
ประวัติผู้ส่ง
เนื้อหา Case Study ในวันนี้ คุณครูไม่ใหญ่ เมตตาเล่าเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่ง ชื่อ น้องยุ้ย ซึ่งมีอายุ 10 ขวบในปีที่เล่าเรื่อง . ผู้ประสานงานได้เล่าเรื่องชีวิตของน้องยุ้ยให้ คุณครูไม่ใหญ่ ฟัง ซึ่งผู้ประสานงานมองว่าเป็นชีวิตที่น่าสงสาร. เรื่องของน้องยุ้ยได้รับความสนใจมาตั้งแต่เกิดใหม่ เพราะมีสภาพร่างกายที่ผิดแปลกไปจากเด็กทั่วไป. ผู้คนต่างสงสัยและแสดงทัศนคติต่างๆ นานาว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น. เมื่อทางโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาได้เปิดการเรียนการสอน คุณครูไม่ใหญ่ จึงขอร่วมแสดงทัศนคติในมุมมองของท่าน โดยใช้หลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและกฎแห่งกรรมในการอธิบายเรื่องราวชีวิตของน้องยุ้ย.
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวชีวิตของเด็กหญิงยุภา วงศ์สิกุล หรือ น้องยุ้ย อายุ 10 ปี เป็นที่น่าศึกษาและน่าสงสาร. เธอมีสภาพร่างกายภายนอกแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันอย่างมาก. แม้จะอายุเพียง 10 ขวบ แต่รูปร่างหน้าตา ผิวหนังของเธอเหี่ยวย่นหย่อนคล้อยคล้ายกับคนชราอายุ 80 ปี. ผิวหนังบนใบหน้าเหี่ยวย่นมากจนเปลือกตาด้านบนหย่อนลงมาปิดดวงตาด้านล่าง เหลือให้มองเห็นเพียงครึ่งเดียว. ผิวหนังตามร่างกายก็เหี่ยวย่นเช่นเดียวกัน. สภาพร่างกายนี้เป็นมาตั้งแต่เกิด.
ก่อนหน้านี้ น้องยุ้ยเคยมีพี่คนหนึ่งที่มีลักษณะร่างกายคล้ายคลึงกันทุกประการ แต่พี่คนนั้นได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล. ปัจจุบันน้องยุ้ยจึงเป็นลูกคนที่ 3 ที่ยังมีชีวิตอยู่ มีพี่อีก 2 คนซึ่งมีร่างกายปกติ ทั้งที่เป็นลูกพ่อแม่เดียวกัน. ความแตกต่างนี้ทำให้ผู้คนสงสัยว่าเกิดจากสาเหตุใด และมีทัศนคติหลากหลาย บ้างก็สงสัยว่าเป็นความประสงค์ของผู้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อทดสอบจิตใจ. แต่ คุณครูไม่ใหญ่ เห็นว่าแนวคิดเรื่องการทดลองไม่สมเหตุสมผล เพราะไม่มีใครอยากให้น้องยุ้ยเป็นเช่นนี้. ท่านยืนยันว่าคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกี่ยวกับกฎแห่งกรรมเท่านั้นที่จะอธิบายเรื่องนี้ได้.
แม้จะมีสภาพร่างกายที่ผิดแปลก แต่น้องยุ้ยก็เป็นเด็กที่มีความตั้งใจเรียนมาก ได้เกรด 3-4 เป็นประจำ. เธอเป็นเด็กที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนฝูง ทำให้เพื่อนๆ ต่างรักใคร่. ความเอื้อเฟื้อนี้เปรียบเหมือนมีฤทธิ์มีอานุภาพ นำสิ่งดีๆ กลับมา. คุณครูไม่ใหญ่ ได้ยกตัวอย่างเรื่องเศรษฐีที่คัดเลือกลูกสะใภ้โดยดูจากความเอื้อเฟื้อ แบ่งปลาเค็มให้ผู้อื่น ทำให้ได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนกลับมา. น้องยุ้ยยังเป็นคนกล้าแสดงออก ชอบเสนอตัวออกไปแสดงหน้าชั้น ทำให้คนอื่นมีอารมณ์ร่วม ดึงอารมณ์ดีๆ ออกมาได้. เพื่อนๆ ในห้องรักเธอมากจนยกย่องให้เธอเป็นนางเอกในการแสดง แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนคนแก่. เพื่อนๆ และครูประจำชั้นมองเห็นความงามจากหัวใจที่สดใสของเธอ เปรียบดังนางเอกรจนาที่มองเห็นรูปทองของเจ้าเงาะ. น้องยุ้ยยังเล่นกีฬาได้ดี ไม่แพ้เด็กคนอื่นๆ เช่น การวิ่ง. ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเป็นขวัญใจฮีโรอีนของเพื่อนๆ.
น้องยุ้ยไม่รู้สึกว่าตนเองมีปมด้อย แม้จะแตกต่างจากผู้อื่น เพราะเธอเข้าใจว่าทุกคนล้วนมีความแตกต่างกัน. เธอเป็นคนสนุกสนาน เข้ากับเพื่อนได้ดี และหลายครั้งแสดงออกเหมือนผู้ใหญ่จนเพื่อนๆ เกรงใจ ทำให้เธอกลายเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ. น้องยุ้ยบอกว่าเธอไม่รู้สึกอายในสิ่งที่เธอเป็น เพราะเธอไม่ได้ทำความผิด ไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่ได้ผิดศีลธรรม และทำแต่ความดี. สิ่งที่ควรละอายคือการทำบาป ซึ่งเธอไม่ทำ. เธอตระหนักดีถึงสายตาผู้คนที่ไม่คุ้นเคยเมื่อออกไปข้างนอก แต่เธอยังมองเห็นได้ แม้เปลือกตาจะปิดบางส่วน.
น้องยุ้ยมีความฝันอันสูงส่งคืออยากเป็นหมอ. เธอต้องการรักษาคนป่วยที่มีลักษณะคล้ายตนเองให้หายเป็นปกติ แม้ตนเองจะไม่หายก็ตาม. นี่แสดงถึงหัวใจที่งดงามของเธอ ซึ่ง คุณครูไม่ใหญ่ กล่าวว่าหอมฟุ้งไปถึงสวรรค์. ชีวิตของน้องยุ้ยที่ต้องทนทุกข์กับสภาพร่างกายนี้ เป็นผลมาจาก "วจีกรรม" หรือกรรมที่เกิดจากการกระทำทางคำพูดในอดีต.
เรื่องราวในอดีตคือ มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง มีลูกชายหนึ่งคน. ต่อมาสามีตาย ภรรยาก็เลี้ยงดูลูกชายจนโต และลูกชายมีอาชีพค้าขายต่างเมือง. เมื่อลูกชายโตขึ้น ก็ไปได้ภรรยามาจากต่างเมือง และพาภรรยามาอยู่ด้วยกันกับแม่ของตน. เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็เกิดปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้. ภายหลังลูกสะใภ้ก็คลอดลูกสาวออกมา. ลูกชายยังคงเดินทางไปค้าขาย ส่วนลูกสะใภ้ก็อยู่บ้านเลี้ยงลูกสาวกับแม่สามี.
ลูกสะใภ้มักจะทะเลาะเบาะแว้งและด่าว่าแม่สามีอยู่บ่อยๆ. หนำซ้ำยังสอนให้ลูกสาวของตนพูดจา กระทบกระเทียบ ทำให้คุณย่าของตนเสียใจ. ในช่วงแรกจะพูดจาลับหลัง โดยแม่สอนลูกให้เรียกคุณย่าว่า "อีแก่". เด็กไม่รู้ความก็เรียกตามที่แม่สอน คุณย่าฟังก็เสียใจ. แต่เมื่อใดที่สามีอยู่บ้าน ลูกสะใภ้ก็จะแสร้งทำดี ทำให้สามีเข้าใจผิดว่าภรรยาดีต่อแม่. เมื่อสามีไปค้าขายอีกครั้ง ก็กลับมาทำเช่นเดิม. ไม่นานสามีก็ถูกโจรปล้นและถูกฆ่าตาย.
เมื่อสามีตายไป ก็เหลือเพียงสองแม่ลูกอยู่กับแม่สามี (คุณย่าของลูกสาว). สองแม่ลูกก็รุมกันด่า กระทบกระเทียบ แม่สามีว่า "อีแก่" และยังทำท่าทางล้อเลียนเหมือนคนแก่ที่งกๆ เงิ่นๆ. พวกเขาทำเช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั่งแม่สามีตรอมใจตาย. ด้วยกรรมนี้ สองแม่ลูกจึงต้องมารับวิบากกรรม โดยมาเกิดเป็นพี่น้องในภพชาตินี้ และมีลักษณะร่างกายเหมือนกัน. ในภพชาตินี้ ผู้เป็นแม่ในอดีตมาเกิดก่อน แต่ก็มีลักษณะเหมือนน้องยุ้ยและเสียชีวิตไปอย่างรวดเร็ว. ด้วยความเสียใจและหวาดกลัว แม่ในชาตินี้จึงไม่กล้ามีลูกอีก แต่ 2 ปีต่อมาก็มามีน้องยุ้ย ซึ่งก็มีลักษณะเหมือนกันอีก. แม่ในอดีตมาเกิดก่อนแล้วตายไปเพราะกรรมหนักกว่า เนื่องจากเป็นผู้ลงมือทำเองและยังสอนลูกให้ทำตาม. จึงเหลือเพียงลูกสาวในอดีต ซึ่งก็คือน้องยุ้ยในชาตินี้ที่ยังคงอยู่.
วิบากกรรมจากการพูดจา กระทบกระเทียบ ล้อเลียน คุณย่าว่า "อีแก่" และทำท่าทางล้อเลียนคนแก่ ด้วยอกุศลจิต ได้ตั้งโปรแกรมวิบากกรรมไว้ในตัว. เมื่อกรรมได้ช่องส่งผล จึงทำให้เกิดมามีรูปร่างลักษณะเช่นนี้. นี่คือผลของวจีกรรม. คุณครูไม่ใหญ่ ย้ำเตือนว่าไม่ควรล้อเลียนผู้เฒ่าผู้แก่ นี่คือเรื่องของวจีกรรมและกฎแห่งกรรมที่ต้องศึกษาไว้ให้ดี. การกระทำทางกาย วาจา ใจ ล้วนมีผลทั้งสิ้น ไม่ว่าดีหรือชั่วก็ตาม.
คำถาม
- เหตุใดน้องยุ้ยจึงเกิดมามีสภาพร่างกายเหมือนผู้สูงอายุ ทั้งที่อายุเพียง 10 ขวบ?
- สภาพร่างกายที่ผิดปกตินี้เป็นความประสงค์ของผู้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อทดสอบจิตใจหรือไม่?
- สภาพร่างกายนี้สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้หรือไม่?
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตอนอื่นที่คล้ายกัน
คุณพ่อของผู้ส่งเคสละโลกแล้วเป็นอย่างไร อยู่ที่ใดในปรโลก และด้วยวิบากกรรมใดจึงอายุสั้น เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ รวมอายุ 59 ปี
ผู้ส่งเคสมีคำถามถึงคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้ครับ/ค่ะ
คุณพ่อของผู้ส่งเคส ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ไม่เสียชีวิต ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ยาวนาน เสียชีวิตขณะหลับเพราะหมดบุญใช่หรือไม่ ก่อนตายมีคตินิมิตอย่างไร ไปอยู่ที่ไหน ได้เล่าถึงโลกที่ไป หรืออยากฝากอะไรถึงลูกหรือไม่
บิดาเสียชีวิตแล้วไปไหน มีคตินิมิตเป็นอย่างไร ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่ มีข้อความอะไรฝากถึงลูกบ้าง
กรรมใดทำให้ลูกต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ตั้งแต่เล็กและถูกส่งขึ้นเครื่องบินบินเดี่ยวตอนอายุ 5 เดือน บุญใดทำให้ได้รับการดูแลอย่างดีจากคุณปู่คุณย่า ลูกเคยมีบทกรรมร่วมกับท่านอย่างไร
ทำไมผู้ส่งเคสจึงเกิดก่อนกำหนด 3 เดือน และกรรมอะไรทำให้รอด?






