ผียายคนธรรพ์

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.215 ผียายคนธรรพ์

ออกอากาศ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547

ผียายคนธรรพ์

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสเป็นผู้ที่เคยไปปฏิบัติธรรมที่พนาวัฒ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ผู้คนในหมู่บ้านมักจะนับถือผี ชอบดูหมอ และชอบทรงเจ้า. ผู้ส่งเคสได้พบเจอกับเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัว ทั้งเรื่องคุณยายที่เสียไปแล้วมาเข้าสิงร่างน้าสาว และเรื่องราวของคุณพ่อที่เสียชีวิตไป. ด้วยความเมตตาต่อคุณครูไม่ใหญ่ จึงได้เรียบเรียงเรื่องราวและคำถามเหล่านี้ส่งมาเพื่อขอความรู้และชี้แนะ หวังว่าคำตอบจะเป็นประโยชน์แก่คนในหมู่บ้านด้วย.

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มขึ้นที่คุณยายของผู้ส่งเคส ซึ่งมีลูกทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 2 คน และหญิง 3 คน. คุณแม่ของผู้ส่งเคสเป็นลูกคนที่ 2 ที่คุณยายรักและห่วงมากที่สุด. หลังจากที่คุณยายเสียชีวิตไปหลายปี วันหนึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านเดียวกันเดินมาที่บ้านของคุณแม่ แล้วบอกว่าตนเองคือคุณยายที่เสียไปแล้ว บอกว่าคิดถึงคุณแม่มาก เป็นห่วงมากเพราะเห็นว่าคุณแม่ลำบากในเวลานั้น. ผู้หญิงคนนั้นต่อมาก็ได้กลายเป็นคนทรงมาจนถึงปัจจุบันนี้.

ในเวลาต่อมา คุณยายก็ได้มาเข้าสิงร่างของน้าผู้หญิง ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของคุณแม่. ผู้ส่งเคสสังเกตว่าโดยปกติแล้วน้าสาวคนนี้จะไม่ค่อยพอใจแม่เท่าไหร่ เรียกได้ว่าอยู่กันห่างๆ. แต่เมื่อคุณยายมาเข้าสิงร่างของน้าสาว น้าสาวจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป จะเข้ามา กอดคุณแม่ และมาหาคุณแม่อยู่เรื่อยๆ ทุกครั้ง. ใบหน้าของน้าจะยิ้มแย้มเหมือนใบหน้าของคุณยาย. แต่บางครั้ง หากคุณยายมาแบบอารมณ์โมโห น้าก็จะแสดงอาการ กระทืบเท้าและพูดแบบคนโมโห แต่อาการนี้จะเป็นเพียงพักเดียวแล้วก็จะกลับมาอารมณ์ดีเป็นปกติ. คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า ปกติแล้วน้าสาวคนนี้เป็นคนไม่ค่อยพูด เป็นคนเฉยๆ แต่เมื่อคุณยายมาเข้าสิงร่าง บุคลิกภาพของน้าก็จะเปลี่ยนไปเป็นแบบคุณยาย ไม่เหมือนบุคลิกปกติของน้าเลย. คุณยายมาเข้าสิงร่างของน้าเป็นประจำ.

เวลาที่คุณยายจะออกจากร่างของน้า ท่านก็จะพูดบอกว่าจะไปแล้วนะ และจะบอกให้คุณแม่เอาข้าวมาแตะที่ร่างของน้า. เมื่อคุณแม่ทำตาม น้าก็จะล้มตัวลงไป. จากนั้นสักพัก น้าก็จะลุกขึ้นนั่ง แล้วจะมีอาการงุนงง ถามว่า "เอ๊ะ เค้ามาทำอะไร" คือจะงงๆ และถามว่าทำไมคนมากันเยอะแยะ. คุณครูไม่ใหญ่บอกว่า น้าจะถามแบบนี้ทุกครั้ง และทุกคนก็จะรู้ว่าคุณยายได้ออกจากร่างของน้าไปแล้ว.

ก่อนที่คุณยายจะเสียชีวิต ท่านได้แบ่งที่ดินให้ลูกๆ ไว้แล้ว. แต่เมื่อคุณยายสิ้นไป พี่ชายของคุณแม่ ซึ่งก็คือลุงของผู้ส่งเคส ได้โอนที่ดินที่คุณยายตั้งใจจะให้น้าสาว มาเป็นของตนเองเสียเอง.

ต่อมา ปรากฏว่าลูกชายของลุง คือหลานชายของคุณยาย ก็มีอาการปวดขาขึ้นมาเฉยๆ เดินไม่ได้อยู่หลายเดือน. พาไปหาหมอ หมอก็ตรวจไม่พบโรค รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย. เมื่อคุณยายมาเข้าสิงร่างของน้า ท่านก็ได้บอกกับญาติทุกคนว่า ที่หลานเดินไม่ได้นั้น เพราะท่านได้ผูกขาเขาไว้เอง. คุณยายบอกว่า ถ้าอยากให้หลานชายหายจากอาการปวดขา ลุงจะต้องเอาที่ดินของน้ามาคืน.

ญาติทางฝ่ายลุงหลายคนก็มาที่บ้านคุณแม่ บอกว่าจะมาคุยก่อน แต่ไม่ได้นำใบที่ดินมาด้วย. แต่ยังไม่ทันจะได้ขึ้นบ้าน คุณยายก็มาเข้าสิงร่างน้า แล้วยืนขวางบันไดไว้. คุณยายถามด้วยความโมโหว่า "เอามาคืนหรือยัง ถ้ายังไม่มา ไม่ต้อง ไม่ต้องขึ้นบ้าน". ทำให้ญาติของลุงต้องรีบกลับไปนำใบที่ดินนั้นมา.

หลังจากที่คุณแม่ได้รับใบที่ดินของน้าคืนแล้ว คุณยายที่อยู่ในร่างของน้าก็ดีใจมาก. แล้วคุณยายก็บอกว่าจะพาไปแก้ให้หลานชายที่ผูกขาไว้. คุณยายในร่างน้าได้พาญาติๆ ทุกคนไปที่วัดประจำหมู่บ้าน. ในวัดมีป่าช้า ซึ่งมีเมรุด้วย. คุณยายเดินไปที่ใต้ต้นสักที่อยู่ข้างเมรุ แล้วทำท่าเหมือนกำลังแก้เชือกอะไรบางอย่าง. สักพัก คุณยายก็บอกว่า ท่านแก้ให้แล้วนะ. ขาเดินทางกลับ ยายในร่างของน้าก็ดีใจมาก. ถึงขนาดปีนกลับขึ้นไปนอนบนต้นไม้ แล้วบอกว่า "ที่นี่คือบ้านยาย" บอกเสร็จก็ลงมาเลย.

หลังจากเหตุการณ์นั้น หลานชายของลุงก็หายจากอาการปวดขาและกลับมาเดินได้เป็นปกติ.

คุณครูไม่ใหญ่เล่าว่า คุณยายบอกเสมอว่าท่านยังไม่ไปไหน ยังอยากจะคอยดูแลคุณแม่ก่อน. คุณยายเคยบอกว่า ครั้งหนึ่งคุณแม่ตกบันไดประมาณ 10 ขั้น ถ้าคุณยายไม่ช่วยไว้ คุณแม่ก็คงตาย. อีกครั้งหนึ่ง เมื่อคุณแม่ไปร่วมงานบุญที่เกิดพระหลงกับคณะ และหา รถไม่เจอ เมื่อกลับมาบ้าน คุณยายในร่างน้าก็บอกว่า ยายไปส่งคุณแม่ที่รถเอง. คุณยายเคยชวนคุณแม่ไปอยู่ด้วย และเคยตามผู้ส่งเคสไปที่พนาวัฒ. คุณครูไม่ใหญ่เสริมว่า ที่พนาวัฒนั้นมีแต่คนดีๆ ที่เข้าไปปฏิบัติธรรม ทำให้ตอนแรกคุณยายไม่สามารถเข้าไปในบริเวณนั้นได้. แต่ในครั้งหลังๆ คุณยายบอกว่าท่านเข้าได้แล้ว เพราะท่านได้รับบุญเพิ่มขึ้น ทำให้ท่านดีขึ้น. คุณยายถึงกับแสดงท่า นั่งสมาธิให้ดูด้วย.

คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า เห็นไหมว่า อดีตมนุษย์ หรือวิญญาณ ก็มีอารมณ์เหมือนกับมนุษย์นี่แหละ เพียงแต่อาจจะแตกต่างกันหน่อย เพราะสังคมในปรโลกไม่มีการทำมาค้าขาย ทำมาหากิน เป็นอยู่ได้โดยอาศัยบุญและบาป. ท่านเสริมว่า ตอนหลังๆ เมื่อคุณยายมาเข้าสิงร่างน้า ญาติๆ สังเกตได้ว่าคุณยายมีจิตใจดีขึ้น. รู้จักอนุโมทนาบุญ ไม่โกรธแล้ว ไม่ทำร้ายใคร. ท่านนั่งก็เรียบร้อย.

ผู้ส่งเคสเคยฝันว่าคุณยายมาบอกให้สร้างองค์พระ 5 องค์. ผู้ส่งเคสได้ทำบุญทุกบุญที่ทำได้ แล้วอุทิศส่วนกุศลนี้ไปให้คุณยายตามที่ตั้งใจ. ผู้ส่งเคสคิดว่าคงเป็นเพราะผลบุญนี้อย่างแน่นอนที่ทำให้คุณยายมีจิตใจดีขึ้น. คุณครูไม่ใหญ่เสริมว่า เป็นการอบรมทั้งมนุษย์และอดีตมนุษย์. เห็นไหมว่าผู้ส่งเคสมีจิตเป็นกุศลถึงได้ฝันแบบนั้น.

ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 (ปี 44) น้าสาวที่คุณยายอาศัยร่างอยู่นั้น ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งที่ถุงน้ำดี. น้าสาวมีอายุได้ 66 ปี. หลังจากน้าสาวเสียชีวิต คุณยายก็ไม่มาเข้าสิงร่างใครอีกเลย.

ผู้ส่งเคสได้กราบขอความเมตตาจากคุณครูไม่ใหญ่ให้ชี้แนะเรื่องราวต่างๆ ทั้งเกี่ยวกับคุณยาย คุณน้า และคุณพ่อ. คุณพ่อของผู้ส่งเคสมีอาชีพเกษตรกรรม และค้าหมูส่งโรงฆ่า. ท่านเป็นคนอัธยาศัยดี ทำบุญในระดับชาวบ้านทั่วๆ ไป. เคยบวชพระเมื่ออายุ 22 ปี เป็นเวลา 4 พรรษา. ท่านเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่ตับ เมื่อปี พ.ศ. 2532 (ปี 32) อายุได้ 65 ปี. เรื่องราวทั้งหมดนี้ นำมาสู่คำถามที่ผู้ส่งเคสต้องการทราบจากคุณครูไม่ใหญ่.

คำถาม

  1. คุณยายของผู้ส่งเคสตอนนี้อยู่ในภพภูมิใด ทำอะไรอยู่ และทำไมจึงสามารถมาเข้าสิงร่างของน้าสาวได้เป็นประจำ. ตอนที่คุณยายออกจากร่างน้า ทำไมต้องให้คุณแม่เอาข้าวไปแตะที่ตัวน้า.
  2. เรื่องราวที่คุณยายพูดในร่างของน้าเป็นจริงหรือไม่ เช่น เรื่องที่ทำให้ลูกชายลุงปวดขา เรื่องที่ช่วยคุณแม่ตอนตกบันได และเรื่องที่ไปพนาวัฒ. หรือว่าเป็นเรื่องที่คุณน้าแสร้งทำขึ้น.
  3. การที่คุณยายมีจิตใจดีขึ้นในภายหลังเป็นเพราะอะไร และจะทำอย่างไรเพื่อจะอุทิศส่วนกุศลให้คุณยายได้บุญมากๆ เพื่อที่จะได้ไปอยู่ในที่ที่ดีขึ้น.
  4. คุณพ่อและคุณน้าเสียชีวิตแล้วไปอยู่ภพภูมิใด. ทำกรรมอะไรไว้จึงเป็นโรคมะเร็ง และได้รับบุญที่ผู้ส่งเคสทำไปให้หรือไม่.
  5. การที่ผู้ส่งเคสฝันว่าคุณยายมาบอกให้สร้างองค์พระ 5 องค์ให้นั้น เป็นความจริงที่คุณยายมาบอก หรือเป็นความฝันที่คิดไปเอง. แล้วคุณยายได้รับบุญนี้อย่างไร.
  6. วัดประจำหมู่บ้านของผู้ส่งเคสชื่อวัดมงคลหลวง แต่คุณยายในร่างน้าบอกว่าหมู่บ้านที่ยายไปอยู่ชื่อบ้านมงคล หมู่บ้านนี้มีจริงหรือไม่. ถ้ามีจริง พวกเขาอยู่กันอย่างไร มีอาณาเขตขนาดไหน.
  7. คนในหมู่บ้านที่ผู้ส่งเคสอาศัยอยู่มักจะนับถือผี ชอบดูหมอ และชอบทรงเจ้า. เรื่องราวเหล่านี้มีที่มาหรือคำอธิบายอย่างไร.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

อยู่บ้านเล้าไก่

คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่

ตกบันได พลอยได้บุญ

กรรมใดทำให้คุณพ่อคุณแม่ผู้ให้กำเนิดมีลูกติดๆ กันและมีลูกแฝดถึง 2 คู่?

ลูกผู้ชายต้องไม่ได้สมบัติ

1. ทำไมพ่อและแม่ของผู้ส่งเคสจึงไม่ได้รับมรดกจากทั้งฝ่ายปู่ย่าและตาตายเลย

โดนรัดคอตั้งแต่อยู่ในท้อง

ผู้ส่งเคสมีคำถามเกี่ยวกับบุคคลในครอบครัว ดังนี้จ้ะ

ฆ่าตัวตายกับใบอนุโมทนา

คุณปู่ หรือ คุณย่า ของผู้ส่งเคส ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่? กรรมใดทำให้คุณย่าเป็นมะเร็งในถุงน้ำดีและติดเชื้อในกระแสเลือด? กรรมเจ้าชู้ของคุณปู่จะส่งผลอย่างไร และบุญที่บวชช่วงบั้นปลายชีวิตจะส่งผลอย่างไร?

ต้องรอให้เกือบตาย จึงจะได้เข้าวัด

ผู้ส่งเคสมีวิบากกรรมใดจึงป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท พังผืดรัดรากประสาทไขสันหลัง และมีอาการแทรกซ้อน รักษาแพทย์สมัยใหม่ก็ไม่หาย แต่หายได้เพราะบุญ ลูกได้ทำบุญอะไรเป็นหลักจึงหายป่วยอย่างอัศจรรย์ จะต้องทำบุญใดจึงจะไม่เป็นอย่างนี้อีกในภพชาติหน้า เพราะเข็ดมาก เหตุใดก่อนเข้าวัดจึงไม่ค่อยเชื่อเรื่องบุญ และเหตุใดคำพูดน้าชายจึงทำให้สะดุดใจเปิดใจมาวัดได้

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา