายใบไว้ทำอาหารได้ถึง 2
สัปดาห์ ตี 4-5 ออกไปทำนาและจับกบไว้กิน ด้วยถือคติว่า คน
ในบ้านจะต้องอิ่มหมีพีมัน เพราะตาอ้วนไม่ชอบเห็นใครอดอยาก
ไม่ว่าลูกๆ 8 คนหรือเด็กฝากที่ต้องเลี้ยงแบบลูกและให้ช่วยทำงาน
มีเด็กเลี้ยงควาย เด็กสีข้าว เหมือนทวดที่แบ่งหน้าที่บริวาร เช่น
คนตำข้าว คนทำกับข้าว คนเลี้ยงเด็กเล็กๆ คนกำยำไปทำนา ฯลฯ
ตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ตาอ้วนไม่เคยอยู่นิ่งหรือง่วงซึม แต่
ขยันขันแข็งใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากที่สุด ทั้งไถนาและขุด
บ่อปลาหลายบ่อ พอบ่อนี้แห้ง ก็ไปจับปลาในบ่ออื่น ทำให้มี
ปลากินตลอดปี พอเลี้ยงบริวารเกือบ 20 คน เป็นวีรบุรุษของ
หมู่บ้านกระทมพอๆ กับลูกเขยคนเดียวของย่าจอมกับปูสัมฤทธิ์
เวลาไปนา ตาอ้วนกลับปล่อยให้หนูนากัดต้นข้าวอย่าง
สบายอารมณ์ คิดว่าช่างมันเถอะ สัตว์ต้องทำอย่างไร มันก็
ต้องทำอย่างนั้น หรือแมลงจะกัดต้นข้าวเสียหาย ก็ปล่อยมัน
ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง
เกือบร้อยปีก่อน พอเดินพ้นจากบ้านกระทมไป 1 กิโลเมตร
ชาวบ้านจะเจอเสือทั้งเสือดำ เสือดาวมากมาย ลึกเข้าไปในป่า
มีโขลงช้าง เพราะรอบหมู่บ้านเป็นป่ารกเรื้อทั้งๆ ที่อยู่ในตัว
อำเภอเมือง ในบ้านตาอ้วน จึงมีเขากวาง เขาเก้งประดับฝา
บ้านหลายคู่
ตาอ้วนมักตั้งขบวนระแทะไปเขมรติดต่อกันหลายวัน
สมัยนั้น คนไทยเดินทางเข้าออกพระตะบอง เสียมราฐ และ
ศรีโสภณเหมือนอยูในเมืองไทยโดยไม่ต้องใช้เอกสาร จนกระทั่ง
เขมรแดงยึดครองประเทศใน พ.ศ.2518 ตาอวนไปเขมรเพื่อซื้อ
กับข้าวมีปลาแห้ง ปลาร้ามาให้คนในบ้านกิน เพราะแม่บ้านคือ
ยายกานต์ ฉัตรเงินจะทำปลาจ่อม ปลาร้าช่วงเดือน 6-7 เท่านั้น
วิธีเลี้ยงลูกของตาอ้วน คือ ไม่ดุด่า แต่ถ้าลูกทำผิด จะ
สอนให้ลูกรู้แล้วดี ตาอ้วนเหมือนพ่อทั่วไปไม่ชอบลูกดื้อ มัก
สอนลูกๆ ว่าถ้าลูกไปยืมอะไรใครเขามา ให้รีบส่งคืน อย่าให้เขา
ตามมาทวง และทำอะไรก็ต้องทำให้เรียบร้อย เช่น สร้างบ้าน
ให้เขา ก็ต้องสร้างให้เสร็จ อย่าปล่อยให้คาราคาซัง
34
case study
35
กฎแห่งกรรม