โสเภณีพบทางสว่าง

กรณีศึกษา · dmc.tv

EP.454 โสเภณีพบทางสว่าง

ออกอากาศ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548

กรรมของคนสนับสนุนสถานขายบริการ

-
18px

ประวัติผู้ส่ง

ผู้ส่งเคสท่านนี้ เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ประกอบอาชีพโสเภณีอยู่ในสถานบริการแห่งหนึ่งในต่างประเทศ เธอไม่เคยคิดฝันว่าคนอย่างเธอจะมีโอกาสได้เขียนเรื่องราวถึงหลวงพ่อธรรมชโยได้ แต่เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน มีพี่ท่านหนึ่งได้นำเรื่องเคสสัดีของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันมาให้พวกเธอได้ดูถึงที่ทำงาน พวกเธอประทับใจมาก โดยพี่คนนั้นเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้มาใช้บริการ แต่ได้นำสิ่งดีๆ มาให้ ผู้ส่งเคสรู้สึกได้พบความสว่างของชีวิตเมื่อได้ฟังธรรมจากหลวงพ่อ จึงตัดสินใจติดจานดาวธรรมให้พ่อแม่ที่อยู่เมืองไทย และได้ส่งเรื่องราวมาขอความกระจ่างเกี่ยวกับการตัดสินใจดำเนินชีวิตต่อไป

เนื้อเรื่อง

ผู้ส่งเคสเล่าย้อนไปในอดีตว่า เธอเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนมาก พ่อแม่ไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง แม่ต้องไปรับจ้างดำนาเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว บ้านหลังเล็กๆ มุงใบจาก หลังคารั่วเสมอเวลาฝนตก เธอเรียนหนังสือจบแค่ชั้น ป4 ก็ออกมาทำงานรับจ้างที่โรงบ่มใบยาสูบ พออายุ 15 ปีก็เปลี่ยนไปรับจ้างซักผ้า รีดผ้าให้กับตำรวจ นี่เป็นเหตุให้ได้แต่งงานกับสามีคนแรกซึ่งเป็นตำรวจ

หลังจากแต่งงาน เธอได้ย้ายเข้ามาอยู่กับสามีที่กรุงเทพฯ และทำงานในโรงงานเย็บเสื้อผ้า แต่ด้วยความที่เริ่มใช้ชีวิตครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี ทำให้ชีวิตครอบครัวไม่ราบรื่น เธอและสามีทะเลาะกันจนในที่สุดเธอขอหย่า ทั้งที่เขาไม่ได้มีความผิดอะไร

ต่อมา เธอได้พบรักกับสามีคนที่ 2 แต่สามีคนนี้ไม่มีงานทำ แถมยังชอบเล่นการพนันและเที่ยวผู้หญิง ด้วยความที่รักเขามาก เธอทนพฤติกรรมของเขาได้จนมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ความอดทนก็หมดลง เธอตัดสินใจหอบลูกสาวทั้งสองหนีกลับไปอยู่กับพ่อแม่ เมื่อกลับไปถึงบ้าน กลับพบว่ารายได้จากการรับจ้างดำนาไม่พอเลี้ยงครอบครัว เธอจึงตัดสินใจทิ้งลูกไว้กับพ่อแม่ และตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้งเพื่อไปตายเอาดาบหน้า

เธอได้มาทำงานเป็นหมอนวด ทำได้ไม่ถึงเดือน ก็ได้รู้จักกับสามีคนที่ 3 ซึ่งเป็นแขกที่มาใช้บริการ เขาบอกให้เธอเลิกอาชีพนี้แล้วไปอยู่กับเขา และจะรับเลี้ยงเธอกับครอบครัวที่ต่างจังหวัด เธอตอบตกลงและย้ายไปเช่าบ้านอยู่กินกับเขา จนวันหนึ่งก็พบว่าสามีคนที่ 3 มีลูกมีเมียอยู่ก่อนแล้ว เธอเสียใจและตกใจมากที่ตกอยู่ในตำแหน่งเมียหลวงไม่รู้ตัว เคราะห์ร้ายไปกว่านั้น เธอตั้งท้องขึ้นมาอีก พอเอาเข้าจริง สามีกลับบอกว่าจะไม่รับผิดชอบลูกในท้อง และให้เธอกินยาทำแท้ง ซึ่งเธอก็ทำตามแต่ไม่สำเร็จ เด็กไม่ตาย เมื่อใกล้คลอด เธอจึงตัดสินใจหอบท้องกลับบ้านไปฝากพ่อแม่ช่วยเลี้ยงเพิ่มอีก 1 คน

ครั้งนี้เธอตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง โดยตั้งใจว่าจะไม่ขอเชื่อผู้ชายคนไหนอีกเลย เธอเข้ากรุงเทพฯ ทั้งที่เพิ่งคลอดลูก ท้องก็ยังโตอยู่เพราะมดลูกยังไม่เข้าอู่ เมื่อถึงหมอชิต ลงจากรถก็หันไปหันมาไม่รู้จะไปทางไหนดี จังหวะนั้นมีแท็กซี่คันหนึ่งมาเสนอช่วยหางานให้ และขับรถพาเธอเข้าไปโรงแรมม่านรูด โชคดีที่เธอหนีออกมาได้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอาชีพอะไรต่อ จึงต้องกลับไปทำงานเดิม เช่น พนักงานนั่งหมอนวด หรือหมอนวดแผนโบราณ แต่ละแห่งก็ทำได้ไม่นาน เพราะไม่มีแขกเรียก เนื่องจากเธอไม่สวย ผิวไม่ดี

ต่อมา เธอหัดร้องเพลงและไปสมัครเป็นนักร้องคาเฟ่ เธอได้พบกับแขกที่ชอบมาคล้องมาลัยให้หลายครั้งจนสนิทกัน เธอก็ลืมสิ่งที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะไม่เชื่อผู้ชายคนไหนอีก โดยการแต่งงานกับสามีคนที่ 4 เหตุการณ์ดูเหมือนจะสงบ แต่แล้ววันหนึ่ง มีผู้หญิงที่ไม่รู้จักโทรศัพท์มาด่าทอด้วยคำหยาบคาย หาว่าเธอไปแย่งผัวของเขา ตอนนั้นเธอถึงกับตัวชา หูอื้อ ที่ต้องมาเจอผู้ชายมีลูกมีเมียแล้วมาหลอกสองครั้งซ้อน เธอตัดสินใจเลิกกับสามีทันที และตั้งใจว่าจะไม่เชื่อผู้ชายคนไหนอีกเลย

ต่อมา เธอพบกับชาวต่างประเทศคนหนึ่ง คราวนี้เธอก็เริ่มลืมเหมือนเดิม และมั่นใจว่าเจอรักแท้แล้ว เพราะผ่านประสบการณ์ในการดูคนมามาก เมื่อพบกับสามีคนที่ 5 นี้จึงแต่งงานกัน และเธอได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่เหตุการณ์ก็กลับเหมือนเดิม เมื่อทนกันไม่ได้ เธอก็ต้องกลับมาเป็นโสดอีกครั้ง และต้องหางานทำใหม่ โดยตั้งใจว่าจะไม่เชื่อผู้ชายคนไหนอีก

เธอทำงานใหม่โดยรับทำความสะอาดตะกร้าพลาสติกใส่ผักผลไม้ ชิ้นหนึ่งหนัก 2 กก ซ้อนกันสูงถึง 200 อัน เท่ากับวันนั้นต้องยก 400 กก เกือบครึ่งตัน ปกติงานแบบนี้ผู้ชายรูปร่างใหญ่ทำกัน แต่เธอต้องอดทน บ่อยครั้งที่แขนพลิกต้องหยุดงาน รายได้น้อยมาก ไม่พอค่าใช้จ่าย ต้องประทังชีวิตด้วยการเก็บแอปเปิ้ลจากต้นข้างโรงงานกินเสมอ

เธอจึงตัดสินใจเข้าสู่วงการค้าประเวณีอีกครั้งด้วยความสมัครใจ ด้วยเหตุผลคล้ายผู้หญิงคนอื่นคืออยากได้เงิน ที่แห่งนี้อยู่ใจกลางเมือง มีอาคารเป็นสิบๆ อาคาร มีทั้งหญิงแท้และหญิงเทียมมาขายบริการ ลักษณะพิเศษคือไม่มีแม่เล้า ไม่มีแมงดา มีแต่เจ้าของอาคารที่เก็บค่าเช่าห้องรายวัน แต่ละอาคารถูกแบ่งเป็นห้องประจำของโสเภณีแต่ละคน ซึ่งกินอยู่หลับนอนในตัว ค่าเช่าห้องต้องจ่ายเองไม่ว่าจะมีแขกหรือไม่ แพงกว่าที่พักทั่วไปถึง 5 เท่า โสเภณีพร้อมให้บริการจะออกมาส่งสัญญาณด้วยการยืนหน้าห้อง เมื่อแขกเข้ามาก็จะเลือกจากคนที่ยืนหน้าห้อง พวกเธอเองก็เลือกแขกเองได้ ทำให้ทุกคนสมัครใจทำ ไม่มีใครถูกบังคับ

เธอเจอแต่แขกดีๆ เงินที่ได้ตอนแรกตั้งใจจะส่งให้พ่อแม่พี่น้อง แต่ส่วนมากหมดไปกับยาเสพติด การพนัน เที่ยวกางคืน อบายมุข หรือเลี้ยงนักร้องผู้ชายหน้าตาดี เธอทำอยู่ประมาณ 6 ปี ก็ทราบว่าพ่อป่วยหนัก จึงรีบกลับไปหาพ่อ เธอได้ดูแลพ่อแค่ 7 วัน พ่อก็เสียชีวิต เธอเสียใจและเสียดายที่ยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณเต็มที่ หลังจากนั้นเธอก็กลับมาทำอาชีพนี้อีกจนถึงปัจจุบัน เพื่อหาเงินตอบแทนบุญคุณแม่ให้ถึงที่สุด

ผู้ส่งเคสมีเพื่อนร่วมอาคารเดียวอีกคน เพื่อนคนนี้เกิดในครอบครัวแตกแยก โตขึ้นไปทำงานที่บาร์แห่งหนึ่ง แล้วยกระดับเป็นนักเต้นโชว์ ที่นั่นมีผู้มีอิทธิพลคุมอยู่ ใครไม่ยอมหรือคิดหนีจะถูกทุบตีอย่างแสนสาหัส เพื่อนจึงย้ายมาทำงานที่อาคารปัจจุบัน รวม 16 ปีแล้วที่ทำอาชีพนี้ เพื่อนก็เจอแต่แขกดีๆ เจ้าของดีๆ เพื่อนไม่เอาเงินไปเล่นการพนันหรือเที่ยวผู้ชาย แต่ส่งเงินกลับบ้านตลอด แต่แปลกที่ส่งเท่าไหร่พวกเขาก็ไม่พอสักที ทำให้เพื่อนยังเลิกอาชีพนี้ไม่ได้ เพราะไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร

คำถาม

  1. คุณพ่อของผู้ส่งเคสเสียชีวิตแล้วไปไหนคะ และพี่สาวคนโตเสียชีวิตแล้วไปไหน ก่อนตายป่วยมีแผลพุพองทั้งตัวจนต้องไปนอนในเล้าไก่เป็นเพราะวิบากกรรมอะไรคะ พ่อและพี่สาวอยากฝากข้อความอะไรถึงผู้ส่งเคสไหมคะ
  2. บุพกรรมอะไรผู้ส่งเคสจึงเกิดมาจน ชีวิตครอบครัวล้มเหลว เปลี่ยนสามีถึง 5 คน เจอแต่ผู้ชายหลอกลวงจนต้องมาขายบริการ แต่เมื่อขายบริการกลับเจอแต่ลูกค้าดีๆ เป็นเพราะอะไรคะ แล้วทำไมเพื่อนของผู้ส่งเคสก็เจอแต่แขกดีๆ เช่นกันคะ
  3. บางคนที่ทำอาชีพนี้เพราะถูกบังคับ แต่บางคนก็สมัครใจ วิบากกรรมต่างกันอย่างไรคะ การที่มาทำอาชีพขายบริการอย่างปัจจุบันเป็นการรับกรรมเก่าหรือสร้างกรรมใหม่คะ
  4. ทำอย่างไรให้พ้นจากวิบากกรรมเหล่านี้คะ ทั้งผู้ส่งเคสและเพื่อนตัดสินใจมาขายบริการเพื่อส่งเงินเลี้ยงพ่อแม่ จะมีผลบุญจากความกตัญญูเทียบกับผลบาปอย่างไรคะ
  5. ทั้งผู้ส่งเคสและเพื่อนอยากเลิกอาชีพนี้ แต่รู้สึกเลิกไม่ได้ เพราะยังเป็นห่วงที่บ้าน กลัวพวกเขาจะไม่มีเงินใช้ แต่ทำไมส่งเงินไปเท่าไหร่เขาก็ไม่พอใช้คะ ไม่รู้ใช้กันอย่างไร
  6. ผู้ส่งเคสและเพื่อนอายุเยอะแล้ว ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร ควรทำอย่างไรดีคะ
  7. ผู้ส่งเคสเคยติดยาแล้วทำแท้งมา 3 ครั้ง จะมีผลอย่างไรคะ หญิงแท้และหญิงเทียมที่มาทำอาชีพขายบริการมีวิบากกรรมต่างกันอย่างไรคะ
  8. คนที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับอาชีพขายบริการ เช่น ตัดเสื้อผ้าโป๊มาขาย หรือทำอาหารมาขายให้หญิงขายบริการ จะมีวิบากกรรมหรือไม่ อย่างไรคะ
  9. ผู้ที่เป็นเจ้าของอาคารให้เช่าขายบริการทางเพศแบบที่ไม่ได้บังคับให้ขายตัว แต่คอยดูแลเก็บค่าเช่าห้อง 5 เท่า จะมีวิบากกรรมหรือไม่ อย่างไรคะ
  10. ผู้ส่งเคสและเพื่อนเคยสร้างบารมีมากับหมู่คณะมาบ้างไหมคะ ทำไมถึงได้มารู้จักอนุบาลฝันในฝันตอนอยู่ในสถานที่แบบนี้
  11. ผู้ส่งเคสและเพื่อนต้องทำอาชีพนี้ไปอีกนานแค่ไหนคะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตอนอื่นที่คล้ายกัน

จบครูมาขายผัก

บุพกรรมใดทำให้ภรรยาไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวผู้ส่งเคส ช่วงแรกต้องอยู่ห้องเช่าเล็ก ๆ 2 ปี ถูกพี่ชายผู้ส่งเคส อิจฉาและกลั่นแกล้ง แต่ต่อมาพ่อแม่ผู้ส่งเคส ยอมรับและรักเธอมากจนมีชีวิตสุขสบาย.

รางวัลคนสู้ชีวิต

บุพกรรมใดทำให้แม่ยากจน มีชีวิตลำเค็ญ มีสามีเจ้าชู้ 2 คน และเป็นเนื้ออกที่มดลูก

ช้างเหล็ก

คุณพ่อตายแล้วไปไหน มีความเป็นอยู่อย่างไร คิดถึงผู้ส่งเคสบ้างไหม

ฉันเกลียดผู้ชายทุกคน

ผู้ส่งเคสมีคำถามกราบเรียนถามท่านคุณครูไม่ใหญ่ดังนี้เจ้าค่ะ:

ลาภยศรุ่งเรืองกลับร่วงโรยเพราะเสียดาย

คุณพ่อมีวิบากกรรมใด ชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์จึงอับเฉา ทั้งตำแหน่งหน้าที่และทรัพย์สมบัติ และวิบากกรรมใดเป็นเหตุให้ที่ดินบนเกาะศรีชังที่เคยครอบครองถูกยึดไป ทั้งยังถูกฟ้องร้องจะเอาเงินคืนจากค่าหินที่ระเบิดออกไปจากเกาะเป็นเงินถึง 600 กว่าล้านบาทด้วย

สามีเป็นแมงดา ภรรยาเป็นโสเภณี เพราะ

คุณพ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกส่งไปหรือไม่ และท่านมีอะไรฝากบอกถึงคุณแม่และลูกๆ บ้างหรือไม่

* หมายเหตุ เรื่องราวจาก กรณีศึกษากฎแห่งกรรม CaseStudy นี้ เป็นเรื่องราว "นิยายปรัมปรา" จากการหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
เนื้อหาที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ "เป็นความเชื่อส่วนบุคคล" โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง

Case Study กรณีศึกษากฏแห่งกรรม โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา