ข้อความต้นฉบับในหน้า
ของเหม็นเน่า เวลากินก็ต้องแปลงร่างเป็นภูต
ก่อน มีรูปร่างคล้ายๆ คน ผอมๆ ดำๆ น่าเกลียด
ไม่นุ่งผ้า แต่คนจะมองเห็นแค่ดวง แต่ตัวก็จะ
แปลงพรึบขึ้นมาเลย มันจะกึ่งหยาบ กึ่ง
ละเอียด แล้วก็กินของเน่าสกปรกด้วยความ
เอร็ดอร่อย เพราะวิบากกรรมบังคับ กินเสร็จ
แล้ว จะมาเช็ดปากกับเสื้อผ้าที่ชาวบ้านตากทิ้ง
ไว้ค้างคืน แล้วทิ้งร่องรอยสกปรกไว้มีความเชื่อ
ว่า ถ้าเอาผ้าที่ผีกระสือเช็ดปากไปฟาดที่
บันไดจะทำให้คนที่เป็นกระสือเกิดปากบวมบ้าง
หรือเอาผ้าไปต้มให้ปวดแสบปวดร้อนบ้าง นี่ก็
เป็นเรื่องราวที่เสริมแต่งกันไป
ผีกระสือมีทั้งหญิงและชาย ชื่อนั้นก็แล้ว
แต่มนุษย์จะสมมุติเรียก เช่น ผู้หญิงก็เรียกว่า
ผีกระสือ ผู้ชายก็สมมติเรียกว่า ผีกระหัง
แต่ผีกระหังไม่มีกระด้งเป็นปีกหรือมีหางเป็น
สากนําข้าว อันนี้มนุษย์สมมติกันขึ้นมา
จะมีการสืบทอดจากร่างหนึ่งไปอีก
ร่างหนึ่ง เมื่อวิบากกรรมนั้นยังไม่หมด และมี
หลากหลายวิธี โดยผู้ที่จะมารับสืบทอดต้องมี
กรรมชนิดเดียวกัน ถ้าไม่มีผู้มีกรรมแบบเดียว
กัน ภูตก็ต้องตายไปพร้อมกับร่างที่สิงนั้น
คล้ายต้นกาฝากตายพร้อมกับต้นไม้ที่ตัวเกาะอยู่
แล้วไปเกิดเป็นอย่างอื่นตามวิบากกรรมต่อ
เหมือนตายจากเปรตมาเป็นภูต ตายจากภูต
ก็ไปเป็นอะไรต่ออะไรตามวิบากกรรมที่ทำมา
ผีปอบ...ชอบกินของสด ๆ คาว ๆ
ผีปอบ คือ ผีสายยักษ์ อยู่ในสายการ
ปกครองของท้าวเวสสุวัณ ที่เข้าสิงร่าง
มนุษย์ก็เพื่ออาศัยร่างมนุษย์กินอาหาร โดย
เฉพาะอาหารดิบๆ หรือสัตว์เป็นๆ เช่น โป
หักคอเป็ดไก่ในเล้ากิน หรืออาศัยร่างเหมือน
เป็นร่างทรง เพื่อยกระดับตัวเองว่ามีผู้นับถือ
มากๆ หรือเพื่อทำร้ายให้เจ็บป่วยหรือตาย
เพื่อที่ว่าตายแล้วจะได้ไปเป็นบริวารหรือ
สานุศิษย์ หรือตายแทน เพื่อตนจะได้ไปเกิดใหม่
ไม่ใช่ว่าเข้าสิงได้ทุกคน จะเข้าสิงร่าง
มนุษย์ที่มีวิบากกรรมทางนี้ คือ อดีตเคย
นับถือผีเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกยามมีทุกข์ จนเป็น
ประเพณีธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา มีจิต
ผูกพันกับผี และกรรมทำปาณาติบาต ฆ่าสัตว์
เซ่นไหว้ผี บางทีก็ฆ่าสัตว์เล็ก เช่น เป็ด ไก่
บางทีก็ฆ่าสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย เป็นต้น
จึงทําให้พวกนี้มาเข้าร่างได้
การเข้าสิงเขาจะกดทับด้วยมนตร์ทำให้
ขาดสติ หรือหมดสติไป ขึ้นอยู่กับว่าทับครึ่ง
ตัวหรือว่าเต็มตัว ถ้าครึ่งตัวก็จะขาดสติ แต่
พอรู้อยู่บ้าง แต่ว่าบังคับตัวเองไม่ได้ แต่ถ้า
เต็มตัว จะหมดสติไม่รู้สึกตัว